Honda HR-V e:HEV RS …ได้ประหยัดจัดหนักอารมณ์สปอร์ต

แบ่งปันเรื่องนี้

ท่ามกลางการแข่งขัน ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ รถที่มีการแข่งขันกันสูง เป็นกลุ่มอเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นเริ่มต้น หรือที่เราเรียกว่า Entry Compact Crossover ตลาดกลุ่มเดิมทีมีรถไม่กี่รุ่น มาวันนี้มีหลายรุ่น และหนึ่งในนั้น เป็นการขยับตัวของอดีตอเนกประสงค์ได้รับความนิยม Honda HR-V นั่นเอง

Honda HR-V e:HEV เป็นการกลับมาของรถยนต์แเนกประสงค์ที่เคยทำตลาด มียอดขายในระดับแถวหน้า จนทางฮอนด้า เคยกำรงตำแหน่งเจ้าตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ เมื่อรวมเอา ยอดขาย Honda HR-V ถัวรวมกับ Honda CR-V รุ่นแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยสนใจ จนในที่สุดเปิดตัวออกมาขาย ด้วยทรวดทรงที่แตกต่างจากในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น และยุโรป

ตัวรถในเวอร์ชั่นขายในบ้านเรา มีทั้ง 3 รุ่นย่อยด้วยกัน แต่วันนี้ที่มาอยู่ตรงหน้าเป็นรุ่น RS , Honda HR-V e:HEV RS แตกต่างด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์ความสปอร์ตตอบโจทย์ลูกค้า ด้วยการให้งานออกแบบเหนือชั้น เพิ่มชุดแต่งรอบคัน เช่นลิ้นกันชนหน้าหลัง ด้านบนมีหลังคาแก้ว รวมถึงยังติดตั้งล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Alenza รุ่นใหม่ และโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงเกล็ดเพชร ใครเรียกยังไงไม่ทราบ ผมสะดวกเรียกแบบนี้

Honda HR-V w:HEV RS
Honda HR-V w:HEV RS
Honda HR-V w:HEV RS Red

รายละเอียดภายนอกตัวรถ อันที่จริงผมเห็นไปแล้วในช่วงงานพรีวิว นั่นรวมถึงภายในห้องโดยสารด้วย ทางฮอนด้าให้ความสำคัญในเรื่องการใช้งานรถค่อนข้างมาก

อันที่จริง หนึ่งในทีมวิศวกรเปิดเผยว่า พวกเขาให้ความใส่ใจกับรายละเอียดในการใช้งานห้องโดยสาร และไม่ใช่แค่ผู้โดยสารตอนหน้า แต่ยังรวมถึงผู้โดยสารตอนหลังด้วย

ว่ากันทางด้านหน้าก่อน ตัวรถมาพร้อมงานออกแบบด้วยการให้ความเรียบหรูมีความทันสมัย เรือนไมล์ สามารถปรับตั้งค่าได้ทางฝั่งซ้ายเป็นระบบหน้าจอ ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอนี้ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่ใน Honda City e:hev ไม่แปลกใจเลยที่จะมาเจอมันอีกครั้ง นั่นเช่นเดียวกับ วิทยุจอสัมผัสระบบ Adavance Touch 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto รวมถึงบลูทูธไว้เรียบร้อย

ย้อนมาฝั่งคนขับ เบาะนั่ง รุ่น RS ได้ชุดเบาะไฟฟ้า ช่วยให้คุณสามารถปรับหาท่านั่งได้ง่าย ไม่แค่นั้นพวงมาลัย ฮอนด้าไม่เคยทำให้ผิดหวัง สามารถปรับขึ้นลง และยืดหดได้ตามต้องการ เข็มขัดนิรภัยออกแบบให้สามารถปรับตั้งสูง-ต่ำได้ ด้วยทั้ง 3 อย่างที่เรากล่าวไปแล้ว เรื่องสรีระผู้ขับขี่เรียกว่าหายเป็นปลิดทิ้งในรถคันนี้แน่นอน

ฝั่งคนนั่งเบาะนั่งพูดตามตรงว่าติดตั้งมาค่อนข้างสูงพอสมควร จนบางอารมณ์ นึกถึงรถที่ชอบขายให้คนอินโดนีเซีย การปรับเบาะฝั่งนี้ทำได้ด้วยมือ เป็นไปตามราคาของตัวรถ

ย้อนมามองคอนโซลหน้า จากเครื่องเสียง ตรงกลางด้านหน้าถัดลงมาเป็นปุ่มแอร์ของระบบปรับอากาศ ยังไม่สามารถปรับอุณหภูมิแยกซ้าย-ขวาได้ ทำได้เพียงเป็นแอร์ออโต้เท่านั้น ใต้ล่างมีช่องชาร์จมือถือไร้สาย สะดวกมาก ยิ่งสำหรับใครที่เป็นแบบผม ชอบลืมสายชาร์จโทรศัพท์

ส่วนคอนโซลตรงกลางเป็นพวกฟังชั่นในการขับขี่ ที่มีการรวมโหมดการขับขี่ไว้อย่างครบเครื่อง ในปุ่มเดียว พร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้าและ Brake Hold รวมถึงยังมีฟังชั่นระบบช่วยลงทางลาดชันด้วย

เรื่องการโดยสารตอนหลัง ทางฮอนด้า เปิดเผยว่า มีการปรับ การออกแบบท่านั่งตอนหลังใหม่ และเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ทีมงานจัดการออกแบบรถให้เยื้องหลังไปอีก 20 มม. แม้ว่าจะใช้ระยะฐานล้อเดิมที่ 2,610 มม.​ก็ตาม ทางทีมอออกแบบได้เพิ่มพื้นที่วางขาอีก 35 มม.​ แล้วยังอาศัยวิชามารในการปรับเบาะนั่งหลัง ให้ต่ำลงแล้วเยื้องพนักพิงหลังเอนหลังเล็กน้อย

เวลานั่งจริง ท่านั่งจะมีความชันเขาเล็กๆ อาจไม่ถูกใจผู้ใหญ่สูงวัยขี้เมื่อย สักเท่าไรนัก ข่าวดีสำหรับสายพาเพื่อนเที่ยวพื้นที่นั่งมันเหลือเฟือ และให้ความสบายในการโดยสารมากพอสมควร อย่างไม่น่าเชื่อ จนเป็นหนึ่งในรถที่มีการโดยสารดีที่สุดในกลุ่มนี้เท่าที่ผมเคยสัมผัสมา อาจจะมีพื้นที่เล็กกว่ารถอย่าง Subaru XV และสิงโตค่ายจีน บ้างนิดหน่อย แต่ถ้านับว่ารถคันนี้พัฒนาในระยะฐานล้อสั้นกว่าก็นับว่า ทำได้ดี

ฟังชั่นคนนั่งตอนหลังมีลูกเล่นมาให้หลายอย่าง ตั้งแต่ช่องชาร์จ,แอร์หลัง ช่องเก็บขวดนำ ถูกปรับขึ้นมาอยู่ในระยะหยิบจับง่าย ไปจนถึง ระบบกระจายแอร์ทางด้านข้าง จากตอนหน้า หรือ Defussion ช่วยในการกระจายแรงลมไปด้านข้าง เลี่ยงการปะทะตัว ทำให้มีความเป็นธรรมชาติในการให้ความเย็นมากขึ้น ทั้งยังสามารถส่งต่อแอร์มายังคนนั่งหลังได้ดีด้วย

ระบบกระจายแรงลมไปทางด้านข้าง หรือ Difussion เป็นสิ่งมีประโยชนมาก ลดอาการหนาวมือได้กี เวลาขับพวงมาลัย
ที่วางขวดน้ำ ถูกออกแบบให้วางได้แบบนี้ ซึ่งสะดวต่อการหยิบมากกว่า

ส่วนหลังคากระจกงวดนี้ทำมาเป็น สไตล์มีโครงสร้างตรงกลางแบ่งกระจกบานใหญ่ออกเป็น 2 ตอน ตอนหน้าใช้การเปิดด้วยมือ ดึงเลื่อนเอา ส่วนตอนหลังนี่สิ ที่เป็นเรื่องดราม่าในโซเชี่ยล เมื่อฮอนด้าออกแบบให้มันกั้นแสงด้วย Sun Shade หรือ แปลตรงตัวว่า “ที่บังแสง” ออกแบบมาเป็นแผ่นคล้ายกระด้ง 2 ชิ้น แบ่งแยกซ้ายขวา เพียงกดปุ่มล็อค ก็สามารถถอดออกหรือใส่เข้าไปได้ง่ายดาย ไม่ยากเกินความเข้าใจ

แต่กระด้ง หรือแผ่นบังแดดที่ว่านี้ กลับไม่มีที่เก็บอย่างชัดเจน ทีมวิศวกร เล่นง่ายออกแบบซองขนาดใหญ่มาใส่ แล้วให้คุณวางไว้ที่ห้องสัมภาระท้าย ไม่มีที่เก็บเป็นชิ้นเป็นอัน แถมยังมีคำเตือนชัดๆว่า อย่าวาง อะไรทับ เพราะอาจจะได้รับความเสียหายด้วย

ในซองนั่น คือ แผ่นบังแดดหลังคา ซึ่งไม่มีที่เก็บเป็นที่ของมันเอง แต่อาศัยวางไว้ในห้องสัมภาระ และสามารถหยิบใช้ได้ตามต้องการ

บางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมฮอนด้าบริษัทรถยนต์ระดับโลกทำแบบนี้ จนปล่อยผ่านมาขาย หนึ่งในทีมวิศวกรบอกกับเราว่า นั่นเพื่อต้องการให้แสงส่องผ่านลงมาในห้องโดยสารตอนหลังได้ และเพิ่มความรู้สึกกว้างขวางในการโดยสาร กระจกที่นำมาทำหลังคาแก้วนี้ เป็นกระจก Low E สามารถสะท้อน รังสีอินฟาเรท ,รังสี UV ได้ในระดับหนึ่ง ส่องที่ทะลุเข้ามาจริงๆ เป็นแสงสว่างนำพาความสว่างเข้ามาในห้องโดยสาร เท่านั้น

จากที่ลองนั่งตอนหลัง ต้องเรียนตามตรงว่า กระจกนี้ มีความทึบกรองแสงระดับหนึ่ง คล้ายกระจกชุบสี Privacy glass แสงที่รอดเข้ามาไม่ได้จัดมาจนร้อน แต่เราไม่แน่ใจว่าในวันที่แดดร้อนจัดๆ มันจะเอาความร้อนเข้ามาสักเท่าไรกัน

ถึงหลายคนจะกลัวร้อนจาก หลังตคากระจก แต่มันมาพร้อมกับ กระจกแบบ Low E ช่วยสะท้อนและลดความร้อน ไม่ใข่กระจกทั่วไป

เรื่องนี้มาเกี่ยวของกับ Sun Shade ตรงบังแดดตัวนี้เป็นเพียงแค่มุ้งผ้าสีดำเท่านั้น เรื่องคุณสมบัติการทึบแสงมีในระดับหนึ่งเพียงพอในการใช้งานคล้าย บังแดดติดกระจก แถมการเก็บหรือนำมาเปิดใช้งานก็ยากพอตัว ขาดความสะดวก

มีคนถามทีมวิศวกร ว่าทำไมไม่ทำม่านเลื่อนปิดเหมือนตอนหน้า คำตอบ เป็นเรื่องพื้นที่ติดตั้งที่จะต้องทำรางมารองรับ ทางด้านหลัง ใช่ครับ ผมว่า มันก็จะต้องดูแปลกไปอีก พวกเขาแนะนำว่าการใช้งานผ่านบังแดด จะถอดจะใส่ ควรติดตั้งแต่แรก ว่าจะใช้ไม่ใช้ น่าจะดีที่สุด

แต่ว่าจากที่ผมลองนั่ง ลองทำการหยิบม่านบังแดดออกมาใช้ติดตั้งไปพลางๆ ระหว่างการโดยสาร ขอกล่าวตรงนี้ว่า สามารถทำได้ในความเป็นจริง

Honda HR-V e:HEV อาจจะมาพร้อมที่บังสัมภาระ มันสามารถถอดบางจุดเพื่อให้เรามีที่ล้วงลงไปเอาแผ่นบังแดดนี้ด้านหลัง มาติดตั้งได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากคุณถอดที่บังแดดแล้ว สามารถโยนมันไว้บนแผ่นบังสัมภาระได้ ซึ่งหยิบใช้งานสะดวกมาก

ปัญหาเรื่องนี้มีทางออกได้ ถ้าคุณศึกษาดีๆ ไม่ใช่ ว่ากูรูเขาว่ามันไม่สะดวก เชื่อเขาต้องมาลองด้วยตัวเอง จะพบว่ามันมีทางออกของปัญหาอยู่เหมือนกัน และที่สำคัญ​ด้วยการที่ฮอนด้าไม่ให้คุณวางสัมภาระทับเจ้านี่ หมายความว่ามันจะอยู่บนสุดของสัมภาระพร้อมใช้งานเสมอด้วย

Honda HR-V w:HEV RS Red
แผ่นบังสัมภาระสามารถถอดออกได้บางจุด เพื่อให้คุณล้วงหยิบสัมภาระตอนหลัง รวมถึงที่บังแสงได้ ในระหว่างการเดินทาง

ส่วนพื้นที่สัมภาระทางฮอนด้า เปิดอกยอมรับว่า เทียบกับรุ่นเดิม Honda HR-V ใหม่ มีพื้นที่สัมภาระลดลง แต่ไม่เปิดตัวเลขความจุอย่างชัดเจน นั่นมาจากการถอยเบาะออกมาอีก 20 มม.​ตามที่กล่าวไปแล้ว ทีมวิศวกรชี้ว่า แม้จะลดลง ก็ไม่ใช่ปัญหา ทีมลองศึกษาแล้วว่า ลูกค้าชอบขนอะไรไปบ้าง และทุกอย่างที่คุณเคยขนได้ในรุ่นเดิม สามารถยังทำได้ในพื้นที่สัมภาระรุ่นใหม่ รวมถึงกระเป๋าเดินทาง และถุงกอล์ฟ

การวิศวกรรม

ด้านการพัฒนาตัวรถ เบื้องหลังโครงการนี้ ต้องพูดกันตามตรงว่าคนพัฒนา Honda HR-V โฉม 2 โดยส่วนใหญ่ก็เป็นวิศวกร ที่ร่วมกันพัฒนาตั้งแต่ในโฉมแรก โคจรกลับมาร่วมงานอีกครั้ง

คอนเซปต์การพัฒนาตัวรถรุ่นใหม่มาภายใต้แนวคิด Amp UP Your Life ภายใต้ 3 หัวข้อ ได้แก่

  • Pleasure ความชื่นชอบตัวรถในด้านสไตล์
  • Confident ความมั่นใจในการใช้งานและการขับขี่
  • Asthetic ความมีสไตล์แข็งแกร่งและปราดเปรียว

เมื่อเจาะลึกไปยังการพัฒนาทางฮอนด้า มีการปรับปรุงโครงสร้างรถใหม่ ด้วยการใช้เหล็ก Ultra High Tensile มากขึ้นสูงสุด 1,500 Mpa พร้อมเพิ่มความทนทานโครงสร้างทางด้านข้าง 10% และจุดเชื่อมต่อกับระบบช่วงล่างมากขึ้นให้ความแข็งแรงขึ้น 5% โครงสร้างใหม่ ลดการบิดตัวตัวลง 5%

เปรียบเทียบกับรุ่นเดิม มิติตัวถัง มีการเปลี่ยนแปลง ปรับ ความยาวขึ้น อีก 36 มม. ในรุ่นปกติ รุ่น RS จะยาวตลอดคันมากกว่ารุ่นปกติอีก 55 มม. (รวมยาวกว่ารุ่นก่อนอีก91 มม.) ตัวรถกว้างขึ้นจากเดิม อีก 18 มม​. มายืนที่ 1,790 มม. ความสูงถูกปรับลดลง 15 มม.​เหลือเพียง 1,590 มม.

ระบบกันสะเทือนในภาพรวมยังคงเป็นหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัท หลังเป็น ทอร์ชั่นบีม มากับมาตรฐานระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ตอบสนองการขับขี่ เหมือนเดิม งวดนี้ระยะความสูงจากพื้นถึงท้องรถ เพิ่มขึ้นเป็น 196 มม.​จาก 185 มม. ยังมีการปรับ Track ของล้อด้วยในรุ่น RS

  • ด้านหน้า track กว้าง 1,542 มม.
  • ด้านหลัง track กว้าง 1,543 มม.

การบังคับเลี้ยวเป็นหน้าที่ของระบบพวงมาลัยไฟฟ้า เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

ทางด้านเครื่องยนต์ รุ่นนี้ ทาง ฮอนด้าจัดการโยนเครื่องยนต์สันดาป 1.8 ลิตร ทิ้งไป แล้ว หันมาใช้เครื่องยนต์ไฮบริด ระบบ Sport i-MMD ภายใต้ แนวนโยบายใหม่ของฮอนด้า e:technology ให้การตอบสนองในการขับเคลือนด้วยไฟฟ้ามากขึ้น

ระบบนี้ ที่จริงคล้ายกับ Honda City e:hev แต่มีการปรับจูนสมรรถนะการขับขี่ให้ตอบสนองดีมากขึ้นกว่าเดิม ประการแรก เครื่องยนต์ 1.5 เพิ่มกำลังสูงสุดมาเป็น 105 แรงม้า และ ทำแรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร

อีกด้านกำลังขับมอเตอร์ไฟฟ้า เพิ่มสมรรถนะมาเป็น 131 แรงม้า และทำแรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร

ถ้าสังเกต ทีมงานวิศวกรฮอนด้า เน้นเพิ่มแรงม้ามากขึ้นในระบบขับเคลื่อนเดิม เท่านั้นเอง

ส่วนโหมดการทำงาน ก็ไม่แตกต่าง มีทั้ง EV Mode, Hybrid Mode และ Engine Drive Mode ที่จะเข้ามา เพิ่มเติมกว่าตัว Honda City e:hev เห็นทีจะเป็นโหมดการขับขี่เพิ่มการตอบสนองโหมดสปอร์ต นั่นเอง และเหมือนเดิม คุณได้ Deacelation Pedal 4 จังหวะด้วย

มีหลายสิ่งที่วิศวกร แอบใส่มาในรุ่น RS และ มันทำให้รถน่าสนใจมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ถ้าคุณได้อ่านรีวิว ของผมถือว่าโชคดีมาก เพราะสิ่งที่กำลังจะบอกต่อไปนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในความลับสุดยอดของ Honda HR-V e:hev RS แม้แต่อ่านในโบรชัวก็ไม่มีทาง จะทราบเรื่องเหล่านี้

ในรุ่น RS เพื่อให้มันเป็นมากกว่า รถอเนกประสงค์ใส่ชุดแต่ง ทางทีมวิศวกร จึงมีความตั้งใจในการพัฒนารถรุ่นนี้ไปอีกขั้น แม้หลักๆ โครงสร้าง + เครื่องยนต์ จะละม้ายคล้ายกัน ทางทีมงาน ก็ตั้งใจในการพัฒนา ระบบไปอีกก้าว ด้วยการใส่ของเล่นที่คุณไม่สามารถซื้อได้ทั่วไป มาใส่ไว้ให้ในตัวท๊อป

อย่างแรก คือ ระบบพวงมาลัย พวงมาลัยไฟฟ้า ในรุ่น RS จะมาพร้อมระกับระบบพวงมาลัย Variable Gear Ratio หรือ VGR ถ้าสังเกตุในโบร์ชัวร์ จะพบว่า รอบหมุนสุดของรุ่น RS เหลือเพียง 2.44 รอบ จาก 2.71 รอบเท่านั้น

ระบบ VGR หลักการทำงานคือการใช้สร้างอัตราทด 2 ระยะ ได้แก่ ระยะปกติ และ ระยะตอบสนองเร็ว เมื่อเราหมุนพวงมาลัย ไปเกินระยะปกติ เข้าสู่ระบะตอบสนองเร็ว พวงมาลัยจะมีอัตราทดบังคับเลี้ยวล้อมากขึ้น นั่นเอง มันดี กับคนทัวไป เวลาขับขี่ต้องการมุด หักไปมาไวๆ การตอบสนองในคุณลักษณะ ดูไม่แตกต่างพวงมาลัยธรรมดาทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ใหม่

ทางฮอนด้าชี้ว่า ถ้าคุณเทียบรถ HR-V รุ่นเก่า กับ HR-V e:hev RS รุ่นใหม่ การตอบสนองพวงมาลัย จะดีขึ้นมากถึง 30% เลยทีเดียว

ไม่เพียงแค่นี้ ทางฮอนด้า ยังนำเสนอชุดโช๊คอัพพิเศษเฉพาะรุ่น RS ส่วนหนึ่งมาจาก การตอบสนองด้วยล้อ 18 นิ้วพร้อมยาง ที่มีหน้ากว้างและแก้มเตี้ยกว่า โดยมันสามารถตอบสนองดีกว่ารุ่นเดิมดีขึ้น 30%

ตลอดจนเซทการทำงานของระบบ Agile Handling Assisted หรือ AHA ในรุ่น RS เป็นพิเศษด้วย ดังนั้น มันจึงไม่ใช่แค่รถที่มีชุดแต่งสปอร์ต มีออพชั่นมากกว่า อย่างที่หลายคนเข้าใจ

การทดลองขับ

ในงวดนี้ เป็นการลองขับจริง บนถนนครั้งแรกของ Honda HR-V โดยมีปลายทางเรียบง่าย อำเภอหัวหิน เส้นทางก็ไม่ได้วางให้มันลึกลับซับซ้อน ใช้ถนนทางหลวงยาวๆ เจอกันอีกทีปลายทาง

ผมมารับช่วงตรงแถวเพชรบุรี ดังนั้น สิ่งที่บอกต่อไปมันคือการขับขี่ในเส้นทางนอกเมือง ซึ่งคนใช้รถ SUV ส่วนใหญ่ ก็จะขับทางไกลเป็นหลักมากกว่า ขับในเมืองอยู่แล้ว มันมักเป็นรถที่เอาไว้เที่ยวสนุกในวันว่าง

ก่อนมาถึงช่วงผมขับ เราขับโดยใช้เส้นทางวงแหวน บางนา-บางขุนเทียน ต่อถนนพระราม 2 ยาวๆ มา อำเภอ ปากท่อ ตลอดทางการจราจรคับคั่ง ความเร็วใช้อยุ่ราวๆ 100-120 ก.ม./ช.ม.​ เพื่อนสื่ออีกท่าน ลองสมรรถนะขับลองเหยียบดูบ้าง พอหอมปากหอมคอ ว่ารถ มีการตอบสนองเป็นอย่างไร

กลับมาที่ตัวผม ก้าวขึ้นมาครั้งแรก กวาดพวงมาลัยออกถนนใหญ่ สิ่งที่ผมให้นิ้วเยี่ยมกับ Honda HR-V เป็น เรื่องทัศนวิสัยในการขับขี่ ทำออกมาได้เยี่ยมยุทธฺ คุณสามารถมองเห็นฝากระโปรงหน้า ได้ถ้วนทั่ว เสา A มีขนาดไม่ใหญ่เกินงาม กระจกมองข้าง ย้ายมาไว้ด้านข้าง รวมถึงกระจกหน้าต่างคนขับและคนนั่งค่อนข้างมีบานใหญ่ ยังไม่เห็นจุดบอกหรือมุมอับสายตา ในการขับขี่

เหยียบคันเร่งออกเดินทางเทียบกับ Honda City e:hev ที่ขับมาก่อนหน้านี้ ต้องยอมรับว่า การตอบสนองของระบบขับเคลื่อนใน HR-V ทำได้ดีกว่ามาก แม้รถตัว RS จะมีน้ำหนักถึง 1,407 กก. ยังสามารถออกตัวพุ่งทะยานได้ แม้จะไม่ใช่ในสไตล์เอี๊ยดอ๊าด ออกตัวล้อฟรี ราวกับรถสปอร์ต์ ก็รู้สึกได้ถึงความเร็ว

จังหวะขับไปเรื่อยๆ ถ้าต้องการการตอบสนอง เพียงกดคันเร่งลงไป รถก็จะเร่งตามอย่างทันท่วงที จากที่สังเกตส่วนใหญ่ในย่านความเร็วที่เราใช้กัน มันจะขับเคลื่อนด้วย โหมด Hybrid

ด้วยการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน แล้ว ใช้เครื่องยนต์ช่วยปั่นไฟฟ้าไปยังแบตเตอร์รี่ และช่วยขับเคลื่อนพร้อมกัน ถ้าในความเร็วต่ำ หรือไฟฟ้ามากพอ เครื่องยนต์จะทำงานเป็นจังหวะ แล้วตัดเข้าสู่โหมดไฟฟ้า กลับกันในความเร็วสูง และความเร็วเดินทางจะทำงานไปเรื่อย ใช้รอบต่ำหรือสูง ขึ้นอยู่กับ ความเร็วและการใช้คันเร่งของเรา

การจราจรเมืองไทยไม่เคยแก้ได้สักที เรื่องข้าขิดขวา จนเอาวะมุดดูสักตั้ง ถือเป็นการทดสอบช่วงล่างไปด้วยในตัว

Honda HR-V w:HEV RS Red

การแก้ไขโครงสร้าง ตามที่กล่าวไปในช่วงข้อมูลวิศวกรรม ถ้าสังเกตให้ดี มี 2 ส่วนได้แก่

โครงสร้างที่มีความทนแรงบิดด้วยเหล็กที่มีความแข็งแรงขึ้น รูปแบบตัวถังต่ำลง เมื่อเทียบจากรุ่นเดิม อีกเรื่องเป็นระบบช่วงล่างที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ยิ่งในรุ่น RS มีความแตกต่างจากรุ่น ปกติ อีกระดับหนึ่ง

พอกวาดพวงมาลัยเอี้ยวตัว สิ่งแรกที่ผมรู้สึกได้ทันที คือการโคลงตัว เอนซ้ายขวา น้อยลงกว่ารุ่นเดิมเยอะมาก ด้วยส่วนสำคัญ​ฮอนด้าให้การวางแนวคิดตัวรถใหม่ๆ ว่า Wide and Low ตัวรถจะกว้างขึ้นเตี้ยลง ว่ากันทางหลักฟิสิกส์ ก็คือ ลดศูนย์ถ่วงลง ทำให้มีความมั่นคนในการขับขี่มากกว่ารุ่นเดิม

อันที่จริงตั้งแต่ตอนนั่ง ผมรู้สึกว่า รถคันนี้มีการโคลงตัวน่อยแม้ผู้ขับขี่จะบันเทิงกับหลังพวงมาลัย เราในฐานะผู้โดยสาร ก็สามารถนั่งแป้นแล้น เล่นโทรศัพท์ได้อย่างไม่มีปัญหา หรือจะมองทางก็รู้สึกสนุกตาม ไม่น่าหวาดเสียว เท่าไร

เท่าที่จับอาการระบบกันสะเทือนของรถ ทางฮอนด้า เซทให้ โช๊คอัพมีระยะยืดกว่ารุ่นเดิม ตอบสนองในการยืด-ยุบเร็วขึ้น จนสามารถเก็บอาการสะเทือน พวกถนนปะรอยต่อถนนดีขึ้นอย่างชัดเจน ยิ่งจังหวะคอสะพานเห็นผลชัดว่ารถ จั้มพ์แล้วเก็บอาการดีมาก กลายเป็นขับสนุก นั่งสบายในคันเดียว

ยอมรับตามตรงว่าในวันนี้ ทางขับเป็นเส้นทางตรงเลยยังไม่มีโอกาส ลองพวกทางโค้งสักเท่าไรนัก ถึงเราจะขาดบางโจทย์ไปบ้าง แต่เท่าที่ขับมาสังเกตว่าอาการโคลงตัวน้อยลงมาก จนน่าประทับใจอย่างเหลือเชื่อ ยิ่งใครใช้รุ่นเดิม ลองมาขับรุ่นใหม่ อย่างน้องเคน จากสื่อ Gear UP ซึ่งเป็นเจ้าของ Honda HR-V รุ่นเดิม ยอมรับในระหว่างเราถามตอบว่า มันดูนิ่งขึ้น แน่นขึ้นไม่โคลงเคลงเหมือนเดิม

ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณ การบังคับเลี้ยวที่มีความแม่นยำขึ้น เห็นชุดในจังหวะ วิ่งเปลี่ยนเลนเอี้ยวไปมา ผมใช้พวงมาลัยน้อยลงมาก ทำให้ผ่อนคลายแม้ใช้ความเร็ว และยังมีระบบ Agile Handling Assisted ระบบนี้จะทำงานโดยกช่วยจับเบรกที่ล้อหน้าในโค้ง จริงๆ มันทำงานในหลายสถานการณ์ เพื่อช่วยในการควบคุมรถ ถ้ามีโอกาสลองขับ จะพบว่า รถมีความนิ่งขึ้นกว่ารุ่นเดิม อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ ฮอนด้า ดูจะพยายามยามทำให้รถคันนี้ ควบคุมอยู่หมัดให้มากที่สุด ฮอนด้า เอชอาร์วี เป็นรถไฮบริด ปกติรุ่นเดียว ที่คุณสามารถสั่งการปรับระดับ Kers ได้ มากถึง 4 ระดับ และใช้งานง่ายผ่านปลายนิ้ว เพียงกดแป้นที่หลังพวงมาลัย มันจะช่วยในการหน่วงได้ทันที ดีมากสำหรับการลงทางลาดชัน หรือมาเร็วๆ แล้ว ต้องการพลังเบรกให้อยู่หมัด

วิธีการใช้เพียงกดแป้นก็ใช้งานได้ทันที แต่มีทริคว่า อยากหน่วงแรงให้กดซ้าย หน่วงเบาให้กดขวา ลองใช้งานแวบเดียวคุณก็จะเข้าใจไม่ยากเลย

ส่วนการเบรกสั่งชะลอ หรือหยุดรถคันนี้ ค่อนข้างมีความเป็นธรรมชาติ แป้นไม่สูง ไม่แข็ง กำลังดี เหมาะแก่การขับใช้งานทุกวัน ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมืองก็ตามที

อย่างไรก็ดี ความสนุกสนานไม่จบแค่นี้ รถคันนี้ยังมาพร้อมโหมดสปอร์ตด้วย เท่าที่เล่น ตัวรถออกแนว ห้าวเป้งมากขึ้น จุ่มคันเร่งเป็นมา และไวกว่าเดิม ผมแอบรู้สึกว่า การตอบสนองทางด้านน้ำหนักพวงมาลัย ก็มีการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักไปด้วยเล็กน้อย คงเพื่อทำให้การบังคับควบคุมง่ายขึ้น

เมื่อพูดถึงสมรรถนะการขับขี่มาก ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ พูดกับทุกคนเลยว่า อัตราเร่ง ของ Honda HR-V e:HEV นั้น จากที่ลองเหยียบเล่นๆ ช่วงถนนชะอำ ไปหัวหิน มันใช้เวลาราวๆ 10 วินาที ต้นๆ โดยประมาณ ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 173 ก.ม./ช.ม​.บนหน้าปัด ฮอนด้า บอกความจริงแล้ว ล็อกไว้ที่ 170 ก.ม./ช.ม.​ ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้วต่อการใช้งาน

ถ้าคิดว่านั่นเหนือชั้นแล้ว ผมได้รับการยืนยันจากทางวิศวกรฮอนด้าว่า ระบบ Honda Sport i-MMD สามารถทำงานแบบคู่ขนานได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ในจังหวะ Engine Drive เพื่อทำให้การตอบสนองของรถ ยังทำได้ดี และชดเชยการเร่งรอบเครื่องเร็วเกินไป ซึ่งจะสิ้นเปลืองน้ำมัน โดยมอเตอร์จะทำงานในช่วงเวลาสั้นๆเท่าที่ไฟในแบตเตอร์รี่เพียงพอต่อการใช้งานเท่านั้น

Honda HR-V w:HEV RS Red

เมื่อถามว่า ถ้างั้นแสดงว่า กำลังขับของรถรุ่นนี้ ก็ไม่ใช่ 131 แรงม้า ตามที่กล่าว ทาง วิศวกร เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ไม่ได้รวมกำลังขับ ระหว่าง เครื่องยนต์และ มอเตอร์ เพื่อให้แรงขับแต่รวมกันเพื่อชดเชยกำลังขับ ในช่วงที่ผู้ขับขี่ต้องการการตอบสนอง และยังไงมอเตอร์ไฟฟ้ามีแรงขับมากที่สุดในระบบ ไม่ใช่เครื่องยนต์

นี่เองเป็นตัวการสำคัญ ที่ทำให้คุณรู้สึกถึงการตอบสนองได้ดีตลอดเวลา ในทุกย่านความเร็ว ไม่ว่าจะขับช้า หรือขับเร็ว ระบบพร้อมไม่มียืดยาดเนือยๆ

และจากที่เราลองขับมาหัวหิน ทั้งเหยียบซัด ยัด และขับชิลบ้างในบางอารมณ์ บนหน้าปัดให้อัตราประหยัด 18.8 ก.ม./ลิตร

พูดถึงสมรรถนะในการขับขี่มามากพอสมควร มามองทางด้านความปลอดภัยบ้าง ระบบ Honda Sensing ที่ให้มาเป็นมาตรฐาน รวมๆ ไม่ต่างจากที่เราเคยสัมผัสมาในรถรุ่น อื่นช่วงนี้ ทั้ง Honda Accord และ Honda Civic จริงๆ ระบบของฮอนด้าทำงานได้ดี วางใจได้พอตัว

ส่วนตัว อยากให้ฮอนด้า พิจารณาเรื่องระบบ ที่จำเป็นเพิ่มเติม เช่น กล้อง 360 องศา, และอยากให้ติดตั้งระบบ เตือนมุมอับสายตา แทน ระบบ Honda Lane watch ที่สามารถใช้งานได้เพียงฝั่งซ้าย และ ไม่ได้เป็นการเตือน แต่ให้คุณเล็งเอาเอง ผมเองบอกกับฮอนด้ามานาน และเฝ้าการเปลี่ยนแปลงรถรุ่นนี้

สำหรับผมในภาพรวม Honda HR-V e:HEV RS เบื้องต้น ขับแล้วได้ความรู้สึกสปอร์ตในการขับขี่จริงๆ รถมีความเร้าใจตอบสนองดีทุกรอบเร่ง และยังมีความประหยัดน้ำมันในตัวด้วย จุดเด่นรถคันนี้ อยู่ที่ช่วงล่างและการควบคุม บางอย่าง ก็พูดยากในความรู้สึก อยากให้ใครที่สนใจ ลองไปขับด้วยตัวเอง แล้วจะรู้ว่า ราคา 1.179 ล้านบาท กับสิ่งที่ได้ไม่ได้แพงอย่างที่คิดครับ

เรื่องและขับทดสอบ โดย ณัฐยศ ชูบรรจง

ขอขอบคุณทีมงาน ฮอนด้า ออโตโมบิล ที่เชิญเราเข้าร่วมการทดสอบ Honda HR-V e:hev

ข้อมูลเพิ่มเติม ศึกษาได้จาก Honda

.

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments