อีโค่คาร์ 5 ประตู เปรียบเทียบ Honda  City Hatchback / Mazda 2 / Suzuki  Swift / Toyota Yaris  ใครน่าใช้ ใครคุ้มค่า

รถยนต์อีโค่คาร์ เป็นรถกลุ่มเล็กที่สุด มีราคาถูกที่สุดในตลาด รถ อีโค่คาร์ 5 ประตู แฮทช์แบ็ค เป็นที่สนใจของคนรุ่นใหม่ที่มีกิจกรรมที่หลากหลาย ตอบสนองได้ทั้งนั่งโดยสารและการบรรทุกสัมภาระยามจำเป็น ทำให้รถกลุ่มนี้ ยืนหนึ่งในใจคนมองหารถเล็ก

ในวันนี้เราถือโอกาสดีที่จะเอารถ อีโค่คาร์ 5 ประตู มาจับเข่าคุยว่ารุ่นไหนดีเด่น อย่างไร สมรรถนะในภาพรวมเป็นอย่างไร ถ้าคุณกำลังสนใจจะหารถสักคันมาครอบครอง คันไหนจะเหมาะสมที่สุด

*หมายเหตุบทความนี้ไม่รวม  Nissan March   และ   Mitsubishi Mirage  ด้วยการไม่ปรับปรุงออพชั่น ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา 

อีโค่คาร์ 5 ประตู ที่เรานำมาเปรียบเทียบในบทความนี้ คือ

Toyota Yaris

Toyota  Yaris   น่าจะป็นตัวเลือกแรกของหลายคนในฐานะอีโค่คาร์ที่ซื้อง่ายขายคล่อง อยากเลี่ยนรถจะเทิร์น ก็ดูง่ายๆ สบายดี

ยาริส ปัจจุบัน เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.2 ลิตร ให้กำลัง 92 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 109 นิวตันเมตร ส่งด้วยเกียร์  Super CVT-I 7 สปีด ไม่ได้มุ่งเน้นความหวือหวาอะไร ให้ความประหยัดสูงสุด 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

ตัวรถมีความยาว 4,165 มม. ถือว่ามีขนาดใหญ่จนเริ่มใกล้เป็นคอมแพ็คคาร์ มันพกล้ออัลลอยขอบ 15 นิ้วมาให้ทุกรุ่นตอบการใช้งาน จุดขายหลักอยู่ที่ ฟังชั่นที่มีครบครัน เช่นไฟหน้า LED   เสาอากาศ คลีบฉลาม

ภายในให้เบาะนั่งหนังสังเคราะห์บวกผ้า มาตั้งแต่รุ่นกลาง เช่นเดียวไมล์เรืองแสง รวมถึงเบานั่งหลังปรับพับได้ในอัตรา 60/40 ส่วนเครื่องเสียงเป็นหน้าจอสัมผัส ขนาด 6.7 นิ้ว

ในรุ่นท๊อป ยาริส ยังมีระบบความปลอดภัยชขั้นสูงมาให้ใช้ 2 ระบ คือระบบเตือนก่อนการชน และ ระบบ เตือนเมื่อออกนอกเลน รวมถึง ยังมีระบบกล้องบันทึกทั้งทางด้านหน้า และ ด้านหลังมาด้วย

ถ้ากล่าวในรวมๆ  Toyota  Yaris  ไม่ใช่รถที่โดดเด่นชัดเจนอะไร เป็นรถอีโค่คาร์ ที่มีดีในด้านขนาดตัวรถที่กำลังพอใช้ ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก ตามสไตล์โตโยต้า

Mazda 2

ทางด้าน  Mazda 2   มีการปรับปรุงโฉมในปี 2018 และ ต้นปีนี้ มีการปรับปรุงอีกครั้งเป็น Mazda 2  2021 Collection

การปรับปรุงครั้งนี้เน้นหนักในการเพิ่มออพชั่นให้น่าใช้มากขึ้น ราคาเดิม มีออพชั่นมากขึ้น เริ่มจากภายนอกได้ไฟหน้า  LED   เป็นมาตรฐานใหม่ ,กระจกบังลมหน้าลดเสียงรบกวน และสปอร์ยเลอร์หลัง จัดให้ทุกรุ่น

ส่วนภายในห้องโดยสาร ตั้งแต่รุ่น รองบ้วยรุ่นเริ่มต้นขึ้นมาได้ระบบเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play – Android Auto   รุ่น 1.3 S   ขึ้นมา ให้  Cruise Control มาตรวัด อนาล็อก รวมถึง พวงมาลัยและคันเกียร์หุ้มหนังสีดำ รวมถึง  Paddle Shift  ตลอดจน แต่ละรุ่นย่อย ยังมีการตบแต่งด้วยวัสดุไม่เหมือนกัน แตกต่างกันมากถึง 4 แบบ

จุดขายของมาสด้า 2 อยุ่ที่การเป็นซิตี้คาร์ที่มีความหรูหรา ใช้งานสะดวกในเมือง ขนาดตัวรถจะย่อลงมามีความยาวเพียง 4,065 มม. ยังคงเหมือนเดิม คือพื้นที่นั่งหลังไม่ได้ใหญ่มากอย่างที่คิดนัก ไม่ได้เน้นการใช้งานในเชิงครอบครัว เหมาะกับหนุ่มสาว คนโสด หรือ ใครมีครอบครัว ก็ต้องลูกยังเล็ก

ความโดดเด่นของมาสด้าอีกข้อ หนีไม่พ้นการขับขี่ เครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร ให้กำลัง 93 แรงม้า แต่เทียบกับโตโยต้า มีแรงบิดดีกว่าถึง 123 นิวตันเมตร ถ้านั่นยังไม่เป็นที่พอใจ และคิดว่ามีกำลังพอจะจ่ายไหว ยังมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า มันพกแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร  ตั้งแต่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที

มาสด้าเป็นอีโค่คาร์รุ่นเดียว ที่ไม่ใช้ระบบเกียร์ แบบ  CVT   ที่ได้รับความนิยมในอีโค่คาร์ พวกเขาใช้เกียร์ออโต้ 6 สปีด ถึงจะยังไม่ได้โครงสร้างใหม่ ก็มีการพัฒนาตัวช่วยในการขับขี่ โดยเฉพาะระบบ G-Vectoring Plus   ช่วยให้เข้าโค้งถ่ายน้ำหนัก ระหว่างการขับขี่ดีขึ้น ลดความเหนื่อยล้าในการเดินทาง เป็นจุดขายสำคัญของรถรุ่นนี้

และขาดไม่ได้กับระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม  Rear Cross Traffic Alert   และ Blind Spot  Monitoring

Mazda 2   ปัจจุบัน จึงเป็นรถที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะการขับขี่ และความหรูหรา แตกต่างในรถระดับเดียวกัน และมีตัวเลือกที่ค่อนข้างหลากหลายที่สุดตามกำลังงบที่พอจะไหว ของลูกค้า

Suzuki Swift

ค่ายผู้เชี่ยวชาญรถยนต์นั่งขนาดเล็ก  Suzuki   ปีนี้ ปรับทัพรับศึกอีโค่คาร์ 5 ประตู ด้วย  Suzuki Swift   ใหม่ ที่มีการปรับปรุงรายละเอียดเพิ่มความคุ้มค่ามากขึ้น

ในขณะที่มาสด้า มีรถ ประมาณ 7 รุ่นย่อย เลือกเอาตามใจชอบ ซูซูกิ กลับตัดสินใจ ลดลง เหลือเพียง 2 รุ่นย่อยเท่านั้น คือ  GL   และ   GLX   ด้วยความคิดเพื่อให้ ตัวแทนจำหน่าย , ผู้ขาย และลูกค้าเลือกง่ายๆ ตามความต้องการ

การเปลี่ยนแปลงในปี 2021 ซูซูกิ เดินสายเน้นความคุ้มค่ามากขึ้น รุ่นเริม่ต้น  GL   เปลี่ยนกระจังหน้าเหมือนตัวท๊อป ให้กุญแจ  Keyless   พร้อมปุ่มสตาร์ท และ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

ส่วนรุ่นท๊อป เติมชุดจอรุ่นใหม่ ภายในมีโครเมี่ยม ปรับภาพภายนอกเป็นไปในทางความหรูหรา น่าใช้งานขึ้น ราคาก็ไม่ได้ปรับเพิ่มจากเดิมมากเท่าไรนักทั้ง 2 รุ่น

แม้ว่า ซูซูกิจะเดินทางสายกลางเน้นความคุ้มค่า แต่สิ่งที่ Suzuki Swift   พยายามมอบให้ลูกค้ามาโดยตลอดอยู่แล้ว ก็มีสมรรถนะเต็มเปี่ยมมาด้วย  รถรุ่นนนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่รุ่นที่มาพร้อมโครงสร้างใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า Suzuki  Heartect   โครงสร้างตัวถังลดความซับซ้อนให้น้ำหนักเบาขึ้นกว่ารุ่นเดิมที่วางจำหน่าย

เครื่องยนต์ ก็ลดขนาดลงเป็น 4 สูบ 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งลงเกียร์  CVT   ทั้งยังติดตั้งชุดดิสก์เบรก 4 ล้อมาให้ เป็นค่ายเดียวที่ยังให้ชุดเบรกหลังแบบ ดิสก์เบรก

แม้ว่าในเรื่องตัวเลขทางเทคนิค จะดูแล้ว สวิฟท์ ด้อยกว่าชาวบ้านเขาพอสมควร แต่จุดขายสำคัญกลับพกความมั่นใจมาอย่างเต็มเปี่ยม ขนาดกะทัดรัดของมัน ทำให้ขับได้ดีในเมือง เข้าจอดง่ายสะดวกสบายพอสมควร  อัตราเร่งม้าอาจจะน้อย แต่ได้อานิสงค์โครงสร้างน้ำหนักเบา ทำให้อัตราเร่งดี , รถควบคุมง่าย เบรกมั่นใจ

ถ้าสังเกตจะพบว่า  Suzuki  Swift   เป็นรถที่มาพร้อมโครงสร้างใหม่ล่าสุดเพียงแบรนด์เดียว ตามแนวคิดใหม่ของ  ซูซูกิ ในการพัฒนารถ

>> อ่านรีวิว  Suzuki Swift  ที่นี่

Honda  City Hatchback

การก้าวเข้ามาร่วมเกมของ อีโค่คาร์ 5 ประตู ด้วยรถ  Honda City Hatchback   เรียกว่าเป็นการเขย่าตลาดครั้งสำคัญของทางฮอนด้า หลังจากไม่ประสบความสำเร็จใน  Brio

Honda City Hatchback
Honda City Hatchback

หมาเกมนี้ฮอนด้า จัดหนักด้วยรถแบบใหม่ที่คนไทยน่าจะชอบ พกสไตล์สปอร์ตมาเต็มกระบุง ขนาดตัวรถก้มีความใหญ่ที่สุดถึง 4.3 เมตร ใหญ่เท่า SUV ขนาดเล็กบางรุ่นติดเพียงแค่ มันไม่ได้ยกสูงก็เท่านั้นเอง

Honda  City  Hatchback   มีจุดขายสำคัญ เรื่องพื้นที่การใช้สอย ในเวลานี้เรียบกว่า มันมีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดกลุ่มนี้ อย่างที่กล่าวไปเมื่อครู่ มันมีความยาวสูงสุด 4.3 เมตรกว่าๆ และ จากที่มีโอกาสลองวัดพื้นที่ในการใช้งานตอนหลัง ถ้าพับเบาะนั่งลงทั้งจะมีความยาวจากหลังเบาะหน้าถึงท้ายประตูมีความยาวถึง 1.6 เมตร ถือว่ามีความยาวเท่ารถอเนกประสงค์บางรุ่นที่มีการวางจำหน่ายในปัจจุบัน

นอกจากขนาดตัวรถที่มหึมากว่าชาวบ้านแล้ว ที่ทำให้สาวกกระเหี้ยนหระหือรือ คงไม่พ้นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.0 ลิตร 3 สูบ ที่ออกมาใน ฮอนด้า ซิตี้ ซีดาน ก็ถูกยกมาใส่รถรุ่นนี้กับเขาด้วย

Honda City Hatchback

ความเร้าใจของเครือง1.0 เทอร์โบ เรียกว่าฉีกกฎทุกข้อ ของสมรถรนะการขับขี่มันมีกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร เทียบเท่าเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรในยุคก่อน ระบบเกียร์  CVT   ก็มีการพัฒนาใหม่ให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ด้วยการออกแบบสายพานเกียร์ใหม่  รุ่นท๊อป  RS  ครบเครื่องมากขึ้น ด้วย Paddle Shift

เทียบกับขนาดตัวรถและ ราคา ไม่ได้แพงมาก เริ่มต้น ที่ 599,000 บาท และ สูงสุด ที่ 749,000 บาท ราคาแพงกว่ารุ่นซีดาน แค่ 10,000-20,000 บาท แล้วแต่รุ่น   ก็ถือว่าคุ้มค่า

ถ้าสรุป  Honda  City  Hatchback ได้ตัวรถที่มีขนาดใหญ่มากกว่า รุ่นอื่นราคาที่ไม่ต่างกันนัก พร้อมเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่มีสมรรถนะการขับขี่เหนือว่าเครื่องทุกตัว จึงน่าสนใจมากที่สุด

แน่นอนว่า อีโค่คาร์ 5ประตู จะเป็นรถที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าต่อไป ด้วยการมีฟังชั่นที่หลากหลายครบครัน และทรวดทรงที่ดูสปอร์ตถูกใจคนรุ่นใหม่ ที่มีการใช้งานหลายด้าน

 



Comments

comments