10 เหตุผล ที่ควรเลือก กระบะ Mazda BT-50 เป็นกระบะคู่ใจ

แบ่งปันเรื่องนี้

รถกระบะ เป็นรถที่อยู่คู่คนไทย มายาวนาน ปัจจุบันแม้ว่ารถกระบะจะถูกเปลี่ยนแปลงแนวทางการใช้าน แต่หลายคนก็ยังชื่นชอบในความอเนกประสงค์ของรถแบบนี้อยู่ดี

Mazda BT-50 เป็นรถรุ่นหนึ่งที่เพิ่งเปิดออกมาด้วยความแตกต่าง สะท้อนภาพความหรูหราและทันสมัย ในขณะที่หลายคนมองข้ามรถรุ่นนี้ไปอย่างน่าเสียดาย วันนี้เราจะมาลองมองต่างมุม ว่า ทำไม มาสด้า บีที-50 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ ถ้าคุณจะมองหากระบะสักคันในวันนี้

1. ดีไซน์สไตล์รถเอสยูวี

การออกแบบที่โดดเด่น เป็นจุดเด่นสำคัญที่เราให้ Mazda BT-50 ในขณะที่เพื่อนๆ ไปสายแกร่ง กันหมด มาสด้า ต้องการให้รถกระบะออกมาในรูปแบบเดียวกับ SUV ออกแบบมาตามความคิด Kodo Design เลยจับเอาแนวความคิดดังกล่าวมาลงในรถกระบะ ให้ความรู้สึกถึงการเป็นรถอเนกประสงค์ ตั้งแต่แรกเห็น

2. ภายในเรียบหรู สะดวกสบาย คัดสรรด้วยวัสดุเกรดพรีเมี่ยม

ภายในห้องโดยสาร ก้าวขึ้นมา ต้องยอมรับว่า มาสด้า เน้นความประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยคัดสรรเลือกใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูง จึงช่วยเพิ่มผิวสัมผัสถึงคุณภาพของการตกแต่งภายในห้องโดยสารได้อย่างลงตัว แนวทางการออกแบบ ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางตามหลัก Human Machine Interface ทำให้รู้สึกว่า หลายสิ่งหลายอย่างใช้งานง่ายและสะดวกมากกว่าที่คิด

นอกจากนี้ ความสะดวกสบายที่จัดมาให้อย่างเต็มเปี่ยม พวงมาลัยปรับได้มากถึง 4 ทิศทาง เบาะนั่งคนขับไฟฟ้าปรับ 8 ทิศทางและระบบดันหลัง ระบบปรับอากาศแบบDual Zone ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ลำโพงมากถึง 8 ตำแหน่ง ที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง ช่องเสียบ USB ช่องเก็บของสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกตำแหน่ง

3. เครื่องยนต์ ทนทาน แรงและประหยัดน้ำมัน

ผู้ใช้งานรถปิกอัพต้องการรถที่เครื่องยนต์มีกำลังสูง มาสด้า บีที-50 ตอบสนองความต้องการส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี กับตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ในรุ่นขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบหัวฉีดน้ำมันแรงดันสูง 250 MPa ให้ละอองน้ำมันละเอียดและการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ประหยัดน้ำมันได้ถึง 14.1 กิโลเมตร/ลิตร

สำหรับใครที่ไม่เน้นใช้งานหนัก ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.9 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ประหยัดน้ำมันถึง 16.1 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าดีที่สุดในคลาส

4. ตัวถังแข็งแกร่ง เสถียรภาพการขับขี่ดีเยี่ยม

โครงสร้างตัวถังผเหล็กกล้าที่ทนต่อแรงดึงสูง (High Tensile Steel) ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนจากภายนอก ให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่ดีเยี่ยมด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น กับคอยล์สปริงที่ช่วยเพิ่มความนุ่มสบาย ซับแรงกระแทกที่จะเข้าสู่ห้องโดยสาร พร้อมเหล็กกันโคลงหน้าช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว ชุดแหนบด้านหลังที่ยาวถึง 1,370 มม. เพิ่มความสามารถในการบรรทุก ทำให้ง่ายต่อการขนถ่ายสัมภาระและบรรทุกได้มากขึ้น

5. เชื่อมต่อไร้ขีดจำกัดด้วยระบบ infotainment ครบครัน

เจ้ากระบะ มาสด้า มาพร้อม ระบบ Infotainment หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง WXGA ขนาด 7 นิ้ว หรือ 9 นิ้ว รวมถึงรองรับ Apple CarPlay® และ Android Auto™ ใช้งาน Miracast แบบไร้สาย รองรับการเชื่อมต่อแบบ MirrorLink ระบบนำทางที่ติดตั้งมากับรุ่นหน้าจอขนาด 9 นิ้ว ใช้งานโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง

6.ขับง่ายเหมาะ แม้ในเมือง

บางคนอาจจำเป็นต้องใช้รถในเมืองต้องยอมรับว่า Mazda BT-50 ใหม่ ออกแบบมาพร้อมความตั้งใจที่จะทำให้กระบะขับสะดวกขึ้นเมื่อต้องขับขี่ในเมือง ประการแรก นี่คือรถกระบะที่มีขนาดความยาวกำลังเหมาะสม ด้วยความยาวเพียง 5,280 มม. ตลอดจน ยังมีเซ็นเซอร์กะระยะทั้งด้านหน้าและด้านหลังรวม 8 ตำแหน่ง

7. เป็นเลิศความปลอดภัย

หลายคนชอบคิดว่า รถกระบะ อย่างไรก็ปลอดภัยสู้รถเก๋งไม่ด้หรอก มาวันนี้ต้องคิดใหท่ เพราะมาสด้าให้ระบบความปลอดภัย จำเป็นมาอย่างครบเครื่อง ไม่เพียงแต่ความปลอดภัยพื้นฐานเท่านั้น ยังมาพร้อมกับ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM และ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ รวมถึง ยังให้ ถุงลมนิรภัยรวมสูงสุดถึง 6 ตำแหน่ง ช่วยให้คุณมั่นใจในทุกเส้นทาง

8. ตอบโจทย์การใช้งานทุกสถานการณ์

รถกระบะ ปิกอัพรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ขับขี่ได้ในทุกสถานการณ์ ทั้งในเมืองและออฟโรด จึงสามารถขับบนถนนขรุขระได้อย่างดีเยี่ยม มาพร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS) ช่วยควบคุมกำลังขับที่เหมาะสม ให้ความคล่องแคล่วและการควบคุมที่แม่นยำ ในรุ่นยกสูงขับเคลื่อน 2 ล้อ (Hi-Racer)

ส่วนใครชอบการลุยดุ รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ยังขับลุยน้ำได้ถึง 800 มิลลิเมตร เนื่องจากท่ออากาศหลักได้ถูกติดตั้งอยู่ด้านหน้าเหนือแผงด้านบนของหม้อน้ำ มีโครงสร้างช่วยให้ช่องว่างรอบท่อปิดสนิท จึงป้องกันไม่ให้น้ำเข้าสู่ระบบท่ออากาศเมื่อต้องขับลุยน้ำ รวมถึงยังมีออพชั่น อย่าง Diff lock และ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC), ระบบช่วยออกตัวรถขณะอยู่บนทางลาดชัน (HLA)ช่วยให้สามารถผ่านการลุยที่โหดหินได้

9. ค่าดูแลรักษาต่ำ

จากการตรวจสอบข้อมูล บริการหลังการขาย มาสด้า บีที-50 มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กม. เริ่มต้นเพียง 20,985 บาท เท่านั้น

แถมตอนนี้ใครสนใจ ยังมาพร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม. ช่วยลดภาระค่าบำรุงรักษาและยังใช้อะไหล่และของเหลวคุณภาพสูงในราคาเป็นมิตร เรียกได้ว่าคุ้มค่าที่สุดเหมาะที่จะเป็นปิกอัพคู่ใจตลอดการใช้งาน

10. ปิกอัพสำหรับคนรุ่นใหม่พร้อมทุกสถานการณ์

จะซื้อรถกระบะสักคัน บางคนอาจจะมองว่า เจ้ารถกระบะ จะซื้อทำไม แล้วฉันจะไปลุยไหน ขับไปทำงานก็ดูไม่เหมาะสม เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด้นที่น่ากังวลในกระบะ Mazda BT-50 คันนี้ เพระา เจ้านี่มาพร้อมกับแนวความคิดการออกแบบว่า Bulit For Dress and Jean สามารถขับไปทำงานได้ในวันปกติ ละ พร้อมลุยในวันว่าง เรียกว่าเป็นรถที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ที่มีกิจกรรมหลากหลาย อยากได้รถคันเดียวที่ใช้แล้วคุ้ม

รีวิว Mazda BT 50 1.9 Hi-Racer

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments