Honda City e:hev เพิ่มแสนบาทคว้าไฮบริด คุ้มหรือไม่

แบ่งปันเรื่องนี้

เปิดตัวมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว สำหรับ Honda City E:HEV เจ้าซิตี้คาร์ไฮบริด ผู้ทำราคาขายถูกที่สุดเพียง 839,000 บาทเป็นค่าตัว รถรุ่นนี้เรียกว่า เป็นรถไฮบริดที่มีราคาถูกที่สุดในตลาดวันนี้ แต่กันตามตรงว่าน้อยคนจะมองมัน

ด้วยราคาที่ขึ้นไปจนเกือบชน Honda Civic รุ่นเริ่มต้น ประกอบกับ มันยังเปิดตัวในช่วงเวลาเดียวกับ Honda City Hatchback ใหม่ ทำให้คนจำนวนไม่น้อยมองข้ามมันไป ยิ่งลูกค้าฮอนด้า ซิตี้ เป็นกลุ่มเด็กคนรุ่นใหม่ มีรถคันแรก ทำให้หลายคนลืมเจ้าคันนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

Honda City e:HEV

ตัวรถ Honda City e:HEV พัฒนาบนตัวรถรุ่น RS ภายนอก เรียกว่า แทบไม่แตกต่าง ยกเว้นตรา ฮอนด้า สีฟ้า รวมถึงงานออกแบบ รวมถึงล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ตัวรถมีความแตกต่างด้วย สีพิเศษ น้ำเงิน ออบซิเดี้ยน

ความคุ้มค่าอย่างแรก คุณจะเห็นได้ เริ่มจากภายในห้องโดยสาร เรือนไมล์จอเข็มแบบเดิม ถูกเปลี่ยนด้วย ชุดหน้าจอเรือนไมล์ขนาด 7 นิ้ว สามารถบอกค่าการทำงานได้หลายอย่าง รวมถึง ระบบความปลอดภัย และการทำงานของไฮบริดด้วย

Honda City e:HEV

ที่แน่ๆ ความสะดวกสบาย สำหรับผู้โดยสารตอนหลังเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ไม่แตกต่างจากเดิม

สิ่งที่ทำให้รถคันนี้แตกต่างจากรุ่น เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จหลักๆ คือ ระบบขับเคลื่อใหม่ เครื่องยนต์ 1.5 Sport i-MMD หลายคนเคยฟังรายละเอียกเครื่องยนต์นี้ไปบ้างแล้ว อาจจะงงๆ กันสักนิด

Honda City e:HEV
ภายในห้องโดยสารในภาพรวมจะคล้ายๆ กับตัวปกติ แตกต่างด้วยเรือนไมล์
Honda City e:HEV
ช่องแอร์ตอนหลังมีให้ เฉพาะ รุ่นไฮบริด

แต่หากอธิบายกันง่ายๆ เจ้า เครื่องยนต์ใหม่นี้ จะเน้นการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ในส่วนเครื่องยนต์ สามารถนำไปขับลง้อได้ เมื่อคุณใช้ความเร็วเดินทางคงที่เท่านั้น

ในจังหวะ ออกตัวขับความเร็วต่ำ แม้แต่การเดินทางด้วยความเร็วเดินทางในหลายจังหวะ ส่วนใหญ่ จะใช้ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลัง 109 แรงม้า และแรงบิด 253 นิวตันเมตร มากกว่า

การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับส่วนใหญ่ ช่วยให้มันมีความประหยัด ค่อนข้างมาก เมื่อเร็วๆ นี้ เรามีโอกาสนำเจ้า Honda City e:HEV มาลองขับทดสอบอัตราประหยัด ในสภาวะการขับขี่จริง และผลคือมันทำอัตราประหยัดได้ถึง 26.5 ก.ม./ลิตร บนหน้าปัด ถือว่าให้ความประหยัดอย่างมาก

Honda City e:HEV  เครื่องยนต์

นอกจากนี้ตัวรถ ยังตอบสนองเพิ่มเติมด้วย การติดตั้งชุดดิสก์เบรกหลัง เพิ่มขึ้นมา ให้ความมั่นใจในการสั่งหยุด ตลอดจน จากที่ขับ ระบบกันสะเทือน และการตอบสนองของพวงมาลัยยังแตกต่างจาก รุ่นซีดานปกติ

เท่าที่ลองสัมผัส ตัวรถรุ่นนี้ให้ความรู้สึกมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น รวมถึงยัง ให้การตอบสนองตัวรถในแบบมั่นในการขับขี่ ซับแรงสะเทือนดีทั้งมั่นใจและนั่งสบายไปพร้อมกัน

อีกสิ่งที่เติมเข้ามาในรถรุ่นนี้ที่จะไม่เอ่ยถึงไม่ได้ ก็คือระบบ Honda Sensing ระบบความปลอดภัยขั้นสูง งวดนี้มีลูกเล่นถึง 5 ระดับ ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนและระบบช่วยเบรก (CMBS)
  • ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ
  • ระบบเตือน และช่วยควบคุม เมื่ออกนอกช่องทางเดินรถ
  • ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน

จะเห็นว่า ระบบทั้งหมดนั้น เป็นระบบขั้นสูง ซึ่งมีใน Honda Civic RS และ Honda Accord Hybrid

ลักษณะการทำงานของระบบค่อนข้างคล้ายกัน จะมีบางลูกเล่นที่ไม่มี เช่น ระบบ Low Speed Follow ที่มีใน Honda Civic รวมถึง รูปแบบ และวิธีการเตือนของระบบ CMBS ใน Honda Accord ยังแตกต่าง และอีกอย่างที่อาจไม่ได้รวมในแพ็คเกจนี้ คือ Honda Lane Watch

ยิ่งถ้ามองรถซิตี้คาร์ที่ขายในวันนี้จะเห็นว่า รถซิตี้คาร์ในไทย ที่มีระบบแบบนี้ในปัจจุบันมีแค่ ซิตี้ ตัวนี้เท่านั้น ถ้าใครอยากได้รถเล็ก มีระบบความปลอดภัย เต็มๆ ก็น่าจะเรียกว่า มีตัวนี้เพียงอย่างเดียว

สรุป จ่ายเพิ่ม 1 แสนบาท ไปตัวไฮบริด คุ้มค่าหรือไม่

ตอนที่มีข่าวหลุดก่อนงานเปิดตัว ถึงรายละเอียดตัวรถ จนกระทั่งเมื่ออ่านออพชั่น และ ลองขับทดสอบจริงจัง คงต้องยอมรับว่า รถร่นนี้น่าสนใจกว่าที่คิดมาก

ในมุมมองผู้เขียน ถ้าเทียบกับราคาที่เพิ่มจาก Honda City ปกติ 1 แสนบาท ก็ถือว่าคุ้มค่าเหมือนกัน เมื่อลองมาไล่เรียงสิ่งที่ได้มาเพิ่มเติมดังนี้

  1. เครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร ที่มีประสิทธิภาพในการขับขี่ โดยเฉพาะเรื่องการประหยัดน้ำมัน สามารถทำได้จริงในภาวะการขับขี่จริง
  2. ระบบความปลอดภัยขั้นสูง ที่มีในรถยนต์นั่งขนาดเล็กเพียงรุ่นเดียวเท่าที่มีขายในตลาดวันนี้และราคาสามารถจับต้องได้

เป็น 2 สิ่งหลักๆ ที่เราประเมินให้ค่า กับมันค่อนข้างมาก และ ด้วยประสิทธิภาพ และความสามารถใช้งานได้จริง จึงเรียกว่าน่าสนใจพอสมควรเลยทีเดียว แต่ถ้ามาดูกันในแบบแยกย่อยจะพบว่า มีสิ่งที่เพิ่มดังนี้

  • เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ไฮบริด
  • Honda Sensing
    • ะบบเตือนการชนและระบบช่วยเบรก (CMBS)
    • ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ
    • ระบบเตือน และช่วยควบคุม เมื่ออกนอกช่องทางเดินรถ
    • ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน
  • ระบบ Honda Lane Watch
  • ช่องแอร์หลัง
  • เรือนไมล์พร้อมหน้าจอ TFT 7 นิ้ว
  • ระบบกันสะเทือนที่แตกต่างจากรุ่นปกติ
  • การตอบสนองพวงมาลัย ที่แตกต่างจากรุ่นปกติ

หากมองสิ่งที่ได้ทั้งหมด จริงๆ มีมากกว่าที่เห็นด้วยสายตา เอาแค่ ได้เครื่องยนต์ไฮบริด และ Honda Sensing ก็นับว่า คุ้มค่ามากพอตัวแล้ว

ยิ่งถ้าใครมีโอกาสลองสัมผัส Test Drive ควรขอรุ่นธรรมดามาลองขับด้วย แล้วจะพบความต่างอย่างชัดเจน ครับ

อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าส่วนที่มำให้หลายคนตะขิดตะขวงใจ คือ ขนาดตัวรถที่เล็กเป็นเพียงซิตี้คาร์ ไม่ได้ใหญ่มากมาย หากก็เป็นรถเล็กที่มีคุณภาพคับแก้ว มากเท่าที่เคยมีมาในบรรดารถญี่ปุ่น

ถ้าขนาดไม่ใช่ปัญหา เน้นขับรถใช้งานในเมือง ต้องการความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่ Honda City e:HEV เป็นของดีที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ราคา ระดับนี้ได้ของ เหมือน Accord ย่อส่วน คุ้มแล้วล่ะครับ

ข้อมูลจาก Honda

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments