Haval H6 Hybrid Ultra ประหยัด ล้ำ นำสมัย

แบ่งปันเรื่องนี้

ในหลายปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า รถยนต์อเนกประสงค์ได้รับความนิยมอย่างมากในการซื้อหาของผู้บริภาค เมื่อมองรถใหม่สักคัน และแม้ว่าจะมีรถมากมาย แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ยอดขายของ  Haval H6 Hybrid  ที่ข้นมาเป็นอันดบหนึ่ในตลาด Compact Cross over  ได้สร้างความชัดเจนแล้วว่า รถรุ่นนี้มีดีในตัว แม้ว่าจะเป็นแบรนด์น้องใหม่ ก้ตาม

สำหรับใครที่ไม่รู้จัก   Haval มาก่อน นี่คือแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน หนึ่งในเพชร ยอดมงกูฎ ภายใต้สังกัด   Great Wall  Motor   แบรนด์รถยนต์น้องใหม่ ที่เข้ามาทำตลาดในไทย ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา

Haval H6   เป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของแบรนด์ ขายมายาวนาน  เริ่มทำตลาดรุ่นแรกในปี  2011 และได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน  จนขึ้นแท่นรถอเนกประสงค์ ที่ขายดีที่สุดในประเทศจีน  

Haval H6 Hybrid Ultra

การมาขายในประเทศไทย ของ  Haval H6  รถแนะนำตัวในเดือน มิถุนายน  หลังจากนั้น ทางฮาวาล เริ่มประกาศการวางจำหน่าย และเพียงหลังจากเปิดตัวมาไม่นาน ตามรายงานยอดขายจากเว็บไซต์ Headlightmag  รวมถึง จากทาง  Haval  ชี้ตรงกันว่าในเดือน กันยายน Haval H6 Hybrid   มียอดขายยืนหนึ่งในตลาก  Compact Crosover   ด้วยยอดขาย  405  คัน สูงสุดในรถกลุ่มเดียว กัน

นั่นชี้ให้เห็นว่า คนไทยจำนวนไม่น้อย สนใจรถรุ่นนี้ และเราก็ไม่รั้งรอ จะนำมันกลับมาขับอีกครั้ง

การพบกันครั้งที่  2  ของ   Haval H6 Hybrid Ultra   แทบจะนานจนลืมไปแล้วว่ารถเป็นอย่างไร หลังจาก เคยทดลองขับในช่วงเปิดตัวใหม่ เรามีโอกาส ขับเสน้ทาง กรุงเทพมหานคร พัทยา  ได้ทราบสมรรถนะเบื้องต้น เป็นน้ำจิ้ม รวมๆ ผลสรุปในครั้งนี้ ยอมรับว่า รถแรงเร้าใจ  ลูกเล่นเพียบ แต่มันมีดีกว่าที่เราเคยลองไปแล้วหรือไม่

Haval H6 Hybrid Ultra

หนนี้ Haval H6 Hybrid  กลับมาตอบเราอีกครั้ง ในอีกหลายโจทย์ ที่เรายังไม่ได้คำตอบจากครั้งที่แล้ว เห็นหน้าค่าตัวครั้งนี้ หน้าตาการออกแบบของรถยังสะกด ดึงดูด สร้างความน่าสนใจได้เหมือนเดิม

เริ่มจาก หน้าตารถที่มาพร้อมกระจังหน้าโครงเมีย่มขนาดใหญ่ ไฟหน้าออกแบบให้เล็กเรียว ส่องสว่างด้วยไฟหน้า  LED  พร้อมโคมโปรเจคเตอร์ มองไกลๆ บางทีอาจจะนึกถึงรถยุโรป

นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะผู้ที่ควบคุมงานออกแบบ ที่อยู่เบื้องหลังรถคันนี้ ไม่ใช่ใครอื่นไกล ไปกว่า  Phil Simmon   ผู้หอบเสื้อผ้า ข้ามน้ำข้ามทะเล จากแบรนด์รถยนต์อังกฤษ  Land Rover   มาอยู่กับแบรนด์จีน ด้วยความตั้งใจในการทำให้รถรุ่นนี้มีความหรูหราทันสมัย และสะกดสายตา ตั้งแต่แรกเห็น

ทางด้านข้าง ตัวรถเน้นความหรูหรา ด้วยเส้นสายที่ออกแบบดูเรียบๆ ไม่หวือหวา เส้นสายไม่ฉูดฉาด ถูกใจคนสูงวัยอย่างยิ่ง

Haval H6 Hybrid Ultra

ช่วงซุ้มล้อ ถูกเน้นด้วยเสน้สาย และขอบซุ้มสีดำ ที่คุณอาจจะรู้สึกแปลกตาสักหน่อย คือช่วงจากยางมาถึง ขอบซุ้ม ค่อนข้างห่างพอสมควร เมื่อเทียบกับรถอเนกประสงค์รุ่นอื่น กระจกด้านข้าง ค่อนข้างมีขนาดใหญ่ และ หลังคาค่อนข้างสูง รวมถึงช่วงตัวรถดูด้วยสายตา จะรู้สึกว่า มันใหญ่กว่ารุ่นอื่นๆ ในคลาสเดียวกัน ในรุ่น   Ultra  พกล้ออัลลอยขนาด 19  นิ้ว พร้อมยาง Good Year Performance SUV  เป็นยางสปอร์ตสำหรับ  SUV   บ่งบอกความไม่ธรรมดา

เขยิบตัวมาทางด้านหลัง ความหรูหรานำสมัยสะท้อน ด้วยงานออกแบบที่มีความแตกต่าง อย่างลงตัว เริ่มจากไฟท้าย  Cross-sectional  เป็นแนวคิดการออกแบบสไตล์เดียวกับรถยุโรป

การวางอักษรแบรนด์ด้านหลัง เป็นสไตล์ห่างๆ โครเมี่ยมด้านล่าง ช่วยให้เรารู้สึกว่ารถมีความใหญ่มาก และเพิ่มความภูมิฐาน เมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน

มาในห้องโดยสาร  Haval   มุ่งเน้นงานออกแบบตัวรถเพิ่มเติมความทันสมัยในการขับขี่ เริ่มจาก ก่อนเข้าสู่ในห้องโดยสาร จับหมับที่ประตู จะเปิดต้อนรับ เป็นระบบสัมผัสคล้ายของค่ายญี่ปุ่นอย่าง ฮอนด้า

ความรู้สึกตอนเปิดประตูครั้งแรก ยอมรับว่า ประตูบานใหญ่ ค่อนข้างจะมีน้ำหนักอยู่เหมือนกัน

กวาดสายตามาที่ภายในห้องโดยสาร ฮาวาล แนะนำ งานออกแบบทันสมัยภูมิฐาน อย่างแรกสะดุดตา คือ จอภาพเครื่องเสียงขนาด 12 นิ้ว ใหญ่ที่สุดในคลาส 

Haval H6 Hybrid Ultra

ฝั่งคนขับต้อนรับด้วยเบาะนั่งปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมที่ดันหลัง หน้าจอแสดงผลการขับขี่เป็นจอดิจิตอล แยกชิ้นจอออกมาจากเครื่องเสียง

อันที่จริงผมกลับรู้สึกว่ามันเล็กไปหน่อย ดูไม่สมกับตัวรถที่มีขนาดใหญ่ ในรุ่น  Ultra  มีชุดระบบ  Head UP Display  สะท้อนบนกระจกบังลม ช่วยลดการละสายตามาตรงชุดจอ

พวงมาลัย เป็นแบบ มัลติฟังชั่นใช้งานควบคุมเครื่องเสียง และจอกลาง Haval   ตั้งใจทำรถคันนี้ให้ออกมาหรูดูดี เลยวางสวิช์และก้ายควบคุมการขับขี่ต่างๆ ออกมาเป็นสำตล์รถยุโรป ฝั่งซ้ายเป็นไฟเลี้ยว ฝั่งขวาเป็นใบปัดน้ำฝน ส่วน Cruise Control   วางออกมาเป็นก้านแยก อยู่ทางฝั่งซ้าย

เบาะนั่งรถรุ่นนี้ มีขนาดใหญ่พอสมควรในการใช้งาน และนั่งสบาย รวมถึงมีลูกเล่น

เหลียวไปตรงกลางจะสังเกตว่า ปุ่มต่างๆ ที่ควรมีหายไป เหลือไว้เพียงปุ่มระบบปรับอากาศบางปุ่มเท่านั้น ระบบแอร์ในรุ่น  Ultra   ออกแบบมาเป็นการแยกอิสระซ้าย-ขวา  มาพร้อมกรองฝุ่นขนาดเล็ก  CN 95 ด้วยในตัว พร้อมตัวประจุบวก ช่วยในการทำให้ฝุ่นต่างๆ จับตัวเหมือนเครื่องฟอกอากาศตามบ้าน

ปุ่มต่างๆ ที่หายไป ทั้งหมด ถูกนำเข้าไปไว้ในชุดจอ  12  นิ้ว ใช้ในการเซทค่าต่างๆ  Haval   มีระบบปฏิบัติการของตัวเองนำเสนอลูกค้า ด้วยการจับทุกอย่างเข้าไปไว้ในจอ

เมนูทุกอย่างออกแบบมาเป็นภาษาไทย ทว่าก็มีความซับซ้อน อยู่มากพอสมควร ในการใช้งาน ต้องเข้าระบบผ่านการกดแอพพลิเคชั่นหน้าจอ พอชินๆ ทางขวา ตรงใกล้คนขับจะมีเมนูทางลัด เข้าไปได้เร็วขึ้น หากก็ยังต้องเลือกผ่านจออีกอยู่ดี บางอย่างอาจจะพอไหวในการใช้งานบนจอ แต่บางอย่างกลับไม่เวิร์คเท่าที่ควร เช่นโหมดการขับขี่ที่ก็ต้องเข้าผ่านจอเช่นกัน

มันยังไม่สะดวกในการใช้งานเท่าที่ควร ในความเห็นของผม ยังมีบางอย่าง ที่ควรทำออกมาเป็นปุ่มแยก ให้ใช้งาน จะได้ไม่ต้องละสายตาจากถนน

ชุดจอนี้มีขนาดใหญ่ตอบสนองดี แต่ในเวลาขับขี่บางครั้งก็แอบใช้งานยาก ต้องขับไปเหล่ตาไปมา แต่บางอย่างมันมีสามารถทำงานสั่งการด้วยเสียงได้ครับ

ยกตัวอย่างเช่น การสั่งการเปิด-ปิดวิทยุ , การสั่งการเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้า , การสั่งการเปิด-ปิด ระบบปรับอากาศ รวมถึงการปรับตั้งค่า เช่น ตั้งอุณหภูมิแอร์ เพิ่มลดเสียง สามารถสั่งการด้วยภาษาไทยได้อย่างสบายๆ

ไม่เพียงแค่นี้ เมื่อก่อน เราใช้การสั่งการด้วยเสียง โดยใช้การพูด Trigger Word   หรือ คำอะไรก็ตามที่ทจะทำให้ระบบรับทราบและตอบสนอง  Haval   เหนือไปอีกขั้น ด้วยการให้คุณตั้งชื่อรถเลย อย่างน้องขาวคันนี้ ชื่อเขาคือ “สดใส” เวลา เราจะสั่งอะไร ก็ สดใส …. แล้วตามด้วยคำสั่ง ซึ่งล้ำหน้ามากๆ กว่ารถกลุ่มเดียวกันในราคา  1.2  ล้านบาท

ผมลองเปลี่ยนชื่อเป็น  “มะหง่าว” ชื่อแมวที่บ้าน ก็สามารถสั่งได้ โดยระบบสั่งการด้วยเสียงมีระบบ  Ai คอยเรียนรู้วิธีพูดของเรา เพียงไม่เกิน 15 นาที ระบบก็สามารถจดจำการสั่งการได้ และทำงานอย่างน่าพอใจ

แต่ก็เป็นการสั่งพวกระบบความสะดวกสบายเท่านั้น เพราะ เรื่องการขับขี่ยังต้องทำงานผ่านจออยู่เหมือนเดิม

เอาล่ะมาดูดันต่อในรถ ตรงคอนโซลกลาง ออกแบบมาให้มีขนาดสูงใหญ่ นั่นเพราทีมออกแบบ พัฒนาให้มันเป็นคอนโซล  2  ชั้น เพื่อวางของได้มากขึ้น ชั้นบนในรุ่น  Ultra   จะมีที่ชาร์จไร้สายให้ติดตัวมาด้วย คันเกียร์เป็นไฟฟ้าออกแบบมาให้เป็นคอนโซลเกียร์แบบหมุน ใช้งานง่ายสะดวก

ช่องวางแก้ว ออกแบบมามีขนาดใหญ่ ดูจากสายตาแก้วเยติ น่าจะพอวางได้สบายมาก

พอกวาดตามองรอบๆตัว จะพบว่า รถคันนี้มาพร้อมการตบแต่งด้วยสีทอง Rose gold   จริงๆ ตั้งแต่แรกที่ผมได้มีโอกาสขับรถคันนี้ สิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบเลย ก็คิอการตบแต่งด้วยสีนี้ แม้ว่ามันจะดูดี แต่รู้สึกแปลกใจ ที่ทางฮาวาลเลือกใช้สีนี้  อารมณ์แบบไม่รักก็เกลียดไปเลย  มันมาพร้อมไฟ Ambient Light   

บนหลังคามี Panoramic Sunroof  เปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้า ช่วยอำนวยความสะดวกด้วยการสั่งการด้วยเสียง เพิ่มความสะดวกสบสบ

ฝั่งคนนั่ง เบาะนั่งด้านหน้าปรับไฟฟ้า  4 ทิศทาง เน้นการตอบสนองความสะดวกสบาย  เรื่องการโดยสารตอนหลัง สบายใจหายห่วง ด้วยพื้นที่โดยสารเหลือเฟือง เยอะเป็นทุ่ง คนตัวใหญ่ ไซส์หมี ไปด้วยกันสี่คนก็ทำได้สสบายมาก ด้านหลัง มีช่องแอร์ ช่อง USB   มาให้ เบ็ดเสร็จ

พูดถึงเบาะนั่งทั้งหมด หุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ ตัวหนังจะมีรูระบายความร้อนมาให้ โดยเบาะคู่หน้ามาพร้อมกับระบบระบายความร้อน มีพัดลมเป่าใต้เบามาให้ 3  ระดับ ทั้งฝั่งคนนั่งและคนขับ มันช่วยให้คุณขับสบายขึ้นเวลาต้องเดินทางไกล  หลังไม่เปียกเสื้อผ้าไม่เหม็น เวลาต้องลงไปติดต่องาน

การวิศวกรรม

ใต้เรือนร่างสุดหรู  Haval H6 Hybrid  ถูกพัฒนาบนโครงสร้างตัถังใหม่ ที่เรียกว่า   GWM L.E.M.O.N (Lightweight, Electrification, Multi-purpose and Omni Protection Network )  หรือบางสื่อ อาจจะเรียกว่า เลม่อน แพลทฟอร์ม

แพลทฟอร์มนี้ ถูกพัฒนาออกมาเน้น 3-4  สิ่งอย่างที่ คุณเห็นชื่อเต็ม ของมัน น้ำหนักเบา , ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ,ความหลายกหลาย และการเชื่อมต่อ แต่มันมีอีกสิ่งซ่อนอยู่ นั่นคือ ความปลอดภัยในการขับขี่

ทีมวิศศกร  GWM  จึงพยายามพัฒนา โครงสร้างที่ความแข็งแรง สามารถซับแรงกระแทกจากการชนได้ดี โดยอาศัยเทคนิคใหม่ๆในการสร้างสรรค์ตัวถัง

อย่างแรกเลย ทาง  Great Wall Motor   เริ่มด้วยการเฟ้นวัสดุเหล็กที่ดี มาใช้งาน ด้วยการให้เหล็กที่มีความแข็งแรงและทนทานสูง เลือกใช้เหล็ก Advance High Streght Steel  (<1000 MPa) ในโครงสร้างตัวรถหลายจุด อาทิ โครงสร้างช่วงห้องเครื่องยนต์ ไปจนถึง พื้นรถ  

ส่วนช่วงห้องโดยสารทางด้านหน้า เลือกใช้เหล็ก แบบ   Themo Forming  เนื้อเหล็กทนถึง  2,000 MPa ในช่วงเสา  A และ ผู้โดยสารตอนหน้า 

นอกจากนี้แทนทีจะใช้กระบวนการเชื่อมตัวถังอันซับซ่อน ซึ่งเสียเวลา และทำให้มีน้ำหนักมากหลังจากได้ชิ้นงาน ทาง  Haval   ยังนำเสนอ การขึ้นรูปแบบ   Hot Stamping ช่วยลดน้ำหนัก และยังมีความแข็งแรงมากวก่าการเชื่อมชิ้นส่วนต่างๆ เข้ามาไว้ด้วยกันเพื่อก่อเป็นชิ้นงาน

การพัฒนาโครงสร้างตัวถังใหม่ มีส่วนช่วยในการประหยัดน้ำมันด้วย จากการคำนวณ ของวิศวกร   GWM   ในจีน พบว่า น้ำหนักที่ลดลงไป  100  กก. จะสามารถประหยัดน้ำมันได้ราวๆ  0.4-0.6  ลิตร และลดการปล่อยไอเสียได้ราวๆ   5 กรัม ต่อ กิโลเมตร

ในกรณีของ  Haval  H6   ทาง จีน ได้ตำนวนว่า รุ่นเครื่องยนต์สันดาป จะประหยัดขึ้นราวๆ  14.5% เลยทีเดียว

โครงสร้างว่าเจ๋งแล้ว ที่ต้องดีตามมาพอๆ กัน ก็คงเป็นระบบขับเคลื่อน ประเทศไทย เป็นประเทศแรกที่ทาง ฮาวาล ได้ส่งระบบขับเคลื่อนไฮบริดเข้าทำตลาดด้วย

นำเสนอเครื่องยนต์เบนซิน  1.5  ลิตร เทอร์โบชาร์จ จับคู่ เข้ากับ มอเตอร์ไฟฟ้า ด้วยชุดเกียร์ใหม่ที่ทางบริษัทเรียกว่า   Dedicated Hybrid Transmission  หรือ ชุดเกียร์  DHT

ระบบไฮบริดของ Haval  แตกต่างจาก ระบบเครื่องยนต์ไฮบริดทั้งหมดที่เราคุ้นเคย โดยเฉพาะค่ายญี่ปุ่น เพราะระบบมุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน และ การขับในรูปแบบ  Series Parallel Hybrid

เครื่องยนต์  1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ รหัส GW4B15 ให้กำลังขับสูงสุด 150 แรงม้า สูงสุด ที่ 5,500-6,000   รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 230   นิวตันเมตร ตั้งแต่  1,500-4,000 รอบต่อนาที

ด้านมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังขับสูงสุด  177 แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด  300 นิวตันเมตร

ระบบเกียร์  DHT นี้จะทำงานโดยผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยฝั่งเครื่องยนต์  มี  2  อัตราทดใช้ในการขับเคลื่อน แบ่งเป็นความเร็วต่ำกับความเร็วสูง

แบตเตอร์รี่ไฮบริดมีขนาด  1.6  กิโลวัตต์ เทียบกับไฮบริดด้วยกัน ก็ต้องยอมรับว่า มีความจุพอสมควร นั่นคงเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน

ถ้าสังเกตให้ดี จะพบว่า มอเตอร์ไฟฟ้า ของ Haval  H6 Hybrid  ค่อนข้างมีกำลังเยอะพอสมควร พอๆ กับเครื่องยนต์  2.0  ลิตรในอดีต

และด้วยความสามารถของชุดเกียร์ ที่สามารถทำงานสอดรับระหว่าง เครื่องยนต์ ทำให้ ระบบขับเคลื่อน สามรถทำงานสอดผสานกัน และนั่นทำให้มัน มีกำลังขับสูงสุด  243  แรงม้า  แรงบิดสูงสุด   530   นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าเยอะมาก

ส่วนทางด้านระบบบังคับเลี้ยว เป็นหน้าที่ของ พวกมาลัยไฟฟ้า ปรับค่าได้  3  ระดับ คือ  เบา ,มาตรฐาน และ สปอร์ต

ช่วงล่าง เป็นแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงทางด้านหน้า ด้านหลังใช้แบบมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง

ให้ชุดเบรกที่มาพร้อมจานระบายความร้อนทางด้านหน้า ด้านหลัง เป็นจานเบรกปกติ

ด้านขนาดตัวรถ เรียกว่า น่าจะใหญ่ที่สุดในกลุ่มเดียวกัน มีความยาว 4,653 มม. กว้าง 1,866 มม. ไม่รวมกระจกมองข้าง สูง  1,724 มม. และ ให้ระยะฐานล้อ ยาว  2,738  มม.

การทดลองขับ

กำลังและแรงบิดขนาดนี้ ถ้าพูดถึงก็ไม่ค่อยเจอในรถอเนกประสงค์มานานแล้ว  ย้อนไปตั้งแต่สมัย ซูบารุ ยังขายรถอเนกประสงค์เครื่องเทอร์โบ ตำแหน่งสันดาปเจ้าความแรง มาเป็นของมาสด้า ราวๆ ปีเศษๆ จน ใน  Mazda Cx-5  เทอร์โบ  วันนี้ มาพ่ายกับค่าย  haval  ที่ยกไฮบริดมาฟาดกัน

หลักการทำงานของระบบไฮบริดของ Haval H6 Hybrid 

ก่อนจะเริ่มลงลึกการขับขี่ อยากให้ทุกคนเข้าใจ ก่อนว่า  Haval H6 Hybrid  มีการทำงานใน 2  รูปแบบสำคัญ คือ  EV Drive  และ   Power Split Parallel  Drive

การทำงานแบบ  EV  Drive  หรือ โหมดขับไฟฟ้า โดยมากจะเกิดขึ้นในความเร็วต่ำ ตั้งแต่  0-70   ก.ม./ช.ม. ระบบจะใช้ มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนทั้งหมด โดยอาศัยพลังงานจากในแบตเตอร์รี่ มาขับเคลื่อน ไม่ใช้เครื่องยนต์เลยแม้แต่นิดเดียว

การใช้มอเตอร์ในการทำงานทำให้ได้ความประหยัดการขับขี่ ข่าวดีสำหรับใครที่ใช้รถในกทม. ที่ต้องขับๆ เบรกๆ  เดี่ยวไฟแดง เดี๋ยวรถช้า ถ้าขับไม่เกิน  70  ก.ม./ช.ม.เจ้ายักษ์คันนี้ใช้มอเตอร์ฟ้าตลอดเวลา โดยอาศัย การเก็บไฟฟ้าจาก  Regenerative Braking ช่วย ถ้ามันอยู่ในระดับต่ำมากจริงๆ ระบบจึงจะเรียกเครืองยนต์ทำงาน

Parallel Series Hybrid

โหมดนี้จะทำงานได้ในทุกช่วงความเร็ว ไม่ได้มีเงื่อนไขจากความเร็ว ระบบจะดูระดับไฟฟ้าในแบตเตอร์รี่ ว่า อยู่ในระดับต่ำมากน้อยเพียงไหน   ถ้าไฟฟ้าในแบตเตอร์รี่ค่อนข้างต่ำ เครื่องยนต์ จะติดขั้นมาขับเคลื่อนล้อ ไปพร้อมกับ ให้กำลังไฟฟ้ากลับไปแบตเตอร์รี่

ในเมือง เราอาจจะเห็นการทำงานแบบนี้น้อยมาก เนื่องจาก ส่วนใหญ่การจราจร ขับๆ เบรกๆ ทำให้ ฟ้าในแบตเตอร์รี่มีค่อนข้างเยอะ แต่ก็ใช่ว่ามันไม่ทำงานแบบนี้เลย

ส่วนใหญ่การทำงานแบบนี้จะเห็นตอนขับรถในทางยาว ใช้ความเร็ว  80  ก.ม./ช.ม. ขึ้น ไป เครื่องยนต์จะทำงานตลอด แล้ว มอเตอร์ไฟฟ้า กลายเป็นลูกคู่ในการขับขี่แทน  มอเตอร์จะเข้ามาเสริมกำลัง เวลาขับเคลื่อน ลดการสวิงของรอบเครื่องยนต์เวลาเร่งแซง

และในกรณีขับด้วยความเร็วสูงมาก ระบบเกียร์จะเปลี่ยนไปใช้อัตราทดสูง สำหรับเครื่องยนต์ จะมีอาการวูบนิดหน่อย พอสังเกตได้ จะเกิดขึ้นเมื่อคุณใช้ความเร็ว มากว่า  150  ก.ม./ช.ม.  ขึ้นไปจนถึง 180 ก.ม./ช.ม.

การขับขี่ในเมือง

หลังจากได้รถมา เราเริ่มขับทดลองใช้ในเมือง ท่ามกลางการจราจร วันนี้ที่กลับมาติดขัดอีกครั้ง เหมือนช่วงเวลาปกติ ก่อนโควิดระบาด 

ยามขับในเมือง  Haval H6 Hybrid   ค่อนข้างเงียบ  ส่วนหนึ่งมาจากการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับในความเร็วต่ำ ในหลายโอกาส แบตเตอร์รี่ขนาดใหญ่ ทำให้ความสามารถในการขับขี่ด้วยไฟฟ้าเพิ่มขึ้น  การขับเคลื่อนจึงเงียบและให้ความสุนทรีมาก

พอไฟฟ้าอยู่ในระดับต่ำ ระบบเครื่องยนต์จะเข้ามาทำงานทั้งกำลังขับและปั่นไฟฟ้า ไปพร้อมกัน การเปลี่ยนถ่าย จากโหมดหนึ่งไปสู่อีกโหมดไม่ค่อย เป็นอย่างราบลื่นไม่กระทบความรู้สึกในการขับขี่ ทั้งหมด ด้วยการจัดการของเกียร์ ช่วยในการตัดต่อกำลังไปตามที่เห็นว่าสมควร

สิ่งที่ต้องระวังเวลาขับในเมือง คงเป็นกำลังแรงบิดมหาศาลของระบบขับเคลื่อน บางครั้ง เจ้า  530   นิวตันเมตร ก็โผล่ออกมาในจังหวะที่ไม่สมควร อย่างช่วยขับในความเร็วต่ำจะหักหลบรถคันหน้า หรือ อย่างเลี้ยวออกจาก ซอย ถ้าเป็นจังหวะที่มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานแล้วเครื่องยนต์ติดขึ้นมาให้กำลังด้วย มันจะพาให้รถคุณยางลั่น  เอี๊ยดอ๊าด เป็นเด็กแว้นซ์ จนยาง   Goodyear  ยังต้องร้องจ๊ากลั่น ราวกับ คุณขับรถซิ่ง ออกตัวเอี๊ยดอ๊าด อย่างไม่พอใจ

ทั้งที่จริง เราแค่เผลอ กดคันเร่งแรง จน  530   นิวตันเมตร ออกมาทักทาย กลางที่ชุมชนก็แค่นั้นแหละ

แม้ว่าแรงบิดมหาศาล จะลั่นทุ่งจน คุณอาจเป็นเป้าสายตา และมันไม่ใช่เรื่องดี นัก ทว่า   Haval H6 Hybrid   ก็ยังมีหลายเรื่องที่น่าชื่นชม

อย่างแรก ระบบพวงมาลัย ให้การตอบสนองค่อนข้างดี พวงมาลัยไฟฟ้า รถคันนี้มี  3  โหมด ด้วยกัน คือ เบา , มาตรฐาน และ สปอร์ต

ข่วดี สำหรับสายชอบปรับแต่ง ค่า Default   พวงมาลัย จะไม่เปลี่ยนเวลาคุณดับเครื่องยนต์ แล้วกลับมาสตาร์ทใหม่ มันเซกเป็นค่าคงที่ จนกว่าเราจะมาเปลี่ยนการตั้งค่านั่นเอง

ในค่ามาตรฐาน อารมณ์พวงมาลัย จะคล้ายกับ รถอเนกประสงค์ทั่วไป มีระยะฟรีระดับหนึ่ง น้ำหนักพวงมาลัย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่หนักไป หรือเบาโหวง จนเกินไป เหมาะใช้งานขับขี่ทั่วๆ ไป

ถ้าเอาขับใช้งานในเมือง ผมแนะนำให้เป็นโหวดเบา พวงมาลัย จะควงง่ายขึ้น ช่วยให้การนำรถเข้าจอด สะดวกมากขึ้น หรือ ยามที่คุณต้องพาเจ้าพี่ยักษ์คันนี้แทรกไปท่ามกลาง การจราจร ก็ทำได้ง่ายมากขึ้น ที่จริงโหมดนี้เราว่าเหมาะกับสาวๆ ที่เน้นควบคุมรถง่ายๆ ใครสลับขับกับภรรยา ก็ควรบอกให้เลือกโหมดนี้

โหมดสุดท้าย คือโหมดสปอร์ต โหมดนี้ พวงมาลัย จะมีระยะฟรีเท่าโหมดเบา แต่น้ำหนักพวงมาลัยมากขึ้น ความตึงการหมุนพวงมาลัยเยอะขึ้น  เหมาะกับเวลาคุณขับเดินทางไกล ต้องใช้ความเร็วสักหน่อย เหมาะกับคนขับรถเร็ว ต้องการความมั่นใจ สักหน่อย

การขับในเมืองสามารถใช้ได้ทั้ง  3  โหมด แม้ว่าจะโหมดสปอร์ตน้ำหนักพวงมาลัย ก็ยังไม่มากมายเท่าไร คุณสามารถใช้งานได้อย่างสบาย ไม่มีปัญหา เพียงแต่  2 โหมดที่เหลือการใช้งานจะง่ายกว่าพอสมควร

เรื่องทัศนวิสัยในการขับขี่  Haval  H6  ถือว่า ออกแบบมาดีพอสมควร การไม่มี จอตั้งขึ้นมาเกะกะ ให้รำคาญลูกตา ตรงหน้าคนขับ มี  Head Up Display  สำหรับรุ่น  Ultra   มันยังมาพร้อมกระจกบังลมหน้า กระจกข้างขนาดใหญ่ กระจกมองข้าง มาปักไว้ใกล้คนขับมากขึ้น อยู่ที่ประตูหน้า ตามสมัยนิยม

เรื่องระบบกันสะเทือน เวลาใช้งานในเมือง เป็นสไตล์แข็งนุ่ม มันยังให้ความสบายในการโดยสาร ขณะที่ผู้ขับขี่ก็ยังมั่นใจ ในหลายจังหวะ อย่างฝาท่อ หรือ พื้นที่ก่อสร้างรถจะโชว์ความกระด้างออกมา มีความสะเทือนในระดับหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องแปลกนัก ที่คุณจะต้องเจอ ในรถคันนี้

การขับในเมือง ส่วนสำคัญ ก็คือความปลอดภัยในการขับขี่ ระบบของ  Haval H6 Hybrid ช่วยเหลือได้มากในหลายเหตุการณ์ ระบบจะแสดงผลการเตือนที่หน้าจอตรงหน้าขับขี่ เช่น เตือนรถอยู่ในมุมอับสายตา , เตือนมุมอับสายตา ขณะถอย  และยังมีระบบช่วยเบรก ฉุกเฉิน และป้องกันการชนทางด้านหน้า ทั้งหมดแสดงที่หน้าจอช่วยบอกคุณ พร้อมกับใช้สัญญาณเสียงช่วยเตือน ตื๊ด ..​ตื๊ด ช่วยให้คุณระแวดระวัง มากขึ้น

ถ้าให้ผมเดา พวกคุณๆ ที่อ่าน กำลังเฝ้ารอลุ้น อัตราประหยัด  Haval H6 Hybrid   กันใช่ไหมครับ จากที่ผมลองขับในเมืองระยะทาง 40.8 ก.ม. เติมน้ำมันไป 2.03  ลิตรเท่านั้น ดีดอัตราประหยัดออกมาได้ 20.09  ก.ม./ลิตร

เฮ้ย! รถใหญ่ ขนาดนี้ประหยัดแบบนี้จริงหรือ ตอบว่า จริงครับ นั่นเพราะ การขับขี่ในเมืองเมื่อความเร็วต่ำกว่า  80  ก.ม./ช.ม.​  เกือบทั้งหมดจะเป็นการขับด้วยไฟฟ้าล้วนๆ  ยิ่งแบตเตอร์รี่ของรถคันนีมีขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษ รวมถึงมอเตอร์ฟ้าที่มีกำลังค่อนข้าง จึงทำให้สามารถขับไฟฟ้าได้นานขึ้น เครื่องยนต์ทำงานน้อยลง เวลาเราขับในเมือง  

การขับเดินทาง

แม้ว่าวงที่เรานำรถยนต์  Haval H6 Hybrid Ultra   มาทดสอบ จะเป็นช่วงมรสุมเข้าพอดี แต่ก็ไม่วายจะต้องพิสูจน์การเดินทางสักหน่อย

ระหว่างการขับขี่นอกเมือง ผมค้นพบว่า พวงมาลัยรถคันนี้ในโหมด มาตรฐาน จัดว่า ค่อนข้างโหวงไปนิดหน่อย จนท้ายสุด ผมตัดสินใจ เปลั่ยนโหมดพวงมาลัย มาใช้ค่า “สปอร์ต” การตอบสนองออกมาเหมาะสมกว่าเยอะ

ขับทางไกลๆ  ความสบายในการโดยสารเป็นสิ่งสำคัญ ช่วงล่างของรถคันนี้ออกมาในทาง หนึบนุ่มอย่างที่เรากล่าวไปแล้ว ในการขับขี่ในเมือง พออยู่ทางไกล มันกลายเป็นช่วงล่างเพิร์มนุ่ม เหมาะมากกับเส้นทางอย่างถนนมอเตอร์เวย์ วิ่งทางตรงยาวๆ โค้งๆ น้อยๆ ในประเทศจีน เส้นทางแบบนี้เป็นเส้นทางหลวงใช้ขับขี่ระหว่างเมือง หรือ มณฑล จนไม่แปลกใจ กับวิธีเซทรถของ  Haval มุ่งเน้นการขับขี่ทางตรง ให้ความสบายสูงสุด

แต่ปัญหาคือ ถนนเมืองไทยไม่ได้สวยงาม และเคร่งกฏจราจร เหมือนในจีน เวลาขับต่างจังหวัด จะเจอ รถช้าแช่ขวา สะพานคอหัก และถนนบางเส้น อุดมไปด้วยทางโค้งมากมาย

อุปสรรคมากมายขนาดนี้ ทำให้ ฮาวาลอาจต้องปวดหัวสักนิด อย่าง เวลาเราขับด้วยความเร็ว เลนขวา เจอรถช้าแช่ขวาต้องแซงซ้าย แล้วอาจต้องมุดผ่านการจราจร ไปในหลายจังหวะ อาการช่วงล่างที่นิ่มนวล เน้นขับสบาย กลายเป็นมันไม่ตอบสนองต่อการขับขี่เวลา โยกเปลี่ยนเลนเท่าไร หลายครั้ง เราพบ่า มีอาการท้ายแอบไหลนิดๆ ให้แอบตกใจเล่นๆ บ้าง นิดหน่อย

ยิ่งใครขับรถชอบกระตุกพวงมาลัย ไปพร้อมกับเดินคันเร่งยิ่ง ออกอาการมากขึ้น จนรู้เลยว่าไม่ได้ออกแบบมาให้คุณขับห้ามๆ แม้ว่า สิ่งที่เป็นจะสวนทางกับกำลังเครืื่องระดับน้องๆ รถสปอร์ตก็ตามที

ในแง่การเข้าโค้ง ถ้าใช้ความเร็วปกติ ค่อยๆ เบรก ค่อยเบรกพวงมาลัยไปตามระยะโค้ง Haval H6 Hybrid จัดว่า เป็นรถรุ่นหนุ่งที่เข้าโค้งดีอย่างน่าพอใจ

กลับกันถ้าเปลี่ยนวิธีการขับมาเป็น พุ่งเข้ามาโค้ง เบรกแรงๆ แล้ว กวาดพวงมาลัย ใช้ความเร็วในโค้ง การโคลงตัวบวกกับแรงเหวี่ยงในโค้งจะค่อนข้างเยอะ มันเป็นรถยิงโค้งไม่สนุก ออกแนวหวั่นใจด้วย ส่วนหนึ่งมาจากความสูงใหญ่ น้ำหนักเยอะพอสมควร พอเข้าโค้งแรง จึงเกิดอาการเหวี่ยง กว่า

จังหวะคอสะพาน เป็นอีกด่านที่เราพบเจอว่า ถ้าเราขับมา เบรก แล้วไต่คอสะพาน ด้วยความเร็ว ที่เหมาะสม จะไม่มีปัญกาใดๆ ที่ต้องกังวลใจ กลับกันในจังหวะเดียวกัน ถ้าคุณขับมาด้วยความเร็ว แล้วไม่ได้เบรก รถจะเกิดอาการยวบยาบหลังกระโดดขึ้นสะพานคอหัก

ทั้ง 3 เรื่องที่กล่าวมา ส่วนสำคัญ มาจากการตอบสนองของโช๊คอัพ ที่เน้นความคุมนุ่มนวลนั่งสบาย เป็นหลัก พอขับเน้นเค้นสมรรถนะหน่อยจะเจอประเด็นในการใช้งาน

ในส่วนเรื่องเบรก ด้วยการใช้หม้อลมไฟฟ้า ตามสไตล์รถยนต์ไฮบริด ทำให้ ความเป็นธรรมชาติในการเบรกน้อย เบรกอาจจะออกอาการท่อๆ บางแต่หยุดอยู่มั่นใจ จาก ที่ลองจับอัตราเบรกหยุดในความเร็ว 100-0 ก.ม./ช.ม. เราได้ระยะ 44.69 เมตร เท่านั้น นั่นมากกว่ารถยนต์อเนกประสงค์บางรุ่นที่เคยทดลองมา ด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ดี ด้วยการใช้เครื่องยนต์เบนซิน1.5 เทอร์โบชาร์จ บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้การตอบสนองคันนี้ คึกคักตลอดเวลา ที่คุณนั่งหลังพวงมาลัย พลังขับระดับรถสปอร์ต ดูจะไม่เข้ากับอาการช่วงล่าง ที่มุ่งเน้นนั่งสบาย

เวลาขับทางไกล โหมดการขับขี่จะเปลี่ยนบทบาท เครื่องยนต์เทอร์โบ จะทำหน้าที่ขับพลังลงล้อ และในบางจังหวะจะป้อนไฟฟ้าไปยังแบตเตอร์รี่ด้วย ในยามต้องการพลังเครื่องในการเร่งแซง มอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามารับบทบาทปั้นแรงบิดดูก่อน ถ้าผู้ขับขี่ยังต้องการพลังขับมากขึ้น เครื่องยนต์ จะเริ่มเร่งรอบ แรงดึงจากระบบเทอร์โบชาร์จ ยิ่งนำพาคุณสู่ความเร้าใจราวกับขับรถสปอร์ตในคราบรถ suv

เป็นรถที่หมดห่วงเรื่องการแซง จะไปตอนไหน เมื่อไร อย่างไรก็ได้ กดปุ๊ปแรงบิดมา รถพุ่งวิ่งไปทันใจ ก่อนเทอร์ดบมาช่วยต่อพลังในรอบสูง เป็นรถอเนกประสงค์รุ่นหนึ่งที่มีสมรรถนะ เครื่องยนต์สูงเอาการ เทียบกับราคาขายที่ไม่ได้แพงไปกว่าคู่แข่งหรือค่ายญี่ปุ่นนัก

จากการทดสอบอัตราเร่งบนถนนลาดยาง ในโหมดมาตรฐน คุุณจะอึ้ง ถ้าพบว่า อเนกประสงค์ร่างใหญ่ คันนี้ สามารถเร่ง

  • 0-100 ก.ม./ช.ม. ในเวลา ราวๆ 9.09 วินาที
  • 80-120 ก.ม./ช.ม. ในเวลา 6.0 วินาที
  • 0-160 ก.ม./ช.ม. ในเวลา 15.1 วินาที

นั่นถือเป็นสมรรถนะในการขับขี่ที่เทียบเท่ากับ บรรดารถสปอร์ตชั้นนำที่เรารู้จักกันดี ส่วนโหมดสปอร์ตไม่ได้ทำให้การตอบสนองอัตราเร่งเปลี่ยนไป แค่มันทำให้คันเร่งรู้สึกกระชับขับสนุกมากขึ้น

Haval H6 Hybrid  Ultra

สิ่งเดียวที่ขวางไม่ให้คุณซิ่งรถคันนี้มากเกินไป คงเป็นช่วงล่างติดนุ่ม ทำให้มันดูน่ากลัวเวลาขับด้วยความเร็วสูงๆ และคนทั่วไปคงไม่มีใคร ทำความเร็วบ่อยๆ เว้นว่า คุณจะรีบไปทำธุระจริงๆ

ส่วนเรื่องอัตราประหยัด ก็ไม่น้อยหน้าอัตราเร่ง การใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยก่อนเทอร์โบจะรับไม้ยาว ทำให้เครื่องยนต์ทำงานค่อนข้างสเถียรในความจริง จากที่ทดลองวิ่งประหยัดในเส้นทาง กรุงเทพมหานคร-อยุธยา ระยะทาง 126.6 ก.ม. เติมน้ำมัน 8.377 ลิตร ได้อัตราประหยัด 15.11 ก.ม./ลิตร เทียบกับขนาดตัวรถ และน้ำหนัก ถือว่าค่อนข้างประหยัดใช้ได้ และอาจจะประหยัดกว่านี้ ถ้าคุณขับรถด้วยโหมด ประหยัด

ลองเล่น ฟังชั่นไฮเทค

เอ้าพี่ รถคันนี้เครื่องแรง สมรรถนะการควบคุมกลางๆ แล้วจริงๆ รถคันนี้เด่นอะไร ผมตอบตามตรงอย่างไม่อาย ว่า เรืองระบบล้ำสมัย เขาจัดเต็มจริงๆ

ถึงนักทดสอบรีวิวรถ จะดูภาพลักษณ์ เป็นคนโลว์เทค ในบางมุมจากภายนอก สนใจแค่สมรรถนะการขับขี่ แต่ที่จริงเราเรียนรู้เทคโนโลยีทันสมัยในรถยนตฺ ที่เพิ่มพูนมาตลอดหลายปี

Haval H6 Hybrid Ultra มีของเล่นสุดล้ำมากกว่า อย่างระบบช่วยจอดรถ และ ระบบช่วยกลับรถ ทั้ง 2 ระบบ ถือเป็นไฮไลท์เด็ดชูโรงในรถคันนี้

ระบบช่วยจอดรถ

ที่จริงระบบนี้มีมานาน แต่ในเจ้ารถอเนกประสงค์คันนี้ มันใช้งานง่ายขึ้น และทำงานครบเครื่อง ทั้งเบรกเอง เร่งเอง หักพวงมาลัย เรียกว่า แค่กดปุ่ม ที่เหลือรถจัดการให้เลย

การใช้งานระบบต้องกดปุ่มกล้อง แ ล้วเลือกเมนูทางด้านขวา เพื่อเข้าใช้งาน สามารถใช่ได้ทั้งจอดขนาดและ จอดเข้าซอก กรณี จอดเฉียงๆ ใช้ รูปของการจอดเข้าซอง จากนั้น ระบบจะคำนวนให้เอง ว่าต้องจอดเฉียงๆ ไม่ต้องกังวล

ระบบช่วยกลับรถ

จริงๆ มันควรจะเรียกว่าระบบช่วยถอยหลัง มากวก่า ระบบจะทำงานคือ ช่วยคุณถอยหลัง ออกจากอุปสรรค ในระยะทางสูงสุด 50 เมตร

ระบบนี้ผมเคยเจอล่าสุดในรถยนต์ BMW X5 โดยคุณต้องขับที่ความเร้วช้าในระดับกล้องรอบคันทำงานหรือ กดปุ่มให้กล้องทำงาน จากนั้นขับตามปกติ

สมมุติ คุณโดน Google มาเข้าซอยตัน ต้องถอยหลังออก เดิมทีเราต้องถอยด้วยตัวเอง ก็อาจมีความสุ่มเสียงจะชน ข้างๆ ถ้าเราถอยรถไม่เก่ง ระบบนี้จะใช้การบันทึกทางที่เราขับแล้วนำออกมาใช้ ในกระบวนการถอยหลัง

นั่นช่วยให้ง่าย และสะดวกมากขึ้นในการใช้งาน เมื่อเทียบกับว่ารถยนต์ปกติที่ไม่มีระบบนี้ ระยะ 50 เมตร อาจจะฟังไม่เยอะมาก แต่ความจริง มันก็มากพอจะทำให้คุณผ่านช่วงเวลา ลำบากได้

นอกจากลูกเล่นที่ผมลองแล้ว เรื่องระบบความปลอดภัยที่มาแบบจัดเต็ม ทำให้การขับขี่สะดวกมากขึ้น เช่น ระบบ Adaptive Cruise Control ช่วยแปรผันความเร็วในการขับขี่ , ระบบช่วยหลบหลีกเวลาเข้าใกล้รถใหญ่

ในส่วนของระบบช่วงรักษาอยู่ในเลน ตามที่มีปรากฎข้อมูลว่า พวงมาลัยจะเป๋ซ้ายทีขวาที ต้องเข้าใจก่อนว่าระบบนี้ ตั้งใจให้คุณรักษาพวงมาลัยในตำแหน่ง มันจะมาพร้อมระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน คุณต้องจับพวงมาลัยไว้ในระหว่างการใช้งาน กรณีคุณออกนอกเลน ระบบจึงจะทำงานตอบสนองตามเงื่อนไขการทำงาน

นอกจากลูกเล่นทันสมัยในการขับขี่ คุณสามารถบรรเทาความเหงา ด้วยการคุยกับรถ บางคนอาจจะบอก บ้าแล้วคุยกับรถ ไม่ใช่ครับ มันมีระบบสังการด้วยเสียง เหมือนที่เกริ่นไปตอนต้น ระบบนี้ ช่วยให้คลายเหงา เหมือนมีเพื่อนคุยด้วยไปตลอดทาง สั่งให้มันทำโน่นทำนี่ ให้ ได้หลายอย่าง และที่สำคัญ สามารถตั้งชื่อรถได้ ตามต้องการ และการรับฟังภาษาไทย ค่อนข้างเก่งและแม่นยำพอสมควร

สรุป Haval H6 Hybrid Ultra หรูล้ำ โคตรครบ ถ้าคุณไม่ใช่สายโหด

หลังจากอยู่ด้วยกันหลายวัน ผมค้นพบว่า Haval H6 Hybrid เป็นรถที่ค่อนข้างใช้งานได้อย่างลงตัวในชีวิต มันทันสมัย ขับเร่งแซงมั่นใจ ขับสบาย ถ้าคุณขับแบบปกติชน ไม่ใช่อย่างผมที่เป็นคนขับรถเร็ว

กับขนาดรถและฟังชันที่ให้มา ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์พอสมควร ยิ่งเทียบกับราคาขายเพียง 1,219,000 บาท ถือว่าไม่แพงเลย

Haval H6 Hybrid  Ultra

รถแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อตอบโจย์ต่างกัน , สำหระบ Haval พวกเขาพุ่งเป้าที่รถที่ขับสบายใช้งานทันสมัย และสมรรถนะ เครื่องยนต์แรงมากในระดับหนึ่ง พร้อมระบบความปลอดภัย

โจทย์นี้น่าจะเป็นโจทย์ที่คนทั่วไปมองหา และสัมผัสได้ง่ายกว่าการต้องมามองที่สมรรถoะในการขับขี่ ซึ่งน้อยคนจะเข้าใจและสัมผัสได้ว่า พวกเขาจ่ายเงินซื้ออะไร

นั่นไม่แปลก ที่รถรุ่นนี้ ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งยอดขาย อย่างรวดเร็ว ในเดือนสิงหาคม และกันยายนที่ผ่านมา

รถดูสวยรวยเสน่ห์ ทดลองขับเหยียบแล้วแรง ช่วงล่างนุ่มหรอ ไม่เป็นไรหรอกรถครอบครัว จะแข็งเป็นรถสปอร์ตเดี่ยวเมียด่าแทบจะเท่นี้จริงๆ สำหรับรถอเนกประสงค์สักคัน

สิ่งเดียวที่ผมอยากเตือน คือ รถคันนี้ค่อนข้างเกินไป จนบางครั้งต้องระวัง ถ้าคิดจะขับรถ ด้วยช่วงล่างที่นุ่มนวล ไม่ได้เหมาะกับการซิ่ง แต่ถ้ามีแบรนด์โช๊คไทย รายใด ทำโช๊ค สตรัทมาขาย ปรับให้รถคันนี้แน่นหนึบขึ้น มันจะเป็นรถที่ดีหนึ่งคัน

ดังนั้นถ้าคุณเปิดใจกับแบรนด์ Great Wall Motor คุณจะพบว่า รถจีนในวันนี้ไม่ใช่เหมือนเมื่อ 10 ปี ก่อนที่รถจีนราคาถูกคุณภาพแต่พอไปวัดไปวา

สมัยนี้ พวกเขาพัฒนามาไกลมาก Haval H6 Hybrid พิสูจน์แล้วว่า รถยนต์แบรนด์จีน ขับได้ดีก็มี เพียงแต่คุณจะเลือก ลองเปิดใจไปซื้อมันหรือไม่ … ก็แค่นั้นเอง

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments