Flushing oil ล้างท้อง เครื่องยนต์ …. ต้องทำหรือไม่

ในหลายปีหลังๆ มานี้ เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ ในการดูแลรถยนต์มากมาย สำหรับงานดูแลรักษาเครื่องยนต์ หลายคนน่าจะเคยพบว่าในรายการเปลี่ยนถ่าย น้ำมันเครื่องยนต์ จะมีสิ่งที่เรียกว่า Flushing Oil   ติดปลายนวมมาด้วย  แล้วมันคืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ทำไมเราต้องจ่ายเพิ่ม

Flushing oil  เป็นน้ำมันที่มีความหนืดสูง เกิดขึ้นเพื่อ ชะล้างเอาคราบสกปรกต่าง ๆ ในระบบหมุนเวียนน้ำมันเครื่องในเครื่องยนต์ออกมา ซึ่งเดิมทีเราต่างเชื่อว่า การถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะปกติ ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ดีเหมือนใหม่ ทั้งที่ความจริงอาจจะยังมีน้ำมันเก่าบางส่วน ตกค้างตามปั้มน้ำมันเครื่อง หรือ ท่อทางเดินต่าง ๆมากมายในเครื่องยนต์ หรือส่วนประกอบที่น้ำมันเครื่องต้องวิ่งผ่าน อาทิ เทอร์โบ หรือ ตัวระบายความร้อนน้ำมันเครื่อง (oil cooler)

Flushing oil

ด้วยเหตุนี้ เพื่อชะล้างคราบต่าง ๆ ให้ออกอย่างหมดจด จึงควรเติมสาระชะล้างที่มีความหนืดสูงเข้าไปวนในระบบเพื่อดดึงเอาคราบสกปรกต่าง ๆ รวมถึงน้ำมันคงค้างในระบบบางส่วนออกมาให้หมดจด  ก่อนเติมน้ำมันเครื่องใหม่เข้าไปหล่อลื่นเครื่องยนต์ปกติ

ในท้องตลาดปัจจุบัน  Flushing Oil   มีราคา ตกถัวเฉลี่ยราว ๆ 400-500 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ โดยมากจะมีความจุ 1 แกลลอน หรือ 4ลิตร เพื่อให้ได้ ตามปริมาณที่เครื่องยนต์ใช้ในการหล่อลื่นจริง เพียงแต่มันเป็นสารชะล้าง ไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่นแต่อย่างใด

หลายคนคงสงสัย แล้วเมื่อไร เราถึงควรจะใช้ เจ้าน้ำมันที่ว่านี่ จริง ๆ แล้วมันไม่มีกฎตายตัวสำหรับการใช้น้ำมันชะล้างระบบหล่อลื่นในเครื่องยนต์ ส่วนมากเป็นไปตามการพิจารณา ของช่างผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเขาชักไม้วัดน้ำมันเครื่องแล้ว เจอสภาพน้ำมันเครื่องคุณดำปิ๊ดปี๋ ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า คุณจะต้องโดนรายการน้ำมันชะล้างบวกเข้ามาเป็นของแถม ตอนเห็นบิลค่าบริการอย่างแน่นอน

Flushing oil

แต่จากที่เราคุยกับช่างผู้เชี่ยวชาญตามอู่รถยนต์ต่าง ๆ การใช้น้ำมันชะล้างอาจจำเป็นกับรอบถ่ายน้ำมันเครื่อง 1 แสน กิโลเมตร เนื่องจากถือว่า เป็นการดูแลครั้งสำคัญของรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมายาวนาน และถ้าเทียบว่าคุณใช้งานมา 5-6 ปี ไม่เคยล้างระบบภายในเครื่องยนต์เลย ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาแก่การสมควร

ต่อข้อคำถามว่าเราต้องล้างระบบทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่าย น้ำมันเครื่อง หรือไม่ คำตอบคือไม่จำเป็น เลย เพราะน้ำมันเครื่องส่วนใหญ่ แม้จะวิ่งผ่านชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนในเครื่องยนต์ ด้วยค่าการหล่อลื่น ก็จะนำพาเขม่า หรือคราบสกปรกต่าง ๆมากับมันด้วย และน้ำมันเครื่องไม่เหมือนน้ำมันเกียร์ที่จะค้างในระบบจำนวนมาก มันอาใส่แรงปั้มดูดและดันน้ำมันเครื่องไปตามระบบทันทีที่คุณสตาร์ทเครื่องยนต์

ดังนั้น น้ำมันเครื่องส่วนใหญ่จึงอยู่ที่ อ่างน้ำมันเครื่อง ที่เราเปลี่ยนถ่ายกันเป็นประจำ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า น้ำมันเครื่อง ที่เราเปลี่ยนถ่ายออกมา มีจำนวนปริมาตรเท่ากันทุกครั้งที่เราเปลี่ยนถ่าย (โดยส่วนใหญ่)  เราแทบจะถ่ายน้ำมันเครื่องเกือบร้อยละ 90 ออกจากเครื่องที่เราใช้เป็นประจำ ทุกๆ 10,000 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้น  แล้วแต่ระยะให้บริการที่กำหนด

ล้างระบบเครื่องยนต์ เขาทำกันอย่างไร

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้ว การใช้น้ำมันชะล้างที่เราพูดถึงนี้ มันมีกระบวนการอย่างไร แล้วเขาใช้งานมามันอย่างไร ตามการเปิดเผยโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ การใช้น้ำมันชะล้าง ง่ายมาก เพียง 5 ขั้นตอนเท่านั้น

1.เริ่มจากถ่ายน้ำมันเครื่องเก่าออกให้หมดจากระบบ ตามขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามปกติ โดยไม่เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องเก่าออก

2.เติม น้ำมันชะล้าง ลงในช่องเติมน้ำมันเครื่องของเครื่องยนต์  ตามปริมาตรน้ำมันหล่อลื่นที่เราใช้ จากนั้นวัดระดับน้ำมันให้อยู่ในระดับระหว่าง สูงสุด หรือ ต่ำสุด บนก้านไม้วัด

3.เมื่อได้ค่าตามที่กำหนดแล้ว  ให้สตาร์ทเครื่องยนต์เดินเบาทิ้งไว้ เป็นเวลาตามที่ผู้ผลิตน้ำมันชะล้างกำหนด บางยี่ห้อ 5 นาที ก็เหลือเฟือง บางยี่ห้อ 15 นาที ทางด้านช่างที่เราสอบถามเรื่องบอกว่า โดยมากจะเดินเอาไว้ 10-15 นาที  เพื่อให้ น้ำมันชะล้างมีความร้อนระดับหนึ่ง  และไหลไปทั่วระบบหล่อลื่นภายในเครื่องยนต์

โดยในระหว่างการเดินเบา ไม่เร่งเครื่องยนต์ และไม่เข้าเกียร์เด็ดขาด เพียงสตาร์ทเครื่องรถทิ้งไว้เท่านั้น

4.ถ่ายน้ำมันชะล้างที่เติมเข้าไป ออกจากเครื่องยนต์ และเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องใหม่

5.สุดท้าย เติม น้ำมันเครื่องยนต์ ใหม่เข้าสู่เครืองยนต์ และตรวจวัดให้ได้ระดับสูงสุดบนก้านไม้วัด

 

ปัจจุบันกรรมวิธีดูแลรถยนต์และเครื่องยนต์มีกระบวนการมากขึ้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการขับขี่ และความประหยัดสูงสุด ตลอดการใช้งาน จำไว้ครับยิ่งถ้าเราดูแลรถดี เขาก็จะดูแลคุณดีตามไปด้วย และให้ความมั่นใจทุกครั้งที่คุณขับขี่รถของคุณ

 

ขอบคุณข้อมูล จาก อู่ชูบรรจงยนต์ มาณ โอกาสนี้ด้วยครับ

Comments

comments