Hyundai Staria ยานอวกาศ วิ่งได้ พลังเหลือ นั่งสบาย … ที่ต้องติก็มีบ้าง

แบ่งปันเรื่องนี้

ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ฮุนได อยู่ยงคงกระพันด้วยรถตู้สำหรับครอบครัวในนาม Hyundai H1 ที่ออกมาเอาใจแล้วขายมานานหลายปี การปรับสู่ยุคใหม่ทางฮุนได ตัดสินใจปรับรถคันนี้ให้เป็นครอบครัวมากขึ้น ตอบสนองการใช้งานดีกว่าเดิม ภายใต้ ชื่อใหม่ “Hyundai Staria”

ระหว่างช่วงที่คนไทยกำลังปลื้มปิติกับวันสงกรานต์ ทางค่ายรถยนต์เกาหลีได้เปิดตัวรถยนต์ Hyundai Staria ออกมาในระดับโลก เป้าหมายของรถรุ่นนี้คอืการที่รถยนต์อเนกประสงค์ MPV ถูกพัฒนาให้มีความทันสมัยมากขึ้น ตั้งแต่ภายนอกจรดภายใน ทั้งยังปรับภาพจาก H1 ที่ดูหลายมุมยังมีความเป็นเชิงพาณิชย์ มาสู่การใช้งานในรูปแบบรถครอบครัวมากขึ้น

ทุกอย่างใน รถรุ่นนี้ เรียกว่า เริ่มต้นสร้างใหม่จากศูนย์ เพื่อให้ตรงตามโจทย์การใช้งานของลูกค้า ทางฮุนได เริ่มต้นด้วย การพัฒนาโครงสร้างตัวรถใหม่ทั้งหมด เพื่อประโยชน์ 2-3 ข้อสำคัญ คือ ความมั่นใจในการขับขี่ , ความปลอดภัย และ ความเงียบของห้องโดยสารมากขึ้นด้วย

รวมถึงยังใช้การวิศวกรรมใหม่ๆ เช่น Intregreated outer plate ใช้การปั้มขึ้นรูปชิ้นข้างเพียงชิ้นเดียว แทนการนำหลายชิ้นมาต่อกัน เป็นต้น การทำเช่นนี้ช่วยลดการเกิดเสียรบกวนในการขับขี่ ทั้งยังเพิ่มความแข็งแรงได้ดี

ทีแรกที่ผมเห็น รถคันนี้บนถนน วิ่งอยู่ตรงหน้า แอบรู้สึกว่า มันคล้ายยานอวกาศ หลุดมาจากโลกอนาคตมากกว่า

Hyundai Staria SEL Test Drive

ทรวดทรงของรถ ถูกออกแบบให้มีความโค้งมลมากที่สุด ด้วยความต้องการทำให้ หลักอากาศพลศาสตร์ รวมถึง ให้ความรู้สึกปราดเปรียวกับตัวรถ เส้นโค้งรถคันนี้ที่ดูกลมๆหน้ามล มาจาก แรงบันดาลใจของทีมออกแบบ ที่จับเอาเส้นขอบฟ้ายามพระอาทิตย์ขึ้น มาถ่ายทอดเป็นเส้นสายงานออกแบบตัวรถ

ไฟ Daytime Running Light ลานผ่านกลางหน้าตัวรถ ส่วนไฟใหญ่และไฟเลี้ยว ถูกวางไว้ที่กันชนหน้า ทางด้านล่าง ช่องกันกลายเป็นกระจังหน้าในตัวนับว่ามีความท้าทายอย่างมาก

Hyundai Staria SEL Test Drive
ทรงด้านข้างรถสะใจด้วย กระจกข้างบานใหญ่ ให้การตอบสนองการใช้งานอย่างลงตัว ช่วยให้ ห้องโดยสารปลอดโปร่ง

ในส่วนงานออกแบบตัวรถทางด้านข้าง อย่าแปลกใจ ถ้าจะพบว่า มันมาพร้อมกระจกบานโตขนาดใหญ่ รอบคัน ช่วยให้คุณรู้สึกว่า รถมีความโปร่งมาก ฮุนได ท้าทายด้วยการออกแบบให้ชิ้นส่วนทึบ ที่เป็นเหล็ก อยู่ต่ำกว่า ไฟล่ เวลานั้น

ด้าาท้ายรถ ลงตัวกับความทันสมัยแอบหลงรักไฟท้าย รถคันนี้ที่มาในสไตล์ทรงสูง ชิคๆ ดูแอบมีความสปอร์ต ฮุนได เล่าให้ฟังว่า ไฟท้ายชุดนี้ นักออกแบบได้แรงบันดาลใจ มาจาก ตึกสูงยามค่ำคืน ส่วนตัวว่าเป็นไฟท้ายที่แปลกตาดีเหมือนกัน

ผมแปลกใจเล็กน้อยที่มือจับ มาอยู่ใต้ล่างป้ายทะเบียน ทำให้เวลาเปิดต้องสอดมือต่ำ แต่ใช้งานสะดวก ด้วยประตูท้ายไฟฟ้า ซึ่งมีในรุ่น SEL เท่นั้น

ภายในล้ำสมัย น่าใช้ไม่น้อย

ก้าวขึ้นมาภายในห้องโดยสาร ทางฮุนได นำเสนอ การออกแบบภายใน ต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจน อย่างแรก ตรงหน้าคนขับเป็นพวงมาลัย 4 ก้านทรงแปลกๆ ที่หลายคนอาจะงงว่าทำไมทำทรงนี้

สำหรับใครที่ไม่เข้าใจพวงมาลัย 4 ก้าน เป้าหมายงานออกแบบ เพื่อให้เราสามาจับใต้ล่างพวงมาลัยได้ถนัดมากขึ้น มีดี ตรงการเท้าแขน ระหว่างขับขี่ช่วงเพิ่มความสะดวกสบาย หน้าจอเรือนไมล์ ให้ขนาด 10.25 นิ้ว ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานให้ข้อมูล หลังพวงมาลัยมี Paddle Shift ช่วยในการเปลี่ยนเกียร์ทันใจ

เรื่องการนั่งโดยสาร ดียิ่งขึ้น ด้วยเบาะนั่งสามารถปรับไฟฟ้า พร้อมที่ดันหลัง สามารถปรับได้ สูงถึง 12 ทิศทาง ส่วนตรงกลาง เป็นหน้าที่ของทีชาร์จ มือถือไร้สาย รองรับ Apple Car Play ไร้สาย ทำงานผ่านหน้าจอขนาด 8 นิ้ว มีที่ชาร์จไร้สายมาให้ ด้วย

ในภาพรวมการโดยสาร ตอนหน้า เทียบกับ Hyundai H1 รุ่นเดิม ออกแบบมานั่งสบายกว่ามาก โดยเฉพาะความรู้สึกว่าห้องโดยสารตอนหน้าโปร่ง ค่อนข้างเด่นชัดกว่ามาก จนผมแอบนึกว่า ตัวเอง ขับรถบัสอยู่หรือเปล่า

ทางด้านการโดยสารตอนหลัง เป็นสิ่งที่ททางฮุนไดให้ความสำคัญ ด้วยแนวคิด Inside out ให้ความสำคัญกับการใช้งานในรถสูงสุด โดยเฉพาะเรื่องการโดยสารและพื้นที่

เบาะนั่ง ในด้านหลัง มีทั้งหมด 3แถว แต่ละแถว ยังสามารถเลื่อนปรับ เดินหน้า-ถอยหลังได้ตามต้องการ สามารถเลื่อนได้ดังนี้

  • แถว 2 เลื่อนได้ 220 มม.
  • แถว 3 เลื่อนได้ 420 มม.
  • แถว 4 เลื่อนได้ 820 มม.​

เมื่อเลื่อนทั้งหมด พื้นที่เก็บสัมภาย จะใหญ่ถึง 1024 ลิตร สำหรับใช้งานในกรณีไม่มีผู้โดดยสาร

ฮุนได ยังเผยว่า Hyundai Staria มีลูกเล่นอีกอย่าง คือ Full Flat Seat สามารถเลื่อนเบาะ แถว 2-4 ให้มาชิดกัน แล้วทำให้มันเป็นที่นอนขนาดใหญ่ ก็ได้ สำหรับใครสายแคมป์ น่าจะถูกใจสิ่งนี้ไม่น้อย

อย่างไรก็ดี ด้วยการออกแบบที่ต้องการให้รถคันนี้เป็นรถสำหรับครอบครัว มากกว่า ทำให้เบาะนั่งแถว 2 ของ รถ (แถวแรกของตอนหลัง) ออกแบบมาเป็น เบาะแบบม้านั่ง หรือที่หลายคน เรียกว่า Bench Seat สามารถนั่งได้ 3 คน และไม่มีการออกแบบพนักเท้าแขนมาให้ ใช้ ระหว่าที่นั่ง 2 คน ทำให้ เสบนั่ง แล้วจะเหงาแขน รู้สึกแปลก นั่งไม่สบายเสียทีเดียว

Hyundai Staria SEL Test Drive
เบาะนั่งแถว 2 มีพื้นที่นั่งดี และสบาย แต่เสียดายที่มันไม่มีที่เท้าแขนมาให้
Hyundai Staria SEL Test Drive
กลายเป็นว่าเบาะแถว 3 รวมๆ คือนั่งสบายสุดในรถ เนื่องจาก เป็นเบาะแยก แล้วมีที่เท้าแขนมาให้

กลับกัน ในเบาะนั่งแถว 3 กลายเป็นว่า ทางฮุนได ให้เบาะแบบแยกนั่ง ซ้ายขวา เพื่อ เปิดทางให้ ผู้โดยสารก้าวเข้าสู่ เยาะนั่งตอนหลังได้ง่าย กลายเป็นว่าเบาะนั่งตอน 3 สบายที่สุด แถม ยังมีที่เท้าแขนมาให้นั่งเป็นผู้บริหารอีกต่างหาก ทำให้การโดยสารตัวรถค่อนข้างสบาย และแรงกระเทือนจากช่วงล่างก็ไม่มากมายนัก

ในทริปนี้เนื่องจาก สัมภาระเยอะ จึงยังไม่มีโอกาสลองนั่งเบาะแถว 4 แต่รวมๆ เชื่อว่ามันน่าจะคล้ายเบะาตอน 2 ในแง่ความรู้สึกภาพรวม อาจจะดีกว่าเนื่องจากเบาะมีขนาดใหญ่กว่า และไม่ต้องทำฟังชั่นเผื่อพับบ่อย แบบแถว 2

เรื่องการอำนวยความสะดวก ข่าวดี สำหรับคนมองหา Hyundai Staria คันนี้ คือ มันมาพร้อมที่ชาร์จ สำหรับการโดยสารในทุกที่นั่ง บนเพดานมาพร้อมช่องระบบปรับอากาศ คอยกระจายความเย็นตลอดการเดินทาง รวมถึงเรื่องความโปร่งสบายในห้องโดยสสาร เรียกว่า จัดเต็มเหลือเฟือ

เรื่องการขับขี่ล่ะ ??

ท างด้านการขับขี่ Hyundai Staria พกเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร CR Di รหัส D4HB มาพร้อมระบบเทอร์โบชาร์จแปรผัน และ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังขับสูงสุด 177 PS สูงสุดที่ 3,800 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร สูงสุดที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที

งวดนี้ชุดเกียร์ ปรับใหม่ เป็น 8 สปีด พร้อมระบบ Paddle Shift เลือกเปลี่ยนได้เองที่หลังพวงมาลัยตามต้องการ

Hyundai Staria SEL Test Drive

ขนาดตัวรถ มีความยาว 5,253 มม. มีความกว้าง 1,997 มม.​และ สูง 1,990 มม.​ระยะฐานล้อยาว 3,273 มม. ขนาดเท่ารถกระบะ 1 คัน จะพูดแบบนั้นก็ไม่ผิดเท่านัก

ไม่บ่อยนักที่เผมจะมีโอกาวขับรถ MPV ใช้งานในชีวิตประจำวัน ต้องยอมรับว่า ฮุนได เป็น 1 ในรถกลุ่มนี้ที่เคยสัมผัส รุ่นเดิมยอมรับว่า มันค่อนข้างขับง่ายขับสบาย เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดี สำหรับคนที่ต้องการรถครอบครัว ราคาไม่แรงมาก

ถ้าเทียบขนาดตัวกับ กำลังเครื่องยนต์ ก็ต้องยอมรับว่า อาจจะรู้สึกว่ามันน้อยไปนิด แต่แรงบิด 431 นิวตันเมตร เรียกว่าไม่น้อยหน้าเลยในการพาร่างยักษ์พุ่งไปข้างหน้า ที่จริงวันนี้เรามีผู้โดยสารมากถึง 6 หน่วย พร้อมสัมภารพะแต่ละคนจะเป็นกระเป๋าเล็กๆ ติดตัวเท่านั้น

ตอนออกเดินทางช่วงแรก การจราจรติดขัด ไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ยอมรับว่า ทัศนวิสัยรถค่อนข้างดีมาก ความท้าทายของฮุนได ในการทำกระจกค่อนข้างใหญ่ ทำให้รถค่อนข้างจะ ขับง่าย ประกอบกับทรงรถ เรียบทางด้านข้าง และหน้าตาประหลาดๆ ของมัน จึงทำให้มันมีภาษี ความเป็นผู้ดี ดูภูมิฐาน มอเตอร์ไซต์ จะแทรกข้างค่อนข้างเกรงใจ แต่ก็ยอมรับว่า ด้วยความใหญ่เต็มเลน อาจรู้สึกไม่ชินในช่วงแรก พอขับบ่อยๆ เริ่มเข้ามือ จะพอจับทางการบังคับเลี้ยว ได้ดีขึ้น

เวลาขับบนทางด่วน มีความมั่นคงดี แต่ติดตรงว่า มันอ่อนไหว ต่อลมแรง ซึ่งพอจะรู้สึกได้

จริงๆ ฮุนได พยายามทำให้รถทรงนี้ขับง่าย เป็น MPV ที่คนทั่วไปก็ขับเองได้ ง่ายไม่ยากจนเกินไปนัก รุ่นนี้ดีขึ้นด้วยระยะหน้าสั้น เพียง 910 มม. ทำให้ การเปลี่ยนเลน ไมต้องกลัวหน้ายาวจะไปปาดหรือชนอะไร ถ้าคุณว่าพ้นมันพ้น ถ้าว่ามไ่พ้น มันก็ไม่พ้น เข้าใจไม่ยาก

ออกนอกเมือง เราใช้ทางด่วนตัดออกกาญขนา เข้า เส้น ปินเกล้านครชัยศรี ปลายทางกาญจนบุรี ตลอดทางที่ผมมีโอกาส ขับมันเป็นรถขับง่ายมาก การควบคุมอยู่ในอาณัติสบายๆ อันที่จริง ช่วงล่างรถคันนี้ออกอาการแข็งกว่ารุ่นเดิมนิดหน่อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์รับได้ นั่งสบาย จะมีอาการแข็งบ้าง สังเกตจาก ช่วงรอยต่อทางด่วน รวมถึง การออกแบบตัวรถ โครงสร้างที่พัฒนาใหม่ดั่งที่ดรากล่วไปในข้างต้น ทำให้รถค่อนข้าง จะมีความกระด้างบ้าง หากก็ยังเป็นช่วงล่างที่นุ่ในวลนั่งสบายในทุกการเดินทาง

ช่วงจังหวะเร่งแซง เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดี เร่งเร็ว แบบไม่พุ่งจนดูแล้วน่ากลัว สำหรับผู้โดยสาร จังหวะทอนเกียร์ค่อนข้างสมุท เนื่องจากมีหลายอัตราทด จะขึ้นจะลง ไม่มีสะดุ้งสะท้านให้หวั่นใจในการทำงาน

สิ่งที่ดี อีกอย่าง คงเป็นการเก็บเสียงในห้องโดยสาร ที่ค่อนข้างเงียบพอสมควร แม้ว่ารถคันใหญ่หลังสูง ก็หาใช่ปัญหาในการเดินทาง มันดีพอที่จะนั่งเริ่มต้นการสนทนากันในครอบครัว ระหว่างที่คุณกำลังไปทำกิจกรรม เสียงลมค่อนข้างน้อย เสียงยางพอมีบ้าง พอจะได้ยิร ถ้าใช้ยางยี่ห้อ ดีๆ อาจจะขจัดปัญหานี้ได้

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือ เวลาขับแล้วเจอลมข้าง บนทางด่วนรถจะมีอาการที่ต้องจับพวงมาลัยมั่นๆ บ้าง แต่มันไม่ถึงกับเป๋า เสียทีเดียว ด้วยขนาด และน้ำหนักตัวรถ ช่วยขจัดประเด็นเรื่องนี้ ได้เยอะพอสมควร

ระหว่างทางมากาญจนบุรี เรามาเจอบางช่วงที่เป็นถนนแบบ 2 เลนสวนกันบ้าง ยอมรับว่า ขจนาดตัวใหญ่ และหนักกับเครื่องยนต์ 177 แรงม้า ก็พอใช้ได้บนทางปกติ พอมาอยู่ในจังหวะเลนสวน บางครั้งอาจรู้สึกว่ามันช้าไปนิด ไม่ทันใจ อาจด้วยความ ต้องการไม่ให้รถกระชากมาก ทำให้หลายผมพบว่า แม้จะกะจังหวะ อย่างดี บางครั้งเจ้านี่ก็ยังไม่ทันใจ

ยิ่งตอนเพื่อนขับให้นั่ง มีหลายครั้งเกือบพาบวกรถที่สวนมา ให้ดี ขอแนะนำว่า Paddle Shift จำเป็นต้องใช้ให้ชิน ด้วยรถขนาดใหญ่ตัวหนัก อย่างเพิ่งการขับเกียร์ออโต้ เพียงอย่างเดียว

ด้านอัตราประหยัด เบื้องต้นจากที่นั่ง 6 คนขับ มาถึงแถวตัวเมืองกาญจนบุรี โดยตลอดทางใช้ความเร็ว 90-120 ก.ม./ช.ม. ส่วนใหญ่ จะป้วนเปี้ยนที่ 110 ก.ม./ช.ม.​เสียมาก เนื่องจากการจราจร ค่อนข้าง

​ผมเห็นอัตราประหยัด 7.2 ลิตร /100 ก.ม.ทั้งที่ นั่ง 6คน บวกกับสัมภาระนิดหน่อย หรือตกราวๆ 13.88 ก.ม./ลิตร ไม่ได้ซดมากมายนัก เมื่อเทียบกับขนาดตัวรถ

ส่วนระบบความปลอดภัย จัดว่าค่อนข้างแม่นยำในการทำงาน แม้ว่า งวดนี้ ขออภัยที่ไม่ได้ โฟกัสเรื่องความปลอดภัยมากนัก ด้วยความอยากรู้ความสามารถของตัวรถ มากกว่า ลูกเล่น เจ้า Hyundai Staria ก็มีหลายระบบ แต่ถ้าเอาจัดเต็มต้องซื้อรุ่น SEL มีลูกเล้่นอย่าง

  • ระบบ Smart Cruise Control
  • ระบบ เตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่
  • ระบบเตือนและป้องกันการชนทางด้านหน้า
  • ระบบเตือนและป้องกันการชนทางด้านหน้าในทางแยก
  • ระบบควบคุมรถอยู่ในเลน
  • ระบบควบคุมรถอยู่กลางเลน
  • ระบบเตือน และช่วยควบคุมรถอยู่ในมุมอับสายตา
  • ระบบกล้องมองภาพมุมอับสายตา
  • ระบบปลอดภัยก่อนเปิด-ปิด ประตูไฟฟ้า

ในภาพรวม Hyundai Staria ไม่ได้มีแนวคิดเหมือน Hyundai H1 ในรุ่นเดิม มันไม่ใช่รถเชิงพาณิชย์ ที่มาปรับเปลี่ยน เพิ่มความน่าใช้งานมากขึ้น มันคือรถครอบครัวที่เกิดมาเพื่อคนมีครอบครัวจริงๆ ใช้พื้นที่ในการโดยสารอย่างแท้จริง

เบื้องต้นทางฮุนได บอกกับเราว่า จะยังไม่มีเวอร์ชั่นที่นั่งน้อยกว่านี้ เนื่องจากอาจทำให้เงื่อนไขทางภาษีแพง ต้องทำราคาสูงขึ้น

ถ้าถามผม สิ่งเดียวที่ไม่ชอบในรถคันนี้ คือ เบาะแถว 2 ขาดที่พักแขน แต่มันก็แทนที่ด้วยความสามารถในการโดยสาร นั่ง 3 คนที่ดีกว่ามาก

โดยรุ่นที่เราขับในวันนี้คือ SEL ราคา อยู่ที่ 1,999,000 บาท ให้ของครบเครื่องโดยเฉพาะความปลอดภัย ใครสนใจอยู่ลองไปชมตัวจริง ที่โชว์รูมฮุนได แล้วลองมาบอกผมว่า คิดเหมือนกันไหม เรื่องเบาะแถวสอง

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments