IIHS ออกเกณฑ์ทดสอบ “ระบบแจ้งเตือนการรัดเข็มขัดนิรภัย” มีรถทำคะแนน “ดี” เพียง 2 จาก 26 คัน

แบ่งปันเรื่องนี้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายหน่วยงานที่เกิดขึ้นเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของยานพาหนะ ต่างพากันปรับปรุงเกณฑ์การให้คะแนนความปลอดภัยให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ และหนึ่งในเกณฑ์การให้คะแนนล่าสุดโดยหน่วยงาน IIHS ก็คือ “ระบบแจ้งเตือนเข็มขัดนิรภัย”

“ระบบแจ้งเตือนเข็มขัดนิรภัย” ถือเป็นระบบความปลอดภัยใหม่ที่เกิดขึ้นมาได้พักใหญ่ และแม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับผู้ใช้โดยตรง เช่นเดียวกับระบบช่วยเหลือผู้โดยสารอย่างอื่นๆ แต่มันก็เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำให้ผู้ใช้รถ อยากที่จะคาดเข็มขัดนิรภัยมากขึ้น ทว่าทั้งนี้ไม่ใช่เพราะว่ามันทำให้ผู้ใช้ตระหนักถึงความปลอดภัยที่ได้รับจากการใช้เข็มขัดนิรภัย แต่เป็นเพราะความรำคาญใจจากเสียงของระบบแจ้งเตือนที่ว่านี้ต่างหาก

ดังนั้น สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนความปลอดภัยในเรื่อง “ระบบแจ้งเตือนเข็มขัดนิรภัย” โดยหน่วยงาน IIHS ที่ว่านี้ จึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับ “ความดื้อดึง” หรือ “ความขี้ตื้อ” ของระบบดังกล่าวเป็นหลัก ว่ามันจะมีความพยายามมากแค่ไหน ในการแสดงและแจ้งเตือนผู้ใช้รถ หันมารัดเข็มขัดนิรภัยทุกคน

และจากหลักการพิจารณาในขั้นต้น ปรากฏว่ารถยนต์กลุ่มแรกที่ได้เข้าร่วมการทดสอบ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรถยนต์กลุ่ม SUV ขนาดกลาง และ SUV ขนาดเล็ก รวมถึงรถ Crossover จำนวน 26 รุ่น ก็มีเพียงรถแค่ 2 รุ่นเท่านั้น ที่ผ่านการให้คะแนนในระดับ “ดี” นั่นคือ Subaru Ascent และ Subaru Forester ขณะที่มีอีก 7 คัน ที่ได้คะแนนในระดับ “พอรับได้” ส่วนอีก 12 คันที่เหลือได้คะแนนในขั้น “แย่”

โดยตัวรถที่สามารถผ่านเกณฑ์การให้คะแนนระบบแจ้งเตือนการรัดเข็มขัดนิรภัยนั้น หลักๆแล้วทาง IIHS ได้มีการตั้งเงื่อนไขเอาไว้ว่า เสียงแจ้งเตือนของระบบจะต้องดังพอที่จะทำให้ผู้โดยสารในรถได้ยินทุกคน ไม่ว่าจะนั่งอยู่ในเบาะนั่งตำแหน่งใดก็ตาม และระบบจะต้องแจ้งเตือนอย่างน้อย 90 วินาที สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และ 30 วินาที สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง รวมถึงต้องมีดวงไฟสัญลักษณ์ของระบบแจ้งเตือนนี้ใส่มาให้ที่หน้าจอมาตรวัดด้วย มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์การให้คะแนนในระดับนี้ทันที

และจากรายงานโดย IIHS ระบุว่า สาเหตุที่ตัวรถ Subaru Ascend กับ Subaru Forester สามารถผ่านเกณฑ์การให้คะแนนระบบแจ้งเตือนการรัดเข็มขัดนิรภัย ในระดับดีมาได้นั้น ก็เป็นเพราะ บนหน้าจอมาตรวัดยังมีไฟสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยในห้องโดยสารไว้อย่างชัดเจน แถมยังแจ้งเตือนหมดไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสารบนเบาะแถวตอนหน้าหรือแถวตอนหลัง (ปกติรถหลายๆรุ่นจะมีการตรวจจับเฉพาะที่เบาะคู่หน้า)

ที่สำคัญคือ นอกจากระดับเสียงแจ้งเตือนการรัดเข็มขัดนิรภัยของพวกมันนั้น จะมีความดัง ที่จัดว่าดังมากๆแล้ว มันยังเป็นระบบที่จะไม่ยอมดับเสียงแจ้งเตือนเด็ดขาดจนกว่าผู้โดยสารจะรัดเข็มขัดนิรภัย หรือก็คือต่อให้ขับเป็นชั่วโมง ถ้าผู้โดยสารไม่รัดเข็มขัดนิรภัยระบบก็จะดังอยู่อย่างนั้นตลอดทาง (เว้นเสียแต่ว่าจะลักไก่ เอาเข็มขัดนิรภัยอ้อมหลังและใช้หัวเข็มขัดเสียบเข้าไปเพื่อให้ระบบเงียบ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสุดวิสัย และถือเป็นความเสี่ยงของผู้โดยสารเอง ที่ประมาทเลินเล่อในจุดนี้)

ส่วนหนึ่งในตัวอย่างของรถที่ได้คะแนนระบบแจ้งเตือนการรัดเข็มขัดนิรภัยในขั้น “แย่” ก็คือ Honda HR-V ที่ทางหน่วยงาน IIHS ระบุว่า เสียงแจ้งเตือนของมันนั้นเบาเกินไป ซึ่งมันเบาจนขนาดที่ว่าเสียงแจ้งเตือนอาจโดนกลบได้ง่ายๆจากเสียงรบกวนในห้องโดยสาร, ไม่เพียงเท่านั้นยังดังแค่เพียง 5 วินาที และจะหยุดไปอีก 5 วินาที แล้วถึงจะกลับมาดังอีกรอบเป็นเวลา 5 วินาที ซึ่งแทบไม่ได้ช่วยสร้างความรำคาญให้กับผู้โดยสารที่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยเท่าไหร่นัก ส่วนตัวสัญญาณแจ้งเตือนเองก็มีสัญลักษณ์ที่ดูไม่ชัดเจนมากพอสำหรับการแจ้งเตือนว่าผู้โดยสารตอนหลังไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัย

และอย่างที่เราระบุไว้ในข้างต้นว่า ในการให้คะแนนระบบแจ้งเตือนการรัดเข็มขัดนิรภัยโดยหน่วยงาน IIHS ครั้งนี้ ยังเป็นแค่เพียงการให้คะแนนรถยนต์ในกลุ่ม SUV ขนาดกลาง และขนาดเล็กเท่านั้น ยังไม่ได้มีการนำรถยนต์รูปแบบอื่นๆมาทดสอบเพิ่มเติม ซึ่งเราคงต้องรอการอัพเดทข้อมูลกันต่อไปในช่วงเวลาอันใกล้นี้

ข้อมูลจาก Carscoops

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments