Suzuki Celerio 2020 ดีงามคุ้มค่า ถ้ามองข้ามการออกแบบ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายคนต้องผจญกับความยกลำบาในการใช้ชีวิต ถ้าไม่   Work From Home   ก็ต้องเสี่ยงเอาว่า ชีวิตเดินทางด้วยรถสาธารณะ จะแจ๊คพอต เจอคนติดโควิดมาใกล้ชิดหรือเปล่า ทางอออกหนึ่งในเรื่องนี้ คือการใช้รถยนต์ส่วนตัว มีรถเป็นของตัวเอง

การมีรถสักคันสำหรับคนไทย อาจจะมองเป้นเรื่องฝันไกล รถคันหนึ่งราคาก็  5-6   แสนต่ำๆ ทั้งที่ความจริง มีรถบางรุ่นที่มีราคาอยู่ในช่วง  3-4  แสนบาท มันเป็นรถใหม่ป้ายแดง ขนาดเพียงพอต่อการใช้งาน มาจากผู้ผลิตญี่ปุ่นที่มั่นใจได้ …เชื่อไหมว่ามีจริง

Full Review Suzuki Celerio GX CVT
รถทดสอบ Suzuki Celerio GX CVT

รถที่เราพูดถึงนี้ คือ  Suzuki Celerio รุ่นปี 2020  เมื่อปีกลาย ทุบสถิติสำคัญ ทางด้านยอดขาย ด้วยการเติบโตถึง  195% มียอดรวม กระโดดขึ้นมาเป็น  4,000 กว่าคัน จาก 1,400   กว่าคัน การเพิ่มขึ้นของยอดขายมาจากการปรับราคาจำหน่ายตัวรถ จนน่าคบหามากขึ้น ถึงยอดขายจำนวนที่เราพูดถึงอาจจะยังไม่เท่ากับ  Suzuki Swift   แต่นี่ก็ชี้ให้เห็นบางอย่างที่เราน่าสนใจ

การพบกันของผมกับ  Suzuki Celerio   เป็นครั้งที่  3  ในรอบหลายปี หลังจากเคยขับไปเมื่อตอนเปิดตัวใหม่ๆ ในช่วงปี  2013   ตอนที่ซูซูกิ ตัดสินใจทำอีโค่คาร์ขนาดเล็กออกมา ก็มาจากความคิดจากทางญี่ปุ่นที่เคยเห็นภาครัฐบาลพยายามจะลองกฎขนาดตัวรถอีโค่คาร์ว่าจะต้องมีความยาวไม่เกิน3.6   เมตร ไหนๆ ทางซูซูกิ เป็นผู้เชี่ยวชาญรถเล็กประกอบกับ อินเดียก็มีความต้องการรถยนต์นั่งขนาดเล็ก แบบนี้ก็เลยทำออกมาวางจำหน่ายเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า แม้ว่า Swift   จะขายดีก็ตาม

สำหรับใครที่ไม่ทันเรื่องราวในอดีต  Suzuki Celerio  เป็นผลผลิตของรถยนต์ต้นแบบ  Suzuki A Wind Concept      เปิดตัวในไทยเป็นที่แรกในโลกในงาน   Motor Expo   ก่อนต่อมา ทางซูซูกิ จะเริ่มเข็นรถรุ่นนี้ออกมาขาย

ในช่วงแรกเริ่ม  Suzuki Celerio   ไม่ได้ขายดีนัก อันที่จริงพูดกันตามตรงว่าทุกคนมองข้ามมัน เป็นหนึ่งในรถยนต์ญี่ปุ่นที่ถูกลืม เนื่องจากขนาดเล็กจิ๋ว  มันมีขนาดใหญ่กว่ารถยนต์  Kei Car  เพียงเล็กน้อย ด้วยความยาวเพียง  3,600   มม. กว้าง 1,600  มม.​และมีสูงเพียง  1,540   มม.​ มาพร้อมฐานล้อที่มีความยาว 2,425  มม.

Full Review Suzuki Celerio GX CVT

Full Review Suzuki Celerio GX CVT

(ขนาดรถ  Kei Car   มีกฎความยาวไม่เกิน 3.4   เมตร , กว้างไม่เกิน  1.48  เมตร และสูงไม่เกิน 2เมตร ไม่กำหนดระยะฐานล้อ )

การออกแบบตัวรถเป็นไปตามคาดหน้าสั้นท้ายสั้น หลังคาสูงสุตรสำเร็จรถยนต์นั่งขนาดเล็ก เพียงแต่ รถรุ่นนี้จะต้องขายในตลาดเกิดใหม่   Suzuki   ก็ไม่มั่นใจว่า ออกมาเป็นทรงกล่องจ๋าๆ แบบ   Wagon R   หรือ  Kei Car   แท้ คนจะรับได้หรือไม่ จึงตัดสินใจ ทำให้หลายอย่างเป็นทรงโค้ง

เริ่มตั้งตั้งแต่หน้ารถ ไฟหน้าที่มีทรงใบหน้ายิ้ม ดูเป็นอารมณ์ดี มันมาพร้อมไฟหน้าฮาโลเจน เน้นความเรียบง่ายในการใช้งาน ทางด้านข้าง มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด  14   นิ้ว พร้อมยาง 165/65/R14  ตังรถไม่มีรายละเอียงานออกแบบอะไรมากนัก เน้นงานออกแบบเรียบง่าย ให้หลังคาทรงสูง เวลานั่งจะได้รู้สึกโปร่งโล่งสบาย กระจกมองข้างพับมือ ปรับไฟฟ้า

ถ้ามีโอกาสส่องบนหลังคา จะปั้มขึ้นรูปไล่อากาศให้ ส่วนท้ายรถเป็นประตูทรงตั้ง มาพร้อมไฟท้ายทรงใบไม้ดูเข้าท่าไม่น้อย

Full Review Suzuki Celerio GX CVT

รวมตัวรถถือว่าดูโอเค แต่เมื่อเทียบกับงานออกแบบในรถ Kei Car   อย่าง  Suzuki Wagon R   จะรู้สึกว่า งานออกแบบน่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกสักหน่อย

เมื่อเปิดประตูเข้าห้องโดยสาร ภายในต้อนรับด้วยงานออกแบบเรียบง่าย ทั้งคันมาพร้อมภายในสีดำ ให้พวงมาลัยยูรีเทน ไม่มีปุ่นบนพวงมาลัยให้วุ่นวาย ตรงหน้าคนขับ มาพร้อม เรือนไมล์ เด่นที่ไมล์ความเร็วขนาดใหญ่ ฝั่งซ้ายให้วัดรอบเครื่องมาด้วย จะมีเพียงในรุ่นท๊อปเท่านั้น ส่วนทางด้านขวา เป็นชุดจอแสดงข้อมูลจำเป็น เช่นระยะทางที่เหลือ, อัตราประหยัดเฉลี่ย, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง, ตำแหน่งเกียร์

การสตาร์ทยังเป็นกุญแจบิดหมุนธรรมดาทั่วไป ซึ่งก็ง่ายดีไม่ได้ลำบากต่อชีวิต แม้ว่าจะไม่ใช่ระบบปุ่มสตารืทก็ตาม

ตรงกลางให้เครื่องเสียงปกติง่ายๆ วิทยุ CD รุ่นนี้ให้ลำโพง  4  จุด ถ้ารุ่นกลางให้เพียง  2  จุด คุณภาพเสียงพอใช้งานไม่ได้หวือหวา ระบบปรับอากาศ เป็นแบบหมุนปกติเข้าใจและใช้งานง่าย ส่วนคันเกียร์เป็นแบบมี  Over Drive   ที่ด้ามเกียร์ตามสไตล์ Suzuki  แท้ๆ

Full Review Suzuki Celerio GX CVT
ภายในห้องโดยสาร ออกแบบมาเรัยบง่ายในการใช้งาน ไม่ได้ให้ออพช่นที่มีความหวือหวาเกินไป

ตัวเบาะนั่งตอนหน้า เป็นแบบพนักพิงหังชิ้นเดียวไม่มีหัวหมอนแยกมาให้ ด้านคนขับติดตั้งมาให้สูงกว่า ฝั่งคนนั่งเล็กน้อย สำหรับคนตัวใหญ่จะมีข้อจำกัดเล็กน้อย ตรงรางเลื่อนเบาะนั่งค่อนข้างสั้น และ พวงมาลัยปรับสูงต่ำได้ไม่มากนัก ไม่สามารถยืดหดได้ อาจจะลำบากเวลาหาท่านั่งสักหน่อย

ตัวเบาะเองต้องยอมรับว่า ออกแบบมาให้พนักพิงหลังค่อนข้างแบนคนไทยอาจไม่คุ้นเท่าไรนัก นั่นเพื่อไม่ให้เบาะนั่งหน้ากินพื้นที่ตอนหลัง ขณะที่ตัวเบาะนั่งหลัง ก็ออกแบบมาให้พนักพิงหลังแบนเช่นกัน หัวหมอนมีนิดหน่อยเป็นติ่งเล็กน้อย จนเรียกว่าไม่มีน่าจะดีกว่า คนนั่งหลังต้องนั่งชันคอ ส่วนพื้นที่ตอนหลัง ก็นั่งแบบเบียดเสียดเล็กน้อย โดยเฉพาะคนขายาวตัวใหญ่ ถ้าคนนั่งหน้าตัวใหญ่ คนนั่งหลังก็จะเหลือพื้นที่วางขาน้อย

ด้านพื้นที่เก้บสัมภาระ มีความจุไม่มากนัก แต่ก็พอใส่กระเป๋าเดินทาง  20  นิ้ววางตั้งพอได้อยู่ ถ้าต้องนั่งโดยสารเต็ม เมื่อพับเบาะนั่งลง สามารถแยกพับได้ในอัตรา  60/40 เมื่อพับ พอจะใส่จักรยานเสือหมอบ ขนาด 54   นิ้ว ได้ เพียงแต่ อาจจะต้องยัดๆ กระแทกปิดสักหน่อยก็เท่านั้นเอง

Full Review Suzuki Celerio GX CVT
เบาะนีั่งที่มีพนักพิงหลังแบบชิ้นเดียว และตัวเบามีความแบน นั่งโดยสารสั้นๆ พอไหว แต่ไกลๆ อาจไม่สะดวกนัก

Full Review Suzuki Celerio GX CVT
เมื่อพับเบาะหลังลง ทั้งหมด จะมีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระประมาณหนึ่ง แต่เบาะไม่ได้พับราบเรียบนะ
Full Review Suzuki Celerio GX CVT
คอนเฟิร์ม สำหรับสายปั่น ขนจักรยานได้แน่นอน ถ้ารถคัณไม่เกินไซส์ 54

การวิศวกรรม

ใต้เรือนร่าง  Suzuki Celerio รุ่นปี 2020  มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน  3  สูบ ขนาด  1.0   ลิตร น่าจะเรียกว่า เป็นรถรุ่นเดียวในไทยที่ใช้เครื่องยนต์แบบนี้ โดยไม่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จ อาจกล่าวได้ว่า เป็นรถอีโค่คาร์เครื่องเล็กที่สุดเท่าที่มีในตลาดปัจจุบัน

ขุมพลัง  K10B มีขนาดปริมาตรเครื่องยนต์จริง  998   ซีซี ให้กำลังสูงสุด 68  แรงม้า สูงสุดที่ 6,000  รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด   90   นิวตันเมตร สูงสุดที่ 3,500  รอบต่อนาที การขับเคลื่อน เป็นหน้าที่ของชุดเกียร์  CVT   ให้อัตราทด 2 ระดับ คือ  Low   จะให้อัตราทด  4.006-1.001  ,High 2.200-0.550   ขับผ่านอัตราทดเฟืองท้าย 3.757 มีปุ่ม  Overdrive   ใช้อัพพลังอัตราเร่งยามต้องการ ปรับการตอบสนองจากเกียร์

ส่วนระบบช่วงล่างสูตรสำเร็จ ด้วยระบบช่วงล่างแม็คเฟอร์สันสตรัท  และด้านหลังใช้ ระบบทอร์ชั่นบีม ด้านการสั่งหยุดเป็นระบบเบรกแบบ หน้าดิสก์เบรก พกจานระบายความร้อน ข้างหลังเลือกใช้ระบบดรัมเบรก

นำเสนอการบังคับทิศทางด้วยชุดพวงมาลัยผ่อนแรงด้วยระบบไฮดริก แร็คแอนด์ พิเนียนปกติ ไม่ใช่พวงมาลัยไฟฟ้า

น้ำหนักเปล่าตัวรถ เพียง  835  กก.  เท่านั้น

 

การทดลองขับ

มาพบกันครั้งนี้ เหมือนทบทวนความจำวันวาน ตอนที่  Suzuki Celerio GX CVT   ออกมาวางขาย เคยจับมันมาขับ แล้วค้นพบว่า มันเป็นรถที่ไม่ถูกจริตคนไทย แถมราคาในวันนั้นยังถือว่าค่อนข้างสูงพอสมควร เมื่อเทียบว่า ขยับอีกนิดก็ได้ รถยอดนิยม  Suzuki  Swift  ไม่แปลกใจ ที่มันจะขายไม่ดี  ตกเฉลี่ยเพียงปีละ พันกว่าคันเท่านั้น แถมแทบไม่เคยเห็นในกรุงเทพมหานคร

Suzuki Celerio 2020 ก็ไม่ต่างจากในวันนั้น ภายนอกมันไม่เปลี่ยนแปลงนัก เช่นเดียวกับ ภายในห้องโดยสาร

บิดกุญแจสตาร์ทพร้อมเดินทาง จัดแจงปรับเบาะนั่งให้ได้ท่าที่ต้องการ ก็ต้องยอมรับว่า ชุดเบาะนี้ ค่อนข้างจะหาท่านั่งยาก สำหรับคนตัวใหญ่ ต้องใช้เวลาสักหน่อย ส่วนที่ตัวผมเองไม่ค่อยชอบใจนัก เป็นพนักพิงหลังที่ค่อนข้างแบน แม้ว่า ส่วนตัวจะมีรถอย่าง Honda Brio  Amaze  อีกคันที่ก็มีเบาะคล้ายๆ ของ เซเลริโอ หากก็รู้สึกว่าเบาะนั่งไม่แบนเท่าเจ้าเปี๊ยกคันนี้

ออกสู่ถนนใหญ่ ในรถเล็ก จอดติดไฟแดง กวาดตารอบๆ น่าชื่นชมเรื่องทัศนวิสัยในการขับขี่ กระจกด้านข้างที่มีความกว้างจากหลังคาทรงสูง ช่วยให้คุณมองกระจกข้างชัดขึ้น กระจกหน้าก็มีขนาดใหญ่พอจะมองอะไรได้ทั่วยามขับขี่

เครื่องยนต์  1.0   ลิตร ไม่มีเทอร์โบ อาจไม่ใช่ขุมพลังยอดนิยมคนไทย มันมีกำลังเพียง  68   แรงม้า น้อยที่สุดในกลุ่มรถยนต์อีโค่คาร์ หากกับการใช้งานทั่วไป ออกตัวเรื่อยๆ ไปเฉื่อยๆ ตามการจราจรในเมืองกรุง ในการขับคนเดียวถือว่า สมน้ำสมเนื้อ และความเป็นจริงการจราจรที่ติดขัด และใช้ความเร้วไม่ได้มากมายนัก เครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กจะได้เปรียบในการใช้งานมากกว่า

แถมเรื่องคงวามเล็กของตัวรถยังเพิ่มอานิสงค์ความคล่องตัว ยามใช้งานในเมืองไม่ว่า ยามที่คุณรีบต้องปาดแทรกรถก็ทำได้ง่ายกว่า วงเลี้ยวแคบสุด 4.7 เมตร  ช่วยให้กลับรถได้ง่าย ใช้พื้นที่เพียง 2เลน หรือถ้ากะตีวงดีๆ บางทีเลี้ยวเลนเดียวก็ยังได้

ความกะทัดรัด ยังช่วยให้มันไม่เกะกะ เวลาจอดรถหน้าบ้านหรือตามริมถนน ไม่เหมือนกับรถเก๋งขนาดใหญ่ ยามไปที่พลุกพล่าน หาที่จอดยาก ก็แทบจะเรียกว่า เห็นตรงไหนว่า ก็เสียบได้ทันที ไม่เสียเวลาทำธุระ ให้ความคล่องตัวสูง กลายเป็นเรื่องดี ที่ทำให้ผมรู้สึกเริ่มรักรถแบบนี้ขึ้นมาบ้าง

ด้วยความที่ช่วงนี้ในเมืองรถไม่ติดนัก และในเมืองก็ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมาก เมื่อวัดอัตราประหยัดตลอดการใช้งานในเมือง จึงได้ตัวเลขค่อนข้างดี ผมขับมาแล้ว 88.9 ก.ม.  เติมน้ำมันไป 2.985 ลิตร คำนวณอัตราประหยัดออกมาอยู่ที่  29.78 ก.ม./ลิตร ซึ่งแน่นอนว่าถ้ารถติดก็คงจะซดกว่านี้ อีกหน่อย แต่ไม่น่าจะมากมายนัก

การทดสอบอัตราประหยัดในเมือง ช่วงโควิด ได้อัตราประหยัด 29 ก.ม./ลิตร ซึ่งเราไม่เจอรถติดเลยในการทดสอบ และวิ่งดวยความเร็วต่ำ ไม่เกิน 90 ก.ม./ช.ม.

เอาตามตรงสิ่งที่คนไทยกังวลเกี่ยวกับการใช้รถยนต์นางขนาดเล็ก คือเรื่องการเดินทางไกล ที่จริงจากที่ผมมีโอกาสไปประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้ง และเห็นพฤติกรรมการใช้รถของคนที่นั่น ซึ่งพวกเขานิยมรถประเภท Kei Car   มันคล้ายกับ   Suzuki Celerio   แต่มีขนาดเล็กกว่าอีกนิดหน่อย

คนญี่ปุ่น นิยมใช้รถแบบนี้เอาไว้ขับไปในเมือง ไปแถวบ้านไม่ได้เดินทางไกลมากมายนัก อาจจะใช้เดินทางข้าม จังหวัดสั้นๆ ถ้าเดินทางไกล ตั้งแต่ 200 กิโลเมตร ขึนไป จะเริ่มเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือ เครื่องบินโดยสาร แล้วไปเช่ารถ ณ ปลายทาง

นั่นเพราะ ค่าทางด่วนในญี่ปุ่น ถือว่าค่อนข้างแพงเมื่อข้ามจังหวัด รวมถึงการเดินทางด้วยรถไฟนั้น ประหยัดเวลา และลดความเหนื่อยล้าในการเดินทางกว่ามาก

ถ้ามาคำนวณให้ดี การเดินทางด้วยรถไฟ ประหยัดค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน รวมถึง ค่าสึกหรอ ที่อาจจะเกิดขึ้นมากกว่า

ทว่าพฤติกรรมคนไทยไม่เป็นเช่นนั้น คนไทยค่อนข้างรักรถ และอยากจะเอารถไปขับในทุกที่ เราจึงเห็นคนเอาอีโค่คาร์ไปตะลุยมาแล้วทั่วประเทศ กว่า  10  ปีที่วางจำหน่าย มันได้พิสูจน์แล้วว่า สามารถใช้งานได้ทุกเส้นทางจริงๆ หรือไม่ ก็คิดถึงรถสามัญของต้องมีรถกระบะ ถ้าต้องเผื่อว่าจะต้องเดินทาง โดยเฉพาะคนต่างจังหวัด ที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร

ผมคิดเรื่องพฤติกรมการใช้รถของคนไทย ระหว่างเส้นทางไป สวนผึ้งราชบุรี เส้นทางไม่ไกลมาก และเป็นสถานที่ที่ยังพอจะเดินทางได้ ไม่ต้องขอเอกสารทางราชการให้ยุ่งยากมากความ

ช่วงแรกๆ ออกจากเมืองเราขับบนถนน 6 เลน บ้าง  4 เลนบ้าง เจ้าเปี้ยกของเราสามารถขับขี่ได้อย่างสบายใจไม่เครียดอย่างที่คิด ช่วงล่างเกาะถนนแน่นดี แม้เราจะตัวเบา ใช้ความเร็ว  100 -120  ก.ม./ช.ม.​ก็มิใช่เป็นปัญหาในการขับขี่

อาการช่วงล่างค่อนข้างคล้าย  Suzuki Swift  เจนก่อน เป็นรถช่วงสั้น การเป็นรถช่วงสั้นที่มีฐานล้อยาว ต่างจาก Suzuki Swift รุ่นก่อน เพียง -5 มม.​ ทำให้การทรงตัวค่อนข้างดี เว้นอย่างเดียว คือ ระยะห่างระหว่างล้อแคบ เพียง  1,420  มม. ประกอบกับตัวรถที่มีความสูงสักหน่อย ถ้าเข้าโค้งด้วยความเร็ว จะมีอาการโคลงตัว นั่นรวมถึงเวลา เปลี่ยนเลนด้วยความเร็ว หากกระชากพวงมาลัย จะออกอาการโยนตัวอย่างเห็นได้ชัด

ใครที่มาเส้นนครปฐมบ่อยๆ น่าจะทราบดีว่าเส้นนี้รถบรรทุกเพียบ คนไทยมีความคิดว่า รถเล็กไม่ถูกกับรถบรรทุก ซึ่งก็เป็นข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง เท่าที่ขับ มันดูน่ากลัว เพราะรถบรรทุกมีความสุงใหญ่ ขณะที่รถเราสุดจิ๋วไซส์เสมิฟ ผ่านไปทางด้านข้างรถบรรทุกทีไร เห็นแต่ล้อรถวิ่งวนๆ ชวนขนลุก ส่วนอาการรถบรรทุกดูด ที่หลายคนกังวล เจ้านี้ไม่มี ไม่แกว่ง ขับผ่านไปสบายๆ

ส่วนระบบกันสะเทือน อาการติดแข็งเล็กน้อย เนื่องจากเป็นรถที่มาพ้อมโช๊อัพค่อนข้างสั้น การยืดยุบตัวไม่มากนัก ทำให้ เวลาผ่านถนนปะ หรือหลุมบ่อจะมีอาการแข็ง หากกะว่าจะเดินทางไกลมากๆ จะมีความเหนือยล้ามากกว่า อย่างเส้นทางที่เราขับมามีระยะ 100  กว่า กิโลเมตร ถือว่าพอได้

หากถ้าคิดว่าจะเดินทางไกล อาทิขับกลับบ้านที่เชียงใหม่ อาจจะเหนื่อยล้ากว่า ต้องจอดแวะพักบ่อยกว่า รถยนต์นั่งขนาดใหญ่ เอาความจริง เราก็มักจะจอดรถทุกๆ  150- 200 ก.ม. อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเพื่อทานข้าว , เข้าเซเว่น หรือทำธุระส่วนตัว ดังนั้นต่อคำถามว่าเดินทางไกลได้หรือไม่ คำตอบคือได้ แน่นอน ถ้าขับด้วยความเร็วที่เหมาะสม ไม่ได้ซิ่งมุทะลุรีบบึ่งไปไหน

แต่ถ้าจะถามว่า น่ากังวลใจตรงไหนเวลาเดินทางไกล ก็คงตอบตามตรงว่า ช่วงเร่งแซง ในถนนประเภท  2  เลน สวนกันอย่างช่วงทางเข้าสวนผึ้ง ด้วยรถกำลังน้อยนิดเขาเรา ทำให้เวลาต้องการแซง ต้องกะระยะเผื่อการเร่งค่อนข้างมาก หลายครั้ง จะออกพอจะไปได้ ปรากฏรถคันหลังที่มีพละกำลังมากว่า แซงเราไปอีก ทำให้เสียจังหวะ เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อขับรถเล็ก

รวมถึง ที่ต้องระวังอีกข้อหนึ่ง คือความเล็กของเรา ทำให้ อาจจะไปยู่ในมุมอับรถที่มีขนาดใหญ่ได้ง่าย เช่นรถกระบะ, รถบรรทุก และด้วยคนไทยไม่ชินกับรถยนต์ที่มีขนาดเล็กมาก เป็นเพื่อนร่วมทาง ทำให้คุณ ต้องระวังมากเป็นพิเศษ

 

Suzuki Celerio  GX CVT  เจ้าตัวเล็กสุดคุ้ม ในชั่วโมงนี้

 

หลังจากถึงสวนผึ้งได้เวลา เติมน้ำมันวัดอัตราประหยัดอีกครั้ง เราเดินทาง ด้วยความเร็ว  100-120  มีระยะทางรวม 177.3 ก.ม.​ เติมน้ำมันไปทั้งสิ้น 8.87 ลิตร  วัดอัตราประหยัดได้ 19.9  ก.ม./ลิตร

หลังจากลองขับงวดนี้ กับราคาที่ปรับมาใหม่ ต้องยอมรับว่า มันเป็นรถที่ดูคุ้มค่าขึ้นในสายตา สมรรถนะการขับขี่ถือว่าดีในระดับที่น่าพอใจ กับราคาที่จ่ายไป แถมคุณยังได้ความประหยัด เหนือชั้น เพราะไม่ว่าจะขับอย่างไร ตัวเลข ก็จะมี  20 ก.ม./ลิตร ให้เห็น และอาจจะประหยัดกว่านั้น ถ้าไม่ได้ขับใช้ความเร็วมาก เดินทางเรื่อยๆ ไม่ได้ซิ่งซ่าไปไหน

สิ่งเดียวที่น่าจะขัดใจ คนที่กำลังมองหารถคันนี้ คือ ทรวดทรงหน้าตาของมัน ไม่ถูกใจนัก โดยเฉพาะทางด้านหน้าที่ดูจะเป็นรถอินเดียมากไปหน่อย ผมเชื่อว่า ถ้า  Suzuki   ทำรถออกมาเป็นสไตล์ญี่ปุ่นจ๋าๆ อาจจะถูกใจคนไทยมากกว่า นี้นั่นน่าจะรวมถึงในอีกหลายตลาดด้วย

ส่วนเรื่องความปลอดภัย ถ้าจะให้ดี ก็ต้องมีระบบตัวช่วยเข้ามาเพิ่ม ส่วนเรื่องอัตราเร่งไม่ได้หวือหวา ออกตัว ยางคนอาจจะว่าอืดๆ ถ้าไม่เคยผ่านรถเครื่องเล็กมาก่อน ก็ไม่น่าแปลกใจนัก ก็อย่างว่า มันเป็น   Budget  car   ในราคา  4  แสนบาทต้นๆ ผ่อน เดือนละไม่กี่พันบาท จะให้ออพชั่นมากก็คงไม่ได้ เท่าที่มีในรถเวลานี้ก็ถือว่า ค่อนข้างมากพอสมควรแล้ว ในการใช้งาน

คิดว่าอย่างที่สุด ก็ถึงเวลาที่ไม่ต้องตากแดดตากลมขี่มอเตอร์ไซค์ มีพื้นที่เล็กๆ ให้ลูก หรือภรรยานั่งใช้ชีวิตด้วยกันบนถนน ไม่ต้องซ้อนท้าย และ ค่าดูแล ภาษีก็ไม่ได้เยอะมาก ประหยัดน้ำมัน ทั้งหมดนั้น คือ โจทย์ของ การเป็นรถยนต์อีโค่คาร์ ที่แท้จริง

ถ้าความต้องการใช้รถของคุณมีอย่างที่ผมพูดไปไม่ได้คิด เรื่องหน้าตา รถเป็นพาหนะจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเท่านั้น นี่แหละครับ คือรถที่เหมาะสม ในสภาวะเศรษฐกิจวันนี้

 

บทความนี้ และภาพ เป็นลิทสิทธิ์ ของทีมงาน  Ridebuster.com   ห้ามทำการคัดลอก หรือไปเผยแพร่ ในช่องทางอื่น โดยมิได้รับอนุญาติ

ขอบคุณ Suzuki  มอเตอร์ ประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้อ รถทดสอบมาให้ ทีมงาน  Ridebuster.com

ข้อมูลตัวรถเวอร์ชั่นไทย อ้างอิงจาก  Suzuki.co.th

 

Comments

comments