Great Wall เผยคนไทยสนใจรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ามากขึ้น

Great Wall   จับมือ  นิด้า สำรวจพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของคนไทย พบ ผู้ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่ สนใจนวัตกรรมรถยนต์ที่มีความสามารถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (xEV) ถึงร้อยละ 77.68

ในการสำรวจดังกล่าวได้ทำการสำรวจกับผู้ใช้รถยนต์กว่า  1,000  คน โดยจากผล ได้รับข้อมูลว่า คนไทยมีความสนใจในการซื้อหารถยนต์ที่มีความสามารถในการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าถึง ร้อยละ 77.68

ผู้ที่สนใจเปิดเผยว่า รถยนต์ที่ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟ้าได้ จะช่วยประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรก คิดเป็นร้อยละ 28.97 นอกจากนี้มองว่า แสดงถึงความทันสมันของเทคโนโลยี  คิดเป็น  26.88% และท้ายสุดมองว่า ช่วยประหยัดค่าบำรุงรักษาระยะยาว ร้อยละ  16.96

ในจำนวนนี้เมื่อแยกย่อยไปถึง ประเภทรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) 38.69% รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (Hybrid Electric Vehicle: HEV) 30.95% และรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (Plug-In Hybrid Electric Vehicle: PHEV) 30.36%

จากผลสำรวจยังพบว่า ยังมีปัจจัยที่ทำให้คนไทยเปลี่ยนใจมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (xEV) แทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันคือเรื่องของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 22.02% แสดงถึงความกังวลและความตระหนักถึงปัญหา PM2.5 ซึ่งมีที่มาจากควันจากท่อไอเสียรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ในขณะที่ 19.05% มองว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีราคาที่เป็นมิตรมากกว่าและมาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีกว่า

นอกจากนี้ผลการสำรวจยังระบุประเด็นสำคัญ อื่นๆ อาทิ 57.74% จะนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ทดแทนทุกกิจกรรมที่เคยใช้งานรถยนต์พลังงานน้ำมัน โดยคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ 3 อันดับแรกในการตัดสินใจซื้อ คือ ความคุ้มค่า ความปลอดภัย และศักยภาพของรถ และคนไทย 99.31% มีความเห็นเชิงบวกต่อรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน และมีมุมมองที่เปิดกว้างต่อเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่จากจีน โดยส่วนใหญ่ยอมรับว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีจากจีนนั้น มีความน่าสนใจน่าติดตามในราคาที่เข้าถึงง่าย

จากการสำรวจยังพบปัญหาหรืออุปสรรคในการซื้อรถใหม่ของคนไทย โดย 34.13% ระบุว่าไม่มีข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจ 27.08% คิดว่าตัวเลือกในตลาดมีน้อยเกินไป และอีก 25.30% พบปัญหาการเปรียบเทียบราคาจากหลายที่แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ถูกใจ นอกจากนี้ ยังพบประเด็นที่ผู้บริโภคไม่พึงพอใจเกี่ยวกับบริการหลังการขายของบริษัทรถยนต์ โดย 42.76% ประสบปัญหาการใช้เวลานานในการรอสายหรือรอการตอบคำถามจากเจ้าหน้าที่ในบริการแชทออนไลน์หรือบริการฮอทไลน์ ในขณะที่ 41.07% มีความกังวลเรื่องค่าบริการที่อาจจะแพง

29.46% ไม่มั่นในคุณภาพการซ่อม หรือกังวลว่าจะมีข้อผิดพลาดจากการซ่อม และอีก 28.57% ระบุว่าศูนย์บริการอยู่ไกลจากบริเวณที่พักอาศัย ทำให้ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปรับบริการ

Comments

comments