Isuzu New Normal เพชรบูรณ์ ปลายทางแดนมะขาม มีมากว่าที่ตาเห็น

แบ่งปันเรื่องนี้

พูดถึงจังหวัดที่คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด ชื่อของเพชรบูณ์ ดูจะเป็นปลายทางที่หลายคนต่างพูดถึงมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน จังหวัดที่เคยได้ชื่อ ว่า แดนมะขาม มีเสน่ห์มากในธรรมชาติที่ยังงดงาม รวมถึง จุดท่องเที่ยวมากมายที่คอยต้อนรับ คนทุกประเภท 

ในช่วงภาวะไวรัสโควิด  19  ระบาดแบบนี้  ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นสายเลือดหลักที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คนกลัวการติดเชื้อกับตัวเอง ท่องเที่ยวน้อยลงตามไปด้วย วันนี้เราจึงเลือกพาตัวเองไปเที่ยวทั่วไทย สไตล์   New Normal   กับ   Isuzu  

พาหนะวันนี้ไม่ใช่คันไหนไกลไปกว่า   Isuzu  D-Max 1.9  Hi-Lander  รุ่นขับเคลื่อนสองล้อยกสูง ตัวเลือกยอดนิยมของคนไทย เราเลือกรถรุ่นนี้มา ด้วยก่อนหน้านี้ เคยขับในรุ่น 3.0   ลิตร ขับเคลื่อนสี่ล้อกันมาแล้ว ประกอบกับในชีวิตจริง ไม่ใช่ทุกคนจะซื้อรถพร้อมลุยครบเครื่องด้วยราคาขายค่อนข้างสูง ไหนจะค่าบำรุงรักษา ไปจนถึงค่าภาษี ประจำปีด้วย 

การเดินทางของเรา ออกจากกรุงเทพ ตั้งแต่เช้ามืดด้วยหวังว่าจะหนีการจราจรหนาแน่นติดขัด ไม่วาย ด้วยความเป็นวันหยุดยาว เราก็เลยยัง เจอการจราจรหนาแน่น ตั้งแต่ช่วงรังสิตไปยันช่วง ตัวเมืองสระบุรี 

การจราจรเต็มทุกเลนแบบนี้ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่จะกี่ร้อยม้า ก็กระดิกไปไหนไม่ได้ เครื่องยนต์ 1.9  ลิตร  150   แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด 350   นิวตันเมตร เริ่มแสดงความประหยัดให้เราเห็น แม้ว่าจะต้องยอมรับว่า เวลากดคันเร่งรู้สึกไม่ทันใจวัยรุ่นไรนัก หากถ้าไม่รีบร้อนขับเอื่อยๆ ไปเรื่อยๆ ก็จัดว่าเป็นรถให้ความประหยัดพอสมควร 

ตอนมาจอดติดไฟแดง ระบบ  idling stop  ช่วยหยุดการทำงานของเครื่องยนต์เวลาเดินทาง เพิ่มความประหยัดน้ำมัน ไม่เสียเปล่าไปกับการจอดแช่ฟรีๆ 

พ้นตัวเมืองสระบุรีมาได้ เป็นช่วงทางตรงยาว ถนนเสน้นนี้วิ่งสุดปลายทางตัวเมืองเพชรบูรณ์ ตลอดเส้นทางผมใช้ความเร็ว  100-120  เดินทางไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน สิ่งที่ต้องออกปากชม คงเป็นระบบกันสะเทือนที่ทำออกมานุ่มรวลมากกว่า นั่งสบายกว่าตัว  3,000  ซีซี ที่เคยผ่านมือมาก่อน จนศรีภรรยานั่งหลับสบายๆ ไปแบบไม่ล่ำลากัน 

ช่วงใช้ความเร็ว เครื่องยนต์  1.9  ลิตร อาจจะต้องย่ำแรงหน่อย เพื่อให้ชุดเกียร์ช่วยถอยจะได้พุ่งเร่งเร็วไปไวขึ้น ถ้าหากไม่ทันใจ สามารถเลือก   Manual mode   ที่สามารถสับเองได้ตามใจชอบตามจังหวะที่ต้องการ 

เราเดินทางโดยไม่แวะพัก จนมาถึงปลายทางจังหวัดเพชรบูรณ์  ผมเชื่อว่าหลายคนคงทราบกันดีกว่า จังหวัดนี้โดดเด่นเรื่อง มะขามหวาน และยังมีสถานที่พักผ่อนหลากหลายในแถวเขาค้อที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

ก่อนจะมาในทริปนี้ เดือนค้นพบว่ามีจุดแวะพักใหม่ ที่น่าสนใจ และเงียบบรรยากาศดี และทำกิจกรรมได้หลากหลาย ตรงนี้เรียกว่า ทุ่งสมอ เป็นหุบเขาที่คุณสามรถมองเห็นกังหันลม เขาค้อที่เที่ยวใหม่ได้ระยะไกล

แถมนี้มีที่พักขึ้นใหม่มากมาย และหนึ่งในนั้น คือที่พักปลายทางเราวันนี้ Behind เขาค้อ ที่พักเล็กๆ น่ารัก สุดชิค เหมาะกับการนอนกินลมชมดาว

ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมสุดหรู แต่เป็น ที่พัก เต็นท์โดมสำเร็จรูป ที่มีพื้นที่ส่วนตัวของใครของมัน สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ปกติแล้ว ที่พักมักจะมีห้องจำนวนเยอะๆ รองรับแขก แต่ที่นี่จะมีเต็นท์เพียง จำนวน 9  เต็นท์ และรองรับแขกจำนวนจำกัด เพื่อการให้บริการที่ดีที่สุด 

เรามาถึงที่นี่ช่วงบ่าย 2  พวกเขาต้อนรับเราด้วย Afternoon Tea   ชุดอาหารว่างรองท้อง และชาชง สามารถเลือกได้ตามต้องการ ในชุด จะมีแซนวิช และบิสกิต รสชาติอร่อยขั้น ก็ไม่รู้ว่า เพราะเดินทางมาไกล ขับรถมายาวๆ ร่วมๆ 600  กิโลเมตร 

อิ่มื้องเสร็จ เราเข้าเต็นท์ที่พักของเรา จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากเรียบง่าย ในเตีนท์มีเพียงเตียงนอน ชั้นวางของ และปลั้กไฟฟ้า เท่านั้น 

บรรยากาศใกล้ๆที่พัก เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี วิว  360   องศา ด้านหนึ่งคุณจะเห็นทิวกังหันลม ตั้งตระหง่าน เหมาะมากกับสายชอบถ่ายรูป สวยทุกมุม ถ้าอยากออกแรงสักนิด ที่พักก็มีจักรยานให้เรายืมปั่นไปแถวๆ รอบๆ บริเวณ ได้ตามใจฉัน เรื่องความปลอดภัย ก็ไม่ต้องกังวลแถวนี้ไม่มีชาวบ้านอยู่เท่าไรนัก ส่วนใหญ่จะเป็นแขกของที่พัก ซึ่งยังมี อีก  3-4  ที่ที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆกัน  ใครต้องการหลบฉาก เสพบรรยากาศ บอกเลยว่า ตรงทุ่งสมอนี้ เงียบสงบไม่วุ่นวาย

พักผ่อนคืนนี้ ด้วยหมูกระทะเป็นแพ็ตเกจรวบยอดมาจากที่พัก ท่ามกลางบรรยากาศหนาวๆ เพลินๆ กับการดูดาว ให้อารมณ์ การมาพักเขาค้อเปลี่ยนไปอีก แบบ 

วันต่อมา ผมตัดสินใจขับรถไปชมทุ่งกังหันลม ซึ่งจากที่พัก มีระยะทางไม่ไกลมากเพียง  4  กิโลเมตรเท่านั้น อันที่จริง ต้องยอมรับว่า ทีแรกจะปั่นจักรยานไป ตอนออกมาจากที่พัก พนักงานบอกอ่อพี่ไม่ไกลหลอกครับ แค่  4  กิโลเมตรเอง 

สำหรับผมกับเดือน ปั่นจักรยาน  4  กิโลเมตร นี่มันเด็กๆ มาก เราปั่นกันประจำ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เราออกมาแต่เช้าด้วยความลั้นลา ที่พนักงานไม่ได้บอกเราคือ 4  กิโลเมตรที่ว่า ทั้งหมด เป็นทางเขาชัน จนในที่สุด ตัดสินใจวนกลับมาเอารถขับกลับไปจะดีกว่า 

เครื่องยนต์ 1.9  ลิตร กับทางลาดชัน ทางเขา อาจจะเป็นที่กังวลของใครหลายคน เอาเข้าจริง เมื่อย้อนนึกว่ารถกระบะสมัยก่อนไม่ได้มีกำลังเท่าปัจจุบัน มันก็ยังสามารถไปได้สบายๆ 

เวลาขับทางชัน ต้องเดินคันเร่งเยอะหน่อย แต่กำลังเครื่องไปได้สบายมากเหลือๆ แม้จะอืดไปบ้างช่วง ชันหนักๆ ระหว่างขึ้นทางชันไปยังสันเขา ตรงหน้า ผมบอกกับตัวเองว่า คิดถูกแล้ว ที่ไม่ปั่นจักรยานขึ้นมา ตามที่คิดไว้ในทีแรก ทางชันขนาดนี้ จากปั่นอาจจะได้เปลี่ยนกลายเป็นเข็นแทนแน่ๆ

ตรงกังหันลม จุดที่เราขึ้นมาปัจจุบัน มีทุ่งดอกไม้ชาวบ้าน เปิดใหม่ ค่าเข้าคนละ  40   บาทเท่านั้น ช่วงที่เรามาด้วยการท่องเที่ยวซบเซาจึงลดลงเหลือคนละ  20  บาท เข้ามาถ้าใครสายถ่ายรูป น่าจะชอบ มีหลายมุมที่ถูกใจ ไม่ว่าจะชิงช้าชาวขา ดอกไม้แบบต่างๆ 

ถ้าสายชิลเดินกินลม ชมบรรยากาศไปเรื่อยๆ ก็ได้อารมณ์ผ่อนคล้ายเคล้ากินหอมจากดอกไม้บางชนิดที่นี่ จุดถ่ายรูปที่ดูจะเป็นไฮไลท์ คือจุดที่มีพื้นหลังเป็นทุ่งกังหันลม  

เดินชมดอกไม่พักใหญ่ เหลียวมองนาฬิกาอีกที จะ 11  โมงแล้ว ได้เวลาหาที่กินเสกอาหารเข้าท้องกัน

ผมมาเขาค้อก็บ่อย แต่เกือบทุกครั้ง ไม่เคยได้ทานสเต็กชั้นเลิศ ทั้งที่บรรยากาศที่นี่ก็เข้ากันดีไม่น้อย ผมลองถามที่พักเมื่อเช้าก่อนออกมาท่องเที่ยวในวันนี้ ว่า แถวเขาค้อมีร้านสเต๊กไหม พวกเขาแนะนำร้านหนึ่งที่อยู่ริมถนนสายหลัก ที่ใช้ชื่อว่า เลอ ขวด 

ร้าน เลอ ขวด เป็นร้านสเต๊กที่มีชื่อเสียงมากประจำเข้าค้อ อาจไม่ใช่ร้านลุคหรู นั่งดูไฮโซ แต่เรื่องความอร่อยของสเต๊กที่คุณจะได้รับ เรียกว่า เทียบเท่ากับระดับร้านชั้นนำในเมือง เลยทีเดียว 

พี่ขวด เป็นอดีต เชฟเคยทำงานในร้านอาหาร ที่ต่างประเทศมานานกว่า  20  ปี ก่อนคิดถึงบ้านแล้วตัดสินใจว่า จะกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอน ด้วยวิชาที่ได้จากตอนอยู่ต่างประเทศ เชี่ยวาญทางด้านการทำสเต๊ก กลับมาที่นี่ก็เลย มาเปิดร้านของตัวเอง ให้คนไทยได้ลิ้มลองกัน 

คุณสามารถเลือกเนื้อได้ตั้งแต่ เนื้อปกติทั่วไปราคาไม่แพงมาก ไปจนถึง เนื้อนำเข้าริบส์อาย, แองกัส หรือ โทมาฮอค แล้วแต่ว่า คุณจะจ่ายไหวเท่าไร 

ผมสั่ง ริบอายส์ มาลอง เนื้อที่นี่คุณภาพระดับภัตตาคาร แถมที่เด็ดกว่าเนื้อ คือ วิธีการย่างสเต๊ก ขงพี่ขวดเรียกว่า ไม่แพ้ อากหารระดับภัตาคาร ถ้าสั้ง   Medium Rare   ขอให้แน่ใจว่าคุณเป็นคนชอบทานเนื้อกึ่งดิบจริงๆ ผ่าออกมา จะมีเลือดไหลซิบฉ่ำๆ เข้าปากแล้วอร่อยนุ่มลิ้น ถ้าไม่มั่นใจแนะนำว่า สั่ง  Medium Well Done   จะดีกว่า ครับ 

นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ ได้กินสเต๊ก ณ เขาค้อ แอบเสียดาดายตรงพี่ขวด เขาไม่เน้น การตบแต่งร้านมาก อารมณ์นั่งบางทีอาจนึกถึง สเต๊กลุงหนวด ริมทางอยู่บ้าง แต่ก็ได้บรรยากาศชาวบ้านไปอีกแบบ 

อิ่มหนำสำราญ ต้องไปย่อยกันนิด อันที่จริง ทีแรก คิดว่าจะไปขึ้น พระธาตุผาซ่อนแก้ว แต่เห็นรถเยอะ คนแยะหวั่นโควิด เลยไปทำอะไรที่มัน  Adventure  ดีกว่า 

ใครที่เป็นคอลุย สายออฟโรด คงจะเคยได้ยินชื่อเส้นทางผาตัดมาบ้าง ผาตัดเป็นจุดชมวิว หลังพระธาตุผาซ่อนแก้ว มองลงไปเห็นทิวถนน และวิว อลังการ 

ที่จริง ผมเคยเอา  Isuzu  D-Max  V-Cross  ไปพิชิตที่นี่มาแล้ว และด้วยความอยากรู้ว่า  ขับเคลื่อนสองล้อพอจะเดินทางไปได้ขนาดไหน ก็เลยไปลองขับเล่นกัน 

ช่วงเวลาที่เรามาเที่ยว เส้นทางเริ่มต้นก็โหดอยู่ประมาณหนึ่ง เนื่องจากมีร่องลึกต้อนรับตั้งแต่เริ่มต้น ยังดีทางเป็นเลนเป็นโคลน อันจะสร้างความลำบากให้กับเราหลายเท่าตัว 

หลายคนมีข้อสงสัยเสมอว่า รถกระบะขับสองยกสูง มันจะลุยได้สักแค่ไหนกัน เอาจากประสบการณ์ผม ทางลูกรัง ,ทางดินปกติไปได้สบายมาก เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นชัดในการขับลุยครั้งนี้ คุณสามารถใช้แรงบิดฝ่าฟันไปได้ไม่มีปัญหา แม้จะไม่ได้มีกำลังมากถึง 400-500 นิวตันเมตรก็ตามที 

 ความยากลำบากจะเริ่มเห็นขึ้น เมื่อเราเจอทางดินลาดชันมากๆ การไม่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ คุณต้องชดเชยด้วยกำลังขับดันรถไปให้ถึงปลายเนิน จากแทนที่จะค่อยๆไต๋ ปีนไปเดี๋ยวก็ถึง กลายเป็นต้องยัดเต็มจากปลายเนินไปถึงยอดเนินแทน 

ในกรณีที่คุณไม่ทำแบบนั้น ล้อจะมีการลื่นไถลต่อเนื่อง ยิ่งตรงไหนเป็นทรายยิ่งยากหนักเป็น เท่าตัว การขับรถขับสองยกสูง มาลุยทางแบบนี้ต้องอาศัยความชำนาญระดับหนึ่ง ต้องรู้ว่ามุมไหนไปได้ไม่ได้ ที่สำคัญ ต้องระวังที่สุดคือถ้ารถคุณติดหล่ม จะไม่มีทางขึ้นจากการติดได้เลย ไม่เหมือนการขับเคลื่อน ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 

นั่นอาจจะทำให้คุณหมดสนุกวันเที่ยว และเป็นสิ่งที่ต้องระวังมากๆ แต่ถ้าทางที่ไปไม่เละ เป็นทางดินปกติ รถเก๋งไปได้ รับรองว่ารถกระบะขับสองยกสูงสบายมาก และมั่นใจกว่า ด้วยความพร้อมในการลุย รวมถึงไม่ต้องกังวลเวลาผ่านน้ำท่วม 

การมาเพชรบูรณ์คราวนี้ผมไม่ใช่สายเที่ยวแบบจะต้องไปจุดชิคๆ เช็คอินร้านกาแฟ ถ่ายรูปมาดูดี ผมกับเดือน ประเภทเที่ยวเน้นเสพบรรยากาศ​และมีกิจกรรมที่เราชอบ อย่างปั่นจักรยานให้ทำ 

เพชรบูรณ์ อาจจะเป็นปลายทางที่หลายคนก็รู้ดีอยู่แล้วว่า มันเป็นจังหวัดท่องเที่ยวอันดับ  1  โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว ทีผ่านมา เสน่ห์ของที่นี่ คือ บรรยากาศที่เขียวชอุ่มที่พัก และสถานที ที่หลากหลาย เป็นหนึ่งในจังหวะที่เราชอบมา ขับรถง่ายเดินทางสะดวก ด้วยอีกต่างหาก 

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments