“ระบบ Idling Stop System” ควรมีให้ใช้ใน รถกระบะ แล้วหรือยัง ?

แบ่งปันเรื่องนี้

ระบบ “Idling Stop System” หรือ “ISS” คือ ระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะจอดหยุดนิ่ง ระบบแบบนี้มานานไม่น้อยกว่า 10 ปีเข้าไปแล้ว เดิมที มีอยู่ในรถเก๋ง อีโค่คาร์ จนวันนี้ เริ่มมาถึงกระบะ ซึ่งมีน้อยรุ่นจะติดตั้งระบบนี้เข้ามา

ก่อนอื่น สำหรับท่านที่ไม่รู้มาก่อนว่าระบบ “Idling Stop System” คืออะไร ? แท้จริงแล้วมันก็มีหลักการทำงานง่ายๆ ตามชื่อของมัน นั่นคือเ ป็นระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ เมื่อระบบตรวจพบว่ารถจอดนิ่งๆอยู่กับที่ ไม่มีการเคลื่อนไหว และจะสตาร์ทเครื่องยนต์ให้แบบอัตโนมัติอีกครั้ง เมื่อผู้ขับขี่ทำการปล่อยเบรก หรือเติมคันเร่งเพื่อออกตัวจะขับรถไปต่อ

เหตุผลง่ายๆที่ระบบ Idling Stop System ถูกติดตั้งเข้ามา ก็เพื่อตัดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงที่ไม่จำเป็นในตอนที่รถจอดอยู่นิ่งๆไม่ได้เคลื่อนที่ มันจะช่วยประหยัดน้ำมันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราขับรถอยู่ในการจราจรติดขัด มีไฟแดงให้ต้องจอดอยู่บ่อยครั้งแล้ว ในทางวิศวกรรม มันยังช่วยลดการปล่อยมลพิษ รวมถึง ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ ที่ต้องทำงานสูญเปล่าไป เวลาคุณไม่ได้ขับเคลื่อน

เครื่องยนต์ดีเซ ในรถกระบะ อาจมีความสามารถในการประหยัดอยู่เป็นทุนเดิม แต่ยังไง เสียมันก็ยังต้องใช้น้ำมันในการสันดาป ราคาน้ำมันดีเซล ก็ใช่ว่าจะถูกนัก ผู้ผลิตบางค่าย จึงเริ่มติดตั้ง ระบบ “Idling Stop System” มาให้รถกระบะ นับว่าเป็นผลดีไม่น้อย แต่ก็ยังไม่กว้างขวาง จนเป็นมาตรฐาน ที่มีทุกรุ่นทุกยี่ห้อ อย่างที่ควรจะเป็น

สาเหตุ ที่เรามองว่า ระบบ นี้ควรเริ่มใส่มาเป็นมาตรฐานในรถยนต์รุ่นใหม่ เนื่องจาก เครื่องยนต์ดีเซล ในรถกระบะ มีขนาดใหญ่ ปล่อยไอเสียเยอะ รถกระบะปัจจุบัน มีขนาดเล็กสุด เป็นเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร ใน Isuzu D-max เครืองยนต์ตัวนี้ ตามข้อมูลจาก Eco Sticker ยังปล่อยไอเสีย 171 กรัม ต่อกิโลเมตร นั่นมากกว่ารถอีโค่คาร์ ระยะที่ 2 เกือบ 50% และ ปล่อย มากกว่า อีโค่คาร์ ระยะที่1 ราวๆ 30%

การปล่อยให้เครื่องยนต์ดีเซล ในรถกระบะ ทำงานอย่างพร่ำเพรื่อ เมื่อไม่ขับขี่ก่อให้เกิดมลภาวะ สะสม โดยเฉพาะในเขตเมือง ซึ่งนิยมใช้รถกระบะเพื่อขนส่งสินค้า สำหรับผู้ประกอบการ มันไม่ต่างจากการเอาเงินไปเผาเล่น เมื่อรถไม่ได้ขับเคลื่อน ก็ผลาญน้ำมัน อย่างสิ้นเปลือง โดยใช่เหตุ ด้วย

Isuzu ติดตั้ง ระบบหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ ชั่วคราว มาให้แล้วในรถกระบะ 1.9 แต่ ลูกค้าไม่ค่อยใช้

แต่ในขณะเดียวกัน ระบบ “Idling Stop System” จำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง ต้องถูกออกแบบมาให้รองรับกับการทำงานของมันด้วย ยกตัวอย่างเช่น

  • ไดสตาร์ท : ที่ต้องถึกและทนกว่าเดิม เนื่องจากมันต้องทำงานบ่อยขึ้น จากการที่ระบบคอยดับเครื่องและสั่งให้มันสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่ทุกครั้งที่ผู้ขับขี่ต้องการออกตัว ซึ่งปกติไดสตาร์ทของรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลก็ต้องทำงานหนักกว่าเครื่องยนต์เบนซินอยู่แล้ว เนื่องจากเครื่องยนต์ดีเซลมีกำลังอัดสูง ซึ่งต้านการทำงานของไดสตาร์ทมากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน
  • ไดชาร์จ : ที่ต้องชาร์จไฟได้แรงกว่าเดิม เนื่องจากตอนที่รถดับเครื่องยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด จะสูบประจุไฟจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทำให้เมื่อรถติดเครื่องใหม่อีกครั้ง ไดชาร์จจะต้องสามารถชาร์จประจุไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ได้ดีกว่าเดิม มิเช่นนั้นไฟแบตฯก็จะหมดไวเป็นอย่างมาก
  • แบตเตอรี่ : ต้องถูกออกแบบมาให้รองรับการทำงานร่วมกับระบบ ISS ทั้งในเรื่องความจุไฟ ที่ต้องสำรองเอาไว้มากกว่าปกติ ตอนที่ไม่มีกระแสไฟชาร์จกลับเข้ามาจากไดชาร์จ และก็ยังต้องรองรับปริมาณไฟจากไดชาร์จที่แรงกว่าเดิมได้ เพราะหากเป็นแบตฯที่ไม่รองรับ มันก็อาจจะเกิดปัญหาความร้อนขึ้นได้ง่ายๆเนื่องจากมีประจุไฟเข้ามาสู่ตัวมันเองมากเกินไป

นอกจานี้ ยังมีชิ้นส่วน เกี่ยวเนื่อง อื่นๆ อาทิ ยางแท่นเครื่อง ที่ต้องคอยรับแรงสั่นสะเทือน เมื่อเครื่องยนต์กระชากตอนติดเครื่อง รวมถึง ระบบปรับอากาศ ที่ต้องสามารถยังจัดการความสบายในห้องโดยสารได้ ให้มีผลกระทบกับความสบายในการโดยสารน้อยที่สุด

โจทย์ต่างๆ เหล่านี้ เป็นหน้าที่ของวิศวกร ปัจจุบัน รถกระบะชั้นนำ อย่าง มิตซูบิชิ และ อีซูซุ ก็เริ่มทำให้เครื่องยนต์ของพวกเขาลดการปล่อยไอเสีย ด้วยการติดตั้งระบบดังกล่าวเข้ามาตอบสนองในการใช้งาน

อย่างไรดี ถึงเราจะอยากให้รถกระบะ มีระบบนี้เข้ามา แต่ส่วนหนึ่งที่บริษัทไม่ติดตั้งระบบนี้เข้ามาส่วนใหญ่ มาจากนิสัยคนไทย ขี้รำคาญ ถ้าคุณจะต้องขับรถที่มีการติดๆ ดับๆ หลายคนมักมองว่าไม่สะดวก เสียจังหวะในการขับขี่ ,ออกตัวไม่ทันใจ และ อีกสระพัด เหตุผล ที่จะออกมาแซ่ซ้องว่า ระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์แบบนี้ไม่มีประโยชน์

ประเด็นนี้ ยังไม่ต้องถึง รถกระบะ ก็มีให้เห็น อย่างในรถเก๋ง อีโค่คาร์ทั้งหลาย ลูกค้า มักจะบ่นว่าไม่มีประโยชน์ ไม่เห็นผลในการทำงาน ซึ่งที่จริง ผู้ผลิต ทำให้ระบบปิดได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าขี้รำคาญทั้งหลาย และที่จริง เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะรถยุโรปเครื่องดีเซล หลายรุ่นก็มีมาให้นานแล้ว

การมี ระบบ “Idling Stop System” ในเครื่องยนต์ดีซล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถกระบะ ส่งผลดี ต่อเรื่องความประหยัดน้ำมัน สิ่งที่สังคมได้ตามมาคือการลด การปล่อยไอเสีย ลดการปล่อย PM 2.5 รถกระบะยุคนี้ มีราคาสูงขึ้นต่อเนื่องจากการอัดออพชั่นมาให้ใช้

ลองคิดว่า ถ้าออพชั่นนั้นที่บริษัทรถยนต์ใส่เข้ามา ช่วยคุณประหยัด ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หรือ ต้นทุนการดำเนินการ คุณว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน เพียงแต่เราอาจจะต้องมาปรับพฤติกรรมการใช้รถสักหน่อย เวลาอยู่บนถนน ก็แค่นนั้นเอง

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments