Honda City e:hev อาจคุ้มกว่า!!! เมื่อเทียบว่าจะซื้อ ซีวิคใหม่

แบ่งปันเรื่องนี้

การเปิดตัวรถยนต์ Honda Civic เมื่อช่วงต้นเดือนทีผ่านมา ทำให้ หลายคนต่างวิพากษ์ วิจารณ์ ต่างๆ นานา มากมาย ก่อนหน้านี้ หลายคนคงจำได้ กับ Honda City e:hev ที่โดนกร่น ราคาใกล้เคียงกับ ซีวิค (รุ่นก่อน) มาวันนี้ กลายเป็นว่า มันอาจจะคุ้มค่ากว่า ถ้าคุณมองรถ ทั้งสองรุ่นอยู่

ย้อนความกันอีกที Honda City e:hev เปิดราคาขาย ด้วยราคา 839,000 บาท ให้ระบบเครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ทำกำลังขับ 109 แรงม้า ให้แรงบิด 253 นิวตันเมตร ที่สำคัญ ให้ระบบ Honda Sensing พกความปลอดภัยในราคาดังกล่าว

เดิมที Honda Civic จะมีรุ่นล่าง ที่เรียกว่ารุ่น E ราคาแพงว่ากัน ไม่ถึง 30,000 บาท การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ Honda Civic โฉมล่าสุด ราคารุ่นเริ่มต้น ขยับเป็น 964,900 บาท มีราคาเพิ่มขึ้น จนช่องว่างระหว่างรุ่นต่างกัน 125,9000 บาท มาวันนี้เราอาจจะต้องเปลี่ยน คำตอบที่เคยพูดกัน เมื่อปลายปีที่แล้ว

ราคาแปดแสน ได้เครื่องยนต์ ไฮบริด

จุดแรกที่เราต้องคิดถึง สำหรับคนที่กำลังจะมองหา รถใหม่สักคัน ก็เป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่ได้จากรถที่เรากำลังมงหา ฮอนด้า ซีวิคถึงจะใหม่ หากฮอนด้า กลับโยนเครื่องยนต์ปกติทิ้งไป แล้ วหันมาใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ ที่ได้กำลังขับดีขึ้นได้น้ำมัน E85

เครื่องยนต์ 1.5 ไฮบริด มีความสามารถในการประหยัดน้ำมันมากวก่ าและมีแรงบิดดีกว่า เครื่อง 1.5 เทอร์โบ

ความจริงข้อหนึ่งคือไม่ใชาทุกคนจะชอบเครื่องยนต์เทอร์โบ และยังหวั่นใจว่าเทอร์โบ จะพังเร็วหรือไม่ในวันหน้า

ถ้ามองแบบนี้น่าจะดีกว่าไหม ที่ฮอนด้า ซิตี้ e:hev มาพร้อมความมั่นใจด้วยการรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ ระบบแบตเตอร์รี่ไฮบริด นาน 10 ปี ให้ความมั่นใจมากกว่า

นอกจากนี้ ถ้าเรามาวัดกำลัง เครื่องยนต์ไฮบริด ของ ฮอนด้า ซิตี้ กับ ซีวิค จะพบว่า ซิตี้ มีกำลังแรงบิดมากกว่าในรถที่มีขนาดเล็กกว่า น้ำหนักเบาะกว่า

แต่แน่นอนว่าซีวิค จะวิ่งทางยาวน่าจะดีกว่า ด้วยขนาดรถที่มีความใหญ่ ถ้าคุณอยู่ในเมือง เน้นขับรถติดๆ รถราคา 8 แสนกว่าบาทพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริด ฟังดูก็น่าจะตอบโจทย์กว่าหรือไม่

อะไรที่ซีวิคมีก็มี

บางอย่างที่ซิวิคมี รถรุ่นนี้ก้มีนะ โดยเฉพาะ ระบบ Honda Sensing ระบบความปลอดภัยชั้นสูง ช่วยในการขับขี่ แม้ว่าจะขาดหายไปบางรายการบ้าง หากรวมๆ ก็ถือว่า ไม่ต่างกัน มากมายนัก ขาดเพียง ระบบ Low Speed Follow และ ระบบ เตือนรถคันหน้าออกตัว

ระบบเบรกมือไฟฟ้า ก็มีมาให้ คือๆ กัน รวมถึง ล้ออัลลอ 16 นิ้ ที่ยังใช้ในซีวิครุ่น EL ทั้ง 2 รุ่น แม้ว่าจะคนละลาย และรูปแบบล้อต่างกัน (ความกว้างล้อ ซิตี้น้อยกว่า) ก็ตามที ก็ถือว่ายังเป็นขนาดเดียวกัน

นี่รวมถึงความรู้สึกทันสมัย และพรีเมียมในห้องโดยสาร ที่มีมาให้ แต่ต้องยอมรับว่า ของซีวิค ดูดีกว่ าเนื่องจากเป็นงานออกแบบใหม่กว่า

ได้ออพชั่นที่ ซีวิคไม่มี

บางออพชั่นที่ Honda City e:hev มีให้ บ้างก็เหนือกว่า ซีวิค รุ่นเริ่มต้น ถ้าเราผละ จากขนาดรถได้ จะพบว่า อย่างแรกที่มี คือแอร์หลัง ที่หลายคนโจษจัน อยากได้ แต่พี่กลางไม่ให้มาในรุ่นใหม่

ไม่เพียงเท่านี้ ออพชั่นอื่นๆ อย่าง Honda Lanewatch , Honda Connect เป็นออพชั่น ที่รุ่นเริ่มต้น ซีวิคเองก็ไม่มี

อีกอย่าง สีน้ำเงิน พิเศษ ออพซิเดียน เองก็อีกไฮไลท์ ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ มันเป็นสีน้ำเงิน ที่มีความสวยงามมาก จนสะดุดตาในแบบพรีเมี่ยมทันสมัย

ค่าบำรุงรักษาต่ำกว่า

ไมใช่เพราะว่า เป็นรถที่มีขนาดเล็กกว่า แต่ว่า Honda City e:hev มาพร้อมการฟรีค่าแรง ยาวนาน ถึง 5 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร เป็น 1 ในการส่งเสริมการขาย จากฮอนด้า

ในขณะที่ รถปกติ จะฟรีค่าแรง 2 คร้งแรก 20,000 กิโลเมตร รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ยังต้องทำทุก 40,000 กิโลเมตร หรือ ทุก 2 ปี แต่ละครั้งจะมีราคาค่าบริการ ราวๆ 3,700 บาท ขณะที่ระบบไฮบริด จะมีรายการบริการตรงนี้ ตอน 80,000 ก.ม. เนื่องจาก ระบบเกียร์แตกต่างกัน

และการเข้าศูนยบริการ ส่วนใหญ่ จะมีค่าน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง เพียงราวๆ พันกว่าบาทเท่านั้น

ดังนั้น ถ้ามองภาพรวม แค่ฟรีค่าแรงก็เรียกว่าคุ้มมากแล้ว และทำให้ค่าดูแลรักษาต่ำกว่ามากพอสมควรในความเป็นจริง

ประหยัดน้ำมันมากกว่า

ท้ายสุด เมื่อมาถึงเรื่องที่ต้องพิจารณา อย่างค่าน้ำมันรถ เราจะพบว่า อัตราประหยัดรถไฮบริด ยังไง ก็เหนือกว่า เครื่องยนต์เทอร์โบอยู่ดี เท่าที่เคยลองขับ City e:hev อัตราประหยัดไม่มีคำว่า ต่ำกว่า 20ก.ม./ลิตร ยิ่งการขับในเมือง อาจจะได้มากถึง 24-25 ก.ม./ลิตร นอกเมืองอาจจะได้น้อยกว่า เล็กน้อย แต่ไม่ต่ำกว่า 20 ก.ม./ลิตร

กลับกัน ซีวิค แม้ว่าเครื่องยนต์เทอร์โบ จะประหยัดน้ำมันมาก สูงสุด 17.2 ก.ม./ลิตร หากความจริง ถ้าเรานำมาใช้ในเมือง ก็จะไม่ประหยัดเท่าไรนัก มันอาจดี สำหรับการขับขี่ทางไกล เป็นรถแก่การเดินทาง ให้ความมั่นใจในการขับขี่มากว่า ด้วยความเป็นรถขนาดใหญ่ ถึงจะพูดแบบนั้น เรื่องอัตราประหยัด ก็ไม่มีทางสู้เครื่องยนต์ไฮบริดได้ แม้ว่าจะเติม E85 มาแล้วก็ตามที

ในภาพรวม เมื่อมองว่า ทั้ง Honda City e:hev ดูจะชนะไปทุกด้านยกเว้น ความสดใหม่ของตัวรถที่ได้งานออกแบบ สปอร์ตพรีเมี่ยมดูหรูหรา ทันสมัย ไปจนถึงขนาดตัวรถใหญ่ากว่า ให้ความมั่นใจในการขับขี่มากกว่า ของฮอนด้า ซีวิค

ในทางกลับกันถ้าเอาความคุ้มค่าในการใช้งาน เจ้า ซิตี้ไฮบริดคันนี้ ก็ดูว่าจะชนะเลิศ ไปในทันใด

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments