ไฮบริด VS ดีเซล ศึกเก๋งเล็ก ประหยัด น้ำมัน ใครเจ๋งจริง

แบ่งปันเรื่องนี้

ในยุคน้ำมันแพงวันนี้ ทุกคน ก็คงมองว่าอยากจะหารถยนต์ ที่มันประหยัดน้ำมันมาใช้ เมื่อพูดแบบนี้ ด้วยโลกยุคใหม่ เราก็จะพบว่ าหลายคนเชียร์ไปรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้ไม่เพียงราคายังแพง รถก็ยังต้องรอนาน หลายรุ่นเป็นรถนำเข้า ก็ยังไม่มีใครตอบได้ในเรื่องของบริการหลังการขาย

นั่นทำให้ พอเหลียวตากลับมายังอีโค่คาร์ เราจะพบว่า รถยนต์นั่งขนาดเล็กตัวท๊อป มีให้เลือก ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล และ อีกด้าน ก็ยังมีเครื่องยนต์ไฮบริด ที่มาพร้อมความสามารถในการขับขี่ และถูกซูฮกว่ามันมีความประหยัด

ตัวเปรียบ

ในการนี้ เราตัดสินใจ ว่าเรื่องนี้ น่าจะเป็นที่สนใจ สำหรับใครที่กำลังเล็งว่าจะซื้อรถคันใหม่ รถเก๋งเล็กดีเซล ที่วางจำหน่ายในบ้านเราตอนนี้ มีเพียง Mazda 2 XDL Sedan ราคาจำหน่าย 799,000 บาท ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ดีเซล ให้กำลังขับ 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ส่งลงเกียร์ออโต้ 6 สปีด

ทางด้าน ฝั่งไฮบริด นาทีนี้ คงเป็นใครไม่ได้ นอกจาก Honda City e:HEV ราคาจำหน่าย 839,000 บาท ผู้เปิดตำนาน รถยนต์ไฮบริดในเก๋งเล็ก มาพร้อม ระบบขับเคลื่อน e:HEV พกเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยเสริมพลังในการขับขี่ ระบบมีกำลังขับสูงสุด 109 แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ถือว่าสูสีกัน

ถ้าเทียบกันในแมทช์แรก เราจะพบว่า รถไฮบริดนั้นมีราคาแพงกว่า เจ้ารถเครืองยนต์ดีเซล แต่เรื่องนี้ ถ้ามอง ลึกลงไป จะพบว่า ฮอนด้า ได้ใส่ระบบ Honda Sensing เข้ามาด้วยและ ในความจริง ราคาของมัน ต่างกันเพียง 40,000 บาท เท่านั้น ได้ต่างกันมากมายนัก เรียกว่าผ่อนต่างกันไม่เท่าไรเท่านั้น

ที่สำคัญ ลูกค้าที่มองรถทั้ง 2 รุ่นต่าง เป็นกลุ่มเดียวกัน คนที่ซื้อรถยนต์เล็ก ครั้งที่ 2 หรือ 3 ในชีวิต ไม่ใช่ คนที่ซื้อรถคันแรก

เทียบความประหยัด

ได้เวลา มาลุย ประเด็นสำคัญ แล้ว มันประหยัดต่างกันมากแค่ไหน จากการเก็บข้อมูล ความประหยัด ของทาง Ridebuster เราแบ่ง การทดสอบ เป็น 3 รูปแบบ คือ

  • ในเมือง สภาวะ ที่มีการจราจรหนาแน่น และติดขัด
  • นอกเมือง การเดินทางด้วยความเร็วต่อเนื่อง 100-120 ก.ม./ช.ม.
  • Bonn Test Mode การวัดหาค่าอัตราประหยัดเฉลี่ย ในโหมดพิเศษ เรียกว่า โหมด ชานเมืองก็ได้

จากการเก็บ ข้อมูล รถทั้ง 2 รุ่น แม้จะต่างช่วงเวลากันบ้าง แต่การจราจรในกทม. ไม่ต่างกัน เราได้ผลดังนี้

ตารางแสดงอัตราประหยัดน้ำมัน Honda City e:HEV และ Mazda 2 XDL

* Honda City e:HEVMazda 2 XDL
ในเมือง (ก.ม./ลิตร)25.9417.11
นอกเมือง (ก.ม./ลิตร)22.5822.34
Bonn Test Mode (ก.ม./ลิตร)43.0922.02
น้ำมัน ที่ทดสอบ แก๊สโซฮอล 95น้ำมัน ดีเซล B7

จากผลการทดสอบ ชี้ว่า รถยนต์เครื่องยนต์ไฮบริด มีความประหยัด น้ำมันมากกว่าในการใช้งานจริง ส่วนสำคัญ ก็มาจากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าในความเร็วต่ำ และในส่วนของฮอนด้า ยังเซทระบบให้ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในความเร็วปานกลาง แล้ว เครื่องยนต์ทำหน้าที่ เหมือนเครื่องปั่นไฟฟ้าในระยะยาว หรือ Hybrid Mode ใช้เครื่องยนต์รอบคงที่ ไม่ทำงานรอบสูง

Honda City e:HEV

ยกเว้นว่าคุณขับในกรณีรีบร้อนจริงๆ เครื่องยนต์จะเข้าสู่การขับลงล้อโดยตรง แต่ก็เห็นได้น้อยมากในความจริง มันเป็นระบบที่แตกต่างจากเจ้าอื่นในตลาดที่อาจจะทำงานคู่ขนาน แต่นี่คือระบบไฮบริดเดียว ที่มีในรถยนต์นั่งขนาดเล็กวันนี้

ถ้าประเมินจากผลการทดสอบ แน่นอนว่า อัตราประหยัด จากเครื่องยนต์ไฮบริด นั้นดีกว่าทุกทาง แต่ …. สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญ ในความประหยัด ถ้ามองให้ลึกลงไป คือราคาค่าพลังงาน ซึ่งบ้านเรา น้ำมันดีเซล มีราคาถูกว่า ณ วันนี้ มันถูกกว่า 11 บาท โดยประมาณ เมื่อเรามาลองหารค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร

ค่าเดินทางเฉลี่ย (บาท/กิโลเมตร) Honda City e:HEVMazda 2 XDL
ในเมือง1.721.98
นอกเมือง1.971.51
ค่าน้ำมัน บาท / ลิตร 44.5533.94
ข้อมูล ณ วันที่เขียนบทความ

กลับพบว่า ราคาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รถทั้ง 2 รุ่น นั้น เก๋งดีเซล กลับ มีค่าใช้จ่ายในระยะทาง ต่อกิโลเมตร ถูกกว่า แม้จะเพียงเล็กน้อย ก็ตามเถอะ

Mazda 2 XDL

แต่ส่วนที่ดีที่สุด ในเรื่องนี้ ก็คงเป็นค่าบำรุงรักษาในระยะยาว เราไม่ต้องกังวล การดูแลรถยนต์ 2 ระบบ โดยเฉพาะ แบตเตอร์รี่ที่ยังยากจะตอบว่า หากต้องเปลี่ยนมันในอนาคต จะต้องใช้เงินเท่าไร ในการซ่อมบำรุง

ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล อาจจริงที่มันมีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาสูง เช่นกันในระยะยาว โดยเฉพาะส่วนสำคัญ​คือกรองไอเสีย ที่เป็นประเด็นในการใช้งาน ตามข้อมูลจากต่างประเทศ เผยว่า มันควรจะเปลี่ยนทุกๆ 120,000 กิโลเมตร ซึ่งราคาขแงมันนั้นยังไม่มีใครทราบมาก่อน

ส่วนในแง่อัตราเร่ง จากการทดสอบ เราพบว่าไม่หนีกันมาก

Honda City e:HEVMazda 2 XDL
0-100ก.ม./ช.ม.11.011.4
80-120 ก.ม./ช.ม.9.07.9
ความเร็วสูงสุด (ก.ม/ช.ม.)185191

โดยสรุป

จากการทดสอบ ของเรา พอสามารถตอบคำถามได้ดังนี้

1.รถไฮบริด ประหยัดกว่าเครื่องยนต์ดีเซล ในทุกด้าน ในการใช้งาน
2. แม้ว่า รถไฮบริดจะประหยัดกว่า แต่ ค่าพลังงานแพงกว่า รถเครื่องดีเซล
3.ด้วยค่าพลังงานที่ไม่ต่างกัน ทำให้ รถดีเซล มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ต่อกิโลเมตร ถูกกว่า เมื่อเดินทางนอกเมือง เพียง กม. ละ 1.51 บาท
4.การตอบสนองของเครื่องยนต์ดีเซล กับไฮบริด ต่างกันเล็กน้อย แต่ อัตราเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม. เครื่องดีเซล เร็วกว่า ไฮบริด
5.ความเร็ว สูงสุด เครื่องดีเซล มากกว่า และเร่ง 80-120 เร็วกว่า
6.ในระยะยาว เครื่องยนต์ดีเซล จะไม่มีค่าซ่อมบำรุงระบบส่วนควบ (แบตเตอร์รี่ และมอเตอร์)

ดังนั้นถ้าถาม รถเครื่องดีเซล มีแนวโน้ม ที่จะประหยัดกว่าในภาพรวม การขับขี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการบำรุงรักษาในระยะยว จากระบบส่วนควบ รวมถึง ค่าพลังงานก็ถูกกว่านับ 10 บาท จากการใช้งานจริง อัตราประหยัดทำได้ดี เพียงแค่อาจจะต้องทำความเข้าใจกับ น้ำมันที่ใช้ การดู DPF สักหน่อย เรื่องนี้ไม่สามารถ ปฏิเสธได้

กลับกัน รถไฮบริด จะประหยัดมาก กับการใช้งานในเมือง เนื่องจาก มอเตอร์ไฟฟ้า มีหน้าที่หลักในการขับเคลื่อน แล้ว สงวนเครื่องยนต์ไว้สำหรับ ชาร์จไฟให้แบตเตอร์รี่มากกว่า สิ่งที่อาจจะต้องพิจารณา คือ การดูแลรักษาระยะยาว โดยเฉพาะ แบตเตอร์รี่ไฮบริด ที่ยังไม่มีใครสามารถตอบเรื่องความทนทานให้ได้ รวมถึง หากต้องเปลี่ยน แบตเตอร์รี่จริงๆ ราคาจะสักเท่าไร กัน

ในท้ายสุดแล้ว ผู้เขียน ก็เพียง ชี้ได้ว่า ข้อสรุปของเทคโนโลยี ไฮบริด และ เครื่องยนต์ดีเซล นั้น มีดีแตกต่างกันอย่างไร ท้ายสุด อยู่ที่ผู้ซื้อว่า ตัวเองใช้รถแบบไหน อยากประหยัดน้ำมัน สำคัญสุด เข้าใจ การใช้รถของตัวเองก่อน แล้วเลือกทางที่เหมาะสมมากที่สุด คือ คำตอบที่ถูกต้องที่สุด ในการซื้อรถประหยัดน้ำมัน

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments