ยิ่งเร็วยิ่งเสี่ยง วิจัยชี้ โครงสร้างห้องโดยสารอาจเสียหายมากขึ้น หากใช้ความเร็ว

แบ่งปันเรื่องนี้

การใช้ความเร็วเป็นเรื่องปกติที่คนส่วนใหญ่มักจะชอบท้าทายในการขับขี่รถยนต์ ทั้งที่ต้องการความปลอดภัยในการเดินทาง มั่นใจว่าจะถึงที่หมายครบ 32

การทดสอบชนกลายเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์สมัยนี้ที่ต้องถูกวัดค่าความเสียหายของห้องโดยสาร แต่นั่นก็ไม่อาจจะฟนีความจริงได้ว่า ยิ่งใช้ความเร็วมาก ห้องโดยสารก็ยิ่งมีโอกาสเสียหายมากขึ้น

รายงานจาก AAA ในอเมริกา ได้ศึกษาผลการวิจัยการทดสอบชน และนับเป็นครั้งแรกที่มีการยอมรับว่า หากผู้ขับขี่ใช้ความเร็วมากกว่าผลการทดสอบชน โครงสร้างห้องโดยสารอาจจะได้รับความเสียหาย จนก่อนให้เกิดการบาดเจ็บกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้

การทดสอบดังกล่าวทำที่ 3 ช่วงความเร็วได้แก่ 64 ,80 และ 90 ก.ม./ช.ม. อย่างที่คุรน่าจะผ่านตาเรื่องการทดสอบกันบ้าง ค่า 64 ก.ม./ช.ม. เป็นค่าการทดสอบชนในปัจจุบัน ที่หลายคนก็กังขาว่า มันช้าไปไหม กับรถที่มีสมรรถนะสูงขึ้นในปัจจุบัน รถที่เคราะห์ร้ายก็เป็น  Honda  CR-V  2010 รุ่นเดียวกัน 3 คัน ถูกนำมาชนที่ความเร็วแตกต่างกัน

ผลจากการทดสอบ ปรากฏว่าที่ความเร็ว 64 ก.ม/ช.ม. โครงสร้างห้องโดยสาร ไม่เสียหายรุนแรงนัก ผู้ขับขี่สามารถออกมาได้อย่างปลอด มีความเสียหายทางโครงสร้างน้อยมาก

ในส่วนของผลการทดสอบ ที่ความเร็ว 80 ก.ม./ช.ม. ผลปรากฎว่า ประตูด้านข้างเริ่มมีการผิดรูป รวมถึงโครงสร้างผนังของห้องโดยสารกับห้องเครื่อง มีการยุบตัว หากก็ยังสามารถลงจากรถได้ โดยไม่รับการบาดเจ็บใดๆ และแค่เพียง 10 ก.ม./ช.ม. ที่เพิ่มขึ้น โครงสร้างห้องโดยสารหลังจากเกิดการชนที่ความเร็ว 90 ก.ม./ช.ม. ก็เกิดเสียรูปมากขึ้น จนเริ่มส่งผลต่ออาการบาดเจ็บที่ขาด ผู้ขับขี่มีแนวโน้มติดอยู่ในรถ และ ไม่สามารถออกได้ รวมถึงอาจจะมีการบาดเจ็บที่คอจากแรงกระแทก

ส่วนที่น่าสนใจกว่าที่กล่าวมาข้างต้น คือ ในความเร็ว  80 และ 90 ก.ม./ช.ม. ผู้ขับขี่จะมีโอกาสบาดเจ็บที่ใบหน้า แม้ว่าถุงลมนิรภัยจะกางออกมาช่วยแล้วก็ตามที มีการประเมินว่า มีโอกาสที่สมองจะได้รับความกระทบกระเทือนจากเหตุดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ดีในการทดสอบครั้งนี้มีข้อบอดสำคัญอยู่ข้อ คือรถที่นำมาทดสอบ เป็นรถรุ่นเก่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ปัจจุบัโครงสร้างตัวถังมีการพัมนาขึ้นอย่างมากและมีความปลอดภัยสูงขึ้นด้วย

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments