Ford Ranger Raptor 2022 เผยโฉมประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง

แบ่งปันเรื่องนี้

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เผยโฉม Ford Ranger Raptor 2022 เจเนอเรชันใหม่ ครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงรุ่นที่สอง พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงเพื่อผู้หลงใหลการขับขี่ออฟโรดตัวจริง

Ford Ranger Raptor 2022 เจเนอเรชันใหม่ ได้รับการพัฒนาโดยทีม Ford Performance ให้เป็นที่สุดแห่งรถกระบะออฟโรดที่ทรงพลังที่สุดในตระกูลเรนเจอร์ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ทันสมัยมากขึ้น ควบคุมการทำงานของตัวถังที่แข็งแกร่งและเหนือชั้นยิ่งขึ้น Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ จึงเป็นรถกระบะตระกูล Ranger ที่อัดแน่นด้วยสมรรถนะขั้นสูงสุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนา

“เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถกระบะสมรรถนะสูงตัวจริงด้วย Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่” มร. เดฟ เบิร์น หัวหน้าวิศวกร ทีม Ford Performance โครงการพัฒนา Ford Ranger Raptor กล่าว “รถกระบะคันนี้จะมาพร้อมความเร็วที่เพิ่มขึ้น รูปโฉมที่สะดุดตา และอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ใหม่มากมาย จึงเรียกได้ว่าเป็นรถกระบะเกิดมาแกร่งที่สมบุกสมบันที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนา”

อีกขั้นของขุมพลัง

ข่าวใหญ่ที่สุดสำหรับแฟนรถสมรรถนะสูง นั่นคือการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร EcoBoost V6 เทอร์โบคู่ ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 397 PS ที่ 5,650 รอบต่อนาที และแรงบิด 583 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 2.0 ลิตรจะยังคงมีอยู่ใน Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ ที่จะวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2566 รายละเอียดรถสำหรับแต่ละประเทศจะแจ้งเมื่อใกล้ถึงกำหนดการเปิดตัว

เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร EcoBoost V6 เทอร์โบคู่ ใช้เสื้อสูบกราไฟต์ที่มีขนาดกะทัดรัด เมื่อเทียบกับเสื้อสูบเหล็กหล่อทั่วไปจะมีความแข็งแรงมากกว่าถึง 75 เปอร์เซ็นต์ และทนทานกว่าถึง 75 เปอร์เซ็นต์ โดยทีม Ford Performance ได้ออกแบบเพื่อให้เครื่องยนต์ตอบสนองกับการเร่งความเร็วได้อย่างฉับไว พร้อมระบบป้องกันการรอรอบแบบที่ใช้ในรถแข่งเพื่อมอบอัตราเร่งทันใจ    

ระบบป้องกันการรอรอบ(Anti-Lag System – ALS) เป็นส่วนหนึ่งของโหมดบาฮา ใน Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ จะรักษาการหมุนของเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ความเร็วสูงต่อไปอีกถึง 3 วินาที หลังจากผู้ขับขี่ปล่อยคันเร่ง รถจึงคืนความเร็วได้ทันใจขณะเร่งออกจากทางโค้ง หรือระหว่างการเปลี่ยนเกียร์

“เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตรทำให้ Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ จะเป็นรถที่ตอบโจทย์คนรักรถออฟโรดสายฮาร์ดคอร์ที่ต้องการรถสมรถนะสูงอย่างแน่นอน” เดฟ กล่าว “อัตราเร่งที่ทรงพลังและสมรรถนะเต็มพิกัดของขุมพลังใหม่จะทำให้คุณสะใจแน่นอน”

เครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่จะทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ซึ่งเกียร์แต่ละสปีดได้รับการตั้งค่าเฉพาะตัวแตกต่างกัน ทำให้ Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ พร้อมเอาชนะทุกเส้นทางหฤโหด ไม่ว่าจะเป็นกรวด ดินลูกรัง โคลน หรือทราย และด้วยระบบท่อไอเสียควบคุมไฟฟ้าพร้อมโหมดปรับเสียงให้เลือกได้ถึง 4 โหมด (โหมดเงียบ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต และโหมดบาฮา) ผู้ขับขี่จึงปรับระดับความดังเสียงท่อไอเสียของ Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ ให้มีความนุ่มนวลไปจนถึงเสียงกระหึ่มเร้าอารมณ์ได้ตามต้องการ

ผู้ขับขี่สามารถเลือกระดับความดังของท่อไอเสียได้เพียงกดปุ่มบนพวงมาลัย หรือเลือกโหมดการขับขี่ดังต่อไปนี้

  • โหมดเงียบ – ออกแบบมาเพื่อตั้งค่าให้ท่อไอเสียเงียบมากกว่าการอวดสมรรถนะ เหมาะสำหรับการสตาร์ทรถตอนเช้าตรู่ เพื่อลดเสียงรบกวนเพื่อนบ้านหรือผู้คนในชุมชน
  • โหมดปกติ – สำหรับใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ไม่ดังเกินไปสำหรับการขับบนท้องถนน โดยจะเป็นค่าเริ่มต้นกับการขับขี่โหมดปกติ โหมดถนนลื่น โหมดโคลน และโหมดหิน
  • โหมดสปอร์ต – มอบเสียงดังกระหึ่มขึ้น เมื่อต้องการเพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจยิ่งขึ้น
  • โหมดบาฮา – โหมดเสียงที่อวดความแรงสูงสุดทั้งความดังและความทุ้ม เสมือนระบบต่อตรงออกแบบมาสำหรับการขับขี่ออฟโรดเท่านั้น

ความแกร่งเพื่อทุกสภาพแวดล้อมสุดหฤโหด

Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ ใช้แชสซีอันเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจาก Ford Ranger เจเนอเรชันใหม่ โดยเพิ่มการประกอบและอุปกรณ์เสริมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสาซี กระบะท้าย ล้ออะไหล่ ไปจนถึงโครงรถแบบพิเศษที่พร้อมรองรับแรงกระแทกจากกันชน ขายึดโช้ค และฐานยึดโช้คหลัง ทั้งหมดนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่า Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ พร้อมตะลุยเส้นทางออฟโรดสุดแสนหฤโหด

รถออฟโรดสมรรถนะสูงอย่าง Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ ต้องใช้ช่วงล่างที่แกร่งเพียงพอ ช่วงล่างของรุ่นนี้จึงได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ด้วยปีกนกบนและล่างใหม่ที่ทำจากอลูมิเนียมที่แข็งแรง แต่มีน้ำหนักเบา รวมถึงระบบกันสั่นสะเทือนที่มีระยะยืดยุบสูง พร้อมวัตต์ลิงก์ด้านหลังที่พัฒนามาเพื่อให้เจ้าของรถขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนถนนขรุขระได้อย่างมั่นใจ

“การพัฒนาระบบช่วงล่างใหม่ของ Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ ใช้ประโยชน์สูงสุดจากโช้คแบบ Live Valve ของ FOX ระบบช่วงล่างของรถปรับได้แบบเรียลไทม์เพื่อประสบการณ์การขับขี่ทางเรียบที่เหนือระดับ ในขณะที่ยังสามารถซับแรงกระแทกจากพื้นผิวขรุขระและทางลูกรังในการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างง่ายดาย ช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น” เดฟ กล่าว

องค์ประกอบสำคัญของรถที่ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกจากลูกกระโดดและหลุมบ่อ คือระบบกันสะเทือน FOX แบบไลฟ์ วาล์ว Internal Bypass ขนาด 2.5 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยช่วยลดการสะเทือนตามการเคลื่อนไหวของรถ นับว่าได้ว่าระบบกันสะเทือนนี้ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยใช้ใน Ford Ranger Raptor นอกจากนี้ ฟอร์ดยังเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นผสม Teflon™ ที่ลดการเสียดสีลงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ Ford Ranger Raptor รุ่นก่อนหน้านี้”  

ขณะที่ส่วนฮาร์ดแวร์ผลิตโดย FOX แต่ทีม Ford Performance คือผู้รับหน้าที่ปรับจูนและพัฒนาโช้คอัพรุ่นนี้โดยผสมผสานการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในงานด้านวิศวกรรม (Computer-Aided Engineering หรือ CAE) และการทดสอบรถในสถานการณ์จริง ตั้งแต่การปรับการทำงานของสปริงไปจนถึงการกำหนดความสูง การปรับแต่งวาล์ว และการออกแบบระดับการยืด-หดของโช้ค เพื่อสร้างความสมดุลที่สมบูรณ์แบบที่สุด มอบทั้งความสะดวกสบาย การควบคุมรถ ความมั่นคง และการยึดเกาะถนนทั้งบนทางเรียบและเส้นทางออฟโรด

ระบบช่วงล่างแบบ ไลฟ์ วาล์ว Internal Bypass ยังได้รับการปรับแต่งให้มอบความสบายบนทางเรียบ และประสิทธิภาพการขับขี่ออฟโรดทั้งแบบความเร็วสูงและความเร็วต่ำได้ โดยทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ใหม่ ที่ผู้ขับขี่เลือกได้เอง

นอกจากการทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ต่างๆ แล้ว ระบบดังกล่าวยังเตรียมความพร้อมให้ตัวรถในการตะลุยพื้นที่ได้หลากหลาย โดยเมื่อโช้คได้รับแรงกด ระบบบายพาสจะทำงานเพื่อตอบสนองและช่วยซับแรงได้อย่างพอเหมาะ และผลักแรงกลับไปเมื่อโช้คมีการคืนตัวเต็มที่

ระบบป้องกันการหดตัวค้าง (Bottom-Out Control) ของ FOX ที่ได้รับการพิสูจน์จากสนามแข่งช่วยสร้างแรงหน่วงสูงสุดในระยะ 25 เปอร์เซ็นต์สุดท้ายของการหดตัว เพื่อป้องกันไม่ให้โช้คค้าง ในทำนองเดียวกัน ระบบดังกล่าวยังช่วยชะลอการหดตัวของโช้คหลัง เพื่อไม่ให้รถกระแทกแรงเกินไปขณะเร่งความเร็ว เพิ่มความมั่นคงในการขับขี่มากขึ้น เมื่อระบบกันสะเทือนสร้างแรงหน่วงในปริมาณที่พอเหมาะในทุกการเคลื่อนไหวของรถ Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ จึงยึดเกาะพื้นผิวได้ดีทั้งบนถนน และเส้นทางสมบุกสมบัน

สมรรถนะในการฟันฝ่าเส้นทางที่ท้าทายของ Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ ยังมาจากการติดตั้งแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถที่มีขนาดใหญ่เกือบ 2 เท่าของขนาดปกติที่ใช้กับฟอร์ด เรนเจอร์ อีกทั้งยังทำขึ้นจากเหล็กเหล็กที่มีความแข็งแรงหนา 2.3 มิลลิเมตร เมื่อประกอบเข้ากับแผ่นปิดใต้เครื่องยนต์และชุดเกียร์จึงช่วยปกป้องชิ้นส่วนสำคัญ อาทิ หม้อน้ำ ระบบบังคับเลี้ยว คานด้านหน้า อ่างน้ำมันเครื่อง และชุดเฟืองได้ดีเยี่ยม

ตะขอลากจูงคู่หน้าและหลังทำให้รถพร้อมลุยในเส้นทางออฟโรดทุกสถานการณ์ ให้ผู้ขับขี่เลือกใช้ตะขอใดตะขอหนึ่งเป็นจุดยึดสายลากจูงได้ ในกรณีที่ตะขออีกด้านเข้าถึงได้ยาก ขณะเดียวกันก็เพิ่มความสมดุลด้วยการใช้สายลากจูงสองเส้นเพื่อดึงรถขึ้นจากหลุมทรายลึกหรือหล่มโคลนได้

ควบคุมดีเยี่ยมบนทุกสภาพถนน

นับเป็นครั้งแรกที่ Ford Ranger Raptor มาพร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบตลอดเวลา โดยใช้ระบบเกียร์ไฟฟ้าใหม่ที่ปรับได้ 2 ระดับ และยังมาพร้อมระบบควบคุมเฟืองท้ายคู่หน้าและหลัง แบบ locking differentials ครั้งแรก นับเป็นคุณสมบัติที่ตอบโจทย์คอออฟโรดตัวจริง

“Ford Ranger Raptor ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งบนทะเลทรายก็จริง แต่ก็นับเป็นรถเพื่อการเดินทางผจญภัยที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบอเนกประสงค์ด้วย เราจึงสร้าง Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ จากโรงงานให้เป็นรถกระบะออฟโรดเพื่อการเดินทางพร้อมลุยในทุกเส้นทางที่ปลอดภัย โดยที่คุณไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติม” เดฟ กล่าว

สิ่งที่ช่วยให้ Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ พร้อมลุยทุกสภาพพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ เส้นทางโคลนหรือทางลูกรัง คือโหมดการขับขี่เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย รวมไปถึงโหมดขับขี่ความเร็วสูงบนทางออฟโรดอย่าง ‘โหมดบาฮา’ ซึ่งระบบไฟฟ้าทั้งหมดปรับให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด

“เราต้องการให้โหมดบาฮาเป็นตัวแทนขั้นสุดของการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูง” เดฟ กล่าว “ฟีเจอร์นี้เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ลูกค้า Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ คาดหวัง” โหมดการขับขี่แต่ละโหมด จะควบคุมการตั้งค่าการทำงานส่วนต่างๆ ของรถโดยละเอียด ตั้งแต่เครื่องยนต์ เกียร์ ความไวในการใช้ระบบเบรกอัตโนมัติ (ABS) การประมวลผล การยึดเกาะถนน ความมั่นคง ระบบท่อไอเสีย พวงมาลัย การตอบสนองต่อการเร่งเครื่อง ไปจนถึงการแสดงผลบนแผงหน้าปัดรถยนต์ และจอทัชสกรีน นอกจากนั้น สีของแผงหน้าปัดยังปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการขับขี่แต่ละโหมดอีกด้วย

โหมดการขับขี่ทางเรียบ

  • โหมดปกติ – ออกแบบมาเพื่อความสบาย ประหยัดเชื้อเพลิง และขับขี่สะดวก
  • โหมดสปอร์ต – ออกแบบมาให้ตอบสนองไวขึ้นสำหรับการขับขี่บนถนนอย่างสนุกสนาน
  • โหมดทางลื่น – ออกแบบมาให้ผู้ขับมีความมั่นใจในการขับขี่บนถนนลื่นหรือพื้นถนนที่ไม่สม่ำเสมอ

โหมดการขับขี่ออฟโรด

  • โหมดหิน – มอบการยึดเกาะและการทรงตัวที่เหนือชั้นบนพื้นผิวที่ลื่นไถลได้ง่าย
  • โหมดทราย – สำหรับใช้ขับบนพื้นทรายหรือหิมะ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งกำลังและการเปลี่ยนเกียร์
  • โหมดโคลน – เพิ่มศักยภาพในการยึดเกาะขณะออกตัว และรักษาการทรงตัวของรถ
  • โหมดบาฮา – เปลี่ยนเข้าสู่การขับขี่ด้วยความเร็วสูงเต็มสมรรถนะ โดยปรับทุกระบบให้พร้อมสำหรับการลุย

Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ ยังมาพร้อมระบบควบคุมความเร็วสำหรับการขับขี่ออฟโรด (Trail Control™) ทำหน้าที่เสมือนระบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติสำหรับการขับขี่ออฟโรด ผู้ขับขี่สามารถเลือกความเร็ว (ไม่เกิน 32 กิโลเมตร/ชั่วโมง) รถจะควบคุมการเร่งความเร็วและการเบรก ผู้ขับขี่เพียงจดจ่อกับการบังคับควบคุมพวงมาลัยเพื่อฝ่าเส้นทางสุดท้าทายได้ง่ายขึ้น

การออกแบบที่ทรงพลัง

Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ภายนอกดุดัน สมกับสมรรถนะที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ทั้งซุ้มล้อที่ใหญ่ขึ้นเพิ่มความกว้างของรถ ไฟหน้าใหม่รูปตัว C อันเป็นดีเอ็นเอของรถกระบะฟอร์ด ตัวอักษร F-O-R-D ขนาดใหญ่บนกระจังหน้า และกันชนที่เป็นอิสระจากกระจังหน้า

“ทุกส่วนประกอบออกแบบมาเพื่อ Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ โดยผ่านการวางแผนมาอย่างดี” มร. เดฟ ดูวิทท์ ผู้จัดการฝ่ายออกแบบภายนอก Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ กล่าว “เพียงแค่มองรูปลักษณ์ภายนอก คุณจะรับรู้ได้ทันทีว่ารถคันนี้เป็นรถยนต์ออฟโรดสมรรถนะสูง”

ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Day-time running lights) แบบแอลอีดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่องสว่างขึ้นอีกระดับ โดดเด่นด้วยไฟเลี้ยวแบบไดนามิก ไฟสูงแบบตัดแสงและการปรับระดับแสงแบบอัตโนมัติเพื่อให้แสงสว่างที่ปลอดภัยต่อผู้ขับขี่ รวมถึงผู้สัญจรที่ขับสวนทาง

ล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมยางออลเทอร์เรน BFGoodrich® KO2® ให้ความเท่และดุดันภายใต้ซุ้มล้อที่สะดุดตา ช่องลมข้างบังโคลนนอกจากความสวยงามและยังมีประโยชน์ด้านอากาศพลศาสตร์เช่นเดียวกับการออกแบบพื้นผิวทั้งหมด บันไดข้างดีไซน์ใหม่ทำจากอลูมิเนียมที่แข็งแรง ช่วยเสริมรูปลักษณ์และฟังก์ชันการใช้งานให้กับรถ ส่วนด้านหลังใช้ไฟท้ายแบบแอลอีดีกลมกลืนกับไฟหน้า กันชนหลังสีเทาเข้มมีบันไดเหยียบเพื่อขึ้นกระบะท้าย และชุดลากในตัวที่ติดตั้งในตำแหน่งสูงเพื่อเพิ่มมุมจาก โดยรายละเอียดของอุปกรณ์แตกต่างกันไปในแต่ละตลาด

การออกแบบภายในยังคงสื่อถึงพลังและความดุดันของการเป็นออฟโรดสมรรถนะสูงเช่นเดียวกับการออกแบบตัวถังภายนอก ห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยใช้เบาะที่นั่งแบบสปอร์ต ทั้งเบาะหน้าและหลัง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบ มอบทั้งความสบายและกระชับแม้รถวิ่งด้วยความเร็วบนทางโค้ง

การตกแต่งรายละเอียดด้วยสีส้ม ‘โค้ด ออเรนจ์’ บนแผงหน้าปัด การตัดขอบชิ้นส่วนหลักๆ ในห้องโดยสาร รวมถึงบนเบาะที่นั่งแบบสปอร์ต ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นอีกเมื่อเปิดไฟส่องสว่างสีอำพันอบอุ่นภายในห้องโดยสาร เสริมความหรูหราอีกขั้นด้วยพวงมาลัยหนังเกรดพรีเมียมจับกระชับมือพร้อมแถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัยหรือ On- centre mark และแป้นแพดเดิลชิฟต์เคลือบแมกนีเซียม

ห้องโดยสารของ Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันใหม่ ทำงานด้วยระบบดิจิทัลทั้งหมด ด้วยแผงหน้าปัดความชัดเจนสูงขนาด 12.4 นิ้ว และหน้าจอแบบสัมผัสตรงกลางขนาด 12 นิ้ว แสดงผลการเชื่อมต่อและระบบความบันเทิงผ่านระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A®  รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ระบบเสียง Bang & Olufsen®iiii 8 ตำแหน่ง มอบประสบการณ์เสียงเหนือระดับระหว่างการผจญภัยครั้งใหม่

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments