Ford Bronco Raptor ปรากฏกายคันจริง พร้อมคลุกฝุ่นด้วยขุมกำลัง V6 400 แรงม้า

แบ่งปันเรื่องนี้

ขณะที่ชาวไทยกำลังรอคอยการมาของ Ford Ranger Raptor รุ่นใหม่ แต่ล่าสุดกลายเป็นว่าอีกหนึ่ง “แรพเตอร์” ที่ถูกพัฒนาตีคู่ไปพร้อมกับมันดันถูกเผยโฉมจริงออกมาก่อนเสียอย่างนั้น และนั่นคือ Ford Bronco Raptor คันนี้

Ford Bronco Raptor 2022

แน่นอน Ford Bronco Raptor ที่เห็นกันอยู่ในตอนนี้ ก็คือตัวรถที่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ SUV คันใหม่ล่าสุดของทางค่ายอย่าง Ford Bronco เพียงแต่ในคราวนี้มันจะได้รับการอัพเกรดชิ้นส่วนต่างๆใหม่เพื่อให้รองรับการใช้งานแบบโลดโผนโจนทะยานบนทางฝุ่นมากขึ้น ตามฉบับของ “Raptor”


เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอก ที่เราจะสังเกตได้ว่ามันมาพร้อมกับกระจังหน้าเปลี่ยนมาคาดตัวอักษรคำว่า “F O R D” แทนคำว่า “B R O N C O”, มีการติดตั้งแถบไฟ LED ดวงเล็ก แต่ก็สว่างมากพอที่จะช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในยามกลางคืน ไว้ที่แนวด้านบนกระจังหน้า, ติดตั้งแผ่นกันกระแทกที่พาดยาวจากใต้แนวกันชนหน้าไปจนถึงชุดเกียร์ทรานสเฟอร์ แก้มข้างมีครีบระบายความร้อน, คิ้วซุ้มล้อขนาดใหญ่, และราวบันใดด้านข้างที่ใช้เหล็กท่อนใหญ่กว่าเดิมในการขึ้นรูป


โดยแม้มิติตัวรถด้านยาว 4,851 มิลลิเมตร จะไม่ได้หนีไปจาก Bronco รุ่นพื้นฐานเท่าไหร่นัก แต่ด้วยการติดตั้งคิ้วซุ้มล้อขนาดใหญ่ เพื่อรองรับกับฐานล้อที่กว้างถึง 2,180 มิลลิเมตร จึงทำให้มิติตัวรถด้านกว้างเพิ่มขึ้นอีก 250 มิลลิเมตร เป็น 2,177 มิลลิเมตร และความสูงตัวรถเองก็เพิ่มขึ้นเป็น 198 มิลลิเมตร จากการเพิ่มความสูงใต้ท้องรถให้มากกว่าตัวรถรุ่นพื้นฐานอีก 120 มิลลิเมตร โดยที่น้ำหนักตัวรวมของเหลวอยู่ที่ 2,600 กิโลกรัม

ด้านระบบกันสะเทือนเองก็มีการอัพเกรดไปใช้บริการของ FOX ทั้ง 4 ต้น โดยนอกจากจะมีการเซ็ทอัพเพิ่มช่วงยุบใหม่ให้มากว่าเดิมถึง 40% ยังมาพร้อมกับระบบปรับไฟฟ้าแบบ Semi-Active เพื่อให้ตัวโช้กสามารถแปรผันค่าการทำงานของตัวมันเองได้ตามโหมดการใช้งานหรือสภาพผิวถนน และชุดล้อก็รัดด้วยยาง BF Goodrich KO2 ที่นอกจากจะทำให้ตัวรถพร้อมลุยทางกรวดมากกว่าเดิมแล้ว ทาง Ford ยังระบุว่านี่คือยางติดรถหน้ากว้างมากที่สุดเท่าที่รถ SUV ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะติดตั้งมาให้ตั้งแต่ออกโรงงานด้วย


ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อความแข็งแรงของตัวรถ ชุดปีกนกของระบบกันสะเทือนก็ถูกปรับปรุงใหม่ให้มีความหนาที่มากขึ้น, เพลาขับล้อทั้ง 4 เอง ก็มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าเดิม, ระบบเฟืองท้ายและชุดเพลาขับก็เปลี่ยนไปใช้ของสำนักแต่งนอกอย่าง Dana (แบบ semi-float รุ่น 44 AdvanTek ทางด้านหน้า และ 50 AdvanTek ทางด้านหลัง), และแน่นอนว่าแชสซีย์เองก็ถูกเสริมแกร่งตั้งแต่แนวเสา B ไปจนถึงเสา C อีก 50 %

ด้านขุมกำลังของ Bronco Raptor คือเครื่องยนต์ Ecoboost V6 ความจุ 3.0 ลิตร ที่ถูกปรับปรุงด้วยการหันไปใช้เสื้อสูบเหล็กแทนเสื้อสูบอลูมิเนียม เพื่อความทนทาน และด้วยความที่มันสามารถทำกำลังสูงสุดได้ถึง 405 PS ทาง Ford จึงต้องทำการปรับปรุงชุดคลัทช์ของระบบเกียร์ออโตเมติก 10 สปีดใหม่ ที่ยกมาจาก Ford Ranger Raptor ด้วย

แน่นอนสิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างเมื่อเป็น Raptor ก็คือการที่เจ้า Bronco คันนี้ จะมาพร้อมกับโหมดควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน “G.O.A.T” ซึ่งหนึ่งในนั้นจะประกอบไปด้วยระบบการขับขี่ที่ชาวไทยน่าจะรู้จักกันดีจาก Ranger Raptor อย่างโหมด Baja ซึ่งถูกโปรแกรมให้ผู้ขี่สามารถควบคุมรถบนทางกรวดหรือทราบลื่นๆได้อย่างมันมือมากยิ่งขึ้น

แต่ในขณะเดียวกัน เพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ V6 ก่อความรำคาญให้กับเพื่อนบ้านมากไป ทาง Ford ก็ได้ทำการติดตั้งระบบควบคุมโทนเสียงและระดับความดังของท่อไอเสียเอาไว้

Ford Branco Raptor จะมาพร้อมเฉดสีภายนอก “Code Orange” เป็นเฉดสีหลักเฉพาะรุ่น และมีอีก 9 เฉดสีให้ลูกค้าได้เลือกซื้อหากไม่ชอบสีโปรโมท ส่วนการตกแต่งชิ้นส่วนภายใน ก็จะเน้นโทนสี ส้ม/ดำ และมีการตกแต่งยิบย่อยอีกหลายรายการเพื่อบ่งบอกว่านี่คือตัวแรงจากทีม Ford-Performance พร้อมสนนราคาวางจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นที่ 68,500 ดอลล่าร์ หรือราวๆ 2,260,000 บาท

ข้อมูลจาก Carscoops

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments