Honda Civic Turbo RS …ยกระดับพรีเมี่ยม ก้าวไปสู่จุดใหม่

แบ่งปันเรื่องนี้

ฮอนด้า ซีวิค เรียกว่า เป็นรถยนต์คู่บุญ ของฮอนด้า มาตั้งแต่เปิดบริษัทในไทย เมื่อ 20 ปีที่แล้ว จนในที่สุดมันกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รัยความนิยมมากที่สุด รุ่นที่ผ่านมา เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างชัดเจน เวลาผ่านไปเร็วมากไม่น่าเชื่อว่า จากวันนั้นถึงวันนี้ ที่ผมมาขึ้นขับ   Honda  Civic Turbo RS   ครั้งแรก  นั่นก็ 6 ปี ผ่านมาแล้ว

จากรุ่นสู่รุ่น ฮอนด้า มักมีแนวคิดในการพัฒนารถยนต์ไปสู่ทิศทางใหม่เสมอ โดยเฉพาะ Honda  Civic   ถือเป็นรถที่ออกมาเพื่อมวลชนคนทั่วโลก เป็นรถที่มีความคิดการพัฒนาแบบสากล หรือ   Global Model   เป็นรุ่นเรือธงที่สำคัญ 10 รุ่นที่ผ่านมา ฮอนด้าได้พัฒนารถรุ่นนี้ในแบบต่างๆ มากมาย แต่ละรุ่นก็นำเสนอ สิ่งต่างๆ มากมายเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

จนกระทั่งในที่สุดรุ่นที่ 11 ทีแรกฮอนด้า เปิดตัวต้นแบบ   Honda Civic Prototype  ทำให้ทั่วโลก ได้ตื่นเต้น ถึงการเปลี่ยนแปลง ท่ามกลางการระบาดโควืด 19 ที่ดูจะทำให้วงการยานยนต์เงียบเหงา

ตั้งแต่ตัวต้นแบบเปิดตัว ออกมาผมให้ความสนใจมากๆ กับรถคันนี้ เพราะด้วยการวิพากษ์จากโซเชี่ยล ว่าไม่สวย ไม่โดน ทำให้เรื่องเก่าดูจะตามมาหลอกหลอนใน Honda Civic FE อีกครั้ง

Honda  Civic Proto 2020
รถ Honda Civic Proto คาดว่าจะออกมาเป็น Civic si ในอเมริกา
Honda  Civic Proto 2020

หลังจากเปิดตัวขายในอเมริกา ในที่สุด ฮอนด้า ประเทศไทย ก็เปิดตัว  Honda  Civic   ใหม่ ในประเทศไทย เป็นประเทศที่ 2 ของโลก ท่ามกลางยุคโควิดระบาดหนัก เป็นความท้าทายในการทำตลาดรถยอดนิยม ของฮอนด้า

ฮอนด้าได้วางหมาก สำคัญ 3 ข้อในไทย คือ

  • ให้เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ ทั้งหมด
  • ให้ระบบความปลอดภัย Honda  Sensing  ทั้งหมด
  • ทำราคาคุ้มค่าขึ้น ถ้าเทียบกับรุ่นเดิมที่วางจำหน่ายมา

ย้อนไปตอน เปิดตัว หลังจากทีผ่านตา รูป  Honda Civic ในคอมพิวเตอร์มาพักใหญ่ ตั้งแต่เปิดตัวในอเมริกา ครั้งแรกที่ได้เห็นรถคันนี้ตัวเป็นๆ ต้องยอมรับ ว่า มันสวยหล่อกว่าในรูปพอสมควร

เส้นสาย ฮอนด้า ซีวิคใหม่ เชื่อว่าหลายคนน่าจะเห็นไปบ้างแล้ว ทางฮอนด้า ยกระดับงานออกแบบให้มันมีความรู้สึกพรีเมี่ยมมากขึ้น เริ่มจาก ปรับให้ช่วงฝากระโปรงหน้ามีความยาวขึ้นกว่าเดิม กระจกบังลมหน้า ถูกดันไปด้านหลังอีก 2 นิ้ว เทียบกับรุ่นเดิม มันมีความชันมากกว่าพอสมควร เพื่อให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี

งานออกแบบ วางเส้นสายไว้ 2 ชุด ได้แก่ เส้นไหล่ จะลากจากฝากระโปรงหน้าไปจรดหลัง และเส้นเคลื่อนไหว วางเป็นแนวเฉียง จากช่วงบังโคลนหน้าผ่านประตู ไปรับเส้นกันชนท้าย

Honda Civic รุ่น EL+
Honda Civic   รุ่น  EL+
Honda Civic รุ่น EL+
 Honda Civic   รุ่น  EL+
Honda Civic รุ่น EL+

ช่วงซุ้มล้อปรับงานออกแบบใหม่ ให้มีความรู้สึกใหญ่เป็นพิเศษ ทีมงาน ยังจับเอาแนวคิดใหม่  Low and Wide   หรือ เตี้ยและกว้าง

แนวคิดเดียวกันนี้ใช้ใน  Honda  Accord  เป็นครั้งแรก ลักษณะช่วงห้องโดยสารถูกวางต่อเนื่องไปถึงด้านหลัง ขณะที่ฝากระโปรงหน้ามีความยาว ช่วงห้องสัมภาระท้าย ออกแบบให้มีความสั้นและลึก จนเทียบกับซีดานสไตล์ดั้งเดิม มองทางด้านข้างจะไม่เห็นความเป็นซีดานด้วยซ้ำไป

เปรียบเทียบกับ  Honda  Civic FC   โฉมก่อน เจ้า  ซีวิคโฉมใหม่ มีความยาว 4,678 มม. (ยาวขึ้น +48 มม.) กว้าง 1,802 มม. (+3มม.) สูง 1,415 มม.(-1มม.) และ ฐานล้อยาว 2,733 มม. (+35 มม.)

จุดหลักตัวถังจะเห็นได้ว่า ฮอนด้า เน้นเพิ่มความยาวของตัวรถ เช่นเดียวกับฐานล้อที่ยาวขึ้น  แต่ทีมพัฒนายังใส่รายละเอียดไว้อีกในรถคันนี้ จุดสำคัญในตัวรถที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ ระยะยื่นจากล้อถึงปลายกันชน ทางด้านหน้า เพิ่มระยะยืน่ไปอีก 25 มม. เพื่อเพิ่มความปลอดภัย เมื่อเกิดการชนทางด้านหน้า

ด้านหลัง จัดการปรับลดระยะยื่น -35 มม. เพื่อการควบคุมที่ดีขึ้น ในระหว่างการขับขี่  (ลดแรงเหวี่ยงทางด้านท้าย)

ตอนมาถึงฮอนด้า เราหวังว่า น่าจะได้รุ่น EL / EL+  ด้วยความเป็นรถที่คนสนใจ ทำเนื้อหาอะไรไปก็มีคนอ่าน รุ่นยอดนิยมมากกว่า ทั้งราคา และความเหมาะสมในการใช้งาน ผมได้แต่มองมันห่างๆ กับ คันสีฟ้าใหม่ Morning Mist  อารมณ์สีคล้ายกับชุดราตรีวิบวับของสุภาพสตรี มีความเรียบหรูดูดี มันทำให้ ผมนึกถึงสีย้อนไป 10 ปีที่แล้วใน Honda Civic Hybrid   ที่มีสีทำนองเดียวกัน

คู่หูของเราวันนี้ เป็น  Honda  Civic Turbo RS   สาธยายรายละเอียดเร็วๆ ก็อย่างเช่นที่คุณรู้อยู่แล้ว มันจะต้องพกของแต่งสีดำรอบคันมา งวดนี้ก็ยังคงเดิมในหลายรายการ เช่น มือจับสีดำ , ล้อแม็กขอบ 17 สีดำด้าน , สปอร์ยเลอร์หลัง , เสาอากาศคลีบฉลาม และแน่นอนขาดไม่ได้ตรา RS

Honda  Civic Turbo RS  สีขาว

งวดนี้ ฮอนด้า มาแปลกหน่อย ตรงกระจังหน้าไม่มาสีดำเหมือนเดิม ทำเอาแอบแปลกใจไปเล็กๆ เช่นกัน อาจจะมาจากทางทีมออกแบบญี่ปุ่นว่า ไม่เอา มันไม่สวย น่าจะเป็นไปได้

ก้าวเข้าสู่ในห้องโดยสาร ทีมออกแบบ ฮอนด้า ตั้งใจมากที่จะพัฒนาในห้องโดยสาร เนื่องจากเป็นส่วนที่ลูกค้าได้ใช้งานจริง ไม่ใช่มีไว้โชว์โก้เก๋

Honda  Civic Turbo RS  สีขาว

อันที่จริง ทีมพัฒนา ฮอนด้าซีวิคได้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ลูกค้าซีวิคในอเมริกา จะต้องขับรถเดินทางทุกวัน เป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 45 นาที (ในไทยเราใช้ชีวิต นานกว่านั้นมาก) ดังนั้นส่วนที่ลูกค้าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็คือการโดยสารนั่นเอง

งานออกแบบภายใน จึงเน้นการให้ภายในที่มีความสะดวกสบาย ที่สุดเท่าที่เงินทุนพัฒนาจะเอื้อ งานออกแบบ เรียกว่า Fine Morning interior ถ้าแปลตามตรงอาจจะฟังดูแปลกๆ เอาเป็นว่า รถคันนี้ให้ความรู้สึก เป็นเช้าที่สดใสของคุณทุกวัน  เมื่อได้มานั่งในรถคันนี้

กว่าจะเป็น งานออกแบบนี้ได้ ทางทีมออกแบบ วาง 3 สิ่งผนวกเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญ อย่างได้แก่

  • ความสะอาดตา
  • การใช้งานที่ง่าย
  • ความสะดวกสบายสูงสุด

ในด้านความสะอาดตา เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยสาร วางตัวลงเบาะนั่ง จะรู้สึกได้ทันที ว่าเทียบกับรถรุ่นก่อนๆ Honda Civic FE  ดูจะให้คอนโซลที่สั้นลงกว่าเดิมพอสมควร รวมถึง การเปลี่ยนแปลงสำคัญในเรื่องนี้ น่าจะอยุ่ที่ช่องแอร์ใหม่ แบบรังผึ้ง วางยาว จาก ช่วงคอนโซลกลางไปถึงอีกด้าน ให้ความรู้สึกเป็นงานชิ้นเดียวกัน โดยตรงกลางมีเพียงจอเครื่องเสียง ที่เปลี่ยนมาวางไว้ตรงกลาง ทำให้ อุปกรณ์ต่างๆ ดูไม่เยอะเกินไป

เรื่องความสะดวกในการใช้งาน ให้ดูจากการวางปุ่มและอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณสามารถเข้าไปในรถที่โชว์รูม เจอหน้าครั้งแรก แล้วใช้งานได้อย่างคล่องตัว อย่างอัศจรรย์ใจ  ยกตัวอย่างในเรื่องนี้ เช่น ปุ่มโหมดการขับขี่ ที่วางไว้ตรงคอนโซลกลางคันเกียร์ที่วางไว้ในตำแหน่งจับถนัดมือ

มาจนถึงในรุ่น  Honda  Civic  Turbo RS ยังให้เรือนไมล์ขนาดใหญ่ 10.2 นิ้ว ที่ดูง่ายใช้งานสะดวก ไม่ต้องมาแบ่งเป็นช่องๆ ในแบบรุ่นเดิม

ภายในห้องโดยสาร แบบ Fine Morning Interior

สุดท้ายในเรื่องความสะดวกสบาย ทางทีมงานได้ใส่ใจกับความรู้สึกในจุดสัมผัส ต่างๆ เช่น คุณจะพบว่า คอนโซลกลางที่มีหนังหุ้ม อยู่ในจุดที่วางมือพอดี เวลาคุณประคองพวงมาลัย ปุ่มสวิทช์ต่างที่มีสัมผัสดีมาก การหมุนเปลี่ยนจังหวะ รู้สึกมีคุณภาพกว่าเดิม เบาะนั่งที่มีขนาดใหญ่ โอบกระชับ ทว่ากลับรู้สึกไม่อึดอัดในการขับขี่

เบาะนั่งคนขับเป็นปรับไฟฟ้า มาพร้อมที่ดันหลังช่วยเพิ่มความสบายในการเดินทาง เช่นเดียวกับเบาะคนนั่งปรับไฟฟ้าเช่นกัน

ถ้าจะถามว่าพื้นที่โดยสารตอนหลัง เป็นอย่างไร จากที่ดูข้อมูลมา (ยังไม่ได้ลองนั่งจริง) เข้าใจว่าไม่ได้ปรับปรุงจากเดิมในเรื่องพื้นที่ในการโดยสาร ทางฮอนด้าปรับส่วนเบาะนั่งให้มีทรงเป็น 3 มิติ เพิ่มการกระชับในการโดยสารมากขึ้น

ในความเป็นจริง ห้องโดยสาร Honda  Civic  โฉมใหม่ ต้องยอมรับว่าดูดีกว่าเดิมเยอะมาก นักวิจารณ์บางคนอาจจะมองว่า มันดูจืด ไม่หวือหวาดูเรียบๆ ไปนิด ไม่ว้าว!!! เท่าไร

พอเข้ามานั่งจริง เทียบกับรุ่นเดิม ความรู้สึกเปลี่ยนไป จนแทบจะล้ำหน้าพี่ชาย Honda  Accord   ไปแล้ว ด้วยซ้ำ หน้าจอเรือนไมล์ใหม่ขนาดใหญ่ ทำออกมาได้ เก็บรายละเอียดต่างๆ เยอะมาก ที่ผมชอบเป็นพิเศษ คือรถคันเล็กๆ กลางจอ แทนตัวรถของเรา คล้ายกับ เกมสมัยเด็กยุค 80 สมัยเกมกด ยังดัง ก่อนเราจะมารู้จักเครื่องแฟมิลี่ และ เพลย์สเตชั่น 

เจ้ารถคันนี้ไม่ได้ มีดีแค่โชว์ตัวเท่านั้น มันยังสามารถบอกค่าสถานะต่างๆ ได้ เช่น ไฟเบรก , ไฟเลี้ยว และ ถ้าคุณขับไปบนถนน สามารถมองได้ว่า ข้างคุณมีรถอะไรวิ่งผ่านมาหรือไม่ และจำแนกประเภทรถ ด้วยว่า เป็นรถเก๋ง รถบรรทุก ดูล้ำหน้ากว่าเดิมหลายขุม

การเลื่อนกระจกบังลมหน้า เข้ามาจากตำแหน่งเดิม 2 นิ้ว ทำให้ มันชันขึ้นกว่าเดิมพอสมควร เสา A   บางลง กระจกมองข้าง ถูกย้ายมาปักไว้ที่ข้างประตู

ทัศนวิสัยในการขับขี่ เหมือนจะดีตอนฟังบรรยายครั้งแรก แต่พอเข้ามาอยู่ในรถคันจริง เจ้าชุดอุปกรณ์เรดาห์ของ  Honda Sensing และกระจกมองหลัง ดันกินมาเกือบครึ่ง ตรงกลางกระจกบังลมหน้า ส่วนชุดจอเครื่องเสียง ที่เปลี่ยนมาวางตั้งแบบปกติ ก็กินพื้นที่ส่วนนี้ขึ้นประมาณหนึ่ง ทำให้ตรงกลางเหลือพื้นที่การมองน้อยไปหน่อย ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม

การยืนลงมาของกระจกมองหลัง และ จอเครื่องเสียง ทำให้เสีย พื้นที่ ทัศนวิสัย ตรงกลางไป

การให้สัมผัสวัสดุภายใน ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ผมแอบแปลกใจนิดหน่อย ที่ลายตบแต่งของซีวิคใหม่ เปลี่ยนจากแนวทาง  Paino Black   เดิมๆ มาเป็นลวดลาย คล้ายที่ตะไบเล็บ จับแล้วมี Texture  มันส์มือดีไปอีกแบบ

ที่น่าชื่นชมงวดนี้ เรื่องชุดควบคุมแอร์กลับมาอยู่เป็นสวิทช์เหมือนเดิม ไม่ต้องไปกดปุ่มวุ่นวายแบบในซีวิคตัวเดิม ที่มีความซับซ้อนกับการใช้งานเทคโนโลยีมากเกินไป  

เครื่องเสียง เท่าที่ลองเล่น ทำมาใช้งานง่าย จุดสำคัญต้องใช้งานเป็นปุ่ม ควบคุมสะดวก จะใช้งานจากพวงมาลัยก็ได้ ความคล่องตัวในการใช้งานก็ดี ในจอนี้ ก็มีการควบคุมการเชื่อมต่อมาให้ รมถึงยังสามารถเซทค่าการทำงาน บางส่วนของตัวรถได้ด้วย อารมณ์ เริ่มกระเดียดมาทางรถยุโรปบ้างแล้ว

การวิศวกรรม

ในงวดนี้ ทางฮอนด้า บ้านเราตัดสินใจ ฟันธง ยกเลิกเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร แคมเดี่ยว ที่ใช้มาตั้งแต่ครั้น  Honda Civic  FD   ผ่าน มาจนถึง รุ่นที่แล้ว เรียกว่ายาวนานมาสิบกว่าปี

เครื่องยนต์บบล็อกดังกล่าวไม่ใช่ไม่ดี เพียงแต่อายุอานามก็มาก ฮอนด้า มีภารกิจสำคัญในการทำรถให้มีการปล่อยไอเสียน้อยลงด้วย ตามทิศทางใหม่ของบริษัท

เครื่องยนต์ใหม่ เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กลายเป็นมาตรฐานในรุ่นนี้ กำลังขยับเพิ่มขึ้น จาก 173 Ps  และ แรงบิด 220  นิวตันเมตร มาเป็น 178 แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร

เครื่องยนต์สรุป ยกมาจาก Honda Accord

โดยสรุป เพิ่มขึ้นมา เพียง  5 แรงม้า และทำแรงบิดเพิ่มขึ้น 20 นิวตันเมตร ไม่เท่าสเป็คอเมริกา ที่ทำออกมาเป็น 182PS   และให้แรงบิด 240 นิวตันเมตร

ส่วนหนึ่งเข้าใจว่า มาจากการที่ทีมวิศวกรของเอเชี่ยนฮอนด้า จูนให้เครื่องยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง  E85   ได้จากเดิมใช้งานได้สูงสุดเพียง  E20  ส่วนตัวมองว่าน่าเสียดาย เพราะความจริง ถ้าคุณซื้อรถราคาล้านกว่าบาท คงจะไม่กระเบียดกระเซียน พลังงานทางเลือก  E85   อยู่แล้ว

ทำไม ฮอนด้า ต้องยอมตอนม้า ทำเครื่องยนต์เทอร์โบให้ใช้ E85   ได้ ทั้งที่ไม่จำเป็น นั่นก็มาจากการมองว่าได้ อัตราการเสียภาษีสรรพสามิตรที่ต่ำลง Honda  Civic Turbo  ใหม่ เสียภาษีสรรพสามิตรเพียงร้อยละ 20 เท่าๆ กับ   Mazda 3   ใหม่ ส่วน  Toyota Corolla   ในรุ่นบนๆ เป็นไฮบริด เสียภาษีต่ำกว่าอยู่แล้ว

เหตุผลข้อนี้ จึงพอรับได้ แม้ว่าจะเสียดายมากที่กำลังเครื่องยนต์ลดลง จากที่ควรจะเป็น

ถึงจะพูดแบบนั้น ฮอนด้า ซีวิค ก็ยังเป็นรถคอมแพ็คคาร์ที่มีกำลังขับมากที่สุดในกลุ่ม เมื่อเปรียบเทียบกับ Toyota corolla   และ Mazda 3   

เครื่องยนต์บล็อกนี้ ไม่ใช่การอัพเกรดจากรุ่นเดิมนะครับ การเปลี่ยน รหัสเครื่องยนต์ ไปเป็น L15BG   นั่นแสดงชัดว่า ทีมวิศวกร ตัดสินใจยกเอาเครืองยนต์  Honda  Accord  มาประจำการ แล้วจัดการตอนม้าลง 12 ตัว จาก 190 ให้เหลือเพียง 178 แรงม้า ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น

เครื่องยนต์บล็อกนี้ มีจุดเด่นสำคัญ อยู่ หลายอย่าง

  1. ลดกำลังอัดเครื่องยนต์จาก 10.6 :1   มาเป็น 10.3 :1
  2. ท่อร่วมไอเสียวางในฝาสูบ แล้วหล่อเย็นด้วยน้ำภายใน
  3. ตัวกรองไอเสียใหม่
  4. เพิ่มความแข็งแรงของข้อเหวี่ยงมากขึ้น
  5. เพิ่มวาล์วแปรผันทางฝั่งไอเสีย

รวมๆ ให้เข้าใจง่ายๆ เครื่องยนต์ ยกมาจากแอคคอร์ด แล้ว ตอนแรงม้า ให้มันเหมาะกับ ซีวิค เท่านั้นเอง

ชุดเกียร์ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายอะไร อัตราทด ดูจากสเป็นเหมือนเดิมไม่มีผิด ถ้ามาดูตามวิชาสอนในห้องเรียนนักข่าว ทางฮอนด้า ชี้ว่ามีการปรับปรุง 4 อย่าง 3 อย่างเป็นเรื่องการโปรแกรมเกียร์ ได้แก่

การลดอัตราทด เพื่อพร้อมในการเร่ง
ระบบ G shift Design ที่พัฒนามาตอบสนองเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จแล้ว
ชุดเกียร์ทำงานแบบ Step Shift   ตัดไปอัตราทดต่อไปทันที เมื่อลากสุดๆ จุดเส้นแดง

ส่วนการปรับปรุงทางด้านกลไก บอกเพียงมีการปรับปรุงในรายละเอียดของชุด  Torque Converter ผมกลับไปอ่านรายละเอียดตอนเปิดตัวในอเมริกา เข้าใจว่าเวอร์ชั่นในไทยก็น่าจะเหมือนกัน มีการปรับปรุงชุดปั้มไฮโดรลิกในเกียร์ด้วย

ในรุ่น RS พิเศษ ด้วยโหมดสปอร์ต เพิ่มความน่าใช้งานมากขึ้น

ไม่เพียงแค่นั้น ฮอนด้า ยังรวบเอา โหมดการขับขี่แบ่งออกเป็น 3 โหมด สำคัญ คือ

  • Econ – โหมดประหยัด ขับสโลว์ไลฟ์หรือ สาวก ชอบเรียกว่า โหมดใบไม้ บางคนเรียกว่า โหมดกัญชา
  • Normal  – โหมดขับปกติ ทั่วไป เดิมทีคือถ้าไม่กดโหมดกัญชา ก็คือ Normal 
  • Sport – โหมดนี้ จะมีเฉพาะใน  RS  เท่านั้น ฮอนด้า เผยว่า จะเน้นการตอบสนองการขับขี่เวลาขับเร็ว ให้ทันใจมาก

การปรับปรุงเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมดเท่านั้น ทีวิศวกร ทุ่มเทใจในการสร้าง ซีวิค ด้วยส่วนสำคัญในการปรับบุคลิกรถให้เหนือชั้นกว่าเดิม

นาย ยูซูเกะ ซาโตะ ในฐานะ หัวหน้าโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของ  Honda  Civic   ใหม่ ได้กล่าวตั้งแต่การเปิดตัวว่า  ตั้งแต่เปิดตัวในปี 1972 ฮอนด้าซีวิค เป็นรถที่สร้างความว้าว! มาตลอดเวลา  ซีวิค เป็นรถที่ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล (จริงๆ เขาใช้คำว่า สุภาพด้วยซ้ำไป)

ในงวดนี้ ฮอนด้าจึงลงไปใส่ใจรายละเอียดตัวรถมากขึ้น เริ่มจากชุดแชสซี หรือโครงสร้างตัวรถ มีการปรับปรุงขนานใหญ่ จะมีการทดต่อแรงบิดดีชึ้น 8 % และทนต่อการงอตัวขึ้น 13%  โดยใช้โครงสร้างพื้นที่มีความแข็งแรงขึ้น มีการวางโครงสร้างต่างๆ ใหม่ในหลายส่วน รวมถึงมีรายงานการใช้ วัสดุใหม่  High tensile Steel  / อลูมิเนียม เพิ่มในหลายจุดด้วย

หลังจากทำงาน ทางด้านแชสซี ส่วนวิศวกรรมช่วงล่าง ก็บรรเลงปรับปรุง ระบบกันสะเทือนขนานใหญ่ ฮอนด้า มุ่งเน้นการปรับปรุง 3 ส่วน ได้แก่ การตอบสนองการขับขี่, การลดเสียงรบกวนในขณะขับขี่ และ การเพิ่มความมั่นใจ

ในหลักกาiทั่วไป ช่วงล่างยังเป็นทางด้านหน้า แบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท และทางด้านหลัง ยังคงเป็นอิสระมัลติลิงค์ ทั้งคู่ มาพร้อมชุดเหล็กกันโคลง เสริมควา,มั่นใจในการขับขี่ทั้งทางด้านหน้าและทางด้านหลัง

ฐานล้อที่ยืดเพิ่ม 35 มม. ที่ผมพูดไปตั้งแต่ช่วงแรก ไม่ได้มีแค่นั้น ทางฮอนด้า ยังเพิ่มระยะห่างระหว่างล้อหรือ  track  อีก 12 มม. ในตำแหน่งล้อหลัง ทำให้ การวิ่งทางตรงและเลี้ยวเข้าโค้งอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่จริงยังมีรายละเอียดต่างๆ อีกมากมาย อาทิ บุชช่วงล่างใหม่เพื่อลดอาการสะท้านจากพื้นถนน ตัวรองรับช่วงล่างหรือ  Subframe  ทำมาจากวัสดุอลูมิเนียม รวมถึงโช๊คอัพ มีข้อมูลว่าปรับการตอบสนองให้ดีขึ้น แม้จะไม่ได้บอกว่าทำอะไร

แต่ผมจำได้ว่า มีร้านล็อแม็กร้านหนั่ง มาโพสในคลับ  Civic  Gen 11  ว่า  ได้ทำการรื้อช่วงล่างออกมาดู แล้วชี้ว่ามันเหมือนกันไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าไรนัก

โพสนี้ ผมเซฟเก็บเอาไว้ แล้วนั่งวิเคราะห์เพิ่มเติม (ก็ต้องขอบคุณเขา ที่ทำให้เราไม่ต้องไปยกรถดูเอาเอง) โดยสิ่งที่ดูมีการเปลี่ยนแปลงไป คือ ชุดสปริง ของ Honda Civic FE   ที่มีลักษณะขดไม่เหมือนกัน และจากที่ดูการวัดค่า ความห่างของขดก็ไม่เหมือนกัน ด้านหน้าระยะระหว่างขดลดลง (หมายความว่าแข็งขึ้น) ส่วนด้านหลังมีความห่างระหว่างขดมากขึ้นเล็กน้อย

จึงอนุมาณว่า มีความเป็นไปได้ที่สปริงหน้าจะแข็งขึ้น สปริงหลังอาจจะมีค่าอ่อนลงนิดหน่อย แต่นั่นก็เป็นเพียงการอนุมาณส่วนตัวเท่านั้น และพอจะเดาได้ว่า รถน่าจะออกมาอย่างไร

ท้ายสุดชุดยางเปลี่ยนมาเป็นยาง Yokohama DB Decibel  เน้นยางนุ่มเงียบ ให้เฉพาะในรุ่น Honda  Civic Turbo RS

ส่วนระบบเบรกยังคงเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ ด้านหน้าใช้จานเบรกระบายความร้อน ด้านหลังเป็นจานปกติ  ฮอนด้าชี้ว่ามีการปรับปรุงลักษณะปั้มเบรกใหม่ ให้ทรงเพรียวลมมากขึ้นนิดหน่อยด้วย  ผมว่าก็ดูเดิมๆ

การทดลองขับขี่

ตั้งแต่ซีวิค ทำตลาดมา เท่าที่ผมมองลูกค้า ฮอนด้า ซีวิค จะมี 2 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรก คือ คนทั่วไปที่ต้องการรถยนต์สักคันใช้ในการขับขี่ เดินทางเช้าทำงาน เย็นกลับบ้าน และอย่างประเทศไทย มีรถไว้อวดสถานาะทางสังคมบ้าง ในอเมริกา ปัจจุบัน คอมแพ็คคาร์ กลายเป็นกลุ่มรถครอบครัว คล้าย หน้าที่ของ ซีดานกลาง ในอดีต

กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มคนชอบความเร็ว ชอบเอา ซีวิค ไปแต่งองค์ทรงเครื่อง จะโมให้มันแรง ทำช่วงล่างให้มันเยี่ยม ขับรถไม่บ่อยมาก เรียกว่าเน้นออกมาซิ่งทำความเร็ว เป้าหมาย เพียงตามรอย  Honda  Civic Type R   ไอคอนนิค ฝันคนชนชั้นกลาง ที่ต้องการรถยนต์สมรรถนะสูง ในราคาไม่แพง ซึ่งส่วนใหญ่ ก็ซื้อรถไปรื้อ บางทีออกจากโชว์รูม แล้วเลี้ยวไปร้านแต่งรถเลย ก็เห็นมาแล้ว โดยไม่ยี่หระกับ สมรรถนะเดิมๆ  

การเปลี่ยนแปลงของ ฮอนด้า ซีวิค จากทั้งหมด ตั้งแต่คุณเริ่ม คิดจะอ่านบทความมา จะพบว่า มีหัวใจสำคัญ อยู่ไม่กี่ข้อ

ข้อแรก ปรับตัวตนให้ดูหรูหราพรีเมี่ยมมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม ทั้งภายนอกภายใน เพิ่มความทันสมัย เส้นสายสะอาดตา

ประการต่อมา จัดการยกเครื่องสมรรถนะ จุดสำคัญ เอาเครื่องเครา รวมถึงการพัฒนาโครงสร้าง จาก ฮอนด้าแอคคอร์ด มาใช้ เช่น โครงหลังคา เป็นการนำเทคโนโลยีประกอบตัวถังเดียวกัน  Laser Screw   มาใช้ เป็นต้น

ข้อสุดท้าย เป็นการกลับไปหารากเหง้าของซีวิค ในการเป็นผู้นำรถกลุ่มคอมแพ็คหลายๆ อย่าง เป็นรถที่สร้างความว้าว !! ที่จริง ซาโตะ ซัง บอกว่า เขานึกถึง ตอนที่ ซีวิค ออกมาขายในครั้งแรก นักข่าวในอเมริกา ให้นิยาม   Honda  Civic  รุ่นแรก ว่า เหมือนการที่คุณออกสูดอากาศบริสุทธิ์  (breath if fresh air)

ความหมายในเรื่องนี้ จริงๆ หมายถึง คุณได้เปลี่ยนบรรยากาศ ไปสู่ สิ่งใหม่ และนั่น คือ สิ่งที่ Honda Civic  FE ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา เปิดศักราชใหม่ของ คำว่า “ซีวิค” อีกครั้ง

ผมนั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับ ท่ามกลางการจราจร อย่างแรกที่รู้สึกทันทีในซีวิคใหม่ คันนี้ เทียบกับ Honda Civic FD ,FB   และ  FC   ที่เคยผ่านมือมา

ข้อแรก รถดูผ่อนคลายกว่ารุ่นเดิม ที่พยายามสร้างสรรค์ให้ขึงขังมีความสปอร์ต มันต้องดูดีมีความทันสมัย ทุกอย่างงวดนี้ถูกทำให้กลมกลืน รถมีความผ่อนคลาย สบาย ดูเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย ที่พร้อมจะช่วยคุณในการขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

พอไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว ดันคันเร่งลงไปเล็กน้อย รถออกตัวโดยง่ายทันใจเป็นไปตามประสงค์ แม้ว่าคุณจะอยู่ในโหมด  Econ ก็ตาม

การขับในโหมด  Econ  ในช่วงแรก ทำเอาแปลกใจแอบรู้สึกว่า คันเร่ง และพวงมาลัย ออกมาในแนวยานๆ การตอบสนองไม่สมราคาคุย จนผมเปลี่ยนมาสู่โหมด  Normal   ถึงได้ทราบว่า การเปลี่ยนโหมดการขับขี่ ไม่เพียงแค่เปลี่ยนการตอบสนองคันเร่งและชุดเกียร์เท่านั้น มันยังพ่วงไปถึงพวงมาลัยด้วย

อาการทั้งหมดถูกปรับให้สอดคล้องกัน พร้อมตอบสนองการขับขี่ในแต่ละรูปแบบตามความต้องการในการขับขี่ด้วย

โหมด Normal  คันเร่งจะไวขึ้นมาประมาณหนึ่ง การหน่วงพวงมาลัยน้อยลง การตอบสนองต่อการบังคับเลี้ยวเร็วขึ้น กว่า  Econ จนเป็นธรรมชาติ เข้ากับการความรู้สึกขับขี่ของคนขับรถทั่วไป พร้อมจะไปตามมือ หน่วงอยู่อีกเสี้ยววินาที ให้การโยนตัวของรถไม่วิบวับ จนคนนั่งเอื้อมมือมาเขกกบาลเข้าให้ ว่าขับรถภาษาอะไร

รุ่น  RS   ที่ได้มาขับ มีโหมด  sport   เข้ามา เข้าโหมดนี้ ชุดเกียร์จะถอนไปรอรอบ ช่วง 2,000 ปลาย – 3,000 ต้นๆ อารมณ์พร้อมไปทุกเมื่อ และเมื่อ ขยี้คันเร่งไปเท่านั้น แรงบิด 240 นิวตันเมตร พาทะยาน ได้ฟีลลิ่งหลังจมเบาะ นิดๆ ให้ความรู้สึกว่ารถแรงเอาเรื่อง แม้จะไม่ได้บุ่มบ่าม มุทะลุประดุจรถสปอร์ตก็ตาม

รุ่นเดิม จำได้ว่า ซิวิค ทำแรงบูสต์ ไว้ที่ 1 บาร์ ตามข้อมูลที่ผมจำได้จากวิศวกร ส่วน Honda  Accord   1.5  เทอร์โบ อยู่ที่ ราวๆ 1.2-1.3 บาร์ เชื่อว่า ซีวิคใหม่ ด้วยการจูนลดกำลังลงมาก น่าจะปรับบูสต์มาราวๆ 1.1 บาร์ โดยประมาณ ยังอยู่ในจุดที่คุณสามารถพาผู้โดยสาร 4 คน นั่งได้อย่างสบายแม้ต้องเร่งรีบ ไม่รู้สึกเหนื่อยเหมือนอยู่ในรถสปอร์ต

ในโหมดนี้ การตอบสนองพวงมาลัยจะเร็วขึ้นไปอีกอยู่ในระดับ พอเอาไปซิ่งหลังถนนได้ พวงมาลัยไปตามใจทันความคิด เวลามุดซ้ายขวา ในยามต้องการความเร็ว ได้ดั่งใจ 178 แรงม้าจัดหนักได้ทุกเมื่อ ที่จริง มันแรงน้องๆ รถสปอร์ต เมื่อเทียบน้ำหนักตัวกับ แรงม้า  

มันทำงานได้สอดผสานกับชุดเกียร์ที่พร้อมตอบสนองความแรง น้ำมันช่างมัน ขอให้ถึงทันเวลา ให้นึกถึงเวลาที่แม่บ้านบ่นว่า อยู่ไหนทำไมยังไม่มา หน้าบูดเป็นตูดเป็ด ขณะที่คุณต้องใช้วิชามารบนถนน ในรถคันเดิมที่เซทมาในบุคลิกเดียว จะมุดจะแทรกไม่ทันใจ

ถ้าเป็นในรุ่น Honda Civic Turbo RS  เพียงปรับไปโหมด สปอร์ตเท่านั้น เครื่องยนต์ เกียร์ พวงมาลัย ทำงานสอดคล้องพร้อมพาคุณพุ่ง ถ้าเกียร์ไม่ทันใจ  Paddle Shift  มี กระดิก เลือกเอาเอง และเมื่อเร่งถึง redline   รอบเครื่องยนต์ก็จะปัดไปเกียร์ต่อไปเอง ไม่เสียจังหวะ ให้ได้ ใช้ความเร็วกันตามต้องการ

อัตราเร่ง 0-100 และอื่นๆ บอกตามตรงว่าไม่ได้ จับข้อมูลมา เนื่องจากอากาศ ร้อน 34-35 องศา เห็นพี่แพน  Headlight mag   จับเวลา ได้ราวๆ 8 วินาทีกว่าๆ เอาเป็นว่าของผมตบแปะไว้งวดหน้า นะครับ

ช่วงล่าง แข็งนอกนุ่มใน …

เอาสิ คุณผู้อ่าน คงอยากจะสบถว่า นี่พูดถึง ช่วงล่างรถ หรือ ขนมปัง … ใจเย็นๆ ครับ  คือ ผม นี่สรรหา คำที่จะมาอธิบายง่ายๆ จะได้เข้าใจความรู้สึกในการขับขี่มากขึ้น

ก่อนอื่นต้องย้ำว่าความรู้สึกนี้ อาจจะเป็นเฉพาะรุ่น  Civic  Turbo  RS   เท่านั้น เนื่องจากให้ล้อ 17 ใช้ยาง Yokohama  DB Decibel  ขนาด 215/50/R17   ออกมาในทรงสปอร์ต และผมยังไม่รู้ว่าไส้ใน ของระบบช่วงล่างรถรุ่นนี้มีอะไร จับใส่ไว้อีกหรือไม่

อาการช่วงล่างจะแบ่งเป็น 2 จังหวะ แต่มีความเหมือนกัน คือ คุณรู้สึกว่ามันแข็งดูหนึบกระเดียดมาทางกระด้าง แต่มันนั่งสบายมีความนุ่มสบายตูดสำหรับผู้โดยสาร

2021 Honda Civic RS -silver

ความเร็วต่ำ 60-90 ก.ม.-ช.ม. ช่วงล่างจะมีความนุ่มนั่งสบาย เมื่อเจอหลุมบ่อ รอยต่อถนนจะเก็บอาการที่เกิดจากการยุบยืดช้าเล็กน้อย เป็นช่วงล่าง ที่ออกมาคล้ายๆ ความเป็น Honda  Accord   1.5 เทอร์โบ อาการสะท้านจากถนนน้อย แม้ว่ามันจะต้องบ้าง

พอใช้ความเร็วสักหน่อย 100-120 ก.ม./ช.ม. อาการช่วงล่างจะเด่นในเรื่องความแข็งขึ้นมา ให้ความรู้สึกมั่นใจ เวลาขับเดินทาง เป็นช่วงล่างที่กลมกล่อมกับ โหมด Normal   พอสมควร รถให้ความมั่นใจ จังหวะคอสะพาน ตอบสนองเก็บอาการเร็ว รวมถึง หลุมบ่อเช่นรอยต่อสะพาน วิ่งไป เป็นกึ๊บเดียว อึ้บเดียว  ไม่โยนต่อเนื่อง เป็นอาการที่ขึ้นมาใกล้เคียงกับมาสด้ามากขึ้น

2021 Honda Civic RS -silver

ส่วนสำคัญ ให้ย้อนกลับไปที่ผมพูดตอน บรีฟ เรื่อง วิศวกรรม ถ้ารถคันนี้ใช้ สปริงใหม่ และโช๊คที่อาจปรับเปลี่ยนกลไก ภายในต่อการตอบสนอง ไปจนถึงบุชชิ่งใหม่ และโครงสร้างใหม่ ที่มีความแข็งแรงมากขึ้น ทุกอย่างสัมพันธ์กันหมด จนทำให้การตอบสนองการกันสะเทือนดีขึ้นชัดเจน

และกลายเป็นว่าส่วนที่ดี ที่สุดว้าวที่สุดในรถคันนี้ เป็นความสามารถในการควบคุม ที่ทำได้ดีเกินชาวบ้านรถในกลุ่มเดียวกัน ทุกอย่างถูกทำให้สอดคล้องกัน ด้วยวิชาวิศวกรรมทั้ง แชสซี การกันสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยว รวมถึงการให้ยางประสิทธิภาพสูง

จุดเด่นจริงๆ จะเห็นตอน เอารถไปยัดโค้งด้วยความเร็วสูงๆ จะพบว่า การโยนตัวของรถน้อยลงมาก เมื่อเทียบกับ  FC  ในขณะที่เรากำลังเทพวงมาลัยเข้าโค้ง รถก็จัดการถ่ายน้ำหนักตัวมันเอง ผ่านช่วงล่างและแชสซี ให้ความเกาะถนนมั่นใจ จนสามารถใช้ความเร็วในโค้งได้ในระดับที่พูดว่า ซีวิคตัวก่อนก็ไม่สามารถทำได้

เพื่อความมั่นใจ ผมไปหา ถนนเส้นประจำเรื่องนี้ เป็นโค้งต่อเนื่องสั้นๆ ความสามารถของซีวิค อวดให้เราเห็นว่า มันมีดีในเรื่องการเข้าโค้ง

การถ่ายโอนน้ำหนักตัวรถ โค้งต่อโค้ง ค่อนข้างเร็วมาก แถมแรงเหวี่ยงในการเข้าโค้ง แม้จะใช้ความเร็ว ก็ค่อนข้างน้อย ด้วยการออกแบบรถให้เตี้ยล่ำ รวมถึงโครสงร้างที่มีความแข็งแรงขึ้น ลดการบิดตัว ช่วยให้น้ำหนักจับกดยางกับพื้นถนน หน้าจิกเข้าโค้งได้ดีกว่าเดิม จนโค้งแคบๆ สุดยากแถวบ้าน ทำความเร็วเข้าไปที่ 80 ออก 90 ได้คะแนนเต็ม 10 ให้ความรู้สึกในใจ โค้งนี้เป็นโค้งที่ค่อนข้างยากเอาเรื่อง คนปทุมเขารู้กันดี

ด้านการขับทางตรง เสถียรภาพตัวรถเวลาใช้ความเร็วขึ้น แม้ใช้ความเร็วสูงก็ไม่โคลงเคลง ด้วยการเพิ่มระยะ Track  ด้านหลังเข้ามา ทำให้วิ่งทางตรง ความเร็วสูง ไปจนถึง 180-190 ก็ยังสบายใจ จะมุดจะแทรก อาการรถ พอออกจากจังหวะใช้พวงมาลัยไม่มีดิ้น โยนแล้วอยู่ อาการเหมือนรถยุโรป

เรื่องการเบรก แป้นทำให้มีความนุ่มนวลมากขึ้น ขับธรรมดา จะขับๆ เลียๆ เบรกก็ทำได้ ถ้าจะซิ่งก็มั่นใจ เวลาเบรก แตะน้ำหนักลงไปลึกกว่ารุ่นเดิมหน่อย อาจจะไม่ถูกใจสายซิ่ง ที่อยาก แตะปุ๊บ อยู่ปั๊ป เหมือนรถสปอร์ตแม่ปั้มเบรกใหญ่

บางท่านอาจจะเตือนคุณว่า ถ้าเบรกแรงๆ เบรก จะเฟดง่าย แต่จากที่ผมลองขับลองเล่นเอง ในทั้งเส้นทางตรง ทางโค้ง ฮ้อความเร็ว จนติดปีกได้ คงบินไปแล้ว ขอบอกว่ายังไม่เจออาการเบรกเฟดเกิดขึ้น ผมก็ไม่ได้บอกว่ามันจะไม่เป็น ถ้าคิดว่าจะซิ่งไปเบรกเอาใกล้ๆ ท้ายคันหน้า แบบนั้น ก็เปลี่ยนผ้าเบรกเถอะ

ส่วนที่ไม่ประทับใจในรถคันนี้ ที่จริง อาจจะคงเพราะหวังมากไป คือเรื่องการเก็บเสียงในห้องโดยสาร ด้วยความที่เราติดตามโครงการนี้มาตั้งจุดเริ่มต้นตัวต้นแบบ แล้วเห็นว่า ฮอนด้า ตั้งใจในการลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร เป็นพันธกิจสำคัญ กลายเป็นว่า มันทำได้ยังไม่ดีนัก  

ใช่เสียงจากพื้นถนนลดลง สียงลมจากทางซุ้มล้ออยู่บ้างพอรับได้ หากการดันตกม้าตาย ที่เสียงลมปะทะ กระจกบังลมหน้าา ประกอบกับ องศาที่ชันกว่า รุ่น FC   ผมรู้สึกว่า Honda Civic FE การรบกวนจากเสียงลมค่อนข้างเยอะกว่า พอสมควรเวลาขับด้วยความเร็วตั้งแต่ 110-120 ก.ม./ช.ม /ช.ม. ก็เริ่มมาทักทาย กันแล้ว

ถ้าเป็นจากที่ผมคิดด้วยตำแหน่งกระจกบังลมที่ชันขึ้นมา กว่าเดิมตรงนี้คงแก้ยาก เว้นแต่งใช้กระจกหน้าหนาขึ้น อาจช่วยได้ 

Honda  Civic Turbo RS 2021  ดัดนิสัยเพิ่มความสปอร์ต ยังคงความเป็นซีวิค

ผมกำลังขับรถไปฮอนด้า ด้วยความเร็วที่ต้องกราบขออภัยเพื่อนร่วมทาง เนื่องจาก เรามีเวลาจำกัด พร้อมใช้สมองคิดว่า ฮอนด้า ทำไม ทำรถที่ออกแนวเหมือน ครึ่งๆ กลางๆ จะสปอร์ตก็มาไม่เต็ม จะสบายก็มาไม่สุด อยู่ตรงกลาง

แต่ผมก็มานึกถึง คนที่ซื้อซีวิคจริงๆ ว่า กลุ่มคนพวกนี้เป็นใคร

อย่างที่ผมบอก ลูกค้า ซีวิคมี 2 กลุ่ม กลุ่มสายซิ่ง และ กลุ่มคนธรรมดา ขับรถไปทำงานเช้าเย็น เป็นคนวัยทำงานตั้งแต่ 30 ไปจนถึง 40-50 ปี ก็มี

โจทย์กลุ่มนี้ไม่มีอะไรมาก รถที่ดีขับง่ายใช้งานสะดวก ออพชั่นต้องครบ รถต้องสวยถูกใจ ได้ความหรูหราจะดีมาก เรื่องการขับขี่แทบจะเป็นสิ่งที่เขาไม่มองเลยด้วยซ้ำ ผมได้คำตอบนี้ มาจาก รุ่นพี่ของเดือนที่ชื่อ พี่เจ  ที่ถอย ซีวิค FC   ไปเมื่อต้นปี ทีแรกก็เชียร์ให้เอารุ่นเทอร์โบ แต่พี่เขาไม่สนใจว่า เครื่องมันต้องแรงทะลุ ไมล์  1.8 ลิตรก็เพียงพอ ฉันไม่ได้ต้องไปแข่งกับใคร ขอแค่แซงปลอดภัย ก็พอ

คนกลุ่มนี้ที่มาซื้อซีวิค มีทั้งสุภาพบุรุษ และส่วนใหญ่สุภาพสตรี พูดกันตามตรงว่า มีเยอะพอสมควร  และในขณะที่เราชินชา กับ เครื่องเทอร์โบจากฮอนด้า ที่ได้ขับกันมาหลายปีแล้ว จนสายซิ่งโมกันไป ระดับ  Type R  มีหันมาเหลียวหลัง กับลูกค้าทั่วไป คนทั่วไป ไม่รู้เรื่องรถ ผมว่า มันน่าจะว้าวไม่น้อย

เฮ้ย รุ่นนี้ให้เครื่องเทอร์โบ  Honda  Sensing  ก็มีให้  รถก็สวย เทียบกับรุ่นที่แล้ว ราคาก็ถูกลง ด้วย เมื่อวัดกัน ออพชั่นต่อออพชั่น เรียนตามตรงว่ารุ่นนี้คุ้มมาก ยิ่งเทียบกับคู่แข่ง รถราคา 9 แสนบาทกลาง มีระบบความปลอดภัย ชุดใหญ่ไฟกระพริบ จัดเต็ม

เราคนคลุกคลี ในวงการรถ อาจไม่ว้าว แต่ผมว่า ลูกค้าทั่วไป ว้าว เพราะได้ของดีในราคาคุ้มกว่าเดิม

ผมมองว่า ฮอนด้า ตั้งใจปรับรถให้มีนิสัยสปอร์ตมากขึ้น เอาไว้รองรับลูกค้ากลุ่มสายซิ่งบ้าง ส่วนสายชิลได้ประโยชน์ สมรรถนะรถดีขึ้นจนรู้สึกขับสบาย มั่นใจกว่าเดิมหลายขุม 

จุดขายของ ซีวิค ก็ยังเหมือนเดิม เป็นรถที่นำสมัยด้วยเทคโนโลยี ขับสบาย ควบคุมง่าย คุ้มค่าคุ้มราคา เมื่อเทียบสิ่งที่ให้มากับราคารถ

จักรวาล ซีวิค ยังเหมือนเดิม ขึ้นอยู่กับว่าเรามองยังไง ผมในฐานะ นักรีวิว ก็ต้องมองไปที่ลูกค้า ที่เขาจะซื้อจริงๆ คนที่เขาจะอ่านรีวิว เปลี่ยนจากคนลังเล เป็นคนตัดสินใจซื้อ  

ซีวิคเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ยกระดับไปสู่ก้าวใหม่ แรง ขับดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น ทั้งยังลุคหรูและของเล่นเยอะกว่าเดิม ในราคาที่คุ้มกับเงินที่ต้องเป็นหนี้อีก 4-5 ปี  ตัวเลือกรถกลุ่มนี้ ที่ให้อะไรจัดเต็มขนาดนี้ คงไม่มีใคร เกิน “ซีวิค” ในวันนี้แล้วล่ะครับ

มันคือรถบ้านที่ดีขึ้น และรถซิ่ง พร้อมให้คุณไปต่อยอด ดีกว่าเดิม

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments