Honda Africa Twin Adventure Sport ขี่สบายลุยดีขึ้น

แบ่งปันเรื่องนี้

ในบรรดา รถจักรยานยนต์สำหรับท่องเที่ยว หรือ ทัวร์ริ่ง Honda Africa Twin ฝากชื่อเสียงเอาไว้ ในฐานะรถจักรยานยนต์ พร้อมลุยจากประเทศญี่ปุ่น

การปรับปรุงล่าสุด เพิ่งจะมีขึ้นในปีที่ผ่านมา ด้วยสไตล์ตังรถเดิม เสริมความแข็งแรงในการลุย และสมรรถนะที่พอพูนขึ้น จนน่าใช้ และมันเปิดตัวในไทย มาสักระบะแล้ว แต่เราเพิ่งจะมีโอกาส นำมันมาขี่กันก็ครั้งนี้นี่แหละ

Honda Africa Twin Adventure Sport
Honda Africa Twin Adventure Sport

Honda Africa Twin Adventure sport ดูภายนอก ก็น่าจะต้องบอกว่า แทบไม่สะดุดเห็นความแตกต่างทางภายนอกเท่าไรนัก ตัวรถเรียกว่าเหมือนกันแทบจงทุกประการ ไม่ว่า จะไฟหน้า สไตล์ตาคู่ หนนี้ได้การส่องสว่าง LED ในโคม มีไฟ Cornering light จะเปิดอัตโนมัติ เมื่อเราเอนตัวเข้าโค้ง

ไฟเลี้ยวในยามปกติ เป็นไฟบอกสักส่วนตัวรถ อารมณ์คล้าย Daytime running Light ในรถยนต์ ที่เราคุ้นเคยกันดี ช่วงหน้าทำให้ใหญ่ ดูบึกบึน จนน่าเกรงขาม แต่ช่วงตัวเบาะนั่ง ทำให้เรียวแคบ เพื่อการควบคุมง่าย

ตัวเบาะในรุ่น Adventure Sport จัดเต็มด้วยการออกแบบให้มีความนุ่มนั่งสบายในยามเดินทางไกล ปัญหาในการใช้งาน อาจมีอุปสรรคบ้างกับคนตัวรถ ด้วย เบาะสูงถึง 810 มม. อาจจะต้องมีเขย่งยืนไม่เต็มเท้า แนะนำซื้อรองเท้าบูท ก็พอจะช่วยให้คุณคุมรถได้ง่ายขึ้น

Honda Africa Twin Adventure Sport
Honda Africa Twin Adventure Sport
สิ่งหนึ่งที่ผม ตะขิดตะขวงใจ คือกระจกมองข้าง ที่มีขนาดเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับรถคันใหญ่

มองที่แฮนด์บาร์ ปุ่มต่างๆ เพียบฟังชั่นเยอะ จนต้องค่อยๆ ละเมียดดูว่าอะไรเป็นอะไรบ้าง ฝั่งซ้ายหลักๆ ควบคุมจอแสดงผล ตรงกลางขนาด 6.5 นิ้ว ที่จริง เจ้าจอนี่เป็นจอสัมผัสสามารถกดใช้ได้เลย ยามรถจอด ปุ่มมีไว้ใช้เวลาขับขี่ ทั้งเลื่อนจอ เปลี่ยนโหมด ปรับการแสดงผล ทำได้ดั่งใจที่ปลายนิ้ว

ทางด้านขวา ทั้งหมดเป็นระบบที่เกี่ยวกับการขับขี่ อาทิ ปุ่มเกียร์ , Cruise Control อะไรที่ต้องใช้เกี่ยวเนื่องกับการขับขี่ จับมาไว้ทางฝั่งขวาทั้งหมดทุกอย่าง

Paddle Shift มีมาให้ สามารถใช้ชั่วครู่ชั่วคราว หรือ จะใช้ตลอดก็ปรับเอาจากโหมด เกียร์ได้โดยตรง

เครื่องยนต์ปรับกำลังขับใหม่ ขยายขนาดมาเป็น 1,084 ซีซี ยืนพิกัด 1,100 ซีซี ความสูงจากพื้นถึงท้องรถ 210 มากพอสำหรับทางสมบุกสมบันที่ไม่โหด หรือต้องไต่และกระโดด ด้วยน้ำหนักตัวเปล่า 250 กก. กำลังขับขยับเพิ่ม ช่วยให้การออกตัวในความเร็วต่ำ

รุ่น Adventure Sport ยังเหนือชั้น ด้วบโช๊คอัพหน้า Showa ปรับไฟฟ้า ตามโหมดการขับขี่ ยาง Tubeless ติดตั้งในล้อ 21 ทางด้านหน้า และ 18 นิ้งทางด้านหลัง

การทดลองขับ

ช่วงนี้ต้องเรียกว่า เป็นช่วงโควิด เลยไม่ได้ไปไหนไกลมาก ผมรับ Honda Africa Twin 1100 มาวันแรก ขี่กลับบ้านในเมือง สัมผัสได้ถึงความคล่องตัวมากขึ้นในการขับขี่ในเมือง แต่ก็อย่างว่า รถคันนี้คงไม่มีใคร ใช้มันเป็นรถในชีวิตประจำวัน ขับไปทำงานทุกวัน ด้วยคันใหญ่ แฮนก์กว้าง และน้ำหนักตัวรถเยอะ ยิ่งใครตัวเล็กไซส์คนไทยปกติ อาจมียืนเขย่งเทา้ จะมุดจะแทกก็ลำบาก บางที เรามุดมาติด เจอพวกมอเตอร์ไซค์เล็กมองแบบเคืองๆ จนหลายครั้ง ต้องกวาดมือ โบกให้ไปก่อน น่าจะดีกว่า

การขับในเมืองอาจจะเป็นอุปสรรคมาก มันไม่ใช่รถที่คล่องตัวหนักหนา สุดสัปดาห์ จึงถึงเวลาออกท่องรถไปกับพี่ยักษ์กันดัม

ทำไม ผมให้สมญานามว่า “กันดั้ม” นั่นเพระา สีไทรคัลเลอร์ของตัวรถ โทนน้ำเงิน-ขาว ขลืปแดง เด็กวัย 90 จะต้องผ่านกับการ์ตูนกันดั้มแน่ๆ หน้าตาของมันก็โรบอท อยู่พอสมควร

พอออกทางยาว มันก็โชว์ที่สุดความสบายในการขับขี่ออกมา เจ้านี่ทำให้คุณสบายในการขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่ ที่เซทมาเพื่อการเดินทางโดยเฉพาะในโหมด Tour จะมีการปรับการตอบสนองคันเร่ง ทำให้ไม่กระโชกโฮกฮากไป ในยามแบนเข้าโค้งก็ยังมั่นใจ ด้วยระบบ Cornering ABS

การเดินทางยาวๆ บางที คุณอาจจะรู้สึกว่า ต้องเมื่อในการเกร็งข้อมือ เจ้านี่ก็มีโหมด Cruise Control มาให้ ทำงานเหมือนกับระบบในรถยนต์เลย

เพียงแต่อยากแนะนไว่าควรใช้ในทางตรงยาวๆ ที่ไม่มีรถเยอะ ไม่ต้องพะวงการมุดการแทรก และไม่แนะนำให้ใช้ในทางคดเคี้ยวครับ

ชุดเกียร์ DCT ที่จริง ฮอนด้าพยายามพรีเซนท์มาสักพักแล้ว แค่คนขี่บิ๊กไบค์ส่วนใหญ่ ก็ยังคิดว่ เกียร์ธรรมดา ยังดีกว่า นี่เป็นครั้งที่สองที่จับเกียร์ DCT ก่อนหน้านี้เคยสัมผัสใน Honda NC750X รู้สึกว่ายังไม่โอเคร

งวดนี้ทางฮอนด้ามีการปรับชุดเกียร์ใหม่ การต่อเกียร์เนียนขึ้นยกเว้นการออกเกียร์ 1 กับ 2 ส่วนที่เหลือจัดว่านุ่มนวลสบาย ช่วยลดความพะวงในการเดินทางไปได้มากพอสมควรเลยทีเดียว

ชุดเกียร์นี้สามารถเลือกสับเองได้ ด้วยแป้น Paddle shift สามารถลด หรือเพิ่มเกียร์ได้ตามต้องการ ถ้าต้องการเลือกเองตลอดสามารถกดเข้าโหมด M ได้ เหมาะกับทางคดเคี้ยว เพราะบางจังหวะ เกียร์จะโง่ จนทอนเองกลางโค้งในหลายจังหวะ

เรื่องกำลังเครื่องพูดตามตรงว่า สบายหายห่วง แค่บิดเบาๆ ก็แซงได้สบาย ได้อารมณ์สปอร์ต จนเรียกว่ามันใจได้ทุกเวลา

ระหว่างทางขับยืนพื้นด้วยความเร็ว 110-130 ก.ม./ช.ม. น่าแปลกใจ รถดูมั่นคงกว่าเดิม แถมเวลาเข้าโค้งต่างๆ ดูง่ายขึ้น น่าจะเป็นด้วยโครงสร้างใหม่

เมื่อหลายปีก่อนเคยขี่ รถรุ่นนี้แล้วรู้สึกว่า มันเป็นรถที่เข้าโค้งยาก ด้วยน้ำหนักตัวค่อนข้างเยอะ หนนี้รู้สึกว่าง่ายขึ้นเยอะ

ที่จริงลูกเล่นอีกอย่างที่เราไม่มีโอกาสลองเล่น คือ ระบบนำทาง ด้วย Apple Car Play ไร้สาย นั่นจะเปลี่ยนชุดจอตรงหน้าคุณสามารถแสดงแผนที่นำทางได้ เหมาะสำหรับสายเดินทางตัวจริง อย่างเราๆ

ในรุ่น Adventure Sport ยังมีจุดขายอีกอย่าง นั่นคือ ถังน้ำมันใหญ่ขึ้นเป็น 24.8 ลิตร สามารถเดินทางไกลได้มากขึ้น

ลองลุยเล็กๆมั่นใจมากกว่าเดิม

รถคันใหญ่ ดูน่าจะขับยากในทางลุย แต่กลายเป็นว่า หนนี้ มันขับง่ายมากขึ้น ผมเลือกมาทางลุย หลังอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก น่าแปลกใจมากที่คุณจะค้นพบว่า เจ้านี่ลุยง่ายขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีโหมดการขับขี่ให้อีก 2 โหมด ได้แก่ Gravel และ Off Road

ทางดินทางลูกรังปกติ ที่ควรใช้ คือ โหมด Gravel โหมดไม่เพียงปรับคันเร่ง และการตอบสนองของระบบควบคุมการทรงตัวเท่านั้น มันยังปรับโช๊คให้อ่อนหรือแข็ง ไปด้วย

เมื่อปรับเข้าโหมดนี้ มันจะแข็งกว่าทัวร์ สักหน่อย ช่วยให้มันใจมากขึ้นเวลาขับขี่บนทางกรวด ยังสามารถใช้ได้กับทางดินและหญ้าด้วย ความมั่นใจยิ่งมากขึ้น เมื่อคุณขับด้วยการยืนโน้มไปข้างหน้า จะรู้สึกว่า รถควบคุมได้ดั่งใจ จนรูสึกว่า อยากจะยืนบ่อยๆ

ส่วนโหมด ออฟโรด เหมาะกับการลุยหนัก งวดนี้ยังไม่มีโอกาสใช้จริงจัง แต่หลักๆ เน้นการตอบสนองเครื่องยนต์ เหมาะกับการลุย ที่จะใช้ความเร็วต่ำ ต้องการแรงบิดเยอะ เท่าที่ลองกับ ทรายและ ทางขุรขระที่ต้องการทรงตัว เรารู้สึกว่า มันทำได้ง่ายและดีขึ้น

แต่ในความรู้สึกส่วนตัวมองว่ามันไม่ใช่รถที่เหมาะกับทางโหดมาก ด้วยน้ำหนักตัวรถ ที่อาจะไม่ใช่กับการลุยสมบุกสมบันมากนัก

สรุป Honda Africa Twin Adventure Sport ครบเครื่องทุกอย่าง ถ้าชอบตัวลุย

ในตลาดรถ ทัวร์ขนาดใหญ่ การแข่งขันเรื่องที่สุดการเป็นรถมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวที่พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ ดูจะมีตระกูล GS ที่อยู่ในใจใครหลายคน แต่ฮอนด้า พยายามก้าวเข้ามาเป็นทางเลือก

เท่าที่สัมผัส ฮอนด้าทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เหมาะสม ตรงเป้าหมายความต้องการของผู้ใช้ตัวจริง รถที่มีความสบายในการขับขี่ที่น่าพอใจ เครื่องยนต์ทรงพลัง อุปกรณ์การขับขี่สะดวกสบาย ความทันสมัย

และท้ายสุดมันยังประหยัดเอาการด้วยอัตราประหยัด 19.2 ก.ม./ลิตร นั่นหมายความว่า น้ำมันเต็มถัง 24.8 ลิตร สามารถเดินทางได้เฉียด 500 ก.ม. โดยไม่ต้องพัก และอาจทำได้ดีกว่านี้ ถ้าใช้ความเร็วคงที่

ถ้าเทียบกับราคา ระดับ 7 แสนบาท ก็ต้องยอมรับว่า มันค่อนข้างสูง ทว่าสิ่งที่ได้มาก็นับว่าคุ้มครบเครื่องพอสมควร ตัว Adventure Sport มีหลายอย่างที่น่าสนใจ กว่าตัวธรรมดามาก เพียงแค่ต้องสู้ ราคา

ถ้าคิดว่า อยากจัดแบบเจ็บแต่จบ เจ้านี่ก็ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งทีน่าสนใจไม่น้อย ครับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments