Haval Jolion Hybrid ส่องเลยรุ่นไหนคุ้ม

แบ่งปันเรื่องนี้

ในที่สุดหลังจากเฝ้ารอกันมานาน เจ้ารถยนต์อเนกประสงค์ Haval Jolion Hybrid ก็เผยโฉมออกมาอย่างเป็นทางการ ในฐานะอีกตัวเลือกรถยนต์อเนกประสงค์ น้องใหม่ที่มาพร้อมการตอบสนองในการใช้งาน และล่าสุดการประกาศ ราคาอย่างเป็นทางการ ก็ทำให้เราได้โอกาส สำรวจ ความคุ้มค่าในรถยนต์รุ่นนี้

Tech

มาเริ่มกันที่รุ่นแรก กับ Haval Jolion Hybrid Tech พื้นฐานของ อเนกประสงค์ สิงโตน้อยคันนี้ อยู่ที่การตอบสนองในการใช้งานได้อย่างลง ตัว

ตัวรถมาะพร้อมขนาดความยาว 4,472 มม.​กว้าง 1,841 มม. และสูง 1,619 มม.​ ให้ระยฐานล้อยาวที่สุดในคลาส มีความยาว 2,700 มม.

Haval Jolion Hybrid Ultra

ใต้เรือนร่างรถรุ่นนี้มาพร้อมระบบเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 1.5 ลิตร พร้อทมชุดเกียร์พิเศษ ที่เรียกว่าระบบ DHT ส

เครื่องยนต์ให้กำลังขับสูงสุด 95 แรงมา้ ทำแรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร
มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังขับสูงสุด 156 แรงมา้ แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร

ระบบมีกำลังขับรวม 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร มี 4 โหมดการขับขี่ ได้แก่ประหยัด ,มาตรฐาน,สปอร์ต และถนนลื่น

เรื่องความปลอดภัย ก็ยังมีมาให้หลายรายการด้วยกัน ได้แก่

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ทางตรงและทางแยก
  • ระบบควบคุมความเร้วอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  • ระบบรักษารถให้อยู่กลางเลน
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา
  • ระบบควบคุมการทรงตัว
  • ระบบป้องกันการลื่นไถลและล้อหมุนฟรี
  • ระบบไฟกระพริบเมื่อเบรกกระทันหัน

ส่วนตัวรถ แนะนำรุ่นเริ่มต้นด้วย ระบบไฟหน้า LED พร้อมไฟ Day Time Running Light ตอบสนองในการใช้งานด้วย Welcome Light รวมถึงไฟท้าย LED และ เสาอากาศคลีบฉลามออกมาตอบโจทย์ ให้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

ทางด้านในห้องโดยสาร การตบแต่งเป็นสีดำ ทั้งหมด นำเสนองานออกแบบด้วยพวงมาลัย ยูรีเทน มาพร้อมเบาะนั่งหุ้มด้วยผ้า

รถรุ่นนี้มาพร้อมเครืองยนต์ไฮบริด ขนาด 1.5 ลิตร มีพลังขับรวม สูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร

เบาะนั่งคนขับปรับมือ 6 ทิศทาง ฝั่งคนนั่งปรับมือ 4 ทิศทาง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว ตรงหน้าคนขับ มีระบบปรับอาากศ แยกอิสระ ซ้าย-ขวา ระบบเครื่องเสียงหน้าจอขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมลำโพงในห้องโดยสาร 4 จุด รองรับ Apple Car Pay

เบาะนั่งหลังมาพร้อมพนักพิงศรีษะ ตัวเบาะสามารถปรับพับได้ 60/ 40 ช่อง USB สำหรับการโดยสารตอนหลัง

Haval Jolion Hybrid Tech ราคา 879,000 บาท

Pro

มาทางด้านรุ่นกลาง ที่ใช้ชื่อว่ารุ่น Pro ทางฮาวาล นำเสนอ รายละเอียดเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

ภายนอก

  • กระจกมองข้างพร้อมปรับและพับไฟฟ้า เมื่อล็อกรถ
  • ติเตั้งราวหลังคา

ภายใน

  • ปุ่มสตาร์ท พร้อมระบบล็อกรถแบบ Keyless
  • เบาะคนขับปรับไฟ้า 6 ทิศทาง
  • ระบบระบายความร้อนเบาะคนขับ
  • ช่อง USB สำหรับกล้องบันทึกหน้ารถ
  • กระจกไฟฟ้า อัตโนมัติ 4 บาน
  • ลำโพง 6 จุด
  • พวงมาลัยและเบาะนั่งทั้งคันหุ้มหนังสังเคราะห์

การขับขี่

  • ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะแปรผัน (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ ขณะการจราจรติดขัด
  • ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง
  • ระบบเตือนสัญาณไฟจราจร
  • ระบบเตือนเมื่อความเร็วสูงเกินกำหนด

Haval Jolion Hybrid Pro ราคา 939,000 บาท

Ultra

ในรุ่นท้ายสุด Ultra ถือเป็นรุ่นที่ครบเครื่องที่สุดในแง่การขับขี่และการใช้งาน ทางฮาวาล จัดการเพิ่มรายละเอียดมันให้น่าใช้ขึ้นดังนี้

  • เพิ่มหลังคา Panoramic เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
  • ล้อ 18 นิ้ว สีดำเงา ร้อมยางขนาด 225/55/R18
Haval Jolion Hybrid Ultra

ภายในห้องโดยสาร

  • จอกลางอัพขนาดเป็น 12.3 นิ้ว
  • ที่ชาร์จมือถือไร้สาย
  • กรอง PM 2.5 ในระบบปรับอากาศ
  • ภายในตบแต่งเป็นสีทูโทน เทา +ดำ และ สี Rose Gold เพิ่มความหรูหราดูทันสมัย
ในรุ่น Ultra ไม่มีภายในสีดำ จะมีเพียงทูโทน ขาว-ดำแบบนี้

ตัวช่วยในการขับขี่

  • ระบบจอดรถ 3 รูปแบบ
  • ระบบกล้อง 360 องศา
  • ระบบเลี่ยงเมื่อเข้าใกล้รถใหญ่
  • ระบบเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนทางด้านหลัง
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา ขณะถอยหลัง
  • ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ เมื่อมีรถอยู่ในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง
  • เซ็นเซอร์กะระยะ หน้า 6 จุด หลัง 6 จุด

Haval Jolion Hybrid Ultra ราคา 999,000 บาท

สรุป Jolion Hybrid รุ่นไหน คุ้มค่าที่สุด

หลังจากศึกษารายละเอียด น้องสิงโตทุกรุ่น ถ้าให้ตัดสิน เรามองว่า รุ่นคุ้มที่สุด ก็น่าจะเป็น รุ่น Ultra เพราะ ได้ของทุกอย่างครบ และของมากขนาดนี้ ในราคาขายไม่ถึง ล้านบาท ถือว่าค่อนข้างถูก พอสมควร

Haval Jolion Hybrid Ultra

รองลงมาเราให้รุ่น Tech ตัวเริ่มต้น เพราะแม้ว่าข้าวของจะไม่เยอะเท่าไร แต่พอมองในราคาที่ไม่ถึง 9 แสน ได้เครื่องยนต์ไฮบริด และ ออพชั่นปลายนวมนิดหน่อย ถือว่ามันก็น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน แถมได้รถที่ค่อนข้างใหญ่พอตัวด้วย

รุ่น Pro ถ้ามองจากของ เป็นเหมือนรุ่นอัพเดท ออพชั่นจาก Tech มากกว่า เมื่อราคาโดดขึ้นมา 9 แสนกว่าบาท ก็ทำให้เราคิดหนักว่า ไปต่ออีกนิดได้ตัว Ultra ที่ห่างเพียง 6 หมื่นบาท ผ่อนเพิ่มอีกไม่เท่าไร กับอีกอย่างเป็นรถ่นสำหรับคนที่ไม่ชอบภายใน Ultra กลัวเลอะเทอะ ดูแลยากก็อาจจะเลือก รุ่นนี้

ดังนั้นในภาพรวม มันเป็นรถออพชั่นเยอะ และคุ้มค่ามาก ส่วนใครอยากทราบสมรรถนะ ลองไปอ่านรีวิวได้ตรงนี้ครับ

ที่มาข้อมูล Great Wall Motor

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments