Isuzu Mu-X Ultimate 3.0 4WD VS Toyota Legender 2.8 4WD ใครเจ๋งกว่ากัน

การเปิดตัว   Isuzu  Mu-X  เมื่อสัปดาห์ทีผ่านมาได้สร้างกระแสความสนใจต่อวงการอเนกประสงค์จากกระบะ หรือ   PPV   กันอีกครั้ง เมื่อการกลับมาของรถรุ่นนี้ได้เขย่าวงการด้วยการให้ออพชั่นแบบมาหนักจัดเต็มอย่างที่ไม่มีใครคิดว่าจะเห็นมาก่อน จนเราอดไม่ได้จะให้มันมาเจอคู่แข่งอย่าง  Toyota  Fortuner Legender

เกมการเปลี่ยนแปลง   Isuzu  Mu-X   ใหม่ ได้ทำให้ค่ายรถยนต์อีซูซุ เป็นที่พูดถึงอย่างมาก และการเปลี่ยนแปลงนี้ เห็นทีเราจะอดไม่ได้ที่จะมาเปรียยบเปทียบกับคู่แข่งรายสำคัญในเชิงรายละเอียดทางเทคนิค ว่าใคร น่าสนใจกว่ากัน โดยเฉพาะเมื่อจับรุ่นท๊อป ชนรุ่นท๊อป

ภายนอก

โตโยต้่า จัดการเปลี่ยนแปลงเจ้า  Toyota  Fortuner  ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมเราเอารุ่น  Legender   มาเปรียบเทียบ ไม่เาอารุ่นธรรมดา มาเปรียบมันจะได้ดูสู่สีเท่ากัน

ทุกคนต่างรู้ดีว่า Legender   เป็นอดีตรุ่น  TRD   ซึ่งยุติการทำตลาดในชื่อดังกล่าว ตัวเลนเจนเดอร์ จึงถือเป็นรถตัวรุ่นพิเศษที่ทาง อีซูซุเอง ก็ยังไม่ได้ประกาศออกมาขายในคราวเดียว และยิ่งกว่านั้นทางโตโยต้า ปรับการให้ออพชั่นเครื่องยนต์ ให้เครื่อง 2.8 ลิตร มีเฉพาะในเลนเจนเดอร์เท่านั้น

ส่วน  Fortuner   รุ่นปกติ ทั้งหมดจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตรทั้งไลน์อัพ ไม่มีทางเลือกให้กับลูกค้า เหมือนในรุ่นเดิม (เราเลยต้องมาเปรียบกับในตัวแต่ง)

Toyota Fortuner Legender แตกต่างจากรุ่นปกติ ด้วยการอัพหน้าตาตัวรถให้สปอร์ตคมเข้มมีความทันสมัยมากกว่าตัวปกติที่จะขลับไปในทางความหรูหรามากกว่า เจ้า  Legender  นี้เน้นให้ความสปอร์ตมากกว่า ตั้งแต่ด้านหน้าจรดบั้นท้าย

กันชนหน้า กระจังหน้าสีดำ เปลี่ยนแปลงให้น่าใช้งาน ไฟหน้า บีบขนาดให้เล็กลง ในโคมให้ไฟส่องสว่าง  LED Dual Projector   พร้อมไฟเลี้ยว  Sequential   หรือไฟวิ่ง ทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง  ประตูหลังเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ  kick active ด้านล้ออัลลอยภายนอก ติดตั้งขนาด 20 นิ้ว คนละลายกับรถในตัวเวอร์ชั่นปกติให้ยางขนาด 265/50 R20

Toyota Fortuner Legender เป็นรุ่นแต่งพิเศ๋ที่มีการเพิ่มความสปอร์ต ทั้งการตบแต่งและสมรรถนะการขับขี่

ด้าน  Isuzu  Mu-X  กลับมาคราวนี้เปลี่ยนวิธีการเรียกใหม่ ชื่อรุ่นท๊อปใช้นามขานว่า  Ultimate   มาแนวคล้าย   Legender  ตรงรุ่นท๊อปเท่านั้น ที่คุณจะมีโอกาสเลือก เครืองยนต์ 3.0 ลิตร

การออกแบบภายนอก มิว เอ็กซ์ ต่างจาก Legender   ตรงที่นี่ไม่ใช่รุ่นพิเศษ แต่มันก็คือ   Isuzu Mu-X   ปกติในเวอร์ชั่นท๊อปออพชั่น งวดนี้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าออกแบบมาน่าใช้งานมากๆ ตัวรถมาพร้อมไฟหน้า ที่มีความโฉบเฉี่ยวดูดีมีความทันสมัย  ให้ชุดไฟโปรเจคเตอร์ ในโคมมีไฟ  Day Time Running Light   ช่วยในการส่องสว่าง

กระจังหน้าเป็นโครเมี่ยมให้ความหรูหรา ดุมีความภูมิฐาน มาพร้อมไฟตัดหมอก  LED   และ ไฟท้าย Winglet Signature LED   ภายนอกแต่งเพิ่มด้วยโครเมี่ยมและสีทังสเตน ให้ประตูท้ายไฟฟ้า ติดตั้งล้ออัลลอยขอบ 20 นิ้ว  ลายใบพัด พร้อมยาง 265/50/R20 ตอบเรื่องการใช้งาน

Isuzu  MU-X Test Drive

Isuzu  MU-X Test Drive

Isuzu  MU-X Test Drive

ด้านมิติตัวถัง  Isuzu  มีความยาว 4,850 มม. กว้าง 1,870 มม. และสูง 1,875 มม. มีระยะฐานล้อ 2,855 มม. มีระยะต่ำสุดจากพื้นถึงท้องรถ หรือ  Ground Clearance   235  มม. (วัดถึงเสื้อเพลา)

ทางด้าน Toyota Legender มีขนาดตัว 4,795 มม. กว้าง 1,855 มม. สูง 1,835 มม. มีระยะฐานล้อ 2,750 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงท้องรถ  193 มม.

เมื่อเปรียบเทียบในแง่ขนาด คุณจะพบว่า ขนาด  Isuzu  Mu-X   ใหญ่กว่า 55. มม. กว้างกว่า 15 มม. และ สูงกว่า  40 มม. และยังมีระยะฐานล้อยาว 105 มม. ความสูจากพื้นถึงใต้ท้องรถก็สูงกว่า 42 มม.

และถ้าพูดกันตามความเป็น  Isuzu  Mu-X   คือ   Model Change   ส่วน  Toyota  Fortuner   คือ  Minor Change   (ฺBig Revise)

ภายใน

ก้าวเข้ามาในห้องโดยสาร Isuzu  MU-X   ให้ภายในสีเดียว  Saddle Brown  ออกน้ำตาลทอง สีอ่อนๆ ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ถูกจริต กับการใช้งานที่ต้องสมบุกสมบัน อาจจะเลอะเทอะเปรเปื้อนได้ โดยเฉพาะยามต้องบุกป่าฝ่าดง

เบาะนั่งมาพร้อมหนังพิเศษ ที่เรียกว่า   Cool Max   เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง คนนั่งปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง  เบาะแถว 2 พับได้ 60/40 และ แถว 3 พับได้ 50/50

เรือนไมล์ เป็นแบบ เรืองเสง พร้อมจอแสดงข้อมูลแบบ  TFT  แผงประตู หุ้มสี   champagne Gold  และมีไฟ  Ambient  Light ให้มาในรุ่นท๊อป

ที่แปลกตา คือเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว พร้อมช่อง  DVD 1  แผน ขับผ่านลำโพง 8 จุด รวมทวีตเตอร์ หน้า -หลัง (เท่ากับ มีลำโพง 4 จุดในห้องโดยสาร)  ระบบปรับอากาศแยกได้ 2 โซน ตามความต้องการ ซ้าย-ขวา มีช่องเสียบไฟฟ้า 220 V   และช่อง USB   ชาร์จเร็ว

พวงมาลัยมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและระบบ   Adaptive Cruise Control  มาให้ หลังพวงมาลัย ติดตั้ง  Paddle Shift   มาครบเครื่อง ด้วย

ทางด้าน Toyota Fotuner Legender  ถูกจริตผู้ใช้มากกว่าด้วย ภายในเบาะนั่งหนังสีดำ สลับแดง และภายในทั้งหมดเป็นสีดำ เบาะคู่หน้าออกแบบมาให้ความสปอร์ตตอบโจทย์ลูกค้า ปรับไฟฟ้าทั้งฝั่งคนขับและคนนั่ง ไม่ว่าเลือนหน้าถอยหลัง  เอน และ สูงต่ำ หรือ พูดให้เข้าใจง่ายให้ไฟฟ้า 6 ทิศทาง ทั้งฝั่งคนขับและคนนั่งด้านหน้า

เหมือนเช่นเดิม เบาะแถว 2 สามารถปรับพับได้ 60/40 เบาะนั่งตอน 3 ปรับพับได้ 50/50 เป็นแบบเอนและพับเก็บ

ด้านมาตรวัด เป็นเรืองแสงออกแบบเฉพาะรุ่น Legender มีจอแสดงข้อมูล TFT  มีไฟปรับอารมณ์มาให้ด้วย

ส่วนเครื่องเสียงเป็นหน้าที่ของ จอสัมผัส 9 นิ้ว พร้อมชุดเครื่องเสียงสุดกระหึ่มจาก JBL   ให้พลังขับผ่าานลำโพง 11 ตัว 9 ตำแหน่ง ทั่วห้องโดยสาร  และยังมีระบบ  T Connect Telematic  มาให้ใช้ เชื่อมต่อดูข้อมูลต่างๆ ในตัวรถผ่านมือถือ

เรื่องความสบายในการโดยสารเป็นหน้าที่ของระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ไม่แยกโซน ซ้ายขวา แต่เบาะนั่งแถว 2 มี ช่องปรับอากาศ เป่าลมอัตโนมัติมาให้ และสะดวกกว่าด้วยที่วางชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย  wireless Charger  ตอบความสบายเหนือระดับ

 

การวิศวกรรม

ด้านเครื่องยนต์ทั้งคู่ต่างมาพร้อมขุมพลังดีเซลขนาดใหญ่ ตอบสนองการขับขี่เพื่อการเดินทางอย่างแท้จริง

ทางด้าน  Toyota  Fortuner Legender   พกเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า   สูงสุด ที่ 3,400 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 -2,800 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์เองได้ ทั้งจาก Sequentail Shift   และ  Paddle Shift   ได้ตามต้องการ

จุดเด่นของ  Fortuner  ที่สำคัญอยู่ที่การมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 โหมดได้แก่ Normal, Eco  และ  Power   ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อก็มีเทคโนโลยี  Sigma Four  ติดตั้งระบบป้องกันล้อหมุนฟรี  A-TRC   และยังมี  Auto Limited Slip  ติดตั้งมาให้ด้วย

ส่วนระบบกันะสเทือนเป็นแบบ อิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ทางด้านหน้า ด้านหลังใช้ ฟร์ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ทั้งหมดมาพร้อมโช๊คอัพพิเศษเฉพาะรุ่น ให้ระบบควบคุมพวงมาลัยแบบแปรผันแรงดัน หรือ  Variable Flow Control (VFC)  ช่วยให้การควบคุมมีการตอบสนองตามความเร็วในการขับขี่

ด้าน  Isuzu MU-X   รุ่นครืองยนต์ 3.0 ลิตร ให้กำลังเท่ากับ  Isuzu D-max   ที่  190 แรงม้า สูงสุดที่ 3,600 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,600 รอบต่อนาที   ขับผ่านชุดเกียร์ออโต้ 6 สปีดเหมือนกัน สามารถปรับได้ทั้งจาก REV Tronic   และ  Paddle Shift

การขับเคลื่อนสี่ล้อมีระบบ  Rough Terrain Mode   ช่วยควบคุมการทำงานของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ให้ตอบสนองได้กับอุปสรรคในการขับขี่ เป็นหนึ่งในไฮไลท์ใหม่ของอีซซุ

ด้านระบบช่วงล่างไม่หนีกันมาก ด้วยระบบช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลงทางด้านหน้า และ ระบบ ไฟว์ ลิงค์ ทางด้านหลังพร้อมเหล็กกันโคลง ทุกรุ่นใช้โช๊คอัพแก๊ส เพื่อการตอบสนองเร็วกว่าปกติ แต่ไม่ได้ปรับแต่งเป็นพิเศษแบบ   Legender   ระบบพวงมาลัยผ่อนแรงปกติด้วยครับ

ระบบความปลอดภัย และช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่

ทางด้านความปลอดภัย หลายคนฮือฮากับ  Isuzu   ที่แนะนำระบบ  Isuzu  Matrix  Safety Intelligent   ทำงานผ่านกล้อง 2 ตัว ทั้งหมดมีให้ในรถรุ่น   Ultimate   เท่านั้น  ได้แก่

  • ระบบเตือนก่อนการชนทางด้านหน้า
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • ระบบแจ้งเตือนรถออกนอกเลน
  •  ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิด
  • ระบบเบรกอัตโนมัติหลังเกิดอุบัติเหตุ
  • ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
  • ระบบจำกัดความเร็วของตัวรถด้วยตัวเอง
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา
  • เตือนมุมอับสายตา ขณะถอยหลัง (RCTA)

ส่วนเรื่องความสะดวกสบาย ครบทั้งระบบ  Full Range  Adaptive Cruise Control  พร้อมฟังชั่น Stop and Go  รวมถึงยังมีระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อม   Brake Hold  มาให้ใช้งาน  ตลอดจนยังมีระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน และ ระบบช่วยลงทางลาดชันมาให้ รวมถึงระบบควบคุมการส่ายของพ่วงท้าย

 

ทางด้าน Toyota  Fortuner Legender  ความปลอดภัยอาจจะไม่มากเท่า แต่ก็พอจะมีมาให้เห็นบ้าง เช่นระบบ เตือนการออกนอกเลน พร้อมบังคับทิศทางพวงมาลัยเมื่อออกนอกเลน ,ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) และยังมี ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Cruise Control)  มาให้ด้วย ซึ่งจะเห็นว่า มันมีระบบน้อยกว่าของคู่แข่งอยู่พอสมควร

ส่วนระบบช่วงออกตัว และ ช่วยลงทางลดชันมีมาให้เหมือนกัน ตลอดจนยังมีระบบควบคุมการส่ายของพ่วงท้ายติดปลายนวมมาด้วย

 

บทสรุป Isuzu Mu-X Ultimate 3.0 4WD VS Toyota Legender 2.8 4WD คันไหนน่าซื้อ

มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคน คงจะตั้งคำถามว่าคันไหนน่าซื้อ กว่ากัน ถ้าวัดกันตามรายละเอียดทางเทคนิค ที่มีการเปิดเผยออกมา ต้องยอมรับว่า  Isuzu  MU-X   มีภาษีดีกว่า ทั้งในแง่ราคาจำหน่ายเพียง 1,579,000 บาท กับออพชั่นต่างๆที่ให้ บวกกับความหรูหราในสไตล์ใหม่ที่น่าสนใจ กว่ารุ่นเดิม อย่างไม่ต้องสงสัย

แต่กลับกัน ถ้ามองให้ดี คุณจะพบว้า  Toyota Fortuner Legender   ก็มีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ราคาของมันอาจจะแพงกว่า ถึง 260,000 บาท แต่ว่า คุณได้สไตล์สปอร์ตทันสมัยไม่เหมือนใคร ครบเครื่องด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าบางอย่าง ทั้งแรงม้าและแรงบิด มี 3 โหมดการขับขี่

อาทิ โช๊คอัพพิเศษเฉพาะรุ่น , ระบบพวงมาลัยแบบแปรผันการตอบสนอง  VFC เครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะการขับขี่มากกว่า  ,ประตูท้ายมีระบบ  kick active  และสไตล์สปอร์ตเฉพาะรุ่น ดูน่าใช้งานไปอีกแบบ

ที่สำคัญที่สุดภายในสีดำ ซึ่งหลายคนชอบมากกว่า ภายในสีน้ำตาลทอง ด้วยความกังวลเรื่องการดูแลรักษาในระยะยาว รวมถึงยังระบบเชื่อมต่อ  T Connect Telematic  ด้วย

ดังนั้น ภาพของ   Fortuner Legender  ตอบเรื่องการขับขี่ที่เร้าใจให้ความรูสึกสปอร์ต ทั้งตัวรถ และการขับขี่ กลับกัน   Isuzu MU-X   งวดนี้จัดเต็มความหรูหรา และความปลอดภัยที่เหนือชั้นกว่า อย่างเห็นๆ

Comments

comments