สายระบายไอ… ถอดทิ้งเพื่อสะอาด แรงได้ง่ายจริงหรือ

แบ่งปันเรื่องนี้

ในบรรดาสูตรการแต่งรถที่นิยมทำดกันในสายดีเซลในวันนี้ นอกจากการอุดตัวหมุนเวีนไอเสีย หรือ ที่เรียกว่า อุด EGR ที่เราเคยนำเสนอไปแล้ว ปัจจุบัน เริ่มมีคำแนะนำแปลกๆ ในการถอดสายระบายไอของเครื่องยนต์ทิ้ง และโดยส่วนใหญ่พูดไปในทางเดียวกันว่าปล่อยมันลงถนนเลยครับ

ศัพท์ ภาษาไทย เรียกว่า สายระบายไอ หากในต่างประเทศเรียกเจ้าชุดท่อเดียวกันนี้ว่า Crankcase Breather hose มันถูกขึ้นมาเพื่อลดแรงดัน (ฺBlow By Gas) ที่เกิดในชุดเสื้อสูบ ในระหว่างการทำงานของเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์ทำงานหมุนด้วยรอบสูง จะเกิดแรงดันขึ้นในห้องกลไล ที่ข้อเหวี่ยง ใต้ลูกสูบ เมือแรงดันมากขึ้น มันก็จะพยายามเล็ดรอดไปตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะพวกปะเก็นหรือกระทั่งแหวนลูกสูบ ทำให้ เกิดอาการน้ำมันเครื่องไปปนกับกระบวนการเผาไหม้ หรือร้ายที่สุดปะเก็นซึมนั่นเอง

เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นที่ทราบกันดีว่า กระบวนการทำงานเครื่องยนต์สี่จังหวะจะมีปัญหาดังกล่าวมายาวนานมากแล้ว ด้วยเหตุนี้ เดิมที จึงมีการสร้างท่อหายใจขึ้นมาชุดหนึ่ง ปล่อยออกสุ่อากาศภายนอกโดยอิสระ ภายหลังแนวคิดดังกล่าวถูกยกเลิก เนื่องจากในหลายสถานการณ์ เช่นฝนตก น้ำท่วม ละอองน้ำและความชื้นสามารเล็ดรอดเข้าไปปนกับน้ำมันเครื่อง ทำให้เสื่อมประสิทธิภาพในการทำงาน

แถมยังทำให้อากาศเป็นมลพิษ มีกลิ้นไม่พึงประสงค์ จากไอน้ำมันเครื่อง ที่ออกมา ซึ่งภายหลังไอเหล่านี้ สามารถควบแน่นกลายเป็น ฟิล์มน้ำมันบนถนนได้ สร้างความอันตรายในการขับขี่ จนเป็นต้นตอของอุบัติเหตุด้วย

หนทางการป้องกันอันตรายและ รักษาสิ่งแวดล้อม ถูกคิดค้น โดยหน่วยงานความปลอดภัยทางถนนและคุณภาพอากาศแคลิฟอร์เนีย โดยมองว่า ถ้าอย่างนั้น ก็ควรนำอากาศที่ออกมาจากห้องสูบกลับมาวนเวียนในกระบวนการเผาไหม้ เพื่อทำให้เกิดไอเสียที่สะอาดที่สุด ก่อนจะปล่อยออกสู่อากาศภายนอก

ชุด PCV Valve เป็นอุปกรณ์ ที่ใช้คุมแรงดัน ในระบบจากห้องข้อเหวี่ยง

หลักการดังกล่าว ไม่ได้ต่างจากการปล่อยสายระบายทิ้งออกภายนอก สิ่งที่วิศวกรต้องการ คืออากาศสะอาดที่มีแรงดูเอาแรงดันออกไปอย่างรวดเร็ว จุดใดเลยจะดีกว่า ท่อร่วมไอดี และเพื่อให้แน่ใจว่า การระบายไอจะถูกใช้ในจังหวะที่จำเป็น วิศวกรจึงคิดค้น สิ่งที่เรียกว่า positive Crankcase ventilation หรือ สายช่างอาจรู้จักว่า PCV Valve

เจ้าวาล์วตัวนี้ จะให้แรงดูดจากห้องเผาไหม้ช่วยจัดการดุงไอร้อนใต้ห้องเครื่องออกมา ลดแรงดัน ทำให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ชุดวาล์ว อาจจะมี ตัวกรองเล็กๆ อยู่ นิดหน่อยเพื่อดักจับน้ำมัน ที่ขึ้นมากับไอหากมี ในรถบางรุ่นอาจจะมีชิ้นส่วนที่เรียกว่า oil seperator เอาไว้ดักจับน้ำมันโดยเฉพาะ

ภายหลัง ชิ้นส่วนนี้ ถูกพัฒนานำมาขายตามท้องตลาด ที่เรารู้จักในนาม ถังดักไอน้ำมันเครือง หรือ Oil catch can มันมีเป้าหมายเพื่อดักจับน้ำมันที่มากับไอไม่ให้เข้าไปทิ้งคราบไว้ในท่อร่วมไอดี

ถังดักไอน้ำมัน เครื่องยนต์ มาสด้า
ถังดักไอน้ำมันเครื่องเป็นที่นิยม ในรถแต่งเนื่องจาก มันจะทำให้อากาศ ที่เข้าไปสันดาป สะอาดที่สุด สำหรับ รถบ้าานไม่ได้จำเป้นเลยในเรื่องนี้

ในกรณีรถปกติ ที่ไม่ได้ติดต้งอุปกรณ์ชิ้นนี้ นานวันไป ท่อร่วมไอดี จะคราบน้ำมันปะปนอยู่บ้าง หากก็ไม่ได้เป็นปัญหาต่อการเผาไหม ที่จริง คราบน้ำมัน ช่วยดักจับฝุ่นขนาดเล็กที่ยังผ่านขั้นกรองอากาศมาด้วย ไม่ให้ไปถึงห้องเผาไหม้ หรือเข้าไปจับชุดวาล์วไอดี

ปัจจุบัน วิศวกร ได้นำไอน้ำมัน มาผ่านเพื่อช่วยในการหล่อลื่นชิ้นส่วนอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น หมุนวนกลับไปยัง ฝาบน และ ผ่านไปหน้าปากเทอร์โบด้วย เพื่อหล่อหน้าใบเทอร์โบ ให้ทำงานลื่นเป็นปกติ

ปัจุบัน หลายคนหวั่นใจเรื่องนี้มาก เนื่องจาก ระบบฉีดน้ำมัน แบบ Direct injection ที่เริ่มเข้ามาแทนที่ระบบ Port Injection ในวันนี้ การฉีดน้ำมัน เข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรงมีประสิทธิภาพมากวก่า หากก็ไม่สามารถขจัดครายที่วาลืไอดี ตากสารชะล้างมนน้ำมัน ที่เดิมจะถูกปล่อยปะปนไปกับอากาศ ทำให้นานวัน จะมีคราบสะสมที่ชุดวาล์ว จนหลายคนเกิดความกังวล

สายระบายไอ โดยสรุป คือเป็นสายท่อหายใจ ที่จับเอา แรงดันในห้องข้อเหวี่ยงออกไประบายภายนอก ปัจจุบัน ใช้ไหลวนกับอากาศที่ไปผ่านกระบวนการเผาไหม้ อากาศชุดนี้จะมีไอความร้อนน้ำมันเครื่องปะปน และเกิดเป็นคราบในท่อไอดี ในระยะยาว แต่ไม่ได้สร้างปัญหาในการทำงานกับเครื่องยนต์ แต่อย่างใด ครับ

ไอน้ำมันเครื่องแม้มองว่ามันจะเป็นขยะ แต่ที่จริงมันมีประโยชน์ อยู่บ้าง เช่นน้ำมาหล่อลื่นชิ้นส่วนบางแบบ อาทิ หน้าใบเทอร์โบ และยังช่วยดักจับฝุ่นอีกทาง ส่วนว่ามันแรงหรือไม่ ตรงนี้จะเห้นว่าไม่ได้เกี่ยวกันเลย ทำไป แรงม้า ก็ใช่ว่าจะเพิ่มครับ ถอดสายระบายทิ้งเนี่ย

ดังนั้น มันมีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนมองว่ าเครื่องยนต์ต้องสะอาด หมดจด เพราะหน้าที่ของไอน้ำมันเครืองในวันนี้ มีบทบาทอื่น ให้มันทำหน้าที่ด้วยครับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments