ถึงแม้เมืองไทยจะไม่ได้ขายเอ็มพีวีเล็กขวัญใจพ่อบ้านอย่าง Honda Freed อีกแล้วแต่ก็ยังมีความหวังว่าอยากให้นำเข้ามาขายอีก

ถึงตอนนี้จะออกมาเป็นเจนที่ 2 ขายมาถึง 7 ปี จนเข้าขั้นจะเป็นรถปลายรุ่นก็ตามและล่าสุดที่ญี่ปุ่นเปิดตัวรุ่นพิเศษ ในชื่อ Honda Freed Black Style นำรุ่น CROSSTAR เติมเต็มความเข้มด้วยโทนสีเข้มทั้งสีดำและสีเทาเริ่มที่ กระจังหน้าทูโทนแบบสีดำโครมไส้ในกระจังหน้าและสีเทาด้านตรงส่วนบนของกระจังหน้า คิ้วชายล่างสีเทาสไตล์ลุยใต้ชุดกันชนหน้าและกันชนหลัง ที่เปิดประตูกับกระจกมองข้างทรงสปูนตกแต่งสีดำมุก Crystal Black Pearl  ราวหลังคาดีไซน์บิ๊วอินน์สีดำ และล้ออัลลอยสีดำเข้มลายพิเศษ 15 นิ้ว

ภายในแต่โทนสีเข้มสีดำตกแต่งลายไม้ด้านสีน้ำตาลเข้มทั้งแผงคอนโซลหน้ารูปตัวทีชุดเบาะนั่งกึ่งหนังแท้ พร้อมเบาะตอน 2 สามารถปรับเลื่อนได้ 360 มม. พับได้เพิ่มพื้นที่ในการขนสัมภาระทั้งตอน 2 และตอน 3 รวมถึง รุ่น 5 ที่นั่ง สามารถพับแยกแบบ 60/40 ที่มีพื้นที่บรรทุกของมากขึ้นเป็นพิเศษ ตกแต่งด้วยไฟ Ambient Light ปรับสีได้มากถึง 6 เฉดสีตามต้องการ มาตรวัดดิจิทัลแนวยาวบนคอนโซลหน้า ชุดจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วที่ต้องจ่ายงินเพิ่ม เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านหุ้มหนัง

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเบนซิน i-VTEC 1.5 ลิตร L15B1 129 แรงม้า แรงบิด 153 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT กับ เบนซิน e:HEV LEB-H1 1.5 ลิตร พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ sport i-DCD 7 สปีด คู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบชุดแม่เหล็กแบบ นีโมเดี้ยม แทนแร่โลหะหนัก Rare Earth และแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion battery พร้อมให้กำลังรวมสูงถึง 137 แรงม้า

ทั้งสองขนาดเลือกได้ทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อมความปลอดภัย Honda Sensing ทั้ง ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System (LKAS), แจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW), เตือนการชนด้านหน้ากับตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS) and Forward Collision Warning (FCW) เป็นต้น

Honda Freed Black Style คาดมาแบบจำนวนจำกัดขายที่ญี่ปุ่นเริ่ม 2,885,300- 3,215,300 Yen หรือราว 725,000-805,000 บาท (ไม่รวมภาษีนำเข้าของไทย)

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่