Mercedes ชี้ รถยนต์ไฟฟ้า จะไม่ถูก เท่ารถสันดาป ในเร็ววัน

แบ่งปันเรื่องนี้

แม้ในปัจจุบัน ทิศทางการตลาดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่นั่นก็เป็นเพราะผู้คนมองเห็นประโยชน์จากการรักษ์โลก และการประหยัดค่าเชื้อเพลิงระหว่างใช้งาน

ทว่าในมุมของราคาตัวรถและความสะดวกสบายในการใช้งานยังเป็นสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์คนส่วนมากอยู่ ซึ่งทาง Mercedes ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า ปัญหานี้คงไม่สามารถแก้ได้ในเร็ววัน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นข้อมูลจากมุมมองของ Markus Schäfer หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเทคโนโลยี Mercedes-Benz ที่เปิดเผยกับสื่อ Road & Track เอาไว้ว่า แม้ในปัจจุบัน ทิศทางการตลาดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้นทุนในการผลิตยานพาหนะเหล่านี้ กลับไม่มีวี่แววว่าจะถูกลงในเร็ววัน หรืออย่างน้อยๆก็ไม่มีทางถูกไปกว่าการผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเท่าๆกันในอนาคตอันใกล้

เนื่องจากหากจะให้ต้นทุนของรถยนต์ทั้งสองประเภทอยู่ในระดับเท่าๆกัน ค่าใช้จ่ายในการผลิตแบตเตอรี่จะต้องลดลงไปอยู่ที่ราวๆ 50 ดอลล่าร์ หรือราวๆ 1,675 บาท ต่อพลังงาน 1 kWh ทว่าในตอนนี้ต้นทุนเฉลี่ยในการผลิตแบตเตอรี่นั้นกลับยังอยู่ที่ราวๆ 100 ดอลล่าร์ หรือราวๆ 3,350 บาท ต่อพลังงาน 1 kWh ซึ่งคิดเป็นสองเท่าของสิ่งที่ควรจะเป็นเลยทีเดียว

ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยข้อด้อยของแบตเตอรี่ยุคปัจจุบันเมื่อเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ยังไม่สามารถจุพลังงานได้มากพอกับลักษณะการใช้งานของคนหมู่มาก และในขณะเดียวกัน ก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีให้บรรลุไปถึงเป้านั้นได้อย่าง 100%

นอกจากนี้ ตัวแร่ หรือวัตถุดิบที่ต้องใช้สำหรับการทำแบตเตอรี่เอง ยังมีแนวโน้มว่าจะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากตัววัตถุดิบเอง กรรมวิธีในการหาสินแร่ ไปจนถึงขั้นตอนในการแปรรูปสำหรับทำแบตเตอรี่ นั่นจึงหมายความว่าผู้ผลิตยิ่งต้องใช้เม็ดเงินเพื่อลงทุนในการสร้างและพัฒนาแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีก และแน่นอนว่ามันก็ยิ่งทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเช่นกัน

โดยหากไม่นับมาตรการของภาครัฐประเทศไทย ที่พึ่งมีการประกาศลดหย่อนภาษีและให้งบอุดหนุนราคารถไฟฟ้า ให้มันถูกส่งถึงผู้บริโภคในราคาที่ถูกลง จากข้อมูลการขายรถยนต์ไฟฟ้าในต่างประเทศ กลับแทบไม่มีผู้ผลิตรายใดเลยที่ขายรถของตนเองในราคาถูกลง หรือมีรุ่นใหม่ๆที่ถูกเทียบเท่ากับรถเครื่องสันดาปภายในไซส์เดียวกันเลยสักนิด และมีทีท่าจะสูงขึ้นมากเสียด้วยซ้ำ

ยกตัวอย่างเช่น Tesla ที่เคยขายรถ Model 3 ด้วยราคาเริ่มต้น 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 1.17 ล้านบาท เมื่อปี 2020 ตอนนี้ ตัวถูกสุดของรถรุ่นดังกล่าว กลับมีราคาเพิ่มขึ้นเป็น 48,440 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 1.62 ล้านบาท ซึ่งหากจะบอกว่าเพราะตัวรถได้รับการปรับออพชันเพิ่มเติม จึงควรมีราคาสูงขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร แต่ถ้าไล่เช็ครายละเอียดดีๆจะพบว่ามันก็ไม่น่าจะทำให้ราคาของตัวรถเพิ่มขึ้นสูงขนาดนั้นอยู่ดี นอกไปเสียจากต้นทุนการผลิตรถในส่วนอื่นที่สูงขึ้น

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments