แคทตาไลติก ..ตัวกรองไอเสีย ที่มีค่าดั่งทองคำ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่าานมา วงการรถยนต์ ดจะแตกตื่น หลังจาก มีการแชร์ข้อมูล ของเพจรถยนต์แห่งหนึ่งใน Facebook ที่ออกมาเผยพฤติกรรมของร้านแต่งรถที่หนึ่งว่า มีการจัดโปรแคทแลกท่อซิ่ง ให้กับลูกค้า สำหรับใครอยากได้ความเท่ห์เสียงดังเสนาะหูลั่นถนน

หลายคนอาจจะสงสัย เรื่องราวของ แคท หรือ แคทตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ ว่ามัน มีหน้าที่อะไร ทำไมเป็นประเด็นหนักหนา โดยเฉพาะ คำถามทีชวนอดสงสัยไม่ได้ ว่า มันมีราคามากถึง ขนาดที่มีคนออกโปรแบบนี้จูงใจคนอยากแต่งรถ กันเลยทีหรือ

รู้จัก แคท แมวอ้วนรถไอเสีย

“แคท” เป็นชื่อเรียกสั้น ของคนไทยที่ชอบเล่นรถส่วนใหญ่ มันมาแทนคำว่า Catalytic converter หรืออุปกรณ์กรองไอเสีย ปัจจุบนั มีติดตั้งในรถยนต์ทุกรุ่นที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน

หน้าที่หลังของมัน คือการแปรสภาพก๊าซไอเสีย ที่เผาไหม้เหลือจากการสันดาปของเครื่องยนต์ ลดการปล่อยก๊าซอันตราย อาทิ คาร์บอนมอนนอกไซด์ ,ไนตริค ออกไซด์ และ ไนโตรเจนไดออกไซด์ ให้เป็นก๊าซ ที่มีอันตรายน้อยกว่า อาทิ คาร์บอนไดออกไซด์ หรือ น้ำ โดยอาศัยปฏิกิริยาทางเคมี กับกระบวนการทางความร้อน ที่มีอุณหภูมิสูงถึง 400 องศาเซลเซียส ในการเปลี่ยนไอเสีย ให้ปลอดภัยมากขึ้น

ทำไมมีค่า

จุดหลักสำคัญ ของการเปลี่ยนปฏิกิริยาทางเคมี อยู่ที่การใช้ ตัวกรองหลายชั้น ที่มีการบรรจุอยู่ภายใน และในชั้นกรองเหล่านี้ ใช้แร่หายากหรือมีค่า อาทิ ทองคำขาว ,พาลาเดียม , นิกเกิ้ล หรือโรเดี้ยม ช่วยในการทำให้ก๊าซจากเครื่องยนต์ปล่อยไอเสียน้อยลงสู่โลกภายนอก

แร่ต่างๆ ที่เป็นวัสดุภายในนี่เอง เป็นแร่ที่มี่หายาก อันที่จริง, บริษัทผู้ผลิตมองว่าในขั้นตอนการรีไซเคิลรถยนต์ แร่เหล่านี้ที่ถูกย่อยสลายไปจะสามารถถูกย้อนกลับมาใช้ใหม่ได้ และมีประสิทธิภาพสูงในการกรองไอเสียด้วย

เช่นเดียวกัน การมีแร่หายาก ทำให้มันเหมือนทองคำติดใต้ท้องรถ เคลื่อนที่ได้ โดยที่หลายคนอาจไม่ทราบมาก่อน ราคาของแคทตาไลติก ในรถยนต์แต่ละรุ่นมีมูลค่าไม่เท่ากัน เนื่องจากขนาดเครื่องยนต์ใหญ่และเล็กไม่เท่ากัน รวมถึงการปล่อยไอเสียไม่เท่ากัน

ยิ่งรถเครื่องยนต์ใหญ่ แคท ก็มีขนาดใหญ่ตามไปด้วย แน่นอน สิ่งที่ตามมา คือจำนวนแร่ในตัวแคทก็เยอะขึ้น เพื่อใช้ในการกรองไอเสีย ให้มากขึ้นตามริมาตรไอเสียที่ออกจากเครื่องยนต์นั่นเอง

อันที่จริงในประเทศที่พัฒนาแล้ว ความเข้มงวดของการปล่อยไอเสีย ยิ่งทำให้แคทติดรถ มีราคาสูงขึ้น เนื่องจากมีการตรวจวัดปริมาตรไอเสียเป็นประจำ และต้องปฏิบัติตามกฎไอเสียอย่างเคร่งครัด แคทจึงเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและขายได้ จึงทำให้มีราคาสูงขึ้น เป็นเงาตามตัว แคทใหม่ในต่างประเทศ อย่างอังกฤษ อาจจะมีราคาสูงถึง 12,000 -18,000 บาท ถ้าเข้าศูนย์เบิกของใหม่

ทางออกเรื่องนีก็เลยกลายเป็นแคทมือสอง จากประเทศที่ไม่ได้สนใจ อย่างในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ก่อเกิดอาชีพใหม่ อย่างโจรขโมยแคท และการออกเล่ห์เพทุบาย อย่างที่เป็นประเด็น แคทแลกท่อซิ่ง นั่นเอง (แม้จะด้วยความสมัครใจของเจ้าของรถ แต่อาจยินดี เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั่นเอง)

ช่องโหว่กฎหมาย ที่ยังไร้การดูแล

แคทแลกท่อซิ่ง อาจจะเป็นประเด็นใหม่ในสังคมคนอยากแต่งรถ ที่วันนี้ถูกออกมาแฉ จากเพจดัง ทว่าที่จริงความตั้งใจในการเลี่ยงบาลีการกรองไอเสีย มีมานานและเป็นที่นิยมในกลุ่มคนแต่งรถ เนื่องจากภาครัฐไม่มีกฎหมายครอบคลุม อาทิ การตัดแคท ,ทะลวงแคท เป็นต้น รวมถึงยังมีกระบวนการอื่นๆ ดัดแปลงกระบวนการหรือ ระบบบำบัดไอเสียมากมายทีออกมา อย่าง การอุด EGR ตอบสนองคนไม่สนไม่แคร์ โลกร้อน หรือ สุขภาพคนรอบข้าง ไม่ว่าจะทั้งในรถเบนซิน หรือ รถดีเซล

ทั้งๆที่ภาครัฐ ไปบังคับผู้ผลิตแทบตายในเรื่องการปล่อยไอเสีย ให้ทั้งคิดค้นจัดหา และนำเสนอ เทคโนโลยีใหม่ๆ ลงทุนมากๆ ไม่ว่าจะรถไฮบริด มาจนถึง อีโค่คาร์ระยะที่ 2 เป็นต้น แต่ไม่สามารถจะจัดการ ผู้ใช้รถตัวจริงจำนวนมากที่นำรถไปดัดแปลงกระบวนการขจัดไอเสียได้ ทั้งที่เป็นตัวก่อมลภาวะตัวจริง

จากการศึกษากฎหมายที่ตราออกมาในเรื่องเกี่ยวเนื่องกับการปล่อย เราพบว่ากฎหมายควบคุมการปล่อยไอเสียของรถยนต์ในไทย ไม่มีความชัดเจน แม้ว่าจะมีการกำหนดต่อผู้ผลิตในแง่การลดไอเสีย จากบรรดารถรุ่นใหม่ที่ออกวางจำหน่าย กลับกันในแง่ความเป็นจริง กฎหมายเกี่ยวข้องรื่องนี้ มีช่องโหว่ ในระหว่าง พรบ.การจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่มีการปรับปรุงต่อเนื่อง กับ พรบ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535

กฎหมายทั้ง 2 ตัว ทำหน้าที่ควบคุมเรื่องการปล่อยไอเสียที่ออกมาจากรถยนต์ เป็นหลัก และมีการลงดทษซ้ำซ้อนกันอยู่บ้าง หากในความเป็นจริงของการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ก็ไม่สามารถจะตรวจสอบเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน เนื่องจากจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ตรจวัดที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ค่ามาตรฐาน นั่นหมายความถึงต้องมีเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคร่วมปฏิบัติงานตรวจสอบ ด้วย

เป็นหนึ่งในหลายๆ เหตุผล ที่ทำให้รถยนต์ในไทยจำนวนมาก แม้ว่าจะมาพร้อมมาตรฐานไอเสียสะอาด ดูดีเมื่อซือรถใหม่ พอมาอยู่บนถนนจริงๆ ก็มีจำนวนหนึ่งที่ไม่ปล่อยไอเสียตามค่าดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการของเจ้าของรถ และอีกดา้นมาจากการละเลยของเจ้าหน้า เนื่องจากจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ตรวจวัด ในการจับกุม ซึ่งนั่นไม่เป็นความผิดซึ่งหน้า เมื่อเทียบกับ กฎหมายจราจรอีกหลายมาตรา ที่สามารถจับกุมกันง่ายกว่า

ความคิดนี้ที่เราพูดคล้ายกับ ความคิดของ อำนาจ วงศ์บัณฑิต ศาสตราจารย์ ประจำคณะนิติศาสตรฺ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เคยออกวิทยานิพนธ์ เรื่อง มาตรการ ทางกฏหมาย ในการควบคุมมลพิษทางอากาศ จาก ยานพาหนะทางบก (อ่านได้ที่นี่)

ในวิทยานพนธ์ ฉบับดังกล่าวได้ชี้ถึงประเด็นช่องโหว่ทางกฎหมายมากมาย และความซ้ำซ้อนของตัวบทกฎหมายด้วย ยิ่งกว่านั้น ยังมีเรื่องของความยากลำบากของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ภายใต้กฎหมาย ซ้ำร้ายในบางกรณีอำนาจและดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน ยังสามารถ เป็นข้อแก้ขัดว่า รถคันนั้นที่ปล่อยไอเสียมากเกินไป ยังควรจะอยู่บนท้องถนน ได้หรือไม่ด้วย

แคทตาไลติกส์ คอนเวอร์เตอร์ วันนี้ คุณคงรู้แล้วว่าพวกมัน คือปราการด่าานสำคัญในการกรองไอเสียที่ออกจากเครื่องยนต์ ถึงเราจะอยากได้รถแรงสมรรถนะซิ่งได้เมื่อต้องการ แคทแม้ว่า จะต้องยอมรับว่า ทำให้สมรรถนะรถอัดอั้น ไม่ปลดปล่อยอย่างเต็มที่ ไม่ถูกใจคอความเร็ว

หากวันนี้ที่โลกร้อน จนเราต้องติดฟิล์ม นอนเปิดแอร์ทั้งกลางวันกลางคืน เดินกลางแจ้งจนแสบผิว ต้องจัดหาครีมกันแดด ทั้งหมด มาจากการกระทำของพวกเราทั้งสิ้น ถ้าเราช่วยกันได้คนละมือลดไอเสีย ลดการปล่อยก๊าซอันตรายจากปลายท่อ คิดว่าเพื่อลูกหลานของเรามีอนาคต ที่ไม่ต้องมารับบาป จากสิ่งที่เราทำ

ก็ควรหยุดยั้งคิดก่อน ตัดแคท หรือ คิดว่าเอาแคทไปแลกท่อซิ่ง อย่างน้อยที่สุด ซิ่งอย่างมี่ความรับผิดชอบต่อสังคม น่าจะดีที่สุด อย่าให้ความชอบของเรา ไปเดือดร้อนเป็นภาระให้สังคม

Comments

comments