Ford Mustang GT V8 5.0 หนึ่งเดียว Muscle Car พันธุ์แท้

เราหลายคนที่ชื่นชอบรถยนต์ ต่างรู้จักรถสปอร์ต กันเป็นอย่างดี และหนึ่งในหลายรุ่นที่มีขายในไทย ก็มีรายชื่องของ   Ford Mustang GT  เจ้าม้าป่า   muscle Car  ของแท้จากอเมริกา ที่หาตัวจับยาก และเป็นรถตำนานแห่งยุค

ฟอร์ด มัสแตง มีชื่อเสียงจากรุ่นสู่รุ่น ในฐานรถสปอร์ตทรงพลัง พกความดุดันในเรือนร่างมาอย่างครบเครื่อง ที่ผลิตขายมาแล้วกว่า   55  ปี นับต้งแต่เปิดตัวครั้งแรก โดยในตลาด   4  ปีที่ผ่านมา จากการสำรวจของ  ณ็ฆ Makrit  เผยว่า นี่คือรถสปอร์ตคูเป้ ที่ขายดีที่สุดในโลก ติดต่อกันเป็นปีที่  4  นับตั้งแต่มีการสำรวจขึ้นมา และหลังจากที่เรา เคยนำ   Ford Mustang  2.3 Ecoboost   มาสัมผัสไปแล้ว  หนนี้เป็นเกียรติ ประวัติที่เราจะได้ลองที่สุดของม้าป่า ที่มีตัวตนขายจริงในไทย 

Ford Mustang GT V8 5.0 Review

ไม่ต้องย้อนประวัติพูดพร่ำทำเพลงให้เมื่อ มาดูตัวรถกันเลยดีกว่า   Ford Mustang GT V8 5.0 55 Aniversary   เปิดตัวในไทย เมื่อปลายปีที่แล้ว มันมาพร้อมกับ ฟอร์ดเรนเจอร์ อัพเดท โฉม กระจังหน้าใหม่  ที่เป็นข่าวคึกโครมในช่วงท้ายปี 

อันที่จริง   Ford Mustanf 55 Aniversary  เปิดตัวในต่างประเทศ ในปี 2019   ในฐานะ โฉมปี  2020เปิดตัวครั้งแรกที่ยุโรป เยอรมัน ด้วยสาเหตุว่า คนยุโรป เอาเข้าจริง จะซื้อมัสแตง เขาไม่ซื้อ อีโค่บูสต์กัน ส่วนใหญ่ ถ้าซื้อพี่เขาก็เล่นรุ่น  GT V8   กันไปเลย เจ็บแต่จบ และด้วยชื่อเสียงของฟอร์ดในเรื่องรถสมรรถนะสูง ต่อจาก Ford Focus ST  ยิ่งช่วยขยายความอยากได้เจ้าม้าป่าคันนี้

Ford Mustang GT V8 5.0 Review

เห็นตัวเป็นๆ ท่ามกลางแสงแดดครั้งนี้ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในรุ่นครบรอบ  55 ปี ดูจะเป็นการเพิ่มความดุดัน มาให้มากกว่าที่เคยด้วยการตบแต่งสีดำในหลายจุด  เริ่มจากกระจังหน้ารถที่ดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย ยังคงมาพร้อมตราม้าวิ่ง สัญลักษณ์ความซิ่งที่กลายเป็นว่า คนไทย ไปคุ้นมันมากกว่า จากกระจังหน้าแต่งของ   Ford Everest   

ไฟตัดหมอกเปลี่ยนใหม่ ยังคงเป็น   LED  แต่ถ้าไปดูเล่นจับผิดภาพกันจริง จะพบว่ามันเป็นคนละทรงกับตัวก่อน กันชนหน้าเดิม มีลิ้นกันชนหน้าชายล่างสีดำด้านมาไว้ตักอากาศ เข้าไประบายความร้อนเครื่องยนต์ 

แม้ว่าจะเป็นรถสปอร์ต ฟอร์ด ยังใส่ใจเก็บรายละเอียด เรื่องความปลอดภัยในการออกแบบรถบางจุด เช่น ไฟ Day Time Running Light  3 ขีด จะวางเอียง นั่นเพื่อให้คนเดินเท้าที่มาจากด้านข้างรถ เห็นว่า รถคันนี้กำลังวิ่งขับเคลื่อยเป็นต้น ฝากระโปรงหน้าเองก็ใส่ ถูกปรับให้ไม่สูงเกินไป เหมือนมัสแตงในอดีต 

Ford Mustang GT V8 5.0 Review

ตัวฝากระโปรงให้ความสามารถในการระบายความร้อนห้องเครื่องด้วย ช่องระบายอากาศทางด้านหน้า  

เดินมาด้านข้าง พริ้มมองตัวรถ จะเห็นว่า มัสแตง คงเอกลักษณ์ของความเป็น   Muscle Car   ไว้อย่างเหนียวแน่น ประการแรก รถคันนี้จะไม่เตี้ยมากจนเกินไป ระยะต่ำสุดจากพื้น เพียง  144  มม. เท่านั้น  

ส่วนตัวรถมีความยาว รวม   4,789 มม. กว้าง  1,916  มม. ไม่รวมกระจกมองข้าง ตัวรถสูงเพียง 1,382 มม. ทรงรถ  ก็ไม่ใช่คูเป้ จ๋าๆ แบบรถหลายรุ่น มันถูกผสมด้วยทรงความเป็นท้ายลาด ให้รู้สึกดูซิ่งมากขึ้น ช่วงฝากระโปรงหน้า จะยาวเป็นพิเศษ จน คนขับ มานั่งอยุ่ตรงกลางของรถ นับเป็นความพิเศษของฟอร์ด มันสแตงข้อหนึ่งที่สำคัญ 

จากด้านหน้ามาดูทางด้านข้าง เจ้าม้าป่า ฉลอง  55 ปี นั้น ตบแต่งด้วยล้ออัลลอยสีดำขนาด  19   นิ้ว ทางด้านหน้า ล้อมีความกว้างขนาด  9  นิ้ว ให้ยางขนาด   255/40/R19   ส่วนทางด้านหลังปรับจัดทรงตามสไตล์ รถขับเคลื่อนล้อหลัง ด้วยชุดล้อที่มีหน้ากว้างกว่า ให้ความกว้าง   9.5   นิ้ว ใส่ยาง   275/40/R19  มาด้วย หนนี้ จากที่สำรวจเปลี่ยนมาให้ยาง   Michelin Pilot sport 4 ทั้งชุด ดูครบเครื่องความลงตัว 

Ford Mustang GT V8 5.0 Review
ทรงรถของ Ford Mustang ถูกเรียกจริง ว่า คูเป้ Fast Back

ด้านหลัง โดดเด่น ด้วยชุด สปอร์ยเลอร์หลัง ติดตัวมาด้วย ฝาท้ายยังคงเปิดใช้งานได้ ณ จุดเดิม ต้องเอื้อมลงไปช่วงป้ายทะเบียน ที่เปลี่ยนไป คือ ตราฝาท้าย จากตราม้า เหมือนทางด้านหน้า ก็จะเปลี่ยนเขียนคำว่า   GT  บ้านเราจะได้ไฟท้ายแบบใส ด้วยความนิยมจาก

แม้ในอดีต   Muscle car   จะไม่ค่อยใส่ใจกับการให้รายละเอียดตามหลักอากาศพลศาสตร์เข้าว่า แต่หลังๆ มาต้องยอมรับว่ามีการพัฒนาไปเยอะหลายจุด มันไมใช่เพียงแค่ การเพิ่มสปอร์ยเลอร์หลัง เพื่อเพิมแรงกด ในระหว่างที่รถกำลังฮ้อด้วยความเร็วเท่านั้น

มัสแตงใหม่ ยังมการออกแบบหลังคาใหม่เป็นพิเศษ ที่ทำให้ลมผ่านตัวมันไปได้ง่ายและรวมเร็ว ที่กระจกมองข้าง จะมีตุ่มรีดอากาศ เพื่อ เพิ่มความปราดเปรียว รวมถึงทรงกระจกมองข้าง ที่ทำออกมาเพื่อความเพรียวลมสูงสุด ด้วยความต้องการให้รถดูปราดเปรียวเน้นความเร้ว กระจกมองข้างก็เลยมีขนาดเล็ก จนดูไม่เหมาะกับตัวรถ ที่มีขนาดใหญ่โตมโหราฬ  มีนักรีวิวหลายคนที่ได้รถคันนี้ไปขับก่อนผม พูดไปในทางเดียวกันว่า กระจกมองข้างเล็กเกินไป 

ในความเห็นส่วนตัวผม กลับรู้สึกว่าเหมาะสม เอาเข้าจริง เวลาขับรถด้วยความเร็ว กระจกมองข้างไม่ได้มีความจำเป็นเสียด้วยซ้ำไป  คุณจะโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ที่อยู่ข้างหลัง ใครที่ขับรถเร็วส่วนใหญ่จะเป็นเช่นนี้ เว้นในเวลานั้น คุณขับรถชิลๆ เอามัสแตงไปทานข้าวกับแฟน ขับชิลๆ เมื่อนั้น อาจจะค้นพบว่า เออ กระจกข้างมันแลดูจะเล็กไปจริงๆ นั่นแหละ 

ก้าวเข้ามาในห้องโดยสาร ตัว   55 ปี ถามว่า ต่างจากตัวเดิมอย่างไร ก็จะเป็นการตบแต่งที่ทางฟอร์ด การตบแต่งด้วยอลูมิเนียม

ด้านเบาะนั่งเป็นของ   Recaro  ให้มาเป็นทรงสปอร์ต   Bucket  Seat   จากโรงงาน ตัวเบาะฝั่งคนนั่ง แอบมีขนาดเล็กกว่าฝั่งคนขับสักหน่อย จนคนตัวใหญ่ไซส์หมี นั่งแล้วอาจรู้สึกว่ากระชับตัวบีบพุงเกิน ส่วนตัวผมเท่าที่ลองนั่งเหมือนอยุ่ในระยะสุดท้ายของความอวบ เตือนตัวเงว่าต้องลดความอ้วนได้แล้วนะ เมื่ออยู่ในตำแหน่งคนนั่ง 

เมื่อกลับมาเป็นผู้ขับขี่พนักพิงหลังจะมีขนาดใหญ่  ฟังชั่นตัวเบาะก็เรียกว่ามาเต็ม การปรับ เลื่อนเดินหน้าเขาออก ทำด้วยไฟฟ้า พนักพิงหลัง ใช้การปรับด้วยมือ เนื่องจากกลไกเบาะซิ่งมัดจะเป็นแบบนี้ และทำให้ตัวเบาะล็อคแน่น ไม่มีอาการโยกแต่อย่างใด เวลาโดนรถดึงกระชาก 

การปรับเบาะแบบเดียวกัน ถูกใช้กับทางฝั่งคนนั่ง แต่ส่วนตัวผมเห็นต่างว่า จริงๆ รางเลื่อนฝั่งคนนั่ง จะเป็นธรรมดาก็ได้ นั่นเพราะว่า  Ford Mustang   เป็นรถสปอร์ตคูเป้ แบบ   2+2 ด้านหลัง มีพื้นที่นั่งโดยสรได้จริง ที่คนไทยชอบเรียกว่า Dog Seat  ตัดเย็บมาเป็นเบาะ Bucket  โอบกระชับ เช่นกัน เพียงแค่ไม่มีหัวหมอนมาด้วย 

ถ้าคุณจะถามว่า แคบขนาดนี้ นั่งได้จริงไหม ผมก็ขอตอบตามตรงว่านั่งได้จริงนะ ในแบบแบ่งๆ กันไป ส่วนตัวผู้เขียนสูง   182   ซ.ม. ช่วงขาผมเคยวัดตอนไปฟิตติงจักรยาน ยาว   90  ซ.ม.  สามารถเข้าไปนั่งได้พอดีเป๊ะๆ ถ้าคนนั่งหน้าตัวเล็ก เขยื้อน เบาะขึ้นหน้าสักหน่อย 

เบาะนั่ง Recaro ใน มัสแตง ทั้งนั่งสบายและ โอบกระชับเป็นอย่างดี

ปัญหาจริงๆ มันอยู่ที่พื้นที่เหนือหัวที่แคบ จนติดกระจกติดหลังคา ต้องเปลี่ยนท่ามานั่งแบบโน้มตัวไปข้างหน้า อารมณ์ เหมือน คอยคุยกับเพื่อนจะรู้สึกดีขึ้น 

จามว่าด้านหลังมีลูกเล่นอะไรบ้างในเรื่องการโดยสาร ก็ตอบตามตรงว่าไม่มีอะไรเลย มันเหมือนพื้นที่เอาไว้เผื่อเพื่อนอยากไปด้วย เช่น ติดรถไปลงในเมือง หรือ พาไปส่งรถไฟฟ้าใกล้ๆ ถ้าให้นั่งต่างจังหวัดทางยาวๆ ขอให้มั่นใจว่า เป็นเพื่อนที่รักกันจริง การม่วนตัวลงไปในนั่งหลังมัสแตงนานๆ ยิ่งคนตัวใหญ่จะรู้สึกอึดอัด นั่นเป็นเรืองปกติ ของรถสปอร์ตอยู่แล้วทั่วไป 

ย้อนมาเรื่องที่ผมบอกว่า ทางฝั่งคนนั่ง เป็นเบาะรางเลื่อนธรรมดาก็ได้ เนื่องจาก การขึ้นลงรถ ของผู้โดยสารตอนหลังนี่แหละ จะใช้การพับพนักพิงเบาะ แล้วเลื่อนไปข้างหน้า  

เบาะนั่งหลังสามารถปรับพับได้ในอัตรา 50/50
ถามว่า ลงไปนั่งด้านหลังได้ไหม ก็ตอบว่า นั่งได้ แต่ไม่ถึงกับสบายเว่อ

ตอนพับพนักพิงเป็นระบบมือ ผู้โดยสารสามารถดึงได้ด้วยตัวเองสบายๆ  สำหรับเด็กๆ ช่องแค่นี้สามารถ ปีนกระโดลงมาได้สบาย ถ้าเป็นผู้ใหญ่ จะคนละเรื่องเลย คุณต้องการพื้นที่เพิ่มที่จะเล่นกายกรรมออกมาจากหลังมัสแตง ตรงนี้ ถ้าคนนั่งหน้าเกิดปวดขี้รีบชิ่งเข้าห้องน้ำ คุณเองก็กำลังปวดเบาะขาสั่นผับๆ แทนที่จะได้ลงจากรถเร็วๆ ต้องมานั่งเลื่อนเบาะไฟฟ้าทำให้เสียเวลาในการขึ้นลงมากขึ้น

ถึงผมจะวิจารณ์ เรื่องการขึ้นลงรถของผู้โดยสารหนักหน่วงพอตัว ก็สิโรราบต่อความจริงว่า คนใช้มัสแตง คงไม่มีใครโดยสารเบาะหลังบ่อยนักหรอก เว้นคุณจะพาลูกๆไปเที่ยวสนามแข่งในวันสุดสัปดาห์ พื้นที่ดังกล่าว เด็กๆ สามารถนั่งได้สบายมาก ที่จริงฟอร์ด ให้ที่ปักหมุดเบาะนั่ง   Child Seat   มาด้วย เป็นแบบ   ISOfix  แถมเบาหะหลังเองก็ยังสามารถจะพับในแบบ   50/50   ได้ด้วย เผื่อต้องใช้คนของเข้าบ้าง จนจะว่าไป เรื่องการโดยสารการใช้งาน ม้าป่า ก็มีดีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน 

ทางด้านตรงหน้าคนขับเป็นพวงมาลัย ก้านยก ตามสไตล์ รถ  muscle  car  ดั้งเดิม ทำไม เขาใช้พวงมาลัยการยก นั่นเพื่อให้ พวงมาลัยเขาใกล้คนขับมากขึ้น ขณะที่คนขับก็จะสามารถปรับเบาะนั่งเขยิบถอยหลัง ไปนั่งในตำแหน่ง ตรงกลางรถมากขึ้น 

ชุดพวงมาลัย สามารถปรับเข้าออก และเลื่อนขึ้นลงได้ตามสะดวกต้องการ บนพวงมาลัย มีปุ่มปรับเครื่องเสียง ,  ปรับ   Adaptive Criuse Control  ,ปรับควบคุมตอเรือนไมล์ รวมถึงโหมดการขับขี่ต่างๆ 

ที่ควรจดจำที่สุด คือ บรรดปุ่มขวาล่างทั้งหลาย รูปมา แทนการเข้าควบคุมโหมดต่างๆ ในการขับขี่ ที่จำเป็น เช่น โชว์เกจ, เซทโหมด ตั้งค่า,ตั้งระดับเสียงท่อ ส่วนรูปฟันเฟืองนั้น จะเป็นการเซทค่าต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้งานจริง ทั้งหมดควบคุมด้วยปุ่มทางด้านบน ใช้งานง่ายดาย 

ดูภายในมาเยอะที่ขัดใจ ดูจะเป็นเครืองเสียงตรงกลางใช้ระบบความบันเทิงเชื่อมต่อ  Sync  3 บอกตามตรงว่ามันทำให้ ผมไม่รู้สึกต่างจากการขึ้นมาขับ   Ford Ranger  หรือ  Ford Mustang   ถึงจะพูดแบบนั้น ข้อดีของระบบนี้คือใช้งานง่ายเชื่อมต่อรวดเร็ว การขับกล่อมสุนทรีย์ยามแล่นไปบนถนน เป็นหน้าที่ของเครื่องเสียงจาก B&O  ใครจะคิดห้องโดยสารเล็กๆ อย่างนี้  มีลำโพงทั้งคันมากถึง  12  จุด รวมถึงซับวูฟเฟอร์ในตัวด้วย

โทนการขับกล่อม จะแนวเบสหนัก เหมาะฟัง พวกฮิปฮอป R&B   ร๊อค และ พวกเพลงคันทรี่ เพลงที่ฝรั่งชอบฟังกันมากๆ ถ้าเปิดวิทยุ อาจจะน่ารำคาญบ้าง เวลาเพียงพูดของดีเจ ซึ่งขับรถแบบนี้ คุณคงไม่กดฟัง  จส.100  หรอก จริงไหม 

ถัดลงมาเป็นระบบปรับอากาศแยกอิสระซ้าย/ขวา ใช้งานได้ตามสะดวก และ ถัดลงล่างไป เป็นพวกกโหมดการขับขี่ และปุ่มสตาร์ท จัดวาง เป็นสวิทช์แบบดันขึ้น คล้ายสวิทช์เครื่องบินรบ อันเป็นเอกลักษณ์ 

เมื่อมองรวมในห้องโดยสาร ก็เรียกว่า คงความเป็นรถสปอร์ตร่วมยุคไว้อย่างเหนียวแน่นในหลายจุดไม่ว่า พวงมาลัยก้านยก, เบาะสปอร์ต  ปุ่มสวิทช์ดันชึ้น 

แต่ก็มีบางอย่างที่ยังรู้สึกว่าไม่ถูกใจ อย่างแรก คงเป็นการย้ายพวงมาลัย ซ้าย มาขวา ที่ยังไม่สมบูรณ์ คุณจะสังเกตว่า ฟอร์ด ไม่ได้ย้าย 2-3 อย่างมาด้วย เริ่มจากคันเบรกมือที่ยังไปอยู่ทางด้านข้างคนนั่ง เช่นเดียวกับที่เปิดฝากระโปรงหน้ายังไม่ได้เปลี่ยนฝั่ง อย่างที่มันควรจะเป็น นั่นเป็น  2-3  สิ่งที่เราบอกได้

และนอกจากนี้  ซื้อรถราคาระดับ 5  ล้าน คุณจะรู้สึกว่า ภายในเจ้านี่ มันได้ดูหรูหราอะไรเลยอย่างที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลาสติก แถมคอนโซลกลางอาจดูลุคชีพกว่าค่าตัวที่สมควรจะเป้น นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะที่อเมริกา มัสแตงไม่ได้มีราคาแพงอย่างบ้านเรา ที่เล่นขึ้นแถวหน้าระดับ 5  ล้านบาท 

การวิศวกรรม

ใต้เรือนร่าง เจ้าม้าป่า   Ford Mustang GT เป็นอันรู้กันในหมู่คนเล่นรถ   Muscle Car  ว่า   GT   หมายถึงรุ่น เครื่องยนต์ V8  จากโรงงาน เป็นเอกลักษณ์ของรถอเมริกา ที่ยากจะหาตัวจับและมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร 

เครื่องยนต์ที่อยู่ในเรือนร่างรถคันนี้ คือ สุดยอดขุมพลัง  V8 5.0  ลิตร รหัส   Coyote   อัพเดทล่าสุด เมื่อปี 2018   ด้วยการปรับขนาดเครื่องยนต์ และอัดแน่นเทคโนดลยีแถวหน้ามากมายเข้ามา ยิ่งทำให้พละกำลังที่สุดยอดอยู่แล้ว ยิ่งสุดยอดขึ้นไปอีก 

Ford Mustang GT มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 5.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 449 แรงม้า ให้แรงบิด 529 นิวตันเมตร

อย่างแรกเลยที่หลายคนจะทักทันทีว่า เครื่องยนต์นี้สุดยอดมากขึ้น คือขนาดเครื่องยนต์  5.0   ลิตร มันถูกอัพด้วยการเพิ่มขนาดลูกสูบจาก 92.2  มม. มาเป็น   93.0   มม.​ ตัวลูกสูบนี้ใช้เทคโนโลยี  Plasma wire Arc  เพื่อเพิ่มความคงทนแข็งแรงของตัวลูกสูบ 

สูบโตขึ้น ทำให้ ขนาดปริมาตร ห้องสูบรวมทั้งหมดจากเดิม 4,951 ซีซี พิ่มขึ้นเป็น   5,035 ซีซี และไม่ใช่เพียงเท่านี้ ฟอร์ยังเปลี่ยนเพลาลูกเบี้ยว,วาล์วไอเสีย รวมถึง ท่ออากาศเข้าท่อร่วมไอดี และกำลังอัดเครื่องยนต์เพิ่มเป็น   12.0 /1   จาก 11.0/1

ก่อนจัดการเติม ระบบจ่ายน้ำมันแรงดันสูง หรือ  High Pressure  เข้ามา เป็นระบบแบบฉีดตรงแบบ   Direct Injection  เอาไว้ใช้ในเครื่องยนต์รอบสูบ ส่วนในช่วงเครื่องยนต์รอบต่ำนั้น ยังใช้วิธีการเดิม แบบ  Port Inject ในรอบต่ำและรอบกลาง 

การอัพเกรดนี้ทำให้ เครื่องยนต์มีกำลังขับรวมอยู่ที่ 449  แรงม้า สูงสุดที่   7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่  529   นิวตันเมตร ที่  3,600   รอบต่อนาที  เทียบกับเวอร์ชั่น ก่อน กำลังแรงม้า เพิ่มขึ้น 14  แรงม้า ทว่า คุณจะแปลกใจที่แรงบิดลดลงราวๆ 13  นิวตันเมตร นั่นก็ไม่ได้มากมายนัก 

มันยังเป็นเครื่องยนต์  V8   วายร้าย แรงบิดสูงเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นมา ตามสไตล์รถมัสเซิลคาร์ แถมงวดนี้รอบจัดขึ้น แรงบิดน้อยลงมาเร็วขึ้น ตอบสนองในการขับขี่ได้ดี 

ต้งแต่ปี   2018   เป้นต้นมา ฟอร์ดไม่เพียงปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังแนะนำ ระบบเกียร์ออโต้  10  สปีด เข้าประจำการด้วย เกียร์ชุดนี้ ก็คล้ายกับที่แนะนำในกระบะอย่าง   Ford Ranger  เพียงปรับอัตราทดให้เหมาะสม กับ ความเป็นรถซิ่งจากโรงงาน มีอัตราทดเกียร์ดังนี้ 

ตารางแสดงอัตราทดเกียร์ของ   Ford Mustang GT V8 5.0  2020 

เกียร์  1 4.70
เกียร์  22.99
เกียร์  32.15
เกียร์  41.77
เกียร์  51.52
เกียร์  61.28
เกียร์  71.00
เกียร์  80.85
เกียร์  90.69
เกียร์  100.64
อัตราทดเฟืองท้าย3.35

เรื่องการควบคุมเป็นหน้าที่ของระบบพวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดพวงมาลัย ละเอียดถึง  16.0/1  ฟอร์ดจัดการจับมือมันลงเรือลำเดียวกับ ระบบช่วงล่างอิสระ  Double Ball joint McPherson strut  พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังช่วงล่างแบบ   intgral Link ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เหมือนกับรุ่น  Ecoboost   ในรายละเอียดรวมๆ  ถ้าเจาะลึกลงไป เจ้า  V8   จะใช้โช๊คคนละชุด ที่ชัดสุดคงเป็นด้านหลังที่มาพร้อมกับระบบโช๊คแบบ Mono Tube  เพิ่มความมั่นใจในการเกาะถนนมากขึ้น 

ด้านการปราบฝูงม้า ปรับเปลี่ยนกองกำลังใหม่จากเดิม โดยเฉพาะ ตำแหน่งเบรกหน้าจาก ปั้ม  4  พอท จานเบรก  352 มม.  มาเป็นปั้ม 6  พอทจาก Brembo  พร้อมกับ จานเบรกที่ทั้งใหญ่ขึ้นเป็น   380  มม.  และหนาขึ้น เป็น  34 มม.  จาก 32 มม. 

ข้างหลังไม่ได้เน้นมาก เป็นเพียงเบรกสูบเดียว พร้อมจาน  330  มม. นั่นก็พอๆ กับ  รุ่น   Ecoboost ที่เราเห็นเกลื่อนกราดบนถนน

การทดลองขับ

คำว่า Muscle  Car   อาจไม่ใช่คำที่คนไทยทั่วไปรู้จักนัก ถึงจะเป็นนักเลงรถตัวจริง ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจคำนี้กันนัก เวนว่า จะเป็นอดีตนักเรียนนอกจากทางอเมริกา มีโอกาส สัมผัสรถกลุ่มนี้มาบ้าง จนแทบจะพูดว่า มันเป็น Rare item   ในไทย ไม่ว่าจะ   Ford Mustang   หรือ รถรุ่นอื่นๆ อยู่ในประเภทเดียวกัน

สำหรับ   Ford Mustang   มันเป็นที่รู้จักในฐานะรถที่โด่งดังจากภาพยนต์หลายเรื่องๆ อาทิ  ถ้าเอาที่คนสมัยนี้รู้จัก คอรถซิ่งต้องเคยดูมาแน่ ก็ต้องเป็น   Need For Speed   ภาคล่าสุด เรียกว่า มัสแตงเป็นตัวเอก ของเรื่อง โชว์กึ๋นโชว์สมรรถนะ ออกมาจน หลายคนอาจจะอยากได้  และผมกำลังจะลองมันในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ถึงรถคันนี้ผมจะยังไม่มีโอกาสพอ ที่สู่ขอมาอยู่ด้วยกัน แต่การเป็นรถหาตัวจับยาก ก็ทำให้มันยิ่งน่าขับน่าลอง 

บางคนบอกผมว่า นี่คือฝันที่เป็นจริงของอเมริกันชน เมื่อคิดริจะมีรถแรงสักคัน 

ย้อนไป  2  ปีก่อนหน้านี้ ผมเคยสัมผัส Ford Mustang  2.3 Ecoboost  ความรู้สึกกับคำว่า “มัสแตง” ในเวลานั้น รถหล่อ คนรู้จัก รถแรง ในระดับหนึ่ง แต่ไม่แรงมากไปกว่ารถสปอร์ตจากญี่ปุ่น และด้วยความใหญ่ของมัน การต้องมารอชุดเทอร์โบทำงานในบางจังหวะแอบหงุดหงิดใจ ไม่น้อย 

ผมก้าวขึ้น มัสแตง  V8   วันนี้ พูดตามตรงว่ารู้สึกตื่นเต้น จนเมื่อคืนนอนไม่หลับ ใครจะคิดว่าชั่วชีวิตชายคนหนึ่งมีโอกาส ขับรถ มัสเซิลคาร์ ของแท้ แม้นเราจะอยู่ในโลกตะวันออก เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจส่วนตัวของผม ในอาชีพนี้

ผมยังจำรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าของคนที่เห็นฟอร์ดมัสแตงได้เป็นอย่างดี ยามขับรถไปบนถนน หนนี้ทันทีที่พี่ชุง ช่วยขยับรถ มาให้ผม เสียงสตาร์ท  V8   บรื้น!!!! ทำเอาผมใจสั่นเหมือนกัน  

เครื่องยนต์ V8   จากญี่ปุ่นก็มี จากพวกค่ายเยอรมันก็มี แต่เสียงของ V8   มัสแตง จะพูดว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของรถ เหมือนของคู่กัน พอๆ กับโลโก้ม้าป่า ที่กระจังหน้า 

ขึ้นรถมาจัดแจงปรับเท่านั่ง  แล้วไปผจญภัยในเมืองทันที การเดินทางของผมก็เรียบๆ ง่ายๆ จาก บางนา กลับบ้าน ช่วงลนี้ดควิด รถไม่ค่อยติด เรียกว่าไหลไปตามการจราจร และสัญญาณไฟตามสี่แยกมากกว่า พูดตามตรงว่าขับในเมือง ม้าป่าไม่มีโอกาสได้คึก ออกไปแพดเสียงประกาศศักดา 

สิ่งแรกที่ผมรู้สึกดีมากๆ คือ มันเป็นรถที่ขับง่ายมาก ใน   Normal Mode  ขับธรรมดา ตะกายไปตามถนน อารมณ์คล้ายกับ ขับรถซีดานกลางญี่ปุ่น ด้วยมิติตัวถังเท่ากัน พวงมาลัยที่ออกแบบมาให้คัดง่าย มีระยะฟรีเล็กน้อย ใน   Normal  Steering ถ้าคิดว่า ยังสบายไม่ มี โหมด  Comfort Steering  มาให้ด้วย 

จุดต่างของ  2  โหมดนี้ อยู่ที่ ระยะฟรีพวงมาลัย และน้ำหนักเบาแตกต่างกัน ส่วนตัวผมชอบอาการของ   Norma;  มากกว่า มันไม่ดูยานเกินไป แต่ถ้าท่านผู้อ่านเป็นคนขับรถติดสบายหน่อย  อยากได้เหมือนอารมณ์ขับรถหรูจากยุโรป  Comfort stering  น่าจะเป็นคำตอบ 

หลายอาจอยากถามว่า เครื่อง  V8   นี่มันขับยากไหม ในเมือง ก็เรียนตามตรงว่าไม่ยากอย่างที่เราคิด ด้วยการเป็นเครื่องยนต์สันดาปเพียวๆไม่มีเทอร์โบ อย่างแรกอาการสะดุ้งในจังหวะแบบเทอร์ดบจะทำงานจะไม่มี ประกอบกับความเป็นเครื่องยนต์ขนาดใหญ่แรงบิดสูงทำให้ช่วง ปล่อยคันเร่งใช้ความเร็วเดินตามหรือ Walking Speed   ก็ถือว่าเร็วทันใจอยู่ จนมีหลายครั้ง ผมก็เกือบเผลอเรอ จุ๊บคันหน้า หลายรอบ

อุปสรรคจริงๆ ของ การขับ ม้าป่า  V8  ในเมือง อยู่ที่ระบบกันสะเทือนแข็งมาก มันพลอบจะพาคุณทะเลาะกับฝาท่อกทม. หลุมบ่อดาวอังคารในเมือง มันไม่ใช่รถนั่งสบาย เท่าไรนัก เมื่อขับความเร็วต่ำ 

ความชี้ช้ำยิ่งหนักข้อขึ้นเมื่อคุณจอดปั้ม เติมน้ำมัน  แน่นอน เครื่องใหญ่ขับเป็นม้าย่องก็ใช่จะรอด ตลอดการขับขี่ในเมืองขับมาทั้งสิ้น   80.7  กิโลเมตร เด็กปั้มเสียบหัวจ่ายแล้วเติมน้ำมันจนเต็มได้ 9.647   ลิตร คุณอาจจะเริ่มรู้สยองกับค่าน้ำมันเจ้า   Ford Mustang  V8  เมื่อเราเริ่มคำนวณอัตราประหยัด แต่เรากลับคำนวนได้ที่ 8.36   ก.ม./ลิตร เฮ้ย !!! ไม่ได้ ซดต่างจากเครื่องยนต์เทอร์โบ 2ลิตร เท่าไรนี่หว่า 

แต่ถ้าคิดว่าจะซื้อเจ้านี่ แล้วขับไปทำงานทุกวัน ก็คงขอบาย หาอะไรที่มันประหยัดกว่านี้ จะดีกว่า นี่เป็นอัตราประหยัดช่วงโควิดนะ ถ้ารถติดจริงจัง กรุงเทพ ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว จริงๆ ล่ะก็อาจร่วงทะลุลงไป 5-6 ก.ม./ลิตรก็ได้ 

ไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆ เคยได้ยินคำว่า   Sunday Driver   หรือเปล่า มันเป็นอุปมาอุปมัย ถึงคนชอบขับรถเที่ยวในวัน อาทิตย์ เพื่อพักผ่อนคลาย ในอเมริกา มัสแตงเป็นรถคันนั้นที่คุณอาจจะอยากใช้ชิวิตกับมันในวันว่างของชีวิต 

ช่วงนี้ถนนการจราจรสบายคล่องตัว ผมตัดสินใจขับรถไปปราณบุรี แม้ว่าอัตราประหยัดเมืองจะชี้แล้วว่ามันไปไม่ประหยัด แต่นานทีคุรจะมีรถเครื่อง  V8  เจ้าตำนานหาตัวจับยากในมือ ก็ต้องขับมันเยอะที่สุดสักหน่อย 

การขับด้วย  Normal  Mode   ไปเรื่อยๆ เครื่องยนต์ V8   แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ก็ยังกินรอบเครื่องยนต์ค่อนข้างสูงกว่าที่คิด ที่ความเร็ว  120 ก.ม./ช.ม.​ ใช้รอบเครื่องยนต์อยู่ที่  2,000   รอบต่อนาที 

เวลาขับทางยาว ที่เกียร์ 10  ถ้าเราเดินคันเร่งเล็กน้อย เกียร์จะไม่เปลี่ยนลงให้ จนกระทั่งเดินคันเร่งเกิน  20% เกียร์ จะทดลง  9  ก่อน และจะเป็นแบบนี้เรื่อง เมื่อทดลง  9  อัตราทด ที่ไม่แตกต่างจาก  10  นัก ทำให้ไม่มีอาการรอยต่อเกียร์ เรื่องทำนองเดียวกันเปลี่ยนไป ในกรณี คุณเร่งมากกว่านั้น เมื่อเกียร์ลงตำแหน่งเกียร์  8  จะมีอาการกระแทกตึงบ้างนิดหน่อย พอได้อารมณ์ เดี่ยวผมจะดึงแล้วนะครับ คล้ายคุณกำลังขึ้นสู่จุดสูงสุดของรถไฟเหาะ 

เมื่อใดก็ตามที่ลงเกียร์  8  เจ้าม้าป่าจะเร่งเร็วขึ้นมาก รถ จะลากไปยัง รอบ   3,000-4,000  กลางๆ นั่นมากพอ จะพาร่างยักษ์พิกัด  1.7 ตัน วิ่งปลิวลม หายไปท่ามกลางจราจร ตบเด็กซิ่งที่ชอบมาเกรียน หรือ แซงสิบล้ออย่างมั่นใจ อยากไปเมื่อไรก็ได้ ที่ต้องการ 

ทางด้านช่วงล่าง ที่แข้งตึงตังในเมือง พอออกเดินทางไกล ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ มัสแตง เป็นรถที่ขับสบายกว่าที่คิด ในช่วงความเร็วจาก มาจนถึงความเร็ว  80   ก.ม./ช.ม. ช่วงล่างจะติดกระด้าง อาจจะนั่งไม่สบายตัว พอลอยตัวที่ความเร็ว   100  ก.ม./ช.ม. ช่วงล่างจะรู้สึกไม่ตึงตังเท่าเดิม ความสบายในโดยสารจะเข้ามาทักทาย เหมือน เพลง  A whole New World   เมื่อ คุณขับผ่านที่ความเร็ว   120  ก.ม./ช.ม. ขึ้นไป 

ช่วงล่างจะตึงกำลังดี ความสะเทือนเด้งน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัดขับที่ความเร็วนี้เพลินๆ บางครั้งรู้สึกเหมือนขับพวกรถหรูอยู่บ้าง 

ทำไม ฟอร์ดทำช่วงล่างดีในช่วงความเร็วสูง นั่นด้วยการขับบนถนนในอเมริกา เส้นทางระหว่างรัฐหรือ   Interstate อีกข้อนั่นเพราะ ม้าป่า สามารถทำความเร็วสูงได้มากกว่านี้อีกเท่าตัว ช่วงล่างต้องเซทให้มั่นใจ นั่นเป็นธรรมดา ของรถสปอร์ตเร้าใจให้ความแรงเน้นความเร็ว จะมาใส่ช่วงล่างย้วยๆ คงไม่ได้หรอก คุณว่าจริงไหม 

ถึงจะเกิดเป้นม้าป่าพันธุ์แรง ทางฟอร์ด ก็ไม่ลืมจะให้ความสบายในการขับขี่มาด้วย อย่างระบบ   Adaptive Cruise Control   ,ระบบเตือนออกนอกเลน และระบบเตือนการชนทางด้านหน้า 

สิ่งที่ได้ใช้แน่ๆ ยามขับขี่นอกเมืองในเวลาแบบนี้คือ ระบบ Adaptive Cruise Control  เท่าที่ลองใช้ดูระหว่างเดินทาง เทียบกับ ระบบเดียวกันในรถหลายรุ่นของฟอร์ด ถือว่าตอบสนองเร็วทันใจกว่ามาก รถคันหน้าหลบปุ๊ป เครื่องเร่งปรับ และด้วยเครื่องขนาดใหญ่ จึงไม่เหมือนที่เราเคยเห้นในรถหลายรุ่นที่จะต้องลากฟาดรอบ เจ้านี่จะเร่งเอื่อยๆ เหมือนเราแตะๆ คันเร่ง เท่านั้น จึงรู้สึกสบายขึ้น 

ท้ายสุด หลังจากขับมาถึงชะอำ ผมตัดสินใจ แวะเติมน้ำมัน ก่อนวิ่งต่อไปยังปลายทาง ตลอดการเดินทางใช้ความเร็ว  100-120  ก.ม./ช.ม.  ส่วนใหญ่ยืนที่  120    ก.ม./ช.ม.  ไปจนถึง การเร่งแซงบางจังหวะที่  130   ก.ม./ช.ม. บ้าง ด้วยเครื่องมันเร่งแรงใจเร็ว เลยเกินมาตรฐานทดสอบไปบ้าง 

เราขับมาทั้งสิ้น  173.3  ก.ม. เติมน้ำมันไป  18.36   ลิตร เคาะอัตราประหยัด 9.43   ก.ม./ลิตร ใช่มันไม่ได้ ประหยัดนัก แต่ก็เรียกว่า เป็นอัตราที่สมน้ำสมเนื้อ 

บ้าพลังเต็มที ลูกเล่นซิ่งโคตรเยอะ

พูดตามตรงการทดสอบอัตราประหยัด ใน  Ford Mustang GT  นี่โคตรอึดอัด ไม่ว่าคุณหรือผม ได้ฟังว่าเฮ้ย   เครื่องยนต์   V8   คงอยากจะขึ้นไปขับแล้ว ออกตัวรถสะบัดกวาดพวงมาลัยออกจากบ้าง ไม่ใช่ขับเป็นม้าย่อง กลัวรถกินน้ำมัน

มี 449   แรงม้า อยู่ใต้ฝากระโปรง จะรู้สึกแสยะยิ้มทุกครั้งที่มี เด็กๆ รถซิ่งรถแต่งมากทักทาย บางคนมาดี บางคนมาขับให้เสียงท่อมันลั่น ทุกคนจะมักจะคิดว่า พี่ม้าของเราเป็นเครื่องยนต์  Ecoboost   ไม่เท่าไรหรอก 

จนกระทั่งผมเดินคันเร่งเต็มที่ เมื่อพ้น  3,000  รอบต่อนาทีขึ้นไป เสียงท่อจะปรับเองเป็นเสียงลั่น ประกาศศักดา ข้าคือ วี 8  แล้วเราจะเร่งผ่านเด็กๆ ที่มาแซวไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเสียงเครื่องยนต์และท่อที่เป็นเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ ไม่ดูแว้นซ์ เรียกว่า ซิ่งแบบผู้ดี น่าจะเหมาะกว่า 

ในหลายครั้ง ท้ายสุดน้องรถซิ่ง มักจะถอยไปเอง หลังจากที่ผมแซงมาเพียงครั้งเดียว คงตกใจด้วยอัตราเร่งของเครื่อง   V8   และ เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร บางคัน ที่ทำมาแว้นซ์ใส่ บางครั้ง ถึงขนาด ยอมถอนคันเร่ง หายไปในการจราจร ก็มี 

พูดถึงลูกเล่นเรื่อง ซิ่ง   Ford Mustang GT   ก็มีมาให้ครบเครื่อง อาทิโหมดการขับขี่ มากถึง  6  โหมด โดยจำนวนนี้   4   โหมด เป็นเรื่องของความแรงความเร็ว ได้แก่ 

  • Drag Strip  โหมดสำหรับ เวลาคุณอยากไปท้าลองความเร็วแข่ง ควอเตอร์ไมล์ โหมดนี้ เกียร์จะพยายามข้ามอัตราทดบางจังหวะ ทำให้เกิดการกระชาก เพื่อให้คุณทำความเร็วในช่วงทางตรงสั้นได้ดี แต่ก็เหมาะเช่นกัน ถ้าจะทำความเร็วสุงในทางตรงยาวๆ 
  • Sport   โหมดเอาไว้ซิ่งบนถนน ชุดเกียร์จะพยายามค้างรอบเกียร์ไว้ให้นานที่สุด และมีการตบเกียร์ลงอย่างรวดเร็วในหลายจังหวะ เพื่อทำให้เครื่องอยู่ในจังหวะช่วงที่มีแรงบิด คันเร่งเหมือนจะตอบสนองไวขึ้นเล็กน้อย
  • Track   โหมด พูดตามตรงว่าโหมดนี้ ยังไม่ได้ลองในการขับทดสอบ เท่าที่มีข้อมูลจากต่างประเทศ พวงมาลัยและคันเร่ง รวมถึงการตอบสนองเกียร์จะดีกว่ามาก สำคัญที่สุดตัวช่วยในการขับขี่ที่เรียกว่า   Advancetrac   จะอนุญาตให้คุณระหำท้ายกวาดได้เป็นบางจังหวะด้วย (แต่ฟอร์ดก็แนะนำว่า จะขับน่พสนามเถอะโหมดนี้) 
  • My Mode  นอกจากทั้ง  3  โหมดที่เป็นค่าเซทติ้งสำเร็จมาจากโรงงาน ใครชอบปรุงแต่งเองก้มี   My Mode   สามารถเลือกได้  3  อย่าง คือ โปรแกรมขับขี่ พวงมาลัย และ เสียงท่อ 

ส่วนอีก 2  โหมดขับขี่ที่เหลือ คือ   Normal และ   wet/snow  โหมดหลัง เอาไว้สำหรับขับในทางหิมะ และเวลาฝนตก จะมีการตัดทอนกำลังเครื่องยนต์ หน่วงคันเร่ง เพื่อไม่ให้รถเสียการควบคุม ให้คุณหน้าตาแตกท่ามกลางประชาชน อันที่จริง มัสแตงแม้ว่าคุณจะกดปิด   Traction Control   ระบบ ควบคุม Advancetrac   ก็จะยังทำงานอยู่ เพื่อพร้อมช่วยคุณในยามคับคัน

ไม่เพียงแค่โหมดการขับขี่ที่ผมได้สาธยายไปหลายหน้ากระดาษเท่านั้น ม้าป่าเจ้าความแรง ยังมีลูกเล่นอีกมาก ในฟั่งชั่นที่เรียกว่า   TrackAPP   สามารถเข้าไปเล่นได้ เช่น จับเวลาต่อรอบ, จับเวลาอัตราเร่ง 

และที่หลายคนอาจจะถูกใจ คือ Line Lock   หรือ  โหมดเบิร์นยาง  ซึ่งควรใช้เพียงในสนาม เวลาจะแข่ง   Drag  เท่านั้น คุณเพียงเข้าโหมดทำตามขั้นตอน ก็เบิร์นยางได้เหมือนเทพสายซิ่ง แม้แต่ผู้หญิงก็ทำได้ 

ไม่เพียงเท่านี้ การเป็นรถซิ่ง ก็สามารถเป็นมิตรกับชุมชนได้ ด้วยท่อไอเสียสามารถปรับเสียงได้  4  แบบ  มี Normal, Sport   และ   Track   ระดับความดัง ก็จะลั่นต่างกันไป อีกระดับที่ผมว่าเป็นทีเด็ด คือ Quiet  เหมาะกับการใช้สตาร์ทเครื่องในตอนเช้า หรือขับเข้าบ้างตอนกลางคืน เสียจะเงียบเหมือนรถปกติไม่รบกวนเพื่อนบ้าน หรือกระทั่งศรีภรรยาคุณ 

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่การสตาร์ทเครื่องครั้งแรกจะมีเสียงลั่น บางทีฟอร์ด น่าจะคิดทำเสียงเงียบตั้งแต่สตาร์ท ก็เป็นความคิดที่ไม่เลว 

ของเล่นเยอะขนาดนี้ หลังจากขับมาหลายวัน ผมก็พูดตามตรงว่า ได้เล่นได้ลองไม่หมดหรอกครับ รถคันนี้มีลูกเล่นพร้อมซิ่งเยอะมาก เอาเท่าที่ได้มีโอกาส ทดลองขับจริงเล่นจริง ก็มีโหมด Sport,  โหมดเบิร์นยาง การลองจับเวลา

เพราะลำพังแค่ความเป็น  V8   ของมัน ขับไปมาบนถนน ก็เรียกว่า เหลือกินเหลือใช้ ใครมาซ่าพี่กดหาย เรียกว่าแป้น  Paddle Shift   ยังแทบไม่ลองใช้เลยด้วยซ้ำในหลายๆ ครั้ง เรียกว่าใครสายซิ่งตัวจริง คันนี้โคตรคุ้ม 

นี่ผมยังไม่ได้พูดถึงเบรกหน้า 6 พอท และ เฟืองท้าย Limited Slip ที่ให้ติดตัวมาด้วย มั่นใจ ได้ทั้งการสาดโค้งและวาดลีลา ให้คุณสนุกกับม้าป่าได้ตามใจ

มาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าหลายคนอยากทราบ สมรรถนะของรถคันนี้กันแล้วใช่ไหม และจากการทดสอบอัตราเร่งบนถนนลาดยาง  เราเอาสถิติ อัตราเร่ง ดีที่สุด  3  ครั้ง วัดโดยจับจาก OBD และ  GPS มาเปิดเผย ดังนี้ 

 เวลา (วินาที)เวลา (วินาที)เวลา (วินาที)
0-100 กม./ช.ม.5.785.875.87
80-120  ก.ม./ชม.2.842.862.88
0-160   ก.ม./ช.ม.11.4611.5311.53

ใครจะคิดว่า รถสปอร์ต น้ำหนักเปล่า  1.7   ตัน จะเร่งเร้าใจแรงสุดได้ถึงเพียงนี้ มันสามารถ เร่ง  0-100  ก.ม./ช.ม. ได้ในเวลา 5.8   วินาที และไม่มีครั้งไหนที่ขึ้นสถิติเลข  6 วินาที เลย ในเวลา  11วินาที เศษ พาวิ่งไปถึง 160   ก.ม/ช.ม. สบายๆ 

ใช้ถนนไม่มากอย่างที่คิด และในช่วงทางตรงยาว  2  กิโลเมตร ถ้าบี้คันเร่งติดพื้นตลอดเวลา ก็จะพบความเร็วสูงสุด 259   ก.ม./ช.ม. นั่นมากกว่ารถสปอร์ตญี่ปุ่น และยุโรป บางรุ่นที่ส่วนใหญ่จะล็อคที่   250   ก.ม./ช.ม. แต่ไม่ใช่กับเจ้าอเมริกันคันนี้

สรุป Ford Mustang GT V8   ลุงซ่าบ้าพลัง…ยังขลังอยู่ 

หลังจากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาหลายวัน ในที่สุดนี่คือวันสุดท้ายที่ผมจะต้องเอาเจ้า  Ford Mustang GT   ไปคืน เสียแล้ว 

ส่วนตัวถ้าให้นิยามรถคันนี้เป็นใครสักคน ผมว่า มันเหมือน คุณลุงซ่าบ้าพลัง ที่ไม่หวั่นลูกหลายจะมาทักทาย พร้อมงัดข้อรถซิ่งทุกแบบ อาจจะเว้นเพียงพวกรถซุปเปอร์คาร์ชั้นสูง คงจะไปเทียบกันไม่ได้  

ไม่ว่าใครมาทักทาย รถแต่งซิ่ง รถเด็กแว้น บิ๊กไบค์ เพียงกดคันเร่ง เราก็หนีพวกเขาได้สบายหายห่วง ไปได้ทุกเมื่อที่ต้องการ 

สนุกบนได้ไม่พอ ยังพร้อมในสนามไม่ว่าจะแข่งทางตรง , จะแข่งแบบ  Circuit  หรือ  จะ Drift   ผลาญยาง ก็ทำได้หมด เป็นรถที่พร้อมเสมอสำหรับทุกโอกาส 

สิ่งที่ผมแปลกใจนิดหน่อย ใน  Ford Mustang GT   คือ  คนให้เกียรติและเคารพเรามากกว่าที่คิด ราวกับขับซุปเปอร์คาร์ เช่น การขับทางไกลต่างจังหวัด ปกติเราจะพบ พวกช้าแช่ขวา แต่เมื่อขับมัสแตง  GT  มา อาจจะด้วยเสียงที่แปลกหู ทุกคนจะพร้อมใจหลบเขาซ้าย ให้คุณ ราวกับ พวกเขาผายมือแล้วบอกเชิญเลยครับพี่ ตามสบายเลยครับ 

ถ้ากับการใช้ชีวิตในเมือง รถคันนี้ มีราคา   4.899 ล้านบาท แต่เป็นฟอร์ด รุ่นเดียวที่สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ กับ  Porsche   และ รถหรูสมรรถนะสูงหลายรุ่นใน  Super Car Parking   

ขับเจ้ามัสแตงคันนี้ ทำให้คุณกลายเป็นอภิสิทธิ์ชนไปโดยปริยาย แถมหลายครั้งคุณจะพบเจอคนมาทักทาย ไม่ว่าการดบกมือ หรือพยักหน้า แล้วยิ้มแย้มให้ ด้วยความชื่นชมว่านี่แหละ คือมัสแตงของจริง มันเป็นรถสปอร์ตที่มาพร้อมความรู้สึกดีๆ จากที่ได้สัมผัส 

แถมในความเป็นจริง เครื่องบิ๊กบล็อก มีข้อดีเรื่องหนึ่งที่น้อยคนจะทราบ คือ มันซิ่งได้ไม่มีขีดจำกัดผิดกับเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ จะแช่   250  นานหลายกิโลเมตรก็ไม่ต้องกังวล จะมีอะไรพังไหม หลังจากเหยียบแรงๆ พละกำลังทั้งหมดมาจากเครื่องยนต์ล้วนๆ

การดูแลรักษาเพียงเปลี่ยนน้ำมันเครื่องยนต์ให้ถูกต้องตรงเวลา ก็พร้อมซิ่งได้ทุกเมื่อ บ่อยเท่าที่ใจเราต้องการ เป็นรถที่ผมไต่ไป  200  ก.ม./ช.ม.  บ่อยที่สุด เพราะ ไปง่าย ใช้เวลาน้อยมาก 

สิ่งที่หลายคนตะขิดตะขวงใจ และยังไม่ค่อยนิยม   muscle car  อย่าง   Ford Mustang  GT   ในไทย คงเป็นความไม่คุ้นเคยกับเครื่องยนต์   V8  ขนาดใหญ่ เครื่อง  5.0   ลิตร ถ้าไม่ใช่คนเล่นรถแบบนี้ด้วยกัน คงมีบอกว่า บ้า!!  เอาเครืองใหญ่มาทำแปะอะไร ซดน้ำมัน 

จากหลายวันที่อยุ่กับมัน และด้วยประสบการณ์ที่ผ่านรถสมรรถนะสูงระดับนี้มาหลายคัน ก็ต้องบอกว่า มันกินน้ำมันไม่ได้ต่างจากเครื่องเล็กยัดเทอร์โบชาร์จ  ที่มีแรงม้าแรงบิดเท่ากันสักเท่าไร และด้วยแรงม้าที่คุณจะได้จากเครื่องยนต์ ผมมองว่าคุ้มค่ากับที่เสียน้ำมันไป 

Driving Ford Mustang GT V8 5.0

แต่ใช่ครับ มันไม่ใช่รถที่เหมาะกับการที่คุณจะเอาไปขับเที่ยวเล่นในเมือง มันเป็นรถที่เหมาะสำหรับขับไปเที่ยวทะเล ออกต่างจังหวัด จะขับชิลก็ได้ จะขับเร็วก็ดี อัตราประหยัดไม่ได้หนีกันเท่าไร 

ความจริง คือ ถ้าคุณมีเงินจะซื้อราคาระดับนี้ ค่าน้ำมันคงไม่ใช่ปัญหา ที่จะต้องมากระเบียดกระเสียนเงินในกระเป๋าแล้วแน่ๆ

สิ่งที่ทำให้คนไม่ค่อยมองเจ้า   Ford Mustang GT   คงเป็นราคาที่จะว่าไป ก็ต่างจาก  Ecoboost  อยู่  1.2 ล้านบาท นั่นก็เป็นเงินที่ค่อนข้างมากพอสมควร เหมือนกัน แถมหลายโชว์รูม ก็จะมีแค่ ตัว Ecoboost  ให้ลอง โอกาสที่จะเดินเข้าไป พี่ขอลอง  V8   ผมบอกเลยว่ายากมาก เพราะไม่ใครกล้าให้คุณขับรถ 400 กว่าม้า ถ้าเขาไม่คิดว่ารู้จักคุณจริงๆ หรือ แม้แต่คนที่ต้องไปด้วยก็ตามที

หลังจากขับ ถ้าถามผม ส่วนตัว ผมว่าคุมที่จะจ่ายเพิ่ม ถ้างบประมาณคุณถึง ด้วยหลายเหตุผล อย่างแรก คุณได้รถ   American Muscle  ของแท้ ปัจจุบัน มีมัสแตงรุ่นเดียวที่ขายอยู่ในไทย โดยตัวแทนจำหน่ายจริง 

Ford Mustang GT
มันอาจไม่ใช่รถหรู แต่สง่าในทุกมุมมอง

ประการต่อมา ของเล่นครบเครื่อง ทั้งเครื่อง V8   โหมดการขับขี่ ไปจนถึง   เบรก Brembo   และลูกเล่นต่างๆ ที่ก็จัดว่ามากอยู่พอสมควร คุ้มเงิน ถ้าคิดว่าจ่ายเพิ่มไหว 

ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด มันเป็นรถขับง่ายกว่าที่คุณคิด มันไม่ได้พยศอย่างที่หลายคนเห็นรถออกแอคชั่นในหนังภาพยนตร์ แต่ถามว่าจะทำแบบนั้น ทำได้ไหม ตอบเลยว่าได้ ผมเพียงอยากให้แน่ใจว่า คุณพร้อมจะเป็นโคบาลปราบพยศม้าแล้ว ควรมีทักษะการขับขี่พอสมควร ถ้าคิดจะเล่น  Track Mode   หรือปลดตัวช่วย และควรเล่นในสนามแข่งหรือสถานที่ปิด เพราะบนถนนอันตรายจริงๆ 

ผมกำลังเดินทางไปคืน  Ford Mustang GT   รถที่ในฝันของหลายๆ คน ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าจะชอบรถแบบนี้มาก่อน จนมาได้ลองขับ ก็รู้สึกว่าคุ้มค่าคุ้มเงินเหมือนกัน แรงขับได้หลายโอกาส ใช้งานเหมือนรถทั่วไป ไม่ต้องระวังกังวล แบบที่ภาษาคนเล่นรถชอบพูดว่า “รถซิ่งอยู่อู่ รถหรูอยู่บ้าน” คนชื่นชม และดูหล่อเท่ห์ ทุกอย่างครบจบในคันเดียว เรียกว่าถูกหวยรางวัลที่  1  ตรงๆ  2  ใบก็ซื้อได้ทันที และส่วนตัวเชื่อว่า วันหน้ามันจะมีราคาแน่นอน ยิ่งเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า  จะอีกนานแค่ไหน กว่าที่เครื่องยนต์  V8   จะถูกกลืนกินไป เพราะว่า มันปล่อยไอเสียมหาศาล 

ผมเองอยู่ด้วยแค่ไม่กี่วัน ยังรู้สึกดี กับรถคันนี้มากขนาดนี้ ลองคิดสิครับ ถ้าคุณ มีโอกาส ซื้อมันไปขับบนถนนจริง จะรู้สึกดีกับมันมากขนาดไหน เจ้า ลุงซ่าบ้าพลังคันนี้ คือหนึ่งในที่สุดบนถนน ที่คุณไม่ควรลืมว่ามันมีขายในไทย ในงบที่ถูกกว่า รถหรูบางรุ่น หรือ รถสปอร์ตจากญี่ปุ่นบางแบรนด์ แต่ขับมันส์ประดุจ ซุปเปอร์คาร์ ถ้ารับได้ในบางเรืองของมัน มันคือ สุดยอดรถอีกคัน ที่ไม่อยากให้คุณพลาด 

เรื่องและขับทดสอบ โดย ณัฐยศ ชูบรรจง 
ขอบคุณ ฟอร์ด ประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้อรถทดสอบ  Ford Mustang GT V8   มาให้ ทีมงาน Ridebuster
บทความนี้ เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน และเว็บไซต์   Ridebuster.com  ห้าม คัดลอก เนื้อหา หรือส่วนหนึ่งส่วนใด ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

ข้อมูลตัวรถ อ้างอิงจาก Ford และ Ford EU

Comments

comments