Toyota Corolla  GR Sport  รถบ้านก็ได้ สปอร์ตก็ดี

ในอารมณ์การซื้อรถสักคันในชั่ววูบหนึ่งคุณคงอยากได้ความสปอร์ตตอบโจทย์ ถึงเงินจะไม่ได้มีมากมายพอจะซื้อรถสปอร์ตดีๆกับเขาสักคัน ขอเพียงมีi5คันหนึ่งขับสนุก ใช้งานได้โดยพ่อแม่ แฟนไม่บ่น ชีวิตก็เป็นสุขใจ นั่นน่าจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายคนคิด

โจทย์นี้เองทำให้ใน  Toyota Corolla   รุ่นที่แล้วส่งรถรุ่นพิเศษออกมาในชื่อ  Toyota Corolla  Esport   รถเก๋งบ้านๆ คันหนึ่งที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นอย่างดี จนในวันนี้ทางแบรนด์เห็นยอดขายมาถูกทาง จึงส่งรถรุ่นใหม่ Toyota Corolla  GR Sport   อัพเกรดความสนุกความน่าสนใจ ให้กับตัวรถ

Toyota Corolla  GR Sport  เป็นหนึ่งในรถที่เป็นผลพวงจากแบรนด์ซิ่งตัวจริง  Gazoo Racing เข้ามามีบทบาทกับโตโยต้าในรถหลายรุ่น ทั้งรถแรงทำเสร็จออกจากโรงงาน มาถึงรถที่แต่งให้มันแรงขึ้น ส่วน  GR Sport   เน้นการตบแต่งให้ดูสปอร์ตขับสนุกขึ้น  หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นแค่   Toyota Corolla   ใส่ชุดแต่ง  ให้มันเท่ห์ …แล้วมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ

การเปิดตัวรุ่นใหม่โดยไร้เงาเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ปกติไปเลย เหมือนพยายามดันให้ลูกค้าไปหาไฮบริด ทำให้  รุ่น   GR Sport   ได้รับความสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะหลายคนยังไม่ถูกใจไฮบริดสักเท่าไร กลัวขับใช้ไม่ถูกโฉลก ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นรุ่นเดียวที่คุณจะเลือกได้ถ้าต้องการเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร เพราะที่เหลือเป็นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ซึ่งอืดอาดและได้แค่ความเป็นรถบ้านเท่านั้น

ถ้าไม่นับงานเปิดตัว นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอ   Toyota Corolla  GR Sport  ตัวเป็นๆ คันสีแดง คันนี้เคยผ่านมือ พี่จิมมี่   Headlightmag   มาแล้ว ส่วนผมเองเคยขับรุ่นไฮบริดเพียงอย่างเดียว เจ้านั่นก็ขับมันส์สนุกสนาน หากก็ไม่ได้ให้อำนาจการควบคุมอะไรนัก

รหัส  GR Sport  มองภายนอก มันคือการใส่ชุดแต่งพิเศษเข้ามา หลักๆ จะมี 5 ชิ้น สำคัญ ได้แก่ สเกิร์ตหน้า,กระจังหน้า ,สเกิร์ตข้าง , สเกิร์ตหลัง และสปอร์ยเลอร์หลัง

มีการเล่นโทนสีเพิ่มความดุดันมากขึ้น ตั้งแต่กระจังหน้าสีเงินผสมสีดำ ทำให้พื้นที่สีดำมากขึ้น เพิ่มความดุดัน กระจกมองข้างถูกพ่นเป็นสีดำให้มันตัดกับสีตัวถังรถ เรื่องทำนองเดียวกันเกิดขึ้นกับสปอร์ยเลอร์หลัง ทรงตูดเป็ดสีดำ ดูเข้าท่าเมื่อมององค์รวมกับตัวรถ

ในส่วนของล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีทูโทนลายใบพัด ให้ยาง Dunlop sp sport max  ขนาด 225/45/17 เทียบเท่ากับรุ่น  HV High เป็นเพียงหนึ่งใน 2 รุ่นของ  Corolla  ใหม่ ที่ให้ล้อ 17 นอกนั้นส่วนใหญ่จะให้ขอบ 16 นิ้ว มันค่อนข้างจะหายางยากกว่าสักหน่อย เมื่อยุคนี้ล้อ 17 ครองเมือง

เดินสำรวจรอบ ๆ  จะเห็นงานออกแบบบางส่วนที่ขลับเอาหลัก  Aerodynamic  เข้ามาเติมเต็ม จะมีคลีบเล็ก ๆ หลายจุด ช่วยรีดอากาศ กระเถิบออกไปมองสัดส่วนตัวรถจะพบว่า รายละเอียดงานออกแบบดูมีความเล็กกว่ารุ่นก่อนหน้า

ผมมีรุ่นน้องในทีมขับ   Toyota Corolla  Altis   ตัวเก่า มันบอกไม่ค่อยโดนใจไรรุ่นนี้ ผมไม่แปลกใจเพราะตัวรถไม่ป่องผองลมเท่ารุ่นเดิมนัก มันเหมือนคนถูกลดหุ่นจนมาสู่ขนาดที่ใช่ ไม่ใช่ใหญ่ด้วยไขมัน

ความสลิมให้ความสปอร์ตภายนอกผมรับกุญแจเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร รายละเอียดการตบแต่งสังเกตด้วยสายตา แทบไม่ต่างจากตัวไฮบริดเท่าไร

งานคอนโซลหน้า ,เครื่องเสียง ตลอดจน รายละเอียดคันกียร์ที่กลับมาใช้รูดธรรมดาไม่ขั้นบันไดเหมือนเดิม ดูเหมือนกันไม่มีผิด สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ เรือนไมล์ข้างคนขับเล่นลวดลายสปอร์ต ดูมีความดุดันอยู่บ้าง ทั้งรอบเครื่องและความเร็ว ด้านขวาสุด เป็นจอแสดงข้อมูลการขับขี่ มีลูกเล่นต่างๆ มากมาย ทั้งอัตราประหยัด ความเร็วในแบบดิจิตอล ไปจนถึงเปิดหรือปิดระบบความปลอดภัยที่ให้มาติดปลายนวมกับรถ ทั้งระบบเตือนมุมอับสายตา, ระบบเตือนมุมอับสายตาขณะถอยหลัง จะกดปิดไม่ต้องหาสวิทช์มันอยู่ที่หน้าจอ

หลังพวงมาลัยมีแป้นบริหารนิ้ว Paddle Shift   ให้ติดปลายนวมมาด้วย  เผื่อใครอยากจะใช้เพิ่มลดเกียร์เอาตามใจเอาตามสะดวก บนพวงมาลัยมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียง มาตอบโจทย์ ถ้าอยากสบายเป็นบางเวลา

Toyota Corolla GR Sport

เรื่องเครืองเสียงผมขอข้ามเลยไม่อธิบายมากความเพราะเหมือน Toyota Corolla  รุ่นอื่น มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติมาให้ ที่คอนโซลเกียร์จัดวางโหมดสปอร์ตและปุ่มปิดระบบควบคุมการทรงตัวและป้องกันการลื่นไถลมาให้ ด้านปลายมีระบบเบรกมือไฟฟ้าเข้ามาตอบโจทย์ พร้อม Auto Vehicle Hold   หยุดรถแล้วไม่ต้องเหยียบเบรกเมื่อเปิดใช้งาน

สิ่งดีงามใน   Toyota Corolla  GR Sport   ผมยกให้เบาะนั่งเปลี่ยนทรงมาในสไตล์สปอร์ต ตัดเย็บด้วยหนังมีเล่นสีแดงที่เบาะคู่เท่านั้นให้ความรู้สึกโอบกระชับไปพร้อมความนั่งสบาย

ด้านคนขับให้เบาะปรับไฟฟ้า พร้อมที่ดันหลัง ฝั่งคนนั่งปรับมือเองแล้วกันตามใจเธอ เหลียวไปเบาะนั่งหลังมีพื้นที่พอจะนั่งได้ แต่กว้างกว่ามาสด้า 3 แน่ๆ ตัวเบาะหลังไม่ได้เล่นสีแดงแบบเบาะคู่หน้า มันหุ้มหนังสีดำ มีที่เท้าแขนมาให้

ข่าวดีสำหรับสายกิจกรรม โตโยต้าให้ความเหนือชั้นกว่าคู่แข่งด้วยเบาะหลังปรับพับได้ 60/40 จนแม้แต่คนขับรุ่นก่อนยังกรี๊ดว่า อยากได้

 

การวิศวกรรม

ใต้เรือนร่างของ   Toyota  Corolla  ใหม่ทุกรุ่นถูกพัฒนาบนโครงสร้างตัวถังใหม่ล่าสุด Toyota TNGA-C   แพลทฟอร์มนี้เห็นกันมาสักระยะหนึ่งจาก  Toyota  C-HR   มันได้พิสูจน์แล้วว่า โตโยต้าในวันนี้เปลี่ยนไป

ด้วยแชสซีแข็งแรงมากขึ้นมีการปรับการใช้เหล็กทำโครงสร้าง รวมถึงงานออกแบบจุดยึดต่างๆ ไม่เพียงนี้ ทางบริษัทยังอาศัยโอกาสเดียวกัน พัฒนาหลายส่วนในตัวรถ ได้แก่ ช่วงล่างหลัง ขยับจากทอร์ชั่นบีมในอดีตมาเป็นระบบปีกนกอิสระคู่ พร้อมเหล็กกันโคลง การพัฒนาโครงสร้างใหม่นี้ลดแรงบิด และแน่นอนว่ามันจะต้องส่งผลถึงการขับขี่

สิ่งที่ผมแปลกใจ  GR Sport  คือ พวกเขายกเครื่องยนต์รหัส 2ZR-FBE   มาทั้งดุ้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ตัวนี้ยังให้กำลังสูงสุดเพียง 140 ม้า สูงสุดที่ 6,000 รอบต่อนาที มันทำแรงบิดสูงสุด 177 นิวตันเมตร สูงสุดที่  4,000 รอบต่อนาที แถมยังใช้ระบบเกียร์ Super CVT I 7  สปีด

Toyota Corolla GR Sport

ขนาดตัวรถเทียบกับรุ่นเดิมมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย รุ่นใหม่ มีความยาว 4,630 มม.(+10 มม.) กว้าง 1,780 มม.(+5มม.) สูง 1,455 มม.(+5 มม.) ให้ฐานล้อยาว 2,700 มม. แล้วปรับความสูงจากพื้นเพิ่มขึ้นเป็น 135 มม.(+5 มม.) แต่อย่าแปลกใจถ้าคุณรู้สึกว่ารุ่นใหม่มันดูเล็กกว่า เพราะ มันโดนรีดความป่องออกไปนั่นเอง

 

การทดลองขับ

จะเรียกว่าผมแทบลืมเจ้า  Toyota  Corolla  GR Sport   ไปเลยก็ว่าได้ เพราะว่า มันเป็นรถที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ คนทั่วไปมองอัลติสเวลานี้คงไปตัวไฮบริด ด้วยราคาขายช่างเย้ายวนใจ จนคนจำนวนไม่น้อยลืมว่า   GR Sport   ยังขายอยู่

เจอกันครั้งนี้จึงเรียกว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้ขับ   GR  Sport  ในด้านงานออกแบบตัวรถผมว่ามันดูสปอร์ตขึ้นน่าสนใจกว่ารุ่น 1.6 ลิตร เป็นไหน การแต่งอย่างลงตัวตรงครบครันด้วยเครื่องทรง ทำให้รถออกมาดูผิดแผกแปลกไปจากความเป็นรถเก๋งบ้านๆ 1 คัน ในตลาดปัจจุบัน

แต่สมรรถนะเป็นอย่างไร เดี๋ยวจะได้รู้กันในไม่กี่อึดใจ >>

ออกตัวจากจุดรับรถผมใช้เวลาช่วงแรกขับล่องท่องในเมือง แม้จะช่วงโควิดอยู่แต่หลังๆ ผมสังเกตว่าการจราจรในเมืองกรุงเพเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง รถเริ่มเยอะขึ้นผิดกับแรกๆ โล่งเงียบขับสบายจนอยากให้กทม. เป็นแบบนี้ทุกวัน

เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร เกิดมาเพื่อสนองตอบต่อการขับขี่ในเมือง และยังขับดียามต้องเดินทางไกล แต่ผมก็แปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมโตโยต้ายังเลือกประจำการเครื่องรุ่นนี้อยู่ ทั้งที่ก็ใช้มานานหลายปีแล้ว

ความเร้าใจของเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร เรียกว่ากดเป็นมา ตอบความเร้าใจดีไม่ต้องมานั่งอิดออดรอเทอร์โบ ยิ่งเกินช่วงแรงบิดสูงสุด 4,000 รอบต่อนาทีขึ้นมา ให้ความรู้สึกขับสนุกอย่างชัดเจน
เรื่องการควบคุมพวงมาลัยเซทมาให้มีระยะฟรีน้อยมาก น้ำหนักผมจับได้ว่ามีความหนักแน่นกว่ารุ่นไฮบริดคงด้วยความต้องการให้รู้สึกมั่นใจ

ช่วงล่างขับในเมืองมีความนุ่มอยู่พอตัวแต่ไม่นุ่มมาก การใช้ล้อ 17 และยางแก้มเตี้ยใสไตล์สปอร์ต เจอหลุมบ่อฝาท่อกทม. เป็นไปได้ถ้ามีคนนั่งด้วยควรจะเลี่ยง จะนั่งสบายไม่รู้สึกกระเทือน

Toyota Corolla GR Sport

แต่ในเมืองความสนุกสนานมีได้เล็กน้อยการจราจรเริ่มคับคั่งทำให้คุณไม่สนุกกับมันเท่าไรนักหรอก สิ่งที่หลายคนมองหาจากความเป็นรถบ้านกับการขับในเมืองคงหนีไม่พ้นความประหยัด ถึงรถจะหนาแน่นไปบ้างก็ยังไม่ถึงขนาดติดขัดสนิท วิ่งไป 50 ก.ม. เติมกลับเพียง 3.82 ลิตร คิดเป็นอัตราประหยัด 13.1 ก.ม./ลิตร สำหรับชีวิตคนเมืองช่วงโควิด

คนไทยมีรถหนึ่งคันก็อยากจะใช้งานให้คุ้มค่า ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะราคารถบ้านเราแสนแพง จนแปลกใจเมืองผลิตรถแต่รถราคาแพง

ด้วยภาวะเคอร์ฟิวในช่วงนี้ ผมจึงใช้ขับเส้นทางต่างจังหวัดสั้นๆ หนนี้วิ่งวนไปอยุธยาแล้วอ้อมกลับมาต้นทาง GR Sport   เมื่อขับนอกเมืองได้ฟีลลิ่งรถขับสบายมั่นใจ โครงสร้างใหม่บางครั้งก็ดูว่ามันรู้สึกน้ำหนักเบา แต่ยังหนึบแน่นจากการเซทช่วงล่าง รวมถึงล้อและยางของรถด้วย

พอขับด้วยความเร็วประมาณหนึ่งรถจะมีความนิ่งพวงมาลัยบังคับเลี้ยวจะหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย เตรียมพร้อมพาคุณทะยานเข้าสู่โหมดสปอร์ต เวลาเปลี่ยนเลนรถมีการเซและโคลงตัวน้อยกว่ารุ่นก่อนค่อนข้างชัดเจน ด้วยอานิสงค์ของแชสซีใหม่

ที่แน่ๆ จุดที่ดีอีกประการเวลาเดินทางไกลแบบนี้ เป็นเรื่องของการเก็บเสียงในห้องโดยสาร ที่ทำออกมาดีเยี่ยมจนน่าประหลาดใจ เสียงลมมีน้อยมาก กลายเป็นว่าเสียงดังดูจะเข้ามามากกว่า ด้วยการใช้ยางสปอร์ตก็ส่วนหนึ่งแหละ เข้าใจได้ สายสปอร์ตคงไม่ยี่หระเรื่องเสียงเท่าไรอยู่

เวลาเร่งแซง เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ก็ดูขมีขมันดี ยิ่งกว่านั้น จากที่ขับ ถ้าต้องเร่งแซงเป็นจังหวะ โดยเฉพาะนักมุดตัวพ่อ คงจะชอบมากขึ้น เกียร์จะรออยู่ในจังหวะหนึ่ง รอให้คุณย่ำต่อ ทะยานต่อเนื่อง ตัว Paddle Shift เหมือนแอบเรียนรู้มาจาก Subaru เปลี่ยนวิธีการใช้มาคล้ายๆ กัน สามารถเข้าใช้กระดิกนิ้วเมื่อไรก็ได้ เลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ทันใจ

Toyota Corolla GR Sport

ขับต่างจังหวัดบางทีเจอทางโค้งก็ไม่ต้องกังวล  Corolla GR Sport   เหมือนผูกมิตรไว้กับทางโค้งเป็นอย่างดี จะซัดเร็วแค่ไหนก็มั่นใจ ถ้าคุณไม่เกินความความเร็วในโค้ง มากไปควบคุมเอาอยู่สบาย จนกลายเป็นว่า ผมรู้สึกชอบมันเวลาขับเข้าโค้งมากกว่า เซทติ้งทั้งหลายเหมือนทำมาสนับสนุนการเข้าโค้งมากขึ้น ไม่ว่าจะช่วงล่างที่แน่นหนึบ โครงสร้างที่แข็งแรง พวงมาลัยที่ค่อนข้างคม จนทุกครั้งที่ผ่านโค้งจะมีรอยยิ้มมุมปาก เพราะไม่ได้รู้สึกเหมือนโตโยต้าดั้งเดิมนัก

ขับมาก็นานได้เวลาวัดอัตราประหยัด ผมจบตัวเลขประหยัดนอกเมืองด้วยการวิ่งความเร็ว 110-120 ก.ม./ช.ม. เป็นระยะทาง 149.4 ก.ม.บนหน้าปัดบอกได้อัตราประหยัด 15.2 ก.ม./ลิตร แต่วิธีวัดของ Ridebuster   เราทำได้ 16.08 ก.ม./ลิตร ถือว่าประหยัดเอาเรื่อง

เล่นแรงกับ  GR … ขับสนุกจนลืมว่ารถบ้าน

บางครั้งชีวิตบนถนนก็โหดร้าย ยิ่งคุณขับรถแต่งใส่แม็ก ท่อซิ่งเสียงดัง หรือมีชุดแต่ง ก็ไม่รู้เป็นจิตอะไรของคนไทย จะต้องมาขอท้าซิ่งท้าลอง ทั้งที่ถนนก็ไม่ได้สนามแข่งรถ

ถ้าบังเอิญคุณประสบปัญหานี้  Corolla GR Sport   ถึงจะเป็นรถบ้านก็มีความซ่าในตัวไม่น้อย คุณสามารถกระดิกนิ้วเรียกรอบเครื่องเปลี่ยนเกียร์ได้ทันทีทุกเมื่อที่ต้องการ ถ้าคิดว่า จะต้องเจอศึกหนัก แนะนำให้ใช้ โหมดสปอร์ต จริงๆ ผมว่ามันวางไว้ไกลไปหน่อย จะดีมากถ้ามาอยู่บนพวงมาลัย กดง่ายใช้สะดวกดี

Toyota Corolla GR Sport

เมื่อกดโหมดสปอร์ต การตอบสนองของชุดเกียร์เปลี่ยนไป มันจะพยายามค้างรอบให้สวนคันเร่งไปอย่างต่อเนื่อง การทำแบบนี้ อีกประการเหมือนช่วยให้มี Engine Brake   เวลา เบรกจะรู้สึกว่าดึงกว่านิดหน่อย

ยามขับขี่เล่นกับเพื่อน สำคัญคือเรื่องจังหวะ โชคดี โครงสร้างใหม่นี้ทำให้คุณปาดกวาด 3 เลน ไม่มีปัญหา การควบคุมรถอยู่ในอาณัติในพวงมาลัยที่มีความคม พอขับเร็วมากๆ สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกว่าไม่เข้าเค้า คือช่วงล่างที่ดูจะนุ่มเกินไป โดยเฉพาะในความเร็วสูง จนต้องจับพวงมาลัยให้มั่น  ถึงผมจะพูดแบบนั้นแต่ในหลายจังหวะใช้ความเร็ว เช่นคอสะพาน กลับกระดอนลงมาอยู่หมัดขับมั่นใจ จนงงงวยกับส่วนผสมของ GR Sport

ให้ตายเถอะ ถึงจะไม่ใช่รถสปอร์ต ผมรู้ว่าคุณอยากทราบอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ของ รถคันนี้ ทำเวลาดีสุด 12.0 วินาที และ อัตราเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม. ใช้เวลา  7.0 วินาที เท่านั้น ความเร็วสูงสุด ถูกล็อคเอาไว้ที่ 200 ก.ม./ช.ม. คุณจะกระทืบให้ตายอย่างไรก็แค่นั้น เพราะเอยะกว่านี้ เดี๋ยวจะไปเบียด คัมรี่ 2.5

จากที่ผมขับ ช่วงที่ดีของรถคันนี้คือตั้งแต่ 120-140 ก.ม./ชม.  เป็นช่วงกำลังเร่งสนุกสนานเคี้ยวขนม  ลงจากรถผมไม่แปลกใจ ที่มันมีทั้งความเป็นรถบ้านและรถสปอร์ตกลายๆ อยู่ในคันเดียวกัน จะซิ่งก็ได้จับรับคนรู้ใจก็ดี

 

สรุป  Toyota Corolla  GR Sport   ออพชั่นแน่นในราคาต่ำกว่าล้าน ถ้าคุณรับได้กับสิ่งที่เป็น

ผมใช้เวลากับ  GR Sport   อยู่หลายวัน ขับมันไปใช้ชีวิตหลายอย่างที่ต้องทำในแต่ละวัน และหลายครั้งในยามค่ำคืนก็โดนเพื่อนมาท้าซิ่งกันสนุกๆ

จากที่ขับ  Toyota Corolla  GR Sport   ตอบโจทย์ข้อหนึ่งที่สำคัญ มันเป็นทั้งรถบ้านและรถสปอร์ตในคันเดียว มีความหลากหลายในการใช้งาน คุณจะไม่กังขาเมื่อต้องขอพ่อแม่ซื้อรถ เพราะมันก็ดูเป็นรถบ้านๆ แค่ใส่ชุดแต่งเท่านั้น

แต่เอาเข้าจริง เจ้านี่แฝงไว้ด้วยของดีมากกว่า ในเชิงวิศวกรรมที่คนใช้  Esport   เดิมบางทีก็คงกัดฟันกรอดเหมือนกัน ทั้งโครงสร้างใหม่   TNGA ,ระบบช่วงล่างหลัง ปีกนกอิสระ 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลง เป็นสิ่งที่อัพสมรรถนะรถให้ขับมั่นใจมากขึ้นพอตัว แถมยังปรับจูนเกียร์ขับอย่างรู้งานเมื่อต้องซิ่งสุดใจ

Toyota Corolla GR Sport

น่าเสียดายที่มันยังใช้เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง จนทำให้หลายคนมองข้ามมันไปอย่างน่าเสียดาย แต่เจ้าเครื่องยนต์ตัวนี้ก็มีสมรรถนะในการขับขี่ดีประมาณหนึ่ง ถึงผมจะพูดแบบนั้นหลายคนก็คงหวั่นใจ ถ้าผมจะพูดตามตรงว่า ความแรงของอีโค่คาร์พันเทอร์โบ อาจจะสวนเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ได้สบาย เพราะมีแรงบิดมากกว่า และตัวเบากว่า

สิ่งเดียวที่ดูจะทำให้ GR  มีภาษีมากกว่า คือยามที่คุณไปขับเล่นโค้ง ร่วมกับบรรดาอีโค่คาร์ ผมให้เครดิตในการควบคุม  Corolla   ดีกว่า มาก จนวางใจได้  รวมถึงเวลาต้องมุดไปมาท่ามกลางจราจร ก็ดูมั่นใจกว่า จะติดเพียงตอนต้องวัดใจผ่านช่องแคบก็เท่านั้นแหละ

ส่วนในแง่มุมความเป็นรถบ้านก็มีบางจุดที่ไม่ชอบใจบ้าง อาทิ ปุ่มเปิดล็อคประตูดันมีมาให้ฝั่งเดียวทางด้านคนขับ บางครั้งกะหยิบของทางคนนั่งเป็นอันต้องสาวเท้าไปประตูคนขับอีกที นอกจากนี้ ที่นั่งตอนหลังเทียบกับรุ่นก่อน ผมว่ามันมีขนาดเล็กลง แต่ใช่คุณยังนั่งได้อย่างสบาย แล้วไหนๆ จะจบแต่งสีแดงทั้งที ไม่มาให้หมดทั้งห้องโดยสาร

ในภาพรวม  Toyota Corolla GR Sport   คือรถบ้านพร้อมซิ่งจากโรงงาน มันให้คุณได้ใช้ชีวิต 2 ด้าน  พร้อมกันไม่ว่าจะชีวิตครอบครัว หรือหลังพวงมาลัยใช้ความเร็ว เพียงแต่คุณอาจจะยังไม่ได้ของใหม่ทั้งหมดในคันนี้ ก็แค่นั้น
ใจจริง อยากแนะนำ โตโยต้าว่า ถ้าจะทำ  GR  ทั้งที บางที รุ่นเกียร์ธรรมดา สำหรับคอซิ่งตัวจริง ราคาต่ำกว่านี้อีกหน่อย อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกับลูกค้า  ที่ต้องการความสนุกสนานในการขับขี่จาก 3 แป้น

 

 

 



Comments

comments