Nissan Almera 1.0 Turbo VL  ขับง่าย อารมณ์สปอร์ต

แบ่งปันเรื่องนี้

ในบรรดารถยนต์อีโค่คาร์ที่ได้รับความนิยมช่วงหลายปีทีผ่านมา Nissan Almera  ถือเป็นรถรุ่นหนึ่งที่สร้างความแตกต่างได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มันเปิดตัว ด้วยทรวดทรงยาว ขนาดใหญ่กว้างนั่งสบาย สไตล์ภูมิฐาน ในราคาคุ้มค่า วันนี้มันถูกเปลี่ยนไปสู่ทิศทางใหม่เต็มคราบความสปอร์ต

Nissan  Almera  เครื่องยนต์ 1.0 เทอร์โบ เปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สร้างความตะลึงงัน ไม่มีใครคิดว่า นิสสัน อัลเมร่า จะเปลี่ยนไป ราวกับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ภาพลักษณ์ใหม่มีความสปอร์ตมากขึ้นออกแบบโดน สีสันถูกใจลูกค้ามากขึ้น แถมยังได้เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ ทั้งหมดยังคงราคาขายที่ทุกคนจับต้องได้

หลายคนทราบถึงร้องอุทาน!! ว่า โอ้ว!! พระเจ้า  นับว่าเป็นการปฏิวัติแบรนด์นิสสันครั้งสำคัญ หลังจากไม่ปังแบบนี้มานานแล้ว และด้วยการเป็นกระแส Talk of the town  อย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงนี้จะโดนโควิด19 หามยอดขายไปบ้าง เราจึงต้องขอลองรถรุ่นนี้จริงจังอีกครั้ง

พบ  Nissan Almera 1.0 Turbo ครั้งนี้ งานออกแบบยังจับใจเหมือนเดิม ด้วยหน้าตา เส้นสายการออกแบบ  V-Motion2.0 สะท้อนภาพลักษณ์ความสปอร์ตตอบ ด้วยหน้าตาปราดเปรียวทันสมัย ทีมออกแบบนิสสัน ตั้งใจกดหน้ารถให้ต่ำลง เพิ่มความรู้สึกสปอร์ตเต็มอารมณ์ บางมุมมอง คุณจะรู้สึกว่า มันได้ไอเดียแนวทางการออกแบบจาก  Nissan  Leaf   มาบ้าง ก็ไม่แปลกนัก

Nissan Almera  1.0 VL Review
Nissan Almera  1.0 VL Review

ไฟหน้าใหม่ ออกแบบเหมือนหยีตาให้มาดโฉบเฉี่ยว รุ่น   V   ขึ้น มารวมถึงตัวท๊อปออฟชั่น VL ที่เอามาขับในวันนี้ ให้ไฟ LED   ช่วยในการส่องสว่างยามค่ำคืน น่าเสียดายยามกลางวัน มันไม่มี  ไฟ  Day Time Running Light  มาให้ เป็นที่สังเกตยามขับขี่ตอนกลางวัน ได้ยินว่าที่จริงมีแต่นิสสันแอบไว้ เพื่อให้รถขับประหยัดมากขึ้น

รายละเอียดความปราดเปรียว สะท้อนมาถึงทางด้านข้าง คุณจะเห็นเส้นฝากระโปรงทางด้านหน้าที่มีคมสัน เส้นประตูทอดยาวไปด้านหลัง และช่วงท้ายที่มีเส้นซุ้มล้อต่อไปยังฝากระโปรงหลัง ไฟท้ายให้เส้นสีดำดูสปอร์ต บวกกับหลังคาเทโค้งลดลงมาตั้งแต่ช่วงกลางห้องโดยสารด้านหน้า ให้อารมณ์สปอร์ต แถมด้านหลังเล่นรายละเอียดงานออกแบบ  Floating Roof   ดูแล้วเหมือนหลังคาไม่ต่อกัน ซึ่งได้รับความนิยมในรถยุโรป

Nissan Almera  1.0 VL Review

ในรุ่นท๊อปให้ล้ออัลลอยขอบ 15 นิ้ว สีเงินดูบ้านๆ มาพร้อมยาง Bridgestone Ecopia ep 150 ขนาด 195/65/R15   อยากได้ความสปอร์ตจ่ายเงินเพิ่มซื้อตบแต่ง นิสสันมีล้อขอบ 16 นิ้วด้วย ผมว่ามันดูลงตัวกว่านี้

บั้นท้าย ให้ไฟท้ายสไตล์ใหม่ทรง 3 เหลี่ยม Signature Light ส่องสว่างค่ำคืนด้วยไฟท้าย  LED ฝากระโปรงท้ายเฉกเช่นเดิม ออกแบบให้มีขนาดใหญ่ กันชนท้ายเสริมลุคสปอร์ต ด้วยชุดดิฟฟิวเซอร์  ช่วยไล่ลมหมุนด้านท้าย

การเปลี่ยนแปลงงานออกแบบงวดนี้ มาพร้อมขนาดตัวรถใหญ่ขึ้น  เจ้า อัลเมร่า ใหม่ มีความยาว 4,495 มม. กว้าง 1,740 มม. และสูง 1,460 มม. เทียบกับรุ่นก่อน มันเตี้ยลง -40 มม. กว้างกว่าเดิม 45 มม. และมีความยาวอีกกว่า 70 มม.  ให้ระยะฐานล้อ 2,620 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 135 มม. และท้ายสุดน้ำหนักรถเปล่าเพียง 1,076 กก. ผมแปลกใจว่ามันค่อนข้างเบา เมื่อเทียบกับขนาดตัวรถใกล้ รถ Compact Car  หลายรุ่น

รับกุญแจทรงไข่หน้าตาคุ้นเคย การเข้าออก Nissan Almera  ใช้วิธีการสัมผัสปุ่มประตู สาวกนิสสันคงคุ้นเคยกันดี เปิดหน้าบานกวาดสายตาอย่างรวดเร็วในห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว คุณเห็นถึงความทันสมัยครบครัน ภายในแอบแต้มความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว เริ่มจากพวงมาลัยมัลติฟังชั่น ทรง D Shape ตูดตัดดีไซน์สปอร์ต เป็นมิตรกับคนตัวใหญ่ไซส์หมี เวลาเข้า-ออกรถ  บนพวงมาลัยมีปุ่มคุมชุดจอเรือนไมล์และเครื่องเสียง ทั้งหมด จัดวางไว้ทางฝั่งซ้าย

ตรงหน้าคนขับให้เรือนไมล์ที่มาพร้อมหน้าจอ  TFT   ขนาด 7 นิ้ว ทางฝั่งซ้าย สามารถปรับบอกข้อมูลต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะรอบเครื่อง , ข้อมูลการขับขี่ และการทำงานของระบบความปลอดภัย , ระบบเครื่องเสียง การแสดงผลขนาดใหญ่ชัดเจนวัยรุ่นใช้ดี สูงวัยใช้ได้ เป็นหน้าจอแบบเดียวกับ  Nissan Leaf

Nissan Almera  1.0 VL Review

เหลียวไปทางซ้าย ต้อนรับคุณด้วยระบบความบันเทิงหน้าจอสัมผัส Nissan  Connect  ขนาด 8 นิ้ว   สามารถเชื่อมระบบการนำทาง   Google  Map   ได้ด้วย รวมถึงยังสั่งการด้วยเสียงได้อีกต่างหาก คุณภาพเสียงจากลำโพงไม่ได้หวือหวามากมายนัก ตามสไตล์รถอีโค่คาร์

ถัดลงมาเป็นแอร์ออโต้ ช่วงคอนโซลเกียร์ตบแต่งสีดำเงา Paino Black ปุ่มสตาร์ทย้ายมาไว้ตรงนี้ในแบบเดียวที่คุณจะได้ความรู้สึกรถสปอร์ต อย่าง   Nissan GT-R ปลายหัวเกียร์ มีปุ่มสปอร์ต ส่วนตัวผมว่ามันน่าจะกดใช้ยาก

ย้อนมองภาพรวมช่วงห้องโดยสารตอนหน้าอีกครั้งจะเห็นวัสดุบุนุ่มสีเบจ ช่วงคอนโซลหน้า ดูลงตัวกับวัสดุสีเงินในบางจุด

ตัวเบาะนั่ง Nissan Almera ใช้เทคโนโลยี  Zero Gravity  แบบซีดานพี่ใหญ่ ผมว่า มันประหลาดสักหน่อย ออกแบบมาค่อนข้างเล็กไม่ถูกใจคนตัวใหญ่ไซส์หมี อย่างผม ช่วงพนักผิงหลังสั้น จนไม่โอบมาถึงช่วงไหล่ นั่งแล้วรู้สึกแปลกๆ ที่รองนั่งก็สั้นไม่แพ้กันรับได้แค่ครึ่งต้นขา (ผู้ทดสอบสูง 182 ซ.ม. หนัก 95 กก.)

Nissan Almera  1.0 VL Review

แถมส่วนตัวผมรู้สึกว่าเบาะออกแบบให้มีความโค้งไปด้านใน เหมือนจะพยายามให้เราจมลึกเข้าไปในตัวเบาะ กลับกันหัวหมอนรองศีรษะกลับดันออกมา ทำให้ท่านั่งรู้สึกแปลกๆ ไปบ้างในช่วงแรก เมื่อใช้นานๆ จะเริ่มคุ้นชินกับมัน

ทางด้านเบาะนั่งตอนหลัง ท่านั่งเอนหลังเล็กๆ  ให้ความรู้สึกสบาย ที่จริงมันช่วยให้หัวคนตัวสูงหลบหลังคาได้ดีทีเดียว + 8 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ที่รองนั่งยังสั้นเหมือนเดิม ยังดีพื้นที่วางขากว้าง จนนั่งสบาย แม้คุณจะเป็นตัวใหญ่ก็ตาม ลูกเล่นตอนหลังไม่มีอะไรมาก มีเพียงช่องชาร์จ  USB   ช่องเดียว จะให้ 2 ช่องก็ไม่ได้  เบาะนั่งปรับพับไม่ได้ และท้ายสุดคนนั่งหลัง จะรู้สึกเหงาแขนสักนิด เพราะตรงกลางไม่มีที่พักแขนมาให้

ห้องสัมภาระท้ายยังกว้างใหญ่ไพศาลเหมือนเดิม มากพอจะจุกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้หลายใบ สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับห้องสัมภาระท้าย คือมองเข้าไปเห็นที่กั้นตอนระหว่างห้องโดยสารเป็นฟิวเจอร์บอร์ด น่าจะหาอะไรหุ้มมันหน่อยน่าจะดีกว่า

การวิศวกรรม

ใต้เรือนร่าง Nissan  Almera   ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ รหัส  HRA0 ให้กำลังสูงสุด 100 PS สูงสุดที่ 5,000 รอบต่อนาที  ทำแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร สูงสุดที่ 2,400-4,000 รอบต่อนาที  ขับเคลื่อนกำลังผ่านชุดเกียร์  XTronic  CVT with d step ชุดเกียร์ใหม่สามารถตบเกียร์ขึ้นได้เอง แม้ว่าผู้ขับขี่ จะเหยียบตะบันคันเร่งอย่างบ้างคลั่ง เครื่องยนต์จะไม่แช่ยาวเหมือนในอดีต  อัตราทดเกียร์ มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย 4.00062-0.4580 ขับลงบนเฟืองท้าย 3.9247

ส่วนหน้าที่บังคับเลี้ยวเป็นระบบผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า (EPS)   การซับแรงสะเทือนเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่เป็นยังใช้ระบบแม็คเฟอร์สันสตรัททางด้านหน้า ด้านหลังใช้ระบบทอร์ชั่นบีม และท้ายสุดการห้ามล้อเป็นหน้าที่ของดิสก์เบรก ทางด้านหน้า ด้านหลังใช้ดรัมเบรก ตามสูตรรถนั่งขนาดเล็ก

การทดลองขับ

หนนี้เป็นหนที่ 2 ที่ผมมีโอกาสสัมผัส  Nissan  Almera   หลังจากเคยขับไปแล้วเมื่อปลายปีทีผ่านมา ณ ดินแดนทะเลใต้

กลับมาพบกันครั้งนี้ Nissan Almera 1.0 Turbo VL สีส้ม  Monarch  Orange  จอดรอผมเอาไปขับอยู่แล้ว เห็นหน้าค่าตาสีส้ม ยอมรับว่าความสปอร์ตในเส้นสายเข้ากับสีแสบสันนี้มาก มันเป็นโทนเดียวกับที่ใช้ใน Nissan X-Trail  ใหม่ทีเปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้ สะดุดตาทันทีที่โดนแสงแดดส่องสะท้อนตัวรถ

ขับช่วงแรกวิ่งอยู่ในเมือง  Nissan Almera   ให้ความสบายในการขับขี่มากที่สุด โดยเฉพาะจุดเด่นในเรื่องความคล่องตัวอานิสสงค์จากพวงมาลัยไฟฟ้า มีระยะฟรีเล็กๆ ในการบังคับเลี้ยว เวลาขับในความเร็วต่ำ เข้า-ออกลานจอดรถ ลัดเลาะไปตามตรอกซอย บังคับเลี้ยวไปตามใจ ด้วยการวางโครงสร้างตัวถัง ให้มีระยะยื่นน้อย หน้าสั้น ทำให้มีวงเลี้ยวแคบ สะดวกต่อการใช้งาน คล่องตัวเวลาจอด หรือมุดไปตามกระแสจราจร

ทัศนวิสัยการขับขี่ ให้มุมมองกว้าง  กระจกทางด้านข้างมีหูช้างบานเล็กช่วยลดมุมมอับ กระจกมองข้าง ย้ายจากเสียบฝากไว้กับหูช้าง ย้ายมาจัดวางได้ใกล้ตาคนขับอยู่ช่วงกลางประตู ช่วยให้มุมมองกว้างขึ้นกว่าก่อน กระจกบานหน้ามีขนาดใหญ่ช่วยให้มองหลายอย่างได้ชัดเจน

การขับในเมืองเรื่องมุมมอง ค่อนข้างสำคัญ การลดจุดอับบังสายตา ช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น ถ้านั่นยังไม่พอ  Nissan Almera  ยังมีตัวช่วยในการขับขี่อย่างมุมมอง 360 องศา ติดตัวมาให้ และใครชอบขับเผอเรอ มีระบบเตือนการชนทางด้านหน้า เตือนหลุดเลนป้องกันมุมอับสายตามาด้วย

Nissan Almera  1.0 VL Review

เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่หลายคนร้องว้าว!! ไม่คิดว่านิสสนัจจะใจป้ำให้มา ขนาดวิศวกรฮอนด้าก็ยังยอมรับว่า พวกเขาแปลกใจ

ตอนจอดรถเฉย ไม่วิ่ง ผมไม่ค่อยชอบใจนัก อาการเครื่องยนต์สามสูบบล็อกนี้ ยังสั่นเป็นเจ้าเข้า จอดติดไฟแดงนานๆ  หรือสตาร์ทเครื่องรอภรรยา รู้สึกสบายตัวเท่าไรนัก

เมื่อออกตัวใช้คันเร่ง ช่วงแรกจากเดินไปหาช่วง 2,000 รอบต่อนาที จะรู้สึกว่ารถออกตัวช้าไม่ได้แรงมากเท่าไรนัก เทอร์โบมาบูสต์ติดตอนหลัง 2,000 รอบต่อนาที เป็นต้นไป ก็ใช่ว่าจะกระชากดึงตึงหลังติดเบาะอย่างรถสปอร์ตหลายร้อยม้า

อันที่จริง การออกตัวช่วงแรก ผมว่า มันคล้ายกับเครื่อง 1.2 ลิตร เดิมในความรู้สึก แต่มีกำลังวังชามากกว่า เนื่องจากแรงบิดเยอะกว่าพอตัว  เหยียบแวบๆในเมือง ออกตัวจากไฟแดงได้ 80 ก.ม./ช.ม. ส่วนตัวผมว่ามันคล้าย  เครื่อง   Nissan  HR-16DE              เจน 2 ตัวหัวฉีดคู่ มีอาการคล้ายกัน

ขับเรื่อยๆ ความเร็วต่ำ รถจะวิ่งแบบเรื่อยๆ ไม่ปรู๊ดปร๊าดหลังติดเบาะ ดังนั้นใครจะซื้อรถคันนี้ ไม่ต้องกลัวว่า รถเทอร์โบ โอ้โฮพี่เดี๋ยวขับแรงทะยานทีหลังติดเบาะ คนแก่กลัวจนไม่กล้านั่งด้วย มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย ช่วงความเร็วต่ำอาการคล้ายๆ รุ่นเดิม ขับสบาย เพียงรุ่นใหม่เร่งเร็วตอบสนองดีกว่า

เรื่องความประหยัดน้ำมัน ด้วยขนาดเครื่องยนต์เล็กลงแล้ว ยังได้จากระบบ Idling Stop  หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ ใส่เข้ามาให้ตั้งแต่รุ่นที่แล้ว ยังมีมาให้ชั้นในรุ่นนี้ เท่าที่ลองใช้งานดูหนนี้ระบบทำงานเร็วขึ้น ทั้งในจังหวะดับเครื่องหรือสตาร์ทกลับมาทำงาน และจะไม่ดับช่วงเวลาหนึ่งหลังจากรีสตาร์ท ไม่ใช่ดับตลอด ตะพืดตะพือ เหมือนก่อนหน้า การดับเครื่องยนต์ไม่เพียงประหยัดน้ำมันเท่านั้น ยังลดแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ 3 สูบ จอมกระพือ ผมแนะนำว่าควรในระบบนี้เวลาขับในเมืองจะดีมาก

Nissan Almera  1.0 VL Review

ขับในเมืองมาสักระยะถึงเวลาต้องวัดอัตราประหยัด การใช้รถช่วงโควิด-19 ต้องบอกก่อนว่าเราไม่เจอภาวะรถติดเลย ถึงจะพูดแบบนั้นการขับรถด้วยความเร็วต่ำ ไม่ได้สูงกว่า 90 ก.ม./ช.ม. เรามาวัดอัตราประหยัดกัน หน้าปัดบอกขับมา 86.2 ก.ม. เราเติมน้ำมันไป 4.383 ลิตร สรุปอัตราประหยัดใช้ในเมืองที่ 19.66 ก.ม./ลิตร

ถ้าคุณสงสัยว่า มันโอเวอร์ไปไหม ใน   Bonn test Mode   ที่เราขับประจำ   Nissan Almera   มีระยะทางขับรวม 69.5 กิโลเมตร และเติมน้ำมันไป 3.408 ลิตร ได้อัตราประหยัด 20.39 ก.ม./ลิตร ถามเรา ก็ต้องบอกว่า ค่อนข้างประหยัดพอสมควร

ได้เวลาลองเดินทางไกล เนื่องจากภาวการณ์เคอร์ฟิว ค่อนข้างจำกัดจำเขียดการทดสอบรถของเรา จะเดินทางข้ามเขตก็กลัวจะมีเรื่องราวตามมาให้ปวดหัวกับทางการ เลยใช้วิธีการจำลองการเดินทางสั้นๆ ข้ามเขตแล้วกลับในวันเดียว

เราเลือกปลายทางจังหวัดนครปฐม ระยะทางไปกลับ 120 ก.ม. โดยประมาณ ผมขับออกจากบางใหญ่ วิ่งบน ถนนกาญจนาภิเษกตัดออกไปทางสุพรรณบุรี เส้นนี้ ขับไปกลับสบายๆ เป็นถนน 4 เลน ขับใช้ความเร็ว 100-120 ก.ม./ช.ม. ได้ตลอดทาง มีรถใหญ่ สิบล้อขับ อยู่มากพอสมควร ตามภาวะถนนต่างจังหวัด

เมื่อใช้ความเร็วเกิน 80 ก.ม./ช.ม. ขึ้นมา พวงมาลัยไฟฟ้าเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้น ช่วยให้รถไม่หวิว การบังเลี้ยวยังมีจังหวะฟรีนิดเดียวเผื่อใจบ้าง ให้ความผ่อนคลายในยามขับขี่

ช่วงล่างเองพอขับเร็วๆ รู้สึกแน่นหนึบให้ความเฟิร์ม ทั้งที่ตลอดการทดสอบเติมลมยางตามมาตรฐานโรงงานระบุ มาค่อนข้างแข็ง (38 Psi   ทางด้านหน้า ด้านหลัง 35 PS) เวลาผ่านหลุมบ่อ ก็จะมีอาการกระเด้งบ้างเล็กน้อย ตามสูตรรถยางแข็ง หากก็ไม่น่ากลัว หรือสะดุ้งสะเทือนเท่าไรนัก ให้ความมั่นใจในการขับขี่ ทั้งความเร็วต่ำและความเร็วสูง

ยามคุณบ้าระห่ำเข้าโค้งด้วยความเร็วก็เอาอยู่หมัดสบายใจได้ มันทำได้ดีในระดับน่าพอใจ ทนความระห่ำของนักขับได้ ระบบควบคุมการทรงตัวเองตอบสนองไว กรณีมีการลื่นไถล แต่อย่าได้เปรียยบเทียบกับรถแต่งทำช่วงล่างหรือ รถสปอร์ตราคาหลายล้านบาท

ส่วนที่น่าเป็นห่วงถ้าคุณกะซื้อ  Nissan  Almera   มาซิ่ง คือ ชุดยางประหยัด จาก   Bridgestone EP150  ไม่ได้ประเสริฐเกาะถนนมากมาย ตามสูตรยางประหยัดเน้นขับชิลๆ ทั่วไป แถมในหลายจังหวะปุ่ม  Sport   ก็ดูจะใช้งานยากไปนิด เมื่อต้องการกดใช้ จนเสียสมาธิการขับ ให้แนะนำควรหาล้อและยางใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่านี้

หันถามคนนั่ง …. นั่งสบายเปล่า? เจ้าตัวบอกนั่งสบาย ก่อนหน้านี้ตลอดหลายวันได้ลองโดยสารตอนหลัง ท่าเอนเล็กน้อย นั่งสบายไม่ส่ายไม่เหวียงจนมึนหัว สิ่งเดียวที่เหมือนจะดูขาดไปใน  Nissan Almera   ก็คือ ที่พักแขนให้ผู้โดยสารตอนหลัง และจะดีกว่านี้อีกถ้ามีช่องแอร์ตอนหลัง รวมถึงภายในห้องโดยสารหุ้มหนังตอบลูกค้า

เครื่องยนต์สามสูบขับทางไกลไม่รู้สึกว่าอ่อนแรงเหนื่อยล้า รอบเดินกระฉับกระเฉงพอตัว ผิดกับขับในเมือง จะ ขับดีอย่างน่าประหลาดใจ เหลียวมามองเรือนไมล์ ใช้ความเร็ว 110 ก.ม./ช.ม. รอบเครื่องวิ่งอยู่เพียงราวๆ 1900 รอบต่อนาที เท่านั้น เร่งขึ้นไป 120 ก.ม./ช.ม. รอบเครื่องวิ่งเพิ่มขึ้น ทะลุไปที่ 2,100 รอบต่อนาที เท่านั้น ถือว่าไม่มากมายอย่างที่หลายคนคิด

Nissan Almera  1.0 VL Review

การใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำเวลาเดินทางไกล ทำให้ได้ความเงียบอีกทาง การอยู่ต่ำกว่า ณ จุดเทอร์โบเริ่มทำงาน ทำให้มันได้ความประหยัด และความต่อเนื่องแรงบิด แถมเวลาเร่งแซง คุณไม่รู้สึกกระชากมากมายนั่งไม่สบาย เพียงเดินคันเร่งลึกๆ ให้เทอร์โบทำงาน เวลาเร่งแซง ก็ทันอกทันใจกระปรี้กระเปร่าขึ้นเห็นๆ

ถ้าไม่ทันใจอีกก็กดโหมดสปอร์ต ความรู้สึกจะคล้ายกับการใช้ปุ่ม   Over Drive   ชุดเกียร์จะทดลงลากรอบแรงขึ้น ไวกว่าในโหมดปกติ  เรื่องความประหยัดยังได้ใจ เราวัดอัตราประหยัดได้ 18.37 ก.ม./ลิตร  

มองภาพรวม ผมว่าเครื่องยนต์บล็อกนี้ไม่ได้ขี้เหร่ กว่าคู่แข่ง และ ใช่เรี่ยวแรง มันน้อยกว่า  ในมุมผม ความสบายในการขับขี่และเป็นมิตรเวลาเร่งทำให้เครื่องยนต์ของ Nissan Almera ถูกจริตการใช้งานใครหลายคน ไม่ต้องหวือหวาเร่งแรงกระแทกหลังติดเบาะ เพียงแหย่คันเร่งจิ้มๆไป แวบเดียว ไต่ไปถึง 120 ก.ม./ช.ม. สบายๆไม่เหนื่อยเหมือนเครื่อง 1.2 ลิตร ตัวเดิม จนอาจจะต้องเปิดเมมเบอร์ค่าใบสั่งกับพี่ตำรวจ ถ้าขับแบบไม่ระวังลืมดูความเร็ว

เรื่องหนึ่งที่ผมไม่ชอบใจเลยเกี่ยวกับเจ้าอีโค่คาร์ซีดานคันนี้ คือโครงสร้างตัวรถ อ่อนไหวไปนิดปะทะทางด้านข้าง เหมือนเป็นโชคร้ายของอัลเมร่า ในวันท้ายๆ การทดสอบ เผอิญพายุฤดูร้อนเข้าพอดี ผมขับไปย่านอยุธยา ขับตรงๆ ไปตามทาง ปราฎลมข้างพัดแรงพาเอาวูบไปนิด พวงมาลัยเป๋ไปหน่อย จนต้องคัดอย่างทันควัน

ผมว่า ถนนตรงนั้นคงขวางลมด้วยเพราะมันตัดผ่านกลางทุ่งนา ลมที่พัดมาหาตัวรถจึงค่อนข้างแรง จนมีอาการเป๋ ต้องจับพวงมาลัยให้มั่นขับไปคัดไป ราวกับขับรถ   MPV   มองในอีกมุมด้วยความเป็นรถเก๋ง ก็ไม่น่าจะกินชมลมอะไรมากขนาดนั้น

ให้วิเคราะห์ผมว่าปัญหาอยู่ที่การออกแบบตัวรถทางด้านข้างช่วงประตูมีความโค้งไม่มาก และ แถมยังเป็นทรงตัด ทำให้เวลาคุณขับไปเจอลมพัดข้างจึงกินลมเต็มๆ

ยังดีความเตี้ยของรถช่วยบรรเทาอาการเป๋เวลาลมปะทะข้าง แต่ยังไงเสียพวงมาลัยจะมีอาการเป๋เนืองๆ จนต้องคัดช่วยอยู่บ้าง ผมไม่แน่ใจว่า ที่ผมเจอหนักด้วยเพราะ เติมลมยางตามค่าโรงงานหรือเปล่า มันอาจจะดีกว่านี้ถ้าลดลมยางเติมแบบปถุชน ไม่แข็งขนาดนี้ก็เป็นไปได้

ส่วนพวกระบบความปลอดภัย เท่าที่ใช้ตลอดการทดสอบ มันใช้งานได้ดี เพียงอยากจะบอกว่า คุณอย่าหวังอะไรมากจากมันนัก ใครคิดว่าเฮ้ย ระบบความปลอดภัยต้องเจ๋งรถราคาหลายล้านบาท คุณก็รู้ใช่ไหมว่ามันเป็นไปไม่ได้

ระบบความปลอดภัยของนิสสันเท่าที่ลองขับ จะเตือนด้วยเสียง 2 จังหวะ และแสดงผลบนหน้าจอ  TFT   ในหน้าที่เป็นค่ารวมการเดินทาง จะบอกเลยว่าเตือนเรื่องอะไร โดยอาศัยแสงไฟเป็นไฮไลท์ ณ กรณีที่เตือน บนสัญลักษณ์ ตัวรถเล็กๆ บนหน้าจอ ซึ่งความจริง คงไม่มีใครสังเกตเท่าไร

กลายเป็นว่า ส่วนที่ใช้ดีที่สุด ผมกลับยกให้ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง และ กล้อง 360 องศา รอบคัน ระบบความปลอดภัยที่เหลือทำได้แค่เตือนคุณเท่านั้น ไม่ได้มีผลกับชีวิตมาก นัก

สรุป   Nissan  Almera 1.0 Turbo VL  สบายเป็นมิตร .. ถ้าไม่คิดเยอะ

ในอดีต นิสสัน เคยมีวลีเด็ดตอบลูกค้าว่า “เพื่อนที่แสนดี” …. สำหรับคนไทย รถเป็นมากกว่ายานพาหนะ มันคือเพื่อนเดิมทางพาคุณร่วมทุกข์สุข พอกพูนประสบการณ์ชีวิต

ผมมองว่า  Nissan  Almera   ไม่ได้เป็นรถที่โดดเด่นในสมรรถนะการขับขี่ อย่างที่หลายคนกระเหี้ยนกระหือรือ ถึงเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตรเทอร์โบของมัน ขุมพลังบล็อกนี้เกิดมาเพื่อตอบสนองความสามารถให้รถเล็กขับดี เมื่อคุณต้องเดินทางไกล ยามต้องเร่งแซง ให้อารมณ์จี๊ดจ๊าดขึ้น อาจไม่ได้แซ่บถึงขนาดหลังติดเบาะ

ถึงผมจะพูดแบบนี้ สมรรถนะในการขับขี่ของมันก็ใช่จะเลวร้าย สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม ได้ในเวลา 12 .0 วินาที ให้อัตราเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม. ในเวลา 9.0 วินาที ความเร็วปลายบนหน้าปัดได้ 192 ก.ม./ช.ม. จนต้องพูดว่าหลือเฟือในการใช้งาน

ส่วนระบบกันสะเทือนให้ความรู้สึกแน่นหนึบ แอบมีติดกระด้างบ้างในบางจังหวะ มาจากลมยางที่เซทมาแข็งโป้ก ระหว่างขับคุณสัมผัสได้ถึงความมั่นใจของช่วงล่างในทุกท่วงท่า ไม่ว่าจะขับด้วยความเร็ว เข้าโค้ง  หรือฉวัดเฉวียนไปมาบนถนน

สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกว่ากลายเป็นจุดอ่อนในรถคันนี้ คือ โครงสร้างของมันหลายครั้งจอดริมถนน รถสิบล้อวิ่งผ่าน รู้สึกถึงความอ่อนไหวของมัน ไปจนถึงกรณีที่ผมเจอลมพับสอบทางด้านข้างจนรถเป๋ ทั้งที่ช่วงล่างยังมั่นใจ กลายเป็นเรื่องที่ผมค่อนข้างหวั่นใจในรถคันนี้  และอยากให้ใครที่ซื้อต้องขับระวัง โดยเฉพาะ บนทางด่วนบางแห่งที่มีกระแลมแรง ต้องให้ความระมัดระวังสูงกว่าขับปกติ

Nissan Almera  1.0 VL Review

นอกจากนี้เรื่องการจัดวางตำแหน่งปุ่มต่างๆ รถคันนี้ ยังต้องมีการปรับปรุงบางจุด โดยเฉพาะปุ่มสปอร์ตที่ปลายคันเกียร์ ควรต้องปรับปรุงอย่างแรง เพราะใช้งานไม่สะดวกจริงๆ

แน่นอนจุดที่ขายได้ของมัน คือ การออกแบบสะกดตาต้องใจใครหลายคน ตั้งแต่แรกเห็น คุณรู้สึกถึงรถที่จะมีความสปอร์ต ทันสมัย ตั้งแต่หน้าจรดท้าย ผมรู้สึกชอบมาก ๆ

รวมถึงต้องยอมรับว่า เทียบกับคู่แข่ง   Nissan  Almera   เป็นรถที่มีออพชั่นต่างมาคุ้มค่ามากมาย ทั้งความปลอดภัย ความทันสมัย หรือของเล่นกระจุกกระจิก ถูกใจใครหลายคน จนโจทย์รถคันนี้กลายเป็นรถอีโค่คาร์พันเทอร์โบคุ้มค่าน่าใช้งาน ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้

ถ้าให้เต็มสิบ ผมจะให้คะแนน  นิสสัน อัลเมร่า ประมาณ 8/10 มันเป็นรถที่มีจุดขาย อีโค่คาร์ที่มีความสปอร์ตสุดในตลาด ออพชั่นต่างให้มาครบเครื่อง เพียงแค่อย่าหวังมากกับเครื่อง 1.0 เทอร์โบ ใช่สมรรถนะ มันดีกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับเหว หลังจากขับ สมรรถนะรถคันนี้เกิดมาเพื่อให้ใช้งานนอกเมืองดีขึ้น และขับประหยัดมากขึ้นในเมืองด้วย

ถ้านั่นคือสิ่งที่ คุณมองหาจากรถสักคัน  มันคือตัวเลือกที่ดีที่สุดในราคาคุ้มค่า ที่เงินในกระเป๋าพอจะหาซื้อได้  

ขอบคุณ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้อรถทดสอบ  Nissan  Almera   มาให้ทีมงานได้ลองสัมผัสกัน 

 



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments