เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เหล่าผู้ชื่นชอบความเร็ว มักอยากให้ผู้ผลิตนำตัวแข่งมาปรับแต่งใหม่ จนสามารถเอาไปวิ่งกรีดกรายบนถนนอย่างถูกกฏหมายได้ แล้วถ้าความฝันนั้น อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับ Ford Mustang GT3 ล่ะ ?

หลังการเปิดตัวโฉมใหม่ เจเนอเรชันใหม่ไปเมื่อปีก่อน ตอนนี้ Ford ก็ได้เริ่มโปรโมทร่างตัวแข่งระดับ GT3 ของ Mustang รุ่นล่าสุดแล้ว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่ผู้บริหารสูงสุดของแบรนด์อย่าง Jim Farley จะมีความเคลื่อนไหวต่างๆที่เกี่ยวกับมันบ้าง บนโลกโซเชียลเนทเวิร์คของตนเอง

แต่จุดที่น่าสนใจก็คือ ในการโพสต์ทวิตเตอร์ล่าสุดของ Farley (Jim Farley on Twitter: “Volume ⬆️ Mustang GT3 test run at Sebring. Holy cow! https://t.co/LWnA9Eop3Y” / Twitter) ไม่ได้มีแค่เพียงการอัพโหลดคลิปขณะที่ Mustang GT3 ของแบรนด์ กำลังถูกนำไปทดสอบในสนาม Sebring International Raceway รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกับสุ้มเสียงสุดดุดันจากเครื่องยนต์ V8 5.0 ลิตร เท่านั้น

ทว่าเจ้าตัวยังได้มีการขึ้นแคปชันเอาไว้ด้วยว่า “Should we make a road version?” หรือ “เราทำร่างวิ่งถนนของมันออกมาด้วยดีมั้ย?” ราวกับว่าจะเป็นการจั่วหัวเพื่อเก็บข้อมูลความต้องการจากลูกค้า ว่ามีแนวโน้มความต้องการมากแค่ไหน หากพวกเขาจะทำ Mustang GT3 ร่างวิ่งถนนออกมาจริงๆ

ทั้งนี้ มันก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยเสียทีเดียว เพราะแต่เดิม ตัวแข่ง GT3 ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวแข่งที่ยังคงมีความใกล้เคียงจากรถร่างขายจริงอยู่ไม่น้อย จะเป็นรองก็แค่เพียงตัวแข่งคลาสล่างกว่าอย่าง GT4 เท่านั้น

กล่าวคือ หากให้สรุปแบบง่ายๆ ในขณะที่ตัวรถ GT4 จะมีความแตกต่างจากรถร่างปกติ ในส่วนของการเพิ่มระบบความปลอดภัยในสนามแข่ง อย่างการติดตั้งโรลเคจภายในห้องโดยสาร บวกกับการเสริมชุดแต่งเปลือกนอกเพื่อให้ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์ขึ้นอีกเล็กน้อย แล้วเปลี่ยนชิ้นส่วนระบบช่วงล่างใหม่อีกนิดหน่อย

สิ่งที่ตัวรถ GT3 ต้องทำเพิ่มขึ้นมา คือการเพิ่มโรลเคจให้เยอะขึ้นอีกนิด เพื่อรองรับความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนความเร็วที่สูงขึ้น ปรับแต่งระบบกันสะเทือนเพิ่มเติม และปรับจูนเครื่องยนต์ใหม่อีกหน่อย แต่ที่เห็นแล้วดูอร่อยที่สุด คือการเปลี่ยนชุดชิ้นส่วนเปลือกนอกใหม่ ให้ดูดุดัน ลู่ลมกว่าเดิม และสร้างแรงกดจากลมได้มากกว่าเดิม ด้วยวิงเล็ทขนาดใหญ่ และโป่งข้างชิ้นเขื่อง

นอกนั้น ในส่วนของโครงสร้างตัวถังยังคงเดิม และด้วยความที่เครื่องยนต์ถูกปรับแต่งไปจากเดิมเพียงเล็กน้อย (ปรับจูนและเปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนเล็กๆ) จึงทำให้หากทางค่ายอยากจะนำเอาตัวรถที่ถูกปรับแต่งจนแตะระดับ GT3 ไปแล้ว มาใส่ชิ้นส่วนที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันเข้าไป แล้วทำให้มันสามารถวิ่งบนถนนหลวงได้ อาจไม่ใช่เรื่องที่ยากและเปลืองต้นทุนเท่าไหร่นัก

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างรถที่ประสบความสำเร็จกับการจับตลาดลูกค้าในลักษณะนี้ให้เห็นกันอยู่อย่างต่อเนื่องทุกปี จาก Porsche 911 GT3 อยู่แล้ว ดังนั้น หาก Ford จะทำบ้าง ถ้าลูกค้าของพวกเขาต้องการจริงๆ ก็ย่อมไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่