Mazda CX-30  ….มากกว่าแค่มาสด้า  3 ยกสูง

การเติบโตของตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ทั่วโลก ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จนทำให้มาสด้าอดรนทนไม่ได้ ที่จะต้องสร้างรถกลุ่มนี้ออกมาตอบตลาด หลังการเปิดตัว   Mazda CX-5   ตามมาด้วย   Mazda CX-3   และเมื่อปีกลายกลายมีรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง   Mazda CX-8   เข้ามาทำตลาด  ใครเลยจะคิดว่า มาสด้าจะมีรถอีกรุ่น  Mazda CX-30   เข้ามาตอบโจทย์

Mazda CX-30   ถูกชูให้เป็นรถเรือธงของมาสด้าในปีนี้ ด้วยความหวังรุกคืบตลาดอเนกประสงค์ เติบโตสวนตลาดรถยนต์นั่งรวม ที่มีภาวะหดตัวลงตามลำดับ หากก็ชัดเจนว่าลูกค้ายังต้องการรถอเนกประสงค์มากขึ้น ทั้งในแง่ของการเปลี่ยนถ่ายจากรถเก๋งเดิม , การใช้ชีวิตครอบครัว มาจนถึง วิถีชีวิคนที่เปลี่ยนไป ปัจจัยหลายอย่างเกื้อหนุนตลาด กลุ่มนี้ และมาสด้า ซีเอ็กซ์ 30 ก็เปิดตัวออกมาดี แม้ว่าจะเจอวิกฤติภัยไวรัส ก็ยังทำยอดจองเข้ามาถึง  1,500 คัน ตั้งแต่เริ่มเข้าไปโชว์ตัวในโชว์รูมทั่วประเทศ

รีวิว Mazda CX-30

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับรถคันนั้น ย้อนไปตั้งแต่การเปิดตัววางจำหน่ายในระดับโลก มาสด้า ซีเอ็กซ์ 30 ถูกวางหมากเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ระดับคอมแพ็ค ตำแหน่งนี้เดิมทีกินตลาดโดย   Mazda CX-5   การวางหมากเกมมีรถอเนกประสงค์กลุ่มเดียวกัน 2 รุ่น มาสด้า ดูจะลอกเลียนแบบมาจากทางซูบารุ ในฐานะเพื่อนร่วมพันธมิตรคู่คิโตโยต้า ราวกับไปนั่งซดชาบู แล้วไถ่ถามพูดคุยกันว่า ความสำเร็จของการมีรถ 2 รุ่นในกลุ่มเดียวกันเป็นไปได้จริงๆ หรือ

หลังจากการเปิดตัว มาสด้า 3 ทางค่ายเมืองฮิโรชิม่าก็ไม่รอช้า ส่ง  Mazda CX-30 ตามออกมาโดยไว ถ้ามองเผินๆ ทีแรกมันก็ดูจะมีแนวคิดคล้าย  Subaru XV   จับร่างเก๋งใส่ช่วงล่างยกสูงกลายเป็นอเนกประสงค์ พร้อมชุดแต่งดูลุยขึ้นกว่าเดิมสักหน่อย …มันใช้วิศวกรรมเดียวกับมาสด้า 3 แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือ เราจะไปสำรวจด้วยกัน….

ตั้งแต่เปิดตัว นี่อาจจะเรียกว่า เป็นครั้งแรกที่ผมพบ   Mazda CX-30   อย่างเป็นทางการ หลังทางมาสด้า ใช้การส่งข่าวให้ข้อมูลผ่านทางออนไลน์ ยกเลิกงานเปิดตัวสุดอลังการที่เตรียมการเอาไว้ก่อนหน้านี้

การพบกันครั้งแรก  ต้องย้อนไปในงาน Tokyo Motor Show  2019   รถรุ่นนี้สะกดสายตา ด้วยความงามลงตัวตั้งแต่หน้าจรดบั้นท้าย ใช้งานออกแบบ Kodo Design  ใหม่ ล่าสุดเจนเนอร์ชั่น 2 ยึดแนวคิด Less is more  วิถี ศิลปะของญี่ปุ่น เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งสรรค์สร้างตัวถังรถ

รีวิว Mazda CX-30

รีวิว Mazda CX-30

ดูเผินๆ หน้าตาตัวรถ ก็แลจะคล้ายๆ  Mazda 3 Fastback  ยกสูง ผมไม่แปลกใจที่หลายคนคิดแบบนั้น จนกระทั่งมาวันนี้ ได้มีโอกาสสัมผัสรถแบบชิดใกล้ มีเวลากับมันจริงจัง  ก็พบว่ามาสด้า ซีเอ็กซ์ 30 ไม่ได้ใช้โครงสร้างเดียวกับเก๋ง แต่พัฒนาขึ้นมาใหม่ เพียงใช้รายละเอียดหลายส่วนเหมือนกันเท่านั้นเอง

ทางด้านหน้า มาสด้าจับเอาหน้าตาอันโฉบเฉี่ยวของมาสด้า 3 ทั้งกระจังหน้า และไฟหน้าโคมโปรเจคเตอร์ดีไซน์โฉบเฉี่ยวมาต่อยอดงานออกแบบ รายละเอียดมองเผินๆ เหมือนจะหยิบจับเอาจากตัวมาสด้า 3 ซีดานมาใช้ เอาเข้าจริง คุณรู้สึกว่าได้ว่า มาสด้า ซีเอ็กซ์ 30 มีกระจังหน้าใหญ่กว่า ถ้ามองเทียบกันในโชว์รูม จะพบว่า กันชนหน้าแตกต่างกัน เจ้าอเนกประสงค์มีขนาดกันชนหน้าสูงกกว่า มันมาพร้อมชายล่างสีดำด้าน เผื่อต้องใช้ลุยบ้างในบางโอกาส

เส้นสายงานออกแบบตัวรถถูกวางหมากให้ถอดแบบจากมาสด้า 3ในหลายมิติ โดยเฉพาะเส้นสายความสปอร์ตช่วงด้านหน้า พอตบเท้ามาทางด้านข้าง จะพบว่า มาสด้า ซีเอ็กซ์ 30 จับเอาดีเอ็นของ ซีเอ็กซ์ 5 มาใช้ในหลายส่วน  โดยเฉพาะความสูงของช่วงประตูห้องโดยสารมีความสูงขึ้น ไม่เหมือนกับตัวเก๋ง ที่ดูมีความยาวมากกว่า

รีวิว Mazda CX-30

รีวิว Mazda CX-30

 

รายละเอียดด้านข้างยังถูกเสริมภาพความแข็งแกร่งเพิ่มเติม ด้วยวัสดุพลาสติกสีดำ ในหลายชิ้นส่วน มีคิ้วล้อ กันดัดและกันแทกที่ประตู ล้อมากับชายกันชนทางด้านหน้า ป้ายไปทางด้านหลัง สิ่งสำคัญที่ทำให้คุณรู้ว่ามันแตกต่างจากมาสด้า 3 จริงๆ  คือ เสาซี ไม่หนาทึบเหมือนในตัว 5 ประตู อย่างที่เคยเห็น มันมีกระจกเล็กๆ อีกบานให้แสงส่องผ่าน ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งขึ้น

ย้ายมาทางด้านหลังจะพบว่า รถทั้ง 2 รุ่นต่างกันโดยสิ้นเชิง มาสด้า ซีเอ็กซ์ 30 ถ้ามองรายละเอียดทางด้านท้ายรถ จะพบว่ามันมีความหนากว่ามาสด้า 3 มากพอสมควร  ที่สำคัญ ลักษณะฝาท้ายก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มันใหญ่และเปิดได้สูงกว่า  ติดตั้งสปอร์ยเลอร์สีดำเหมือนกัน  ลักษณะเส้นแนวฝาท้ายก็ไม่เหมือนกัน กระจกบานหลังก็ใหญ่กว่า

ดังนั้นจึงสรุปได้ ณ ตรงนี้ ว่า รถทั้ง 2 รุ่น ใช้โครงสร้างตัวถังต่างกัน ไม่ได้เป็นการจับ มาสด้า 3 มายกสูง กันอย่างที่เข้าใจกันผิดๆ

การมาพิษณุโลก ในวันนี้ , มาสด้า จัด รถรุ่น 2.0 SP   ตัวท๊อปสี  Poly Metal Grey   มา ให้รายละเอียดการออกแบบตัวถังตั้งแต่รุ่นล่างมาจนถึงตัวท๊อปในภาพรวมจะดูคล้ายๆ กัน แตกต่างกันในบางประการ เช่น การให้ไฟ  Day Time Running Light  และไฟท้ายแตกต่างกัน ตั้งแต่รุ่นกลางมาจนถึงรุ่นท๊อป ให้ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ติดตั้งควบกับยาง   Dunlop SP Sport Max   ขนาด  215/55/R18  แถมมาด้ายังใจป้ำให้หลังคามูนรูฟ ติดปลายนวมมาด้วยอีกต่างหาก

ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร   Mazda CX-30   ต้อนรับคุณด้วยรายละเอียดงานออกแบบเดียวกับมาสด้า 3 แทบทุกมิติ เริ่มจากคอนโซลหน้าใช้โครงสร้างเดียวกัน แตกต่างด้วยการใช้หนังตบแต่งภายในสีน้ำตาล แทนที่สีดำ ในหลายชิ้นส่วนทั้งที่เท้าแขน ไปจนถึงแผงประตูทางด้านข้าง

รีวิว Mazda CX-30

ตรงหน้าคนขับให้เรือนไมล์เดียวกัน มันมาพร้อมหน้าจอ TFT   ขนาด 7 นิ้ว สามารถเปลี่ยนจากเรือนไมล์ความเร็ว แสดงผลข้อมูลอื่นๆที่จำเป็นได้ด้วย ตัววงพวงมาลัยเองจับหมับ ก็เรียกว่ามีขนาดเดียวกัน ยกมาใส่กันเลยอย่างไม่ต้องสงสัย บนก้านพวงมาลัยให้ปุ่มควบคุม ทั้งเครื่องเสียงและระบบ  Cruise Control

ตรงกลางแสดงข้อมูลด้วยจอภาพขนาด 8.8 นิ้ว ผมยังไม่ชอบที่มาสด้าทำคอนโซลตรงนี้เป็นแอ่งลงไป ราวกับ หุบเขามรณะ ทำให้ ชุดจอไม่ตั้งเด่นเหมือนเดิม เข้าใจว่า น่าจะมาจากความต้องการให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ชัดเจน ไม่บดบังการสอดส่ายสายตาของผู้ขับขี่

รีวิว Mazda CX-30

ถัดลงมายังให้ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ สามารถแยกอิสระซ้าย-ขวาได้ โดยไม่ต้องทะเลาะกัน เรื่องเครื่องเสียงควบคุมด้วยชุดปุ่มจัดวางไว้ที่ตรงคอนโซลกลาง ณ จุดนี้ มีทั้งปุ่มโหมดสปอร์ต ตลอดจน เบรกมือไฟฟ้าจัดมาให้ครบเครื่องจบในที่เดียว

ด้านเบาะนั่งงานออกแบบก็แลคล้ายมาสด้า 3 เพียงเปลี่ยนงานตบแต่งเล็กน้อยเท่านั้น เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง บันทึกตำแหน่งท่านั่งได้ 2 โปรแกรมเหมือนเดิม ฝั่งคนนั่งยังปรับด้วยมือเหมือนเดิม ไม่ได้ให้เบาะปรับไฟฟ้า

ช่วงแรกการทดสอบ ผมตัดสินใจของลองนั่งเบาะตอนหลังดูก่อน  การเข้าออกโดยสารตอนหลังสามารถทำได้ง่าย แม้จะเป็นคนตัวใหญ่ไซส์หมี ก็ยังสามารถเก็บข้องอเข่าเข้าไปโดยสารตอนหลังได้สบาย

เบาะนั่งหลังมาสด้า  CX-30   รองรับการโดยสารสำหรับผู้ใหญ่ได้ดีกว่า  CX-3   ในอดีต พอสมควร ท่านั่งออกแนวเอนกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังรู้สึกชันหลังอยู่ดีในความรู้สึก สำหรับคนตัวสูง 180 ซ.ม. อย่างผม พื้นที่วางขาไม่ได้เหลือเยอะมากมายนัก ผมนั่งเข่าชนเบาะหน้า มีน้องคนไทยไซส์ปกติ  นั่งโดยสารอยู่พอดี ผมต้องนั่งแหกขา เพื่อจะได้ เอนตัวลงไปอีกหน่อย ตรงนี้เป็นท่ากำลังดี พร้อมเข้าเฝ้าพระอินทร์

ส่วนพื้นที่เหนือหัวยังมี การซัพพอร์ทรองนั่ง ส่วนตัวคิดว่าสั้นไปหน่อย เลยยังไม่ได้ความสบายสูงสุด ยิ่งเมื่อรวมกับท่านั่งชันหลัง การโดยสารตอนหลังจึงไม่ได้สบายนักกับคนตัวใหญ่ไซส์หมี

ด้านหลังให้ความสบายด้วย ที่เท้าแขนตรงกลาง พร้อมที่วางแก้วน้ำ และมีช่องระบบปรับอากาศหลังมาให้ แต่ก็เป็นเพียง ช่องลม ไม่มี พัดลมเป่าแอร์เลือกได้เองตามต้องการ ทำให้หลายครั้งต้องบอกผู้โดยสารตอนหน้าเร่งแอร์ เพื่อจะได้มีแรงลมเพิ่มทางด้านหลัง กลายเป็นผู้โดยสารตอนหน้าหนาวสั่น  ด้านหลังทำได้แค่พอสบาย ราวกับ แบ่งซีกขั้วโลกเหนือกับดินแดนทะเลทรายซาฮาร่า โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่ขึ้นโดยสารรถ ท่ามกลางภาวะอากาศร้อน

ระหว่างโดยสาร ผมว่า ประเด็นสำคัญที่ทำให้นั่งโดยสารตอนหลังไม่สบายด้วยมาจากระบบปรับอากาศ กระจายลมมาถึงตอนหลังไม่มากเท่านัก ถึงจะมีช่องแอร์หลังอย่างที่กล่าว มันก็ดันติดต่ำไปหน่อย ไม่โดนตัวผู้โดยสาร หรือต่อให้ยกช่องมาสูงขึ้นมาก็เพิ่มความความเย็นได้ไม่มากนัก  มันอาจไม่เป็นปัญหาเท่าไร กับผู้โดยสารลูกเล็กเด็กแดง แต่ถ้าคุณให้เพื่อนโดยสารไปในรถคันนี้รับรองว่ามีบ่นบ้างแน่นอน

การทดลองขับขี่

ใต้เรือนร่าง   Mazda CX-30   ยกเอาเครื่องยนต์  Mazda Sky Activ G   2.0   Upgrade   เพิ่งพัฒนาใหม่ใส่ในมาสด้า 3 มาใช้ต่อเนื่อง พละกำลังขุมพลังเซทนี้ยังคงกำลัง 165 แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด 213 นิวตันเมตร เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มันมาพร้อมชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดคู่หูเจ้าประจำ ปรับเปลี่ยนเพียงอัตราทดเฟืองท้ายภายในเกียร์จาก 3.850 ในมาสด้า 3 มาเป็น 4.095 ในเจ้าอเนกประสงค์น้องใหม่

การเปลี่ยนอัตราทดเฟืองท้ายเบอร์สูงขึ้น ส่วนหนึ่งก็น่ามาจากน้ำหนักตัวรถเพิ่มขึ้น ถ้าเปรียบเทียบรถรุ่น 2.0  SP   ด้วยกัน   Mazda CX-30   มีน้ำหนักตัวเปล่า  1,423 กก. หรือมากกว่าเจ้าเก๋งถึง 39 กก. เลยทีเดียว

ในทริปนี้ มาสด้า เลือกเส้นทาง พิษณุโลก ขอนแก่น เพราะมีเส้นทางหลากรูปแบบ ทั้งถนนใช้ความเร็ว ถนนคดเคี้ยว และ ทางหลวงเส้นตรงในช่วงสุดท้าย ส่วนตัวผมเลือกขับในช่วงจากเข้าค้อ เพชรบูรณ์ มายังจุดเปลี่ยนคนขับ แถว อำเภอคอนสาร เนื่องจากส่วนตัวคุ้นเคยกับเส้นทางช่วงนี้ที่มี ลักษณะเป็นถนนเลนสวน ช่วงดังกล่าวตัดผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ประกอบกับสภาพเส้นทางที่มีความคดเคี้ยว ผมว่ามันจะแสดงศักยภาพในการขับขี่มากเป็นพิเศษ

รีวิว Mazda CX-30

ได้เวลาเปลี่ยนตำแหน่ง ผมยังชอบที่มาสด้าใส่ใจกับเรื่องท่านั่งผู้ขับขี่ในระหว่างการขับรถ ตามมาปรัชญาใหม่ของบริษัท อันเป็นส่วนหนึ่งของ   Mazda SkyActiv Vehicle Architecture   โครงสร้างใหม่มีเป้าหมายเพื่อลดแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการขับขี่ทำให้นั่งสบาย และสนุกกับการขับรถมากกว่าเดิม  ผมว่าทุกคนชอบเบาะนั่งที่สบายตัวขับแล้วไม่ปวดหลัง โดยเฉพาะรถอเนกประสงค์ เป็นรถขับทางยาวเสียส่วนใหญ่

ในรถวันนี้มีผู้โดยสาร 4 คน พร้อมสัมภาระเต็มคัน สำหรับผม นี่คือสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในความเป็นจริงวันเดินทางไปกับเพื่อน นั่งแน่นของเพียบบรรทุกน้ำหนักเต็มพิกัดของรถคันนี้

กดคันเร่งออกตัว เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 165 แรงม้า ออกตัวได้ดีไม่แตกต่างจากเดิม มีปัญหาว่าดูอืดแต่อย่างใด  การเปลี่ยนอัตราทดเฟืองท้าย ช่วยให้รถออกตัวดีแม้ว่าจะนั่งกันเต็มลำก็ตามที

เครื่องยนต์ดูจะไม่มีการปรับแต่งอะไรเลยจากมาสด้า 3 มันชอบลากไปยังช่วงแรงบิดสูงสุด เพื่อใช้ประโยชน์จากมัน ก่อนตัดเกียร์ลงมาต่อเนื่อง จนกว่าเราจะพอใจ

ไม่นานเราเข้าช่วง 2 เลนสวนทางเขา เสน้ทางแบบนี้พิสูจน์ความสามารถเครื่องยนต์ได้ เพราะเป็นเรื่องการชิงจังหวะแซง เพียงกดคันเร่งประมาณ 25%   ขึ้นไป เกียร์ก็จะเริ่มมีการตอบเปลี่ยนอัตราทดสูงขึ้น และจะยิ่งสูงขึ้น ถ้ากดลงไปกว่า 50%   เท่าที่สังเกต ชุดเกียร์จะพยายามใช้เกียร์ 4 เป็นหลัก ถ้าคุณต้องการรีดพลังเพื่อเร่งแซง เนื่องจาก อัตราทดเกียร์ 5 และเกียร์ 6 เป็นตำแหน่ง  Over Drive   ทั้งคู่

ทางเขาเริ่มเข้ามาทักทาย แถวนี้เป็นทางเขาสูงชันอุดมด้วยโค้งต่อเนื่อง ในหลายครั้งได้เห็นการเปลี่ยนเกียร์ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ไม่รอช้ารถใกล้หมดแรงรีบต่อเกียร์ทันทีเรียกว่าถูกใจนักขับทั้งหลาย สำหรับใครที่ชอบคุมชีวิตตัวเอง แป้น   Paddle shift   จะมีมาให้ในรุ่น 2.0   SP   เท่านั้น สามารถเลือกเข้าอัตราทดเลือกเองสั่งได้ดั่งใจ ทันทีในเสี้ยววินาทีที่บริหารนิ้ว

เรื่องการควบคุมพวงมาลัย อาการเดียวกับมาสด้า 3 ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องของอัตราทดแตกต่างนัก เพียงแต่ความรู้สึกเดิม คมหน้าจิกดูเหมือนถูกทอนหายไปเล็กน้อย เข้าใจว่ามาจากความสูงของตัวรถด้วยส่วนหนึ่ง แต่การควบคุมยังทำได้ดีไม่น้อยหน้ารถกลุ่มเดียวกันรุ่นอื่น

ยิ่งมาสด้าได้อานิสงค์จากระบบช่วยควบคุมการเข้าโค้ง   GVC  Plus   ยิ่งช่วยให้มันขับสนุกขึ้นอีกเป็นกอง คนขับสนุกสนานระหว่างพยายามพิชิตโค้งต่อเนื่อง ไปพร้อมกับคนนั่งตาตื่นพร้อมกัน  เมื่อไม่นานมานี้ผมเพิ่งเอามาสด้า 3 ใหม่ กลับมาขับอีกครั้ง คิดว่า การจูนระบบ   GVC Plus  ของรถรุ่นนี้แตกต่างออกไป

เท่าที่มีโอกาสขับบนทางโค้งต่อเนื่อง การตอบสนองของระบบดูจะเชื่องช้ากว่า ระบบบนมาสด้า 3 ที่เข้าควบคุมแทบจะทันทีที่เข้าโค้ง  ในความรู้สึก เมื่อมันมาอยู่บนรถอเนกประสงค์กลับตอบสนองช้ากว่าเล็กน้อย หากก็ยังให้การควบคุมรถตอบสนองได้ไม่แตกต่างกัน

ทีมวิศวกรยอมรับว่า ด้วยน้ำหนักและความสูงของรถ ต้องมีการจูนอัพที่แตกต่างจากมาสด้า 3 โดยเฉพาะอาการเหวี่ยงของรถจะเกิดขึ้นในจังหวะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

……

ตั้งใจหันมาดูรถมาสด้า นอกจากโชว์ตรูงามหยดสะกดใจ ผมเชื่อว่าคงต้องการความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะระบบกันสะเทือนที่มีความมั่นใจ

การพัฒนาภายใต้โครงสร้างใหม่ใช้แพลทฟอร์มเดียวกับ มาสด้า 3 ทำให้ รถคันนี้ใช้ระบบช่วงล่างแบบแม็คเฟอร์สันสตรัททางด้านหน้า ส่วนด้านหลังใช้ระบบกันสะเทือนแบบทอร์ชั่นบีม

ถ้าคุณยังจำได้ หลังจากขับมาสด้า  ที่ภูเก็ต3 ลงมา ผมได้เขียน รีวิว  Mazda 3 กล่าวกับทุกคนว่าการตอบสนองของระบบช่วงล่างเซทนี้ ทำออกมาดีเยี่ยมไม่มีปัญหาขับขี่เข้าโค้งอย่างมั่นใจ คุณคงคิดว่ามันน่าจะเหมือนกันในอเนกประสงคันนี้

อย่างที่บอกครับในการทดลองขับครั้งนี้เป็นการบรรทุกเต็มพิกัด นั่งโดยสาร 4 คน พร้อมสัมภาระเต็มคัน ในช่วงแรกที่นั่งโดยสารตอนหลัง ผมรู้สึกว่ามันนิ่มนั่งสบายผิดกับเจ้ามาสด้า 3 คนละโลก ระบบช่วงล่างหลังทอร์ชั่นบีมยังมีจุดอ่อนเหมือนเดิม มันจะกระแทกตึงตังหน่อยถ้าผ่านหลุมบ่อหรือคอสะพาน

พอเส้นทางเริ่มเข้าสู่ช่วงทางโค้งต่อเนื่อง หลังผ่านอำเภอนครไทย ผมรู้สึกว่า แรงเหวี่ยงของรถเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็ว แรงเหวี่ยงถึงจะน้อยกว่ารถรุ่นอื่นๆที่ใช้ระบบช่วงล่างเดียวกัน มันก็นั่งไม่สบายตัวเท่าไรนัก ยิ่งเวลาโค้งยาวๆ หรือหักมากๆ คุณจะยังเอียงไปหาคนนั่งอีกฟากเหมือนเดิม จนคิดในใจว่า   GVC Plus   ไม่ได้ช่วยเท่าไรนี่

ความหฤหรรษ์ในการโดยสารตอนหลัง ได้เวลาเอาคืนในช่วงบ่าย หลังสลับปรับมแต่งที่นั่ง ขึ้นมาขับช่วงน้ำหนาว ต้องยอมรับว่าความรู้สึกในการขับขี่ หรือกระทั่งโดยสารตำแหน่งด้านหน้าดีกว่ามาก ช่วงล่างเก็บอาการแรงกระแทกดีกว่า  ราวกับอยู่ในรถคนละคัน

ช่วงที่ผมขับมีทางโค้งต่อเนื่องเหมือนช่วงที่นั่งโดยสาร เพียงแต่ใช้ความเร็วน้อยกว่ามาก เนื่องจากสภาพทางคดเคี้ยว ช่วงล่างด้านหน้าให้ความมั่นใจ แต่กลับรู้สึกว่าด้านหลังนิ่มนวล และนิ่มไป โดยยิ่งใช้ความเร็วสูง 140 ก.ม./ช.ม. ขึ้นไป จะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยมั่นใจ โดยเฉพาะในจังหวะกระแทกแรงๆ  แต่ใครจะขับรถอเนกประสงค์เร็วบ่อยขนาดนั้น

ยกตัวอย่าง ผมขับมาในจังหวะหนึ่งเป็นทางโค้งขวา ด้านซ้ายมีหลุมไม่ใหญ่มาก ตอนนั้นขับด้วยความเร็ว 110-120 ก.ม./ช.ม. ช่วงล่างด้านหน้า ผ่านและซับแรงกระแทกดี ให้ความรู้สึกว่า รถผ่านได้สบาย พอล้อหลังหล่นหลุมเดียวกัน กับกระแทกอย่างรุนแรง จนแอบตกใจเหมือนกัน

นอกจากนี้ที่รู้สึกแปลกๆ ไม่แพ้กัน ก็คือจังหวะเบรก ถ้าคุณกดช่วงแรก จะรู้สึกว่ารถไม่มีแรงเสียดทานจากเบรกเท่าไร ความเร็วเหมือนลดไม่มาก จนกระทั่งคุณเหยียบลึกลงไป จะรู้สึกว่า เบรกมั่นใจเอาอยู่

อาการเบรกทื่อในช่วงเริ่มเหยียบไม่ใช่เรื่องใหม่ เราเคยเจอในมาสด้า 3 แต่อาการไม่หนักเท่านี้ อาจจะด้วยน้ำหนักรถแตกต่างกันพอสมควร  ความรู้สึกนี้จะเป็นในช่วง 2-3 วินาที แรก และเป็นกับคนที่ขับรถแล้วชอบเลียเบรก บ่อยๆ ไม่ชอบ มาแล้วกดเบรกทีเดียว

ถึงผมจะพูดว่ามันให้ความรู้สึกไม่ดี แต่ในวินาทีฉุกเฉิน ผมการันตี ว่าระบบเบรกรถคันนี้เอาอยู่ ระหว่างทางผมเจอ รถพ่วง 10 ล้อ ตัด หน้า ในระยะ 200 เมตร ตอนนั้น มาในความเร็วสูง 140 ก.ม./ช.ม. ผมตื้บเบรกทันทีประมาณ 70% ของแป้นเบรก  รถลดความเร็วอย่างรวดเร็วจนมาอยู่ในระยะความเร็วปลอดภัย ผมเปลี่ยนเกียร์ช่วย เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะหยุดสนิท  นั่นตอบคำถามได้ดีกว่า ระบบเบรกมีอำนาจสั่งหยุดมากพอ เพียงแต่ความรู้สึกจากแป้นช่วงแรกไม่มั่นใจนัก

 

 Mazda CX-30 2.0 SP   … นำเสนอความสบาย ไม่ใช่มาสด้า 3 ยกสูง

หลังจากขับขี่ ผมเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับ มาสด้า ซีเอ็กซ์ 30 ใหม่ ก่อนอื่นเลย มันไม่เหมือน รถในตลาดอย่าง   Subaru XV  จับร่างเก๋งมายกสูง อย่างที่หลายคนคิด

รถคันนี้ แค่ใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกับ  Mazda 3   ใหม่ เท่านั้น มันแค่ใช้เครื่องยนต์เดียวกัน ระบบช่วงล่างแบบเดียวกัน แต่มีการปรับเซทตัวรถใหม่หลายรายการ ไปจนถึงโครงสร้างห้องโดยสารเองก็ไม่เหมือนกัน

สำหรับผม อเนกประสงค์น้องใหม่ ยังคงความเป็นรถอเนกประสงค์สไตล์มาสด้า ขับดี มั่นใจ งวดนี้เพิ่มเติมความสบายในการขับขี่เข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าเอาใจลูกค้า มว่าสาเหตุ ไม่เซทดิบมาก เพราะอาจเน้นสำหรับในเมืองมากกว่า CX-5 มันมาในขนาดกำลังใช้ และราคาที่ทุกคนจับต้องได้  ที่แน่ๆ มันเป็นหนึ่งในอเนกประสงค์โดดเด่นด้วยความสวยงามในการออกแบบ จนทำให้หลายคนใจละลายอยากครอบครองอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่เมื่อลองขับ มาสด้าสังเวยสมรรถนะบางส่วนไปบ้าง เพื่อให้รถขับสบายขึ้น ไม่ใช่แข็งดิบตึงตังถูกใจคนขับแต่นั่งไม่สบาย เวลาต้องโดยสาร

อย่างไรก็ดี มาสด้ารุ่นนี้ยังเหมือนรถมาสด้า หลายรุ่น พื้นที่โดยสารตอนหลังค่อนข้างแคบและเล็ก ถึงมันจะใหญ่กว่า มาสด้า ซีเอ็กซ์ 3 แล้วก็ตาม ทีเถอะ ก็ยังรู้สึกโดยสารตอนหลังไม่สบายเท่าไร เมื่อมองไปถึงคู่แข่งในตลาดที่มีความสบายในการโดยสารมากกว่า โดยเฉพาะ  Honda  HR-V   ที่มาสด้าหมายตาไปชิงยอดขายมาในงวดนี้

กลับกันถ้ามองถึงกลุ่มเป้าหมายมาสด้า มุ่งเป้ามาที่ คนโสดพึ่งแต่งาน เพิ่งมีลูกเล็ก รถคันนี้ ดูจะตอบโจทย์ถูกต้อง การใช้งานส่วนใหญ่ คงจะเป็นการใช้งาน 2  คนหรือ 3 คน รวมเด็ก คงจะน้อยมาก จะโดยสาร 4 คนเต็มคัน ถ้ามองมุมนั้นก็ถือว่ารถคันนี้น่าจะตอบโจทย์อย่างลงตัว

มาสด้า ซีเอ็กซ์ 30 เป็นความพยายามอีกครั้ง ของมาสด้าในการเข้าถึงตลาดรถอเนกประสงค์และใจลูกค้า โดยนำเสนองานออกแบบที่โดนใจ สมรรถนะที่ดีในการใช้งาน แม้ว่าอาจจะไม่ดิบสะใจคอสมาสด้าดังเดิม  หากมันก็มาในราคาที่น่าสนใจ พร้อมพื้นที่การใช้สอยกำลังดี สำหรับชีวิตในเมืองและนอกเมือง

เป็นรถอีกรุ่นที่คุณควรแวะไปดู ถ้ากำลังมีแผนซื้อรถอเนกประสงค์ในเร็วๆ นี้

 

 

Comments

comments