Honda City VS MG 5 ศึก B-Car ใหม่ เดือดแล้ว

เปิดตัวมาปีกว่าแล้ว สำหรับ Honda City sedan รถรุ่นนี้ดำรงตำแหน่งรถยนต์ซีดาน B-Car ที่ใหม่ที่สุด แม้จะเข้าร่วมในโครงการอีโค่คาร์ก็ตามที แต่วันนี้พวกเขามีคู่แข่งใหม่ คือ All New MG 5 ที่ไม่เข้าร่วม อีโค่คาร์ แต่มาในฐานะ B-Car เต็มตัว ของจริง

วันนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูความเหมือนที่แตกต่าง ของรถ 2 รุ่นนี้ กัน ใครจะถูกใจลูกค้าคนไทยมากกว่า กัน

*หมายเหตุบทความนี้ไม่รวมวีออส เพราะไม่มีการปรับปรุงออพชั่นมานานมาก

All New MG 5 น้องใหม่ B-car วาดลีลา ความหล่อ

MG 5 โฉมใหม่ เปิดตัวออกมา พร้อมความหล่อเหลาเอาการน่าสนใจ น่าใช้งานในการขับขี่อย่างยิ่งตัวรถ นำเสนอความใหญ่โตของตัวถังเทียบเท่ากับระดับ compact Car อย่าง Honda Civic / Toyota Altis เพียงตีตั๋วเด็ก ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ที่มีกำลังเพียง 114 แรงมา้ และ เกียร์ CVT เท่านัน

All New MG 5

จุดขายรถคันนี้ เคยสรุปไปแล้ว ตอนเขียนบทความ ไฮไลท์ MG5 ที่เราได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ มันโดดเด่นในเรื่องการเป็นรถยนต์ที่มีความสวยงามเห็นแล้ว ไม่ว่าใครก็ต้องสะดุดตากับทรวดทรงสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู อาจจะเป็น B-Car ที่สวยที่สุดในตลาดวันนี้เลยก็น่าจะพอพูดได้ เป็นงานออกแบบที่ถอดแบบมาจากรถพรีเมี่ยมอย่างไรอย่างงั้น

ขนาดตัวที่มีความใหญ่ให้ความลงตัวในการใช้งานเรื่องการโดยสาร พอสมควร ภายใน ยังมาพร้อมลูกเลนน่าใช้ เช่นเรือรไมล์ดิจิตอล จอเครื่องเสียงแบบสัมผัส แบบ Wide Screen เป็นต้น รวมถึงรุ่นท๊อปให้เบาะปรับไฟฟ้า

ภายในห้องโดยสาร  All New MG 5

และยังมีระบบเชื่อมต่อ i-smart ในรุ่นท๊อป พร้อมกับ ฟังชั่นทีเด็ด ดิจิตอล คีย์ ให้มาด้วยติดปลายนวม คุณสามารถให้ใครใช้รถก็ได้ช่วยความสะดวก ถ้ากล่าวรวมๆ MG ยังคงให้ฟังชั่นที่เราจับต้องได้ง่าย และจำเป็นจริงๆ

ทางด้านการขับขี่เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เกียร์ CVT 8 สปีด ไม่ได้หวือหวาอะไร แต่มันน่าจะเป็นที่ชื่นชอบของคนที่แค่อยากมีรถสักคัน คนจำนวนไม่น้อย ยังเชื่อว่าเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ดีที่สุดในการใช้งานที่ครอบคลุม มันดูไม่เล็กเกินไปนัก หรือใหญ่เกินไป จนกินน้ำมัน

ความโดดเด่นในแง่มุมการขับขี่ อีกเรื่องคงจะเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ ประสิทธิภาพความมั่นใจในการขับขี่เรียกว่าเท่ากับคอมแพ็คคาร์เลยก็ว่าได้

ดังนั้นเมื่อมอง MG 5 รวมๆ มันเป็นรถที่มีความสวยงามน่าใช้ ขนาดรถที่ใหญ่และพื้นที่การโดยสารที่มากกว่า รถรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน นับเป็นจุดขายสำคัญ ส่วนสมรรถนะในการขับขี่อาจไม่หวือหวามากมายเท่าไรนัก

นั่นคือที่สรุปเอาจากที่เห็นรถ และรายละเอียดทางเทคนิค

แล้ว Honda City

Honda City เปิดตัว มาปีกว่า ถ้าว่ากันด้วยความสวยงาม เทียบกับ MG มันไม่ได้ออกแนวหวือหวาเหมือนคู่แข่งเลย

ฮอนด้า ซิตี้ ชูจุดขายในสไตล์ที่พยายามปรับเป็นภาพความพรีเมียมมากกว่ารุ่นเดิมที่ผ่านมา เส้นสายใหม่ งานออกแบบใหม่ เทียบกับรุ่นเดิม ขนาดตัวรถใหญ่โตขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มากเท่าคู่แข้งหน้าใหม่ ที่เล่นขยายไปจนมีขนาดเท่า C-Car เลย

Honda City SV
Honda City SV

ภาายในห้องโดยสาร ลูกเล่นไม่หวือหวาเท่าไร มีเครื่องเสียงจอ 8 นิ้ว พร้อมกับ เรือนไมล์ยังเป็นเข็ม มาพร้อมแอร์ออโต้ ซึ่งจะว่าไป สิ่งที่รถคันนี้ให้ เป็นความเรียบง่ายในการใช้งาน เป็นหลัก

ถ้าใครจับจองรุ่น RS ก็จะมี Cruise Control มาให้ แต่ไฮไลท์ คือ Paddle Shift ที่ยังไม่มีรถรุ่นไหนมีมาให้เลย ในวันนี้

เรื่องพื้นที่การโดยสาร มีให้ในระดับหนึ่งแต่ไม่หวือหวา กว้างขวางมากมายนัก เบาะหลังไม่สามารถปรับพับได้ แต่เรื่องการนั่งสัมผัส ส่วนตัวคิดว่า สบายกว่า MG ยกเว้นพื้นที่การโดยสารที่เล็กกว่า เนื่องจากระยะฐานล้อสั้นกว่า

แต่ทีเด็ดประจำรุ่น คือ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ ที่ให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ ประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.8 ก.ม./ลิตร จาก Eco Sticker ให้สมรรถนะ เท่าเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แต่ ประหยัดกว่าเครื่อง 1.2 ลิตร ในอีโค่คาร์

การขับขี่ออกแนวมั่นใจ ไปทางรถยุโรปมากขึ้น แต่ยังคงความรู้สึกคล่องตัวแบบรถซิตี้คาร์เอาไว้อย่างเหนียวแน่น

สรุป เด่นคนละด้าน น่าใช้คนละแบบ

ถ้าจะถามว่า รถทั้ง 2 รุ่นนี้ ใครน่าใช้กว่า ผมว่ามันเด่นกันคนละด้านอย่างชัดเจน

Honda City เด่นในการให้ความเป็น B-Car ในแบบที่มันควรจะเป็น ด้วยตัวรถที่มีความคล่องตัวสูงกว่า และเครื่องยนต์ที่มีความทรงพลังในการขับขี่ ทั้งยังให้ความประหยัด ค่าบำรุงรักษาถูกกว่า ส่วนเรื่องพื้นที่ในการใช้งาน ก็เป็นไปตามแบบซิตี้คาร์

MG 5 Vs. Honda City

ส่วน MG 5 จะเป็นสไตล์ รถยนต์ขนาดใหญ่กว่าเซกเมนท์ ที่จริง ถ้ามันใช้เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร อาจจะจัดเป็น คอมแพ็คคาร์ด้วยซ้ำ แต่เมื่อตีตั๋วเด็กใช้เครื่องเล็กบอดี้ใหญ่ ก็น่าจะไม่ได้หวือหวาเรื่องสมรรถนะมากมายอะไร แต่เราจะรู้ก็ตอนลองขับอีกที

สิ่งที่ดีที่สุดในรถคันนี้ คือ การตอบสนองการใช้งาน เช่นรถขนาดใหญ่ รถมีความสวยงามน่ามอง ดูน่าใช้ หรือจะเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อที่ให้มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น บวกกับความทันสมัยในการขับขี่

ท้ายสุดนี้ ผมว่า รถทั้งสอง น่าใช้ทั้งคู่ อยุ่ที่คุณมองหาอะไร จากเงินที่คุณกำลังจะจ่ายไป เท่านั้นเอง

Comments

comments