engine As generator แนวทางใหม่ช่วย ประหยัด ที่คุณ อาจยังไม่รู้

แบ่งปันเรื่องนี้

ในยุคนี้ รถยนต์ไฮบริด กลายมาเป็นแนวทางที่หลายคนต่างเริ่มมองหา และ อยากจะจับจองเป็นเจ้าจอง วิธีหนึ่ง คือการพัฒนารถยนต์เป็นระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และแนวทางนี้มีหนทางใหม่ ช่วยคุณประหยัด ที่เรียกว่า engine As Generator หรือ ที่เราเคยผ่านหูว่า Range Extender นั่นเอง

แนวคิด Range Extender ไม่ใช่มุมมอง ใหม่ เพียงแต่ความเข้าใจแต่ละคนไม่เหมือนกัน แนวคิดดังกล่าว คือแทนที่เราจะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนเพียงอย่างเดียว เมื่อแบตอ่อน ก็ต้องชาร์จไฟฟ้า ทำไมต้องทำอย่างงั้นในเมื่อ คุณสามารถติดตั้งเครื่องยนต์ไปใช้เพื่อปั่นไฟฟ้าได้ คล้ายกับ เครื่องปั่นไฟที่เรารู้จักกันดี

นิสสัน,ฮอนด้า และ Haval เป็น สามค่าย ที่ตอนนี้ ใช้แนวทางนี้ในการพัฒนา ระบบไฮบริดของพวกเขาออกมาในแบบที่เรากำลัง กล่าว

Nissan e-Power ชัดเจนในแนวทาง ในการใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟฟ้า เข้าแบตเตอร์รี่ และไม่ใช้ เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนตัวรถเลย

วิศวกร นิสัน เคยอธิบายว่า แนวคิดนี้ เป็นระบบ Range Extender ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

ขณะที่ฮอนด้า และ ฮาวาล มีแนวทางคล้ายๆ กัน คือ เครื่องยนต์ จะทำหน้าที่เป็น เครื่องปั่นไฟ ในจังหวะความเร็วไม่สูงมากนัก เพื่อให้ไฟฟ้าเพียงพอต่อการใช้งานของมอเตอร์

ทั้ง สามค่ายมีแนวทางคล้ายๆ กัน คือ ณ จุดหนึ่งเครื่องยนต์ จะเป็นเครื่องปั่นไฟฟ้า เพียงแต่ สองค่ายหลัง มีแนวทางต่างออกไป คือ เครื่องยนต์ ไม่เพียงปั่นไฟฟ้าเท่านั้น ยังขับเคลื่อนรถได้ด้วยเมื่อเห็นสมควร

หลายคนสงสัยมานาน ตั้งแต่ ระบบอีพาวเวอร์ เปิดตัวแนะนำในประเทศไทย ว่า ทำไม นิสสัน ต้องทำให้ยุ่งยาก เอาเครื่องยนต์ไปปั่นไฟฟ้า แล้วแปลง มาเป็นพลังงานขับเคลื่อนล้อ มันดีกว่าการใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนล้อโดยตรงอย่างไร

เรื่องดังกล่าว ก่อนอื่น ต้องยอมรับความจริง ข้อแรก ว่า มอเตอร์ไฟฟ้า มีความสามารถในการทำแรงบิดสูงในรอบต่ำ ตอบสนองได้ดี ทันทีเมื่อคุณเหยียบคันเร่ง มีสิ่งที่เรียกว่า แรงบิดเฉียบพลัน สามารถพารถพุงอย่างรวดเร็ว ให้แรงบิดสูงสุดเสมอๆ ดีกว่าเครื่องยนต์สันดาป ที่จำต้องรอรอบการทำงานที่ถูกต้องเหมาะสม ต้องมีการลากรอบเครื่องยนต์ รวมถึง ใช้ชุดเกียร์เข้าช่วย

ฮอนด้า อี เอชอีวี มีแนวคิดเดียวกันใน โหมดการขับขี่ไฮบริด

กลับกัน มอเตอร์ไฟฟ้า อาศัยเพียงรอบมอเตอร์ ที่มีอยู่อย่างจุใจ สามารถทำงานทั้งรอบต่ำรอบสุงได้ โดยอาศัย เพียงอัตราทดเฟืองท้ายเท่านั้น

ในทางเดียวกัน การใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟฟ้าเข้าแบตเตอร์รี่ ทำให้ แบตเตอร์รี่ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่มาก น้ำหนักตัวแบตเตอร์รี่น้อยลง ขนาดเล็กลง สามารถ นำไปจัดวางในจุดไหนก็ได้ ที่คิดว่า เหมาะสม มีสมดุลดี อาทิใต้เบาะหน้า ใน Nissan kicks e-Power, หลังเบาะหลัง ใน Honda City e:hev

หัวใจสำคัญอีกด้าน คือ ลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องราคาแบตเตอร์รี่ว่าจะแพงมากมายนัก เนื่องจากขนาดเล็กไม่ใหญ่ มาก ค่าใช้จ่ายในการต้องเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ ราคาต่อลูกก็จะไม่สูงจนกระเป๋าฉีกในยามรถมีอายุอานนามเยอะในภายภาคหน้า

ส่วนเครื่องยนต์เองก็ทำงานในจังหวะบางช่วงบางตอน เพื่อให้ถึงปริมาตรแบตเตอร์รี่ที่ทางวิศวกรตั้งไว้ โดยมาก เพื่อรักษา ความสามารถของประจุ จะชาร์จช่วง 20-80% ของแบตเตอร์รี่ เสมอ สาเหตุที่ชาร์จไม่เต็ม เพื่อเผื่อพื้นที่ประจุ จากการ รีเจนแบต จากล้อ เวลาเบรก และ ชะลอความเร็ว หรือ คุณลงทางลาดชัน

ตัวเครื่องยนต์เอง เมื่ออยู่ในสถานะเจนเนอร์เรเตอร์ หรือ เครื่องปั่นไฟฟ้า ก็จะมีรอบทำงานที่คงที่ ไม่ใช้รอบสูงหรือ ขึ้นลงไปมา การทำงานลักษณะนี้ ทำให้ได้ 2 สิ่งที่วิศวกร ต้องการ คือ 1.อัตราประหยัดลดลง และ 2.การปล่อยไอเสียที่ลดลงอย่างชัดเจน เมื่อขับในช่วงความเร็วต่ำ โดยเฉพาะการขับขี่ในเมือง ทั้งคู่ ช่วยลดการปล่อยไอเสียได้เป็นอย่างดี และ ในแง่การตลาด ลดการเสียภาษีสรรพสามิตร จากภาครัฐบาล ได้ด้วยในทางหนึ่ง ทำให้ สามารถใส่ออพชั่นอื่น ที่น่าสนใจเข้ามาด้วย

นอกจากนี้ การมีอุปกรณ์ เพิ่มบางส่วน อย่างแบตเตอร์รี่ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้ สามารถ สร้างสมดุลในการขับขี่ได้ดีกว่า รถสันดาปปกติ น้ำหนักที่เพิ่ม ไม่เพียงช่วยทำให้รถเกาะถนนมากขึ้น ทางเดียวกัน การมีอุปกรณ์หนักๆ อย่างแบตเตอร์รี่อีกชิ้น ไว้ถ่วงในจุดที่เหมาะสม ทำให้รถสามารถตอบสนองการขับขี่ดีขึ้น

และท้ายสุดในเรื่องของการขับเคลื่อน แทบไม่ต้องพึ่งหรือ ลดภาระอัตราทดเกียร์ อาทิ นิสสัน อีพาวเวอร์ใช้เพียงการทดเฟืองท้ายเท่านัน ขณะที่ ระบบของฮอนด้า สามารถใช้เครื่องยนต์ขับลงล้อ โดยใช้หลักการคล้ายๆ กัน คือ มีคลัทช์อีชุดที่มีอัตราทดสำหรับเครื่องยนต์ใช้ในการขับขี่

ส่วนระบบเกียร์ DHT ของ Haval จะมีอัตราทดเกียร์ 2 จังหวะ สำหรับ เครืองยนต์ คือ Low Speed และ High Speed

จะเห็นว่าทั้งหมด ไม่มีอัตราทด หรือมีน้อยตำแหน่งกว่าการใช้ระบบสันดาปเดิม การตอบสนองเครืองยนต์ก็ดี และไม่เพียงเท่านี้ เครื่องยนต์ยังสามารถพัฒนาไปเป็นแนวทาง Atkinson Cycle ที่ลดการปล่อยไอเสียได้ดีกว่าด้วย

มาถึงตรงนี้ คงต้องยอมรับว่า แนวทางการใช้เครื่องยนต์เป็นตัวปั่นไฟฟ้า หรือ Engine As Generator สำหรับระบบไฮบริด ดูจะเป็นแนวทาง และความคิดที่ดีในการทำงาน แม้หลายคนอาจจะคิดว่า มันดูซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ดูไม่มีเหตุผล แต่เชื่อเถอะครับ วิศวกรเขาคิดมาดีแล้ว และทุกอย่างมีเหตุผลของมัน

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments