Toyota Corolla Cross ถูกใจแฟมิลี่แมน ครบเครื่องฟังชั่น

ท่ามกลางความดุเดือดของตลาดรถยนต์อเนกประสงค์  Toyota Corolla  Cross   กลายเป็นรถที่ขึ้นมาเป้นพระเอกในสายตาของหลายคน ด้วยการโฆษณายิงตรงเข้าถึงกลุ่มลูกค้าสายครอบครัว การเปิดตัวรถรุ่นนี้ในไทยเป็นที่แรกในโลก และเป็นครั้งที่โตโยต้าใช้ชื่อ โคโรลล่า นอกกลุ่มรถเก๋ง ได้รับการจับตาจากคนทั่วโลก ถึงการเปลี่ยนแปลงรถรุ่นนี้ในอนาคต

Toyota Corolla Cross  เป้นรถที่เกิดจากการทำการบ้านของโตโยต้า เล็งเห็นว่าตลาดประเทศไทยขาดรถอเนกประสงค์ที่ลูกค้าต้องการจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ รถที่สมบุกสมบันได้บ้าง ตอบการใช้งานได้ดี ขับประหยัด ฟังชั่นครบ นั่งสบายตลอดการเดินทาง แถมราคาต้องสมเหตุสมผล ฟังดูเหมือนคนไทยจะเป็นชาติที่ทำรถออกมาเอาใจยากที่สุดในโลก ด้วยเหตุผลข้างต้น ประกอบกับ ตลาดรถอเนกประสงค์มีการเปลี่ยนไป จึงถึงเวลาที่ต้องหาอะไรใหม่ๆ มาตอบโจทย์

นาย ไดโซะ คาเมะยามะ ในฐานะหัวหน้าวิศวกรผู้พัฒนา Toyota  Corolla  Cross  เปิดเผยว่า สาเหตุที่โตโยต้าใช้ชื่อ  Toyota Corolla  มาในรถรุ่นใหม่นี้ก็มาจาก ชื่อเสียงของตัวรถตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ในการเป็นที่สุดความล้ำสมัยในยุค ตอบสนองการใช้งานทุกแง่มุม ในราคาไม่แพงเกินไป  ด้วยมุมมองดังกล่าวการพัฒนารถรุ่นนี้จึงเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด  Corolla Meet SUV

อันที่จริงผมเองไม่มีโอกาสไปงานเปิดตัวรถรุ่นนี้ เอาตามตรงเห็นครั้งแรกก็เป็นรถที่วิ่งบนถนนกันแล้ว การเจอกันครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสมาใกล้ชิดเจ้าอเนกประสงค์ใหม่โตโยต้า ที่ดูหน้าตาไม่ค่อยจะรัยบแขกเท่าไร

“น้องบึ้ง” เป็นฉายาที่ผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ต่างตั้งให้เจ้า Toyota Corolla  Cross   ทันที ที่เห็นหน้าตาของมัน กระจังหน้าที่ออกแบบมาราวกับคนเบ้ปากมองบน  มันรับเข้ากับไฟหน้าโปรเจคเตอร์เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น รุ่นไฮบริดจะเล่นรายละเอียดสีน้ำเงินในโคม ส่องสว่างด้วยไฟ  LED   พร้อมไฟ  Day Time Running Light LED   และไฟเลี้ยว  LED

ช่วงกันชนหน้าเล่นรายละเอียดเล็กน้อย จะเห็นว่าชายกันชนหน้ามีชิ้นพลาสติกสีดำ เผื่อโดนหินกระเด็นหรือต้องลุย ตรงนี้จัดวางไฟตัดหมอกไว้ด้วย ผมมองไปมองมา แอบนึกถึง  Toyota Sienta   ตัวปัจจุบัน ก่อนเปลี่ยนงานออกแบบอยู่เหมือน

ถ้าสังเกตจะพบว่า โตโยต้าไม่ออกแบบใช้ชิ้นส่วนโครเมี่ยมทางด้านหน้าตัวรถเลย ด้วยการใช้งานจริงเวลาขับทางไกล จะต้องมีเศษหิน แมลง หรือ ฝุ่นตลอดเวลา แล้วโครเมี่ยมก็ไม่ได้ว่าดูแลรักษากันง่ายๆ เสียด้วย

เขยิบเท้ามาด้านข้างเสน้สายจากฝากระโปรงด้านหน้าถูกถ่ายทอดมาด้านข้างคล้ายงานออกแบบของ  Toyota  C-HR   อยู่บ้าง ส่วนตรวจซุ้มล้อหน้ามีกลิ่นอายความดูลุยมีมัดกล้ามของ  Toyota RAV4  มาผสมผสาน

รุ่นที่เรานำมาทดสอบ คือ  Hybrid  Premium Safety  ติดตั้งล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว ทั้ง 4 ล้อใช้งาน   Michelin Primacy 4  ขนาด 225/50/R 18  บ่งถึงความนุ่มสบายและพรั่งพร้อมสมรรถนะการขับขี่

เส้นสายทางด้านข้างไม่เล่นรายละเอียดมากจะให้เส้นคมสันเฉพาะช่วงซุ้มล้อเท่านั้น โดยตรงซุ้มล้อตลอดจนชายล่างจะมีชิ้นส่วนพลาสติดสีดำด้านล่างเพื่อป้องกันคราบฝุ่นโคลนทำร้ายสีรถ บนหลังคามีราวหลังคาขนาดไม่ใหญ่มาให้ เผื่อต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริมบนหลังคา

ทางด้านหลังได้ให้ท้าย LED Light Guiding   ตอบการขับขี่ ช่วงมือจับฝาท้ายมีคำว่า  Corolla cross  มาบ่งชื่อรุ่น  สังเกตกรัจกหลังจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก บนหลังคามีสปอร์ยเลอร์หลัง เฉกเช่นในด้านอื่นๆ ช่วงปลายกันชน จะมีชิ้นพลาสติกสีดำ พร้อมแผ่นสะท้อนแสงมาให้ใช้งาน

ภายนอกที่ดูรวมๆ ก็น่าใช้งาน เปิดประตูเข้ามาภายในห้องโดยสาร งานออกแบบส่วนใหญ่เรียกได้เต็มปากว่า มาจาก  Toyota  Corolla   แทบทั้งหมด งวดนี้ให้ความพรีเมี่ยมมีสไตล์มากขึ้น ด้วยภายในเบาะนั่งหนังผสมวัสดุสังเคราะห์สีน้ำตาลแดงใหม่ ที่เรียกว่า Terra Rosa  จะได้สีนี้ไหม ขึ้นอยู่กับสีภายนอกตัวรถที่คุณสั่ง ถ้าไม่ใช่สีแดงก้จะมีอีกสีคือสีดำ ก็ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าชอบสีไหนกว่ากัน

ตรงหน้าคนขับให้พวงมาลัยสไตล์เดียวกับ โคโรลล่าคงไม่ต้องสาธยายมากความ ส่วนเรือนไมล์โดดเด่นชัดขึ้นด้วยชุดจอ  MID  ขนาด 7 นิ้วขนาดใหญ่ สะใจเต็ม 2 ตา บอกค่าได้หลายอย่างมั้งการทำงานระบบไฮบริด, อัตราประหยัดเฉลี่ย และยังเป็นจอไมล์ความเร็วในตัวอีกด้วย

ตรงกลางติดตั้งเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว มีระบบ เชื่อมต่อระยะไกล  T Connect Telematic   ในทุกรุ่นรวมถึงรองรับ  apple Car Play  ขับกล่อมผ่านลำโพง 6 จุด ทั่วห้องโดยสาร

ถัดลงมาเป็นระบบปรับอากาศแยกอิสระซ้าย-ขวา ช่วงคันเกียร์ ถอดแบบมาจาก  Toyota C-HR   มีปุ่มโหมดควบคุมต่างๆ มาให้ ทั้งโหมดการขับขี่  รวมถึงระบบควบคุมการทรงตัว ผมแปลกใจหาปุ่มเบรกมือไฟฟ้าไม่เจอ ไม่รู้อะไรดลใจ โตโยต้า กลับไม่ยอมให้เบรกมือไฟฟ้ารถรุ่นนี้มาด้วย มันกลายเป็นเบรกเท้ามาแทน อาจมองว่าเป็นรถเดินทางกระมังผมว่า

จะซื้อรถอเนกประสงค์ทั้งที ผมเชื่อว่าการนั่งโดยสารเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจไม่น้อย โตโยต้าดูเหมือนจะรู้ซึ้งถึงข้อนี้ จึงออกแบบให้พื้นห้องโดยสารลดต่ำลงไปจากเดินเล็กน้อย คล้ายในรถยุโรปทั้งหลาย เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ส่วนคนนั่งปรับเองตามความสะดวกเอาตามใจชอบ

เปิดประตูหลังผิดหวังเล็กน้อย บานประตูไม่เปิดกว้างอย่างที่คิด  ผู้เขียน สูง 182 ซ.ม. พอหย่อนตัวลงนั่ง ผมพูดตามตรงเลยครับว่า พื้นที่ค่อนข้างแคบกว่าที่รู้สึกว่ามันน่าจะนั่งสบายจากภายนอก ส่วนสำคัญมาจากการจัดวางระยะวางขาผู้โดยสารตอนหลังไม่ได้กว้างไปกว่า  Toyota C-HR   อาจจะด้วยฐานล้อที่มีระยะเท่าเดิม สิ่งที่ดีกว่า คือคุณภาพท่านั่ง และ กระจกหลังบานใหญ่ไม่ทึบดูแคบเหมือนเข้าถ้ำ

ยังดีที่พนักพิงหลังสามารถปรับความชันได้ 2 ระดับ จะนั่งปกติ หรือเอนนอนก็ทำได้ นั่นเป็นไปตามพนักพับ 60/40 ของเบาะนั่งหลัง ตรงกลางมีที่เท้าแขนพร้อมช่องวางแก้มน้ำมาให้ และยังมีช่องวางขวดน้ำหน้ำที่แผงประตูด้วย ท้ายคอนโซลกลางมีช่องปรับอากาศมาให้ทางด้านหลัง

ส่วนตัวผมคิดว่ามันอยู่ค่อนข้างเตี้ยไปนิด ทำให้งานจริง กลายเป็นแอร์ไปเป่า ช่วงเข่าเข้าเป้ากางเกงมากกว่า ต้องปรับเงยสุดก็ใช้ว่าจะโดนหน้า ให้เคลิ้มสบาย เป็นแอร์ราวมาบนหลังคาดูท่าน่าจะดีกว่า

แล้วรถใหญ่อะไรผมถามในใจ แล้วก็ถึงบางอ้อ เมื่อเปิดฝาท้ายไฟฟ้า สามารถทำงานได้ทั้งการสัมผัส ประตูท้าย หรือ ถ้าจะเล่นคาราเต้ ขาตั้งเตะ แบบในโฆษณา ก็ต้องกระโดดเตะให้ถูกจุดที่เซนเซอร์อยู่ จากนั้นถอยหลังออกมา 2 ก้าว ระบบจึงจะทำงาน นั่นเพื่อความปลอดภัย

เมื่อฝาท้ายเปิดออกผมเริ่มไม่แปลกใจว่าพื้นที่ความยาวตัวรถหายไปไหน ทั้งหมด มากองอยู่ในพื้นที่สัมภาระที่มีขนาดใหญ่และลึก คล้ายในรถเก๋งมันมากพอสำหรับ กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ สำหรับทุกที่นั่งในห้องโดยสาร ต้องขอบคุณช่วงล่างหลัง ทอร์ชั่นบีม

ถ้าต้องการเปลี่ยนจากขนคนเป็นขนของ สามารถพับเบาะลงได้ในอัตรา 60/40 แต่อย่างที่ผมจะให้คุณดูในภาพด้านล่างครับ เบาะนั่งหลัง ติดตั้งสูงกว่าตำแหน่งพื้นห้องสัมภาระ ทำให้พื้นที่มีความต่างระดับไม่เรียบ และพื้นที่ห้องสัมภาระก็ไม่สามารถยกระดับขึ้นมาได้

Full Review Toyota Corolla Cross

ถามผมในฐานะคนสายกิจกรรม บอกเลยว่าไม่ชอบใจนัก เพราะ การวางของอย่างจักรยานเสือหมอบยาก มันจะกระเดิด และเมื่อขับรถจะเด้ง จนเกิดเสียงน่ารำคาญใจ ถ้าคิดว่าต้องขนของบ่อย ควรพิจารณาเรื่องนี้ให้มากครับ

การวิศวกรรม

ใต้เรือนร่าง  Toyota  Corolla Cross   ที่ โตโยต้าผลิตรถออกมาได้เร็วก็มาจากการนำเอาแพลทฟอร์มเดิม   TNGA-C   มาพัฒนาต่อยอด

ตัวรถมีขนาดความยาวตลอดคัน  4,460 มม. กว้าง 1,825 มม. และ สูง 1,620 มม. มีระยะฐานล้อ 2,640 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงท้องรถ 161 มม.

หรือเทียบกับ  Toyota C-HR   มีความยาวกว่า 100 มม. กว้างกว่า 30 มม. และมีความสูงกว่า 55 มม. ฐานล้อไม่แตกต่างกัน ระยะความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ เพิ่ม 7 มม. ช่วงระยะความกว้างจากล้อถึงล้อ หรือ  Track   ทางด้านหน้ากว้างกว่าเดิม 9 มม. ด้านหลังเพิ่มเพียง 1 มม.เท่านั้น

ด้านเครื่องยนต์ใช้เครื่องยนต์ เบนซิน 1.8 ลิตร และ เบนซิน 1.8 ไฮบริด คล้ายกับที่แนะนำใน  Corolla   และ   C-HR  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดกำลังขับแต่อย่างใด วันนี้ที่ขับเป็นตัวไฮบริด ให้กำลังขับทั้งสิ้น 122 แรงม้า จากเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร  ทำงานแบบ Atkinson Cycle   ทำกำลังสูงสุด 98 แรงม้าสูงสุดที่ 5,300 รอบต่อนาทีให้แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที พวงกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 53 กิดลวัตต์ ทำกำลังแรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร ยังส่งกำลังด้วยแบตเตอร์รี่ นิกเกิ้ลเมทัลไฮดรายขนาด 6.5 แอมป์-ชั่วโมง

ระบบช่วงล่างทางด้านหน้ารถรุ่นนี้ให้แม็คเฟอร์สันสตรัท ทางด้านหลังให้ทอร์ชั่นบีม เป็นรุ่นแรกในตระกูล  TNGA C  สร้างกระแสตื่นตัวว่า โตโยต้า เป็นอีกแบรนด์ที่หันมาใช้ ทอร์ชันบีม

 

การทดสอบขับ

อย่างที่ผมบอกนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ขับเจ้า “น้องบึ้ง”  ออกถนน ผมออกจากโตโยต้า ย่านบางนา สัมผัสแรก พูดเลยว่า นี่เป็นรถที่ไม่คิดหรือควรขับเร็ว ด้วยอาการช่วงล่างที่แสนนุ่มสบาย จนกลายเป็นรถที่ผมเชื่อว่าทุกคนจะแย่งกันนั่งมากกว่า อยากจะขึ้นมาขับขี่

อาการช่วงล่างเป็นนุ่มหนึบตอบสนองไว มันนุ่มพอจะเก็บอาการท่อหรือรอยปรุ หลุมบนถนน ระหว่างที่ขับผ่านถนนศรีนครินทร์กลับมาบ้าน

Full Review Toyota Corolla Cross

ช่วงจังหวะคอสะพาน ทางวิศวกรเซทมาให้ช่วงล่างหลังมีการตอบสนองช้ากว่าด้านหน้า มีความหนืดในการให้ตัว เพื่อความสบายในการโดยสารอย่างเห็นได้ชัด

ระหว่างขับในเมืองเทียบกับ Toyota Corolla และ  C-HR  ที่ขับไปก่อนหน้านี้ ผมรู้ว่า  Toyota Corolla Cross   ค่อนข้างมีน้ำหนักตัวมากพอสมควร จนการออกตัวในเมืองหลายครั้ง เครื่องยนต์จะรีบเข้ามาช่วยทำงานแทบจะในทันที เมื่อกดคันเร่ง

มันไม่ใช่เพราะว่าผมขับรถแล้วเท้าขวาหนัก แต่เหมือนวิศวกรเซทให้เครื่องยนต์เข้ามาช่วยเร็วขึ้น เพื่อจะได้มีแรงบิดออกตัว คงคำนวนไว้เผื่อตอนที่จะต้องมีผู้โดยสารและสัมภาระเต็มคัน จะได้ออกตัวไม่อืดหรือเชื่องช้าจนเกิดไปนัก

ในทางกลับกันการทำเช่นนี้ ก็ทำให้อัตราประหยัดของเครื่องยนต์ไฮบริดด้อยลงไป เนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานแค่เพียงช่วงเริ่มต้นออกตัวเท่านั้น เมื่อเริ่มใช้ความเร็วเครื่องยนต์จะรีบเข้ามาทำงาน ยังดีที่ระบบไฮบริดช่วยให้คุณนั่งแช่ท่ามกลางการจราจรติดขัดได้อย่างสบาย เครื่องยนต์ดับตลอดเมื่อรถหยุดไม่ต้องหวั่นใจ จะติดขึ้นมา เมื่อแบตเตอร์รี่เหลือน้อยจริงๆ เท่านั้น

 

จากที่ลองขับในภาวะ รถติดจริงในเมือง ระยะทาง 44.4 กิโลเมตร ผมเติมน้ำมันไป 2.35 ลิตร ได้อัตราประหยัด 18.89 ก.ม./ลิตร เท่านั้น เป็นครั้งแรกที่พบว่าเครื่องยนต์ไฮบริดได้ต่ำกว่า 20 ก.ม./ลิตร ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนัก

ส่วนเซทติ้งพวงมาลัยรถคันนี้ขับในเมืองมีน้ำหนักกลางๆ ไม่เบาโหวงนัก เมื่อความเร็วต่ำ ก็สามารถควงเข้าที่จอดรถได้สบาย ผู้หญิงขับได้ผู้ชายขับดี แต่ด้วยตัวรถที่มีขนาดยาวใหญ่สักหน่อย ความคล่องตัวเวลาขับในเมือง กะจะมุดซ้าย-ขวา จึงเป็นไปได้ยาก ไม่คล่องตัวเท่าไรนักกับการขับในเมือง

มีรถอเนกประสงค์อย่าง  Toyota Corolla  Cross  เชื่อว่าหลายคนคงจะอยากขับมันเที่ยวกับครอบครัว พาลูกไปเปิดประสบการณ์เปิดโลก

เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ไฮบริด เมื่อขับเดินทาง มอเตอร์ไฟฟ้า จะมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ช่วยในการเร่งแซง เพียงเหยียบคันเร่งลงไป รถจะเร่งอย่างฉับไวทันใจ ตอบสนองดีเกินคาด

ช่วงความเร็วเดินทาง 80-120 ก.ม./.ม. เรียกว่า กดปุ๊ปเร่งปรับ ระบบจะชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอร์รี่เมื่อ คุณปล่อยรถไหล หรือเบรก  ผมสังเกตว่า แบตเตอร์รี่ไม่เคยอยู่ต่ำกว่าระดับ 4 ขีด น่าจะเป็นการเซทตั้งค่าเพื่อให้รถมีการตอบสนองดีตลอดเวลา เมื่อผู้ขับขี่ต้องการอัตราเร่งในการแซง เนื่องจากรถค่อนข้างมีน้ำหนักมากกว่าพี่น้องของมัน

ทางด้านพวงมาลัยขับออกนอกเมือง เซทติ้งมีอาการเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันตึงมือขึ้นให้สัมผัสความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น เวลาเอี้ยวพวงมาลัยจะมีระยะคิดสักหน่อยไม่แวบไปมาได้อย่างรวดเร็ว น่าจะเพื่อความสบายในการโดยสารจะได้ไม่เหวี่ยงมาก นักเวลาเปลี่ยนเลน

เรื่องช่วงล่าง พอใช้ความเร็วรถดูขับมั่นใจไม่โคลงเคลง ด้วยเซทติ้งระยะความกว้าง  Track  ในยามเปลี่ยนเลนเมื่อใช้ความเร็วจะมีอาการเอนตัวบ้างนิดหน่อย ตามสไตล์รถทรงกล่องลังคาสูงกว่าพี่น้องตระกูลอเนกประสงค์

Full Review Toyota Corolla Cross

การซับแรงสะเทือนยังทำได้ดีจนเป็นรถรุ่นหนึ่งที่มไม่อยากจะขับ อยากจะลงไปนั่งให้คนอื่นขับแทนน่าจะดีกว่า  ทางด้านหลังช่วงล่างทอร์ชั่นบีมไม่เป็นปัญหานัก ถ้าขับบนถนนเรียบปกติทั่วไป กลับกันถ้าไปเจอทางต่างจังหวัด ถนนปะถนนซ่อม แรงสะเทือนการโดยสารตอนหลังจะเริ่มแข็งกระโดกกระเดกชัดเจน ยิ่งจังหวะคอสะพาน จะบั้มและสะเทือนค่อนข้างมาก ยังดี โช๊คอัพและสปริง พยายามจัดการ ซับแรงกระแทกให้การโดยสารตอนหลังนั่งสบายทุกเส้นทาง

ด้านการเข้าโค้ง จากที่ลองขับบนถนนแถวบ้านเป็นโค้งขวายาวๆ  เข้าด้วยความเร็ว 100 ก.ม./ช.ม. ท้ายรถไม่มีอาการท้ายไหลให้น่าหวั่นใจ ท้ายรถดูจะปรับตัวตามการบังคับทิศทางล้อหน้าเป็นอย่างดี  การโคลงตัวในห้องโดยสารมีมากกว่า  C-HR เล็กน้อย เนื่องจากหลังคาสูงกว่า

เมื่อมาเจออีกโค้ง ซึ่งเป็นโค้งม้วนกลับเข้าไปยังถนนราชพฤกษ์ ผมลองเข้าด้วยความเร็ว 90 ก.ม./ชม. โค้งวน 270 องศา ม้วนกลับทางหลัก รถก็ดูจะยังไม่มีอาการท้ายไหล แม้เข้าด้วยความเร็วแรง จนผมมั่นใจว่า ช่วงล่างมันเอาอยู่สบาย ถ้าคุณไม่เข้าโค้งแรงเกินไป

ส่วนเรื่องความประหยัดผมลองขับไปกลับสระบุรี ด้วยความเร็ว 100-120 ก.ม./ช.ม. ระยะทางรวม 242.8 ก.ม. เติมน้ำมันคืนถึงไปเพียง 12.88 ลิตร หรือ ไม่ถึง 300 บาท หรือประหยัด 18.85 ก.ม./ลิตร  

 

สรุป  Toyota Corolla Cross Hybrid Premium Safety  คุ้มค่าฟังชั่น …ขับสบายทุกทาง

หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับ  Toyota  Corolla Cross  มาหลายวัน ผมเริ่มชอบรถคันนี้ในแง่ของความเป็นรถสบายใช้งานง่ายฟังชั่นครบเครื่องแม้จะขาดบางอย่างบ้างก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โตโยต้าได้ท้าทายตลาดครอสโอเวอร์ ด้วยรถอเนกประสงค์ที่ไม่จำเป็นต้องมีสมรรถนะดีมาก เพียงปาลูกดอกตรงเป้าไปหาสิ่งที่ลูกค้าต้องการ จนผมว่าเป็นรถที่ทำการบ้านมาดี ชนิดที่ทุกคนก็ต้องคิดว่าน่าสนใจ

Full Review Toyota Corolla Cross

เริ่มจากการลบจุดด้อยใน  C-HR  ไม่ว่าจะพื้นที่เก็บสัมภาระ, ห้องโดยสารที่ดูทึบ และตัวรถที่ออกแบบมามีสไตล์แต่ไม่ถูกใจทุกคนอย่างที่ควรจะเป็น

Corolla Cross จึงเริ่มจากงานออกแบบที่มีความภูมิฐานทันสมัย สไตล์หน้าบึ้งใครอาจไม่ชอบ แต่ผมชอบนะ ดูมีเอกลักษณ์การออกแบบแปลกตาดี

สิ่งที่ดีที่สุดผมยกให้ในห้องโดยสารที่มีฟังชั่นครบเครื่องเท่าที่เงิน 9 แสน -1.2 ล้านบาทจะหาได้ คุณได้รถที่มีความหรูหรา ดูทันสมัยครบเครื่อง จะมีขาดตกก็เบรกมือไฟฟ้าบ้าง ซึ่งจริงๆ ผมว่าก็น่าจะให้มาเลย

แต่เมื่อมามองเรื่องพื้นที่การโดยสารตอนหลัง มันไม่ได้กว้างขวางโอ่โถงนัก อย่างที่หลายคนคาด มันมีพื้นที่โดยสารในระดับหนึ่ง พื้นที่นี้ไม่ได้ใหญ่กว่า Toyota C-HR  จนมีนัยยะสำคัญ พอจะทำให้รู้สึกได้

Full Review Toyota Corolla Cross

ส่วนที่ดีกว่า คือ หน้าต่างกระจกคู่หลังมีขนาดใหญ่ มีทัศนวิสัยดีเยี่ยม จนดูโปร่ง เบาะพิงหลังปรับได้ 2 ระดับ รวมถึงพื้นที่หลังคาที่สูงขึ้นไม่ดูทึบเหมือนพี่ชายของมัน

ผมผิดหวังที่โตโยต้าไปทุ่มความยาวตัวรถกับห้องสัมภาระเสียมากกว่า ทั้งที่พื้นที่สัมภาระ ไม่จำเป็นต้องใหญ่ขนาดนี้ก็ได้ แม้ว่า ความจริงครอบครัวลูกเล็กอาจะต้องมีรถเข็นเด็ก และอุปกรณ์มากมายในการเดินทางดูแลลูกรัก แต่ผมว่าก็ยังใหญ่ไปอยู่ดี น่าจะเอาพื้นที่มาให้การโดยสาร ซึ่งได้ใช้งานจริงจะดีกว่า

ด้านเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรไฮบริด ต้องยอมรับว่า คราวนี้มันไม่ประหยัดจนผ่านตัวเลข 20 ก.ม./ลิตร ด้วยจนขนาดและน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น แต่มันก็ยังเป็นรถที่ผมเชื่อว่า ประหยัดมากที่สุดในคลาส Entry Compact Crossover

เรื่องสมรรถนะการขับขี่ต้องเรียกว่า ตกเป็นมวยรองสักหน่อย เพราะจากการลองวัด

อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. มันทำได้เพียง 13.0 วินาที

อัตราเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม. ทำได้ 9.0 วินาที

นั่นเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่นที่ใส่เครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร และมีอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ใน 12 วินาทีเท่านั้น

ส่วนความเร็วปลายก็ลดลงเหลือเพียง 176 ก.ม./ช.ม. มันไม่ใช่รถที่เร็วมาก ถ้าใครจะซื้อไปขับซิ่งต้องขอแสดงความเสียใจ มันไม่ได้เร็วแรงนัก

ถ้าให้ผมพูดส่วนที่ดีที่สุดคงจะเป็นช่วงที่มีความนุ่มสบายซับแรงสะเทือนเป็นอย่างดี จนขอชมเชย แม้ว่าระบบช่วงล่างหลังทอร์ชั่นบีมจะถูกค่อนขอดตั้งแต่เปิดตัวว่า ด้อยศักยภาพถอยหลังลงคลอง หากมันก้มีข้อดีหลายประการ เช่น พื้นที่เก็บสัมภาระใหญ่ขึ้น ,การดูแลรักษาง่าย

ใน  Corolla  Cross  ซึ่งออกแบบมาเป็นรถครอบครัว การใช้ทอร์ชั่นบีม ผมว่าก็ค่อนข้างเหมาะสมแล้ว เพราะไม่ใช่รถที่ลูกค้าจะไปขับเร็ว เฆี่ยนมันเข้าโค้ง หรือต้องไปแข่งกับใคร ทอร์ชั่นบีมในรถคันนี้ผมได้รับรายงานว่ามันขยับให้ตัวได้เล็กน้อย ทำให้ตอบสนองได้ดี และจากที่ลองขับจริง มันก็เอาอยู่ในหลายสถานการณ์ มันทำให้รถบังคับควบคุมง่าย ท้ายไปตามที่ใจคิด

สำหรับ ผม  Toyota  Corolla  Cross   น่าจะเป็นรถที่เหมาะสมกับคนที่เพิ่งแต่งงานมีครอบครัว หรืออาจจะเริ่มมีเจ้าตัวเล็ก คุณแม่ลูกอ่อน ที่มองหารถที่ครบฟังชั่นใช้งานไปได้นานๆ จุดขายรถรุ่นนี้อยู่ที่ ความครบเครื่องทุกออพชั่น และแง่มุมการใช้งานมาอยู่ในคันเดียวในราคาไม่แงเกินเอื้อม

ถ้าคุณไม่มีปัญหากับการต้องการถ 7 ที่นั่ง ไปไหนกันยกครัว มีเพียงพ่อแม่ลูก 1 หรือ 2 คน เป็นเพียงคนที่มองหารถรับส่งลูก ออกไปเที่ยวบ้างในวันว่าง ไม่ได้ขับเร็ว หรือต้องไปแข่งกับใคร นี่คือรถที่ตอบโจทย์ทุกอย่างให้คุณครบแล้ว ในราคาที่ไม่ได้แพงเกินไปด้วย

 

 

เรื่องและขับทดสอบ โดย ณัฐยศ ชูบรรจง

ขอบคุณ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้อรถทดสอบ มาในโอกาสนี้

 

สิ่งที่ชอบ – รถขับประหยัด ขับสบายที่สุดในกลุ่ม มีดีไซน์ที่แปลกตา ไม่เหมือนใคร ในราคาที่เหมาะสม

 

สิ่งที่ไม่ชอบ – พื้นที่โดยสารตอนหลังไม่ได้ใหญ่กว่า  C-HR นัก โดยเฉพาะ พื้นที่วางขา

 

สิ่งที่อยากให้มี -เบรกมือไฟฟ้า

 

คำแนะนำผู้ซื้อ – นี่คือรถอเนกประสงค์ที่ครบครันคุ้มค่ามากที่

 

 



Comments

comments