รถ แฮทช์แบ็ค โดนชนท้าย แล้วอันตรายกว่า ซีดาน จริงหรือไม่

แบ่งปันเรื่องนี้

เหตุการณ์ รถยนต์ Honda Brio ถูกชนท้าย จนมีผู้เสียชีวิตมากถึง 3 ราย เมื่อสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา กลายเป็นเหตุการณ์ ที่ทำให้หลายคนตระหนักอีกครั้งถึงการที่รถอาจเกิดอันตราย เมื่อโดนท้าย อย่างรุนแรง

การโดนชนท้ายอย่างรุนแรงครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก ละคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย สิ่งที่หลายคน เริ่มตั้งคำถามถึง คงไม่พ้น ความปลอดภัย ในการซื้อรถยนต์ แฮทช์แบ็ค 5 ประตู ที่มีจำนวนมากมาย ในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก โดยเฉพาะอีโค่คาร์ ที่ถือเป็นรถพื้นฐานของคนไทย พร้อมคำถามถึงความปลอดภัยเกี่ยวกับพวกมัน โดยเฉพาะ เมื่อโดนชนท้าย

ถ้าย้อนไปในอดีต เหตุการณ์ที่รถยนต์ขนาดเล็กโดนชนท้าย จนมีผู้เสียชีวิต ไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ตกเป็นข่าวดัง คงเป็น กรณีรถยนต์ Ford Fiesta โดนรถเบนซ์ขับชน จนมีผู้เสียชีวิต มาจนเหตุการณ์ล่าสุด สิ่งที่เหมือนกัน คือ ผู้เสียชีวิตอยู่ในรถเก๋ง 5 ประตู ขนาดเล็ก โดนรถยนต์ยุโรปพุ่งชนด้วยความเร็ว จนเป็นอันตรายถึงชีวิต

หลายคนเริ่มจะกังวลรถยนต์แฮทช์แบ็คมาบ้าง จากเหตุการณ์ทั้ง 2 ที่เกิดขึ้นในวาระต่างกัน แต่มีความเหมือนกัน คือ รถ 5 ประตู ถูกชนท้ายอย่างแรง จนทำให้โครงสร้างรถยนต์เสียหาย และผู้โดยสารในรถเสียชีวิต

โดยเฉพาะข้อเท็จจริง ว่ารถยนต์แฮทช์โดยส่วนใหญ่ จะมีท้ายรถสั้น ด้วยการออกแบบห้องโดยสารให้ห้องสัมภาระ และห้องโดยสาร อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น เวลาจัดการพับเบาะนั่งตอนหลัง เปลี่ยนห้องสัมภาระชั่วคราว ยามคุณไม่ได้มีผู้โดยสารตอนหลัง

นั่นทำให้ ช่วงท้ายรถสั้นไม่ยื่นออกไปแบบรถ ซีดาน ที่ออกแบบให้มีพื้นที่ 3 ตอน ได้แก่ ห้องเครือง ห้องโดยสาร และ ห้องสัมภาระ อย่างชัดเจน

นี่คือภาพรภ ซีดาน ที่ถูกรถบรรทุก ชนที่ความเร็ว 50 ไมล์ต่อชั่วโมง

อาจเป็นความจริง ที่ต้องยอมรับว่า รถยนต์แฮทช์แบ็คนั้นมีตูดสั้น และตูดสั้นของมันนั้น ทำให้เมื่อเกิดการชนอย่างรุนแรงจากทางด้านหลัง จะมีพื้นที่รับแรงกระแทก หรือ Crumple Zone มากกว่า รถแฮทช์แบ็ค ซึ่งพื้นที่สัมภาระ มักเป็นพื้นที่ท่ไม่มีผู้โดยสาร เมื่อเกิดการชนท้าย พื้นที่ส่วนนี้ จะกลายเป็นจุดรับแรงกระแทกสำคัญ สำหรับรถซีดาน ก่อนจะถึงห้องโดยสาร จริง จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

ในส่วนของรถซิตี้คาร์ขนาดเล็ก รวมถึง รถกลุ่ม SUV ที่มีโครงสร้างในลักษณะเดียวกัน โดยมาก ทางผู้ผลิต จะติดตั้งคานกระแทกด้านหลังมาให้

คานชุดนี้ มีหน้าที่ในการรับและซับแรงกระแทกจากการชน จากรถด้านท้าย เพื่อผ่อนหนักเป็นเบา กรณีเกิดการชนท้ายขึ้น

rear-end-car-collision2
640px-Jeep_Liberty_Rear_Impact_Test
ด้วยความสูงจากพื้นถึงท้องรถ ประกอบกับพื้นที่สัมภาระใหญ่ ของรถอเนกประสงค์ ทำให้เมื่อโดนชนท้าย จะไม่รุนแรง เหมือนรถเก๋ง 5 ประตู

แต่ข้อดีของรถ SUV เหนือ ซิตี้คารื คือโดยมาก จะออกแบบพื้นที่ห้องสัมภาระท้ายให้มีความยาวประมาณหนึ่ง ทำให้เมื่อเกิดการชน จะมีการซับแรงกระแทกประมาณหนึ่ง

แต่ซิตี้คาร์ขนาดเล็ก หากไม่มีคานกันกระแทกทางด้านหลัง เลย เมื่อเกิดการชนท้าย ห้องโดยสารก็จะรับแรงกระแทกทันที 100% ประกอบกับ พื้นที่รับแรงก็มีน้อย ยิ่งรถขนาดเล็ก ระยะก็สั้นลง แถมรถอย่างที่เป็นข่าว Honda Brio แทนที่ประตูหลัง จะช่วยรับแรงก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นชุดกระจก จึงยากจะรับแรงกระแทกปกป้องผู้โดยสาร

แม้ความจริงการออกแบบโครงสร้าง จะมีมาตรฐานการทดสอบ การโดนชนทางด้านหลัง UN ECE No.32 แต่ก็อาจจะไม่พอเพียงหรือไม่ กับความเป็นจริงในการใช้งาน ของคนไทย

รถยนต์ ฮอนด้า บริโอ้ ที่ถูกชน จะเห็นว่า มันมีขนาดเล็ก และมีพื้นที่รับแรงกระแทกน้อยมาก แถมประตูหลัง เป็นกระจกทั้งบาน ไม่ใช่ประตูเหล็ก

อย่างไรก็ดี ไม่ว่า ซีดานหรือ แฮทช์แบ็ค หากวัตถุที่ชนท้าย (รถคันข้างหลัง) มีมวล (น้ำหนัก) มาก และ มีความเร็วที่เดินทางมาหาท้ายรถมาก ก็อาจจะยากในการปกป้องผู้โดยสาร ให้พ้นจากอันตรายถึงชีวิตได้

ส่วนหนึ่งคือ ระบบความปลอดภัยที่สำคัญ เช่น ถุงลมนิรภัย จะไม่ ทำงานเมื่อเกิดการชนทางด้านหลัง

มีเพียงสองสิ่งที่ปกป้องผู้โดยสาร คือ โครงสร้างตัวรถ ที่รับแรงกระแทก และ เบาะป้องกันการบาดเจ็บจากแรงกระแทกจากการชน ซึ่งจะเกิดอาการที่เรียกว่า Whiplash Injury กับผู้โดยสาร เบาะสมัยใหม่ ถูกออกแบบให้พร้อมในเรื่องนี้ แต่ไม่ใช่กับการชนในความเร็วสูง

รวมถึงปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์หลายราย จะออกแบบให้ระบบจ่ายน้ำมันไม่รั่ว เมื่อเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง เป็นมาตรฐานใหม่ตามข้อกำหนดของทาง UNECE No.34 อาจช่วยการเกิดโศกนาฏกรรม หากเกิดการชนอย่างรุนแรง ดั่งในอดีต

อย่างไรก็ดี เราต้องยอมรับว่า สาเหตุที่ผู้โดยสารซิตี้คาร์ 5 ประตู จะสุ่มเสี่ยงเสียชีวิต จากการชนท้ายอย่างรุนแรง ก็มาจากตัวรถที่มีน้ำหนักเบา รวมถึง เราต้องยอมรับเรื่องการใช้วัสดุโครงสร้างที่อาจสู่รถยนต์ขนาดใหญ่ไม่ได้ ด้วยข้อจำกัด ทางด้านการปฏิบัติตามอัตราประหยัดน้ำมัน และการปล่อยไอเสียที่เข้มงวดของภาครัฐ รวมถึงต้นทุนการผลิต ล้วนมีบทบาท ต่อการพัฒนารถยนต์ 1 คัน

Mitsubishi Mirage

ยิ่งความจริงว่า ซิตี้คาร์ / อีโค่คาร์ เป็นรถที่มีน้ำหนักเบาสุดบนถนนในวันนี้ และประเทศไทย นอกจากบรรดารถยุโรป ที่มักเป็นจำเลยในการชนหลายครั้ง ทั้งยังสามารถเร่งเร็ว เครื่องแรง สามารถพุ่งทำความเร็วได้ในพริบตา ทันอกทันใจผู้ขับขี่

รถที่ได้รับความนิยมอย่างรถกระบะ นับวันก็มีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักตัวมากขึ้น ทวีความเสี่ยงกับรถเล็ก 5 ประตู เมื่อโดนชนท้าย อย่างรุนแรง

สิ่งสำคัญ คือ ภาครัฐ ต้องสร้างกฎใหม่ ให้รถอีโค่คาร์ใหม่ๆ ต้องปกป้อง การชนท้ายดีกว่านี้ แม้ความจริงว่า จะมีมาตรฐานการออกแบบรถรองรับ และการชนท้ายอย่างรุนแรงไม่เกิดขึ้นบ่อย ก็ตาม

คานเหล็กหลังอาจไม่มีมาให้รถหลายรุ่น แต่ลูกค้าสามารถซื้อเพิ่มเติมได้ จากโชว์รูม เครดิตภาพ Subaru XV Thailand

ถ้าถามว่า แฮทช์แบ็ค อันตรายกว่าไหม เมื่อเกิดการชนท้ายอย่างรุนแรง คำตอบคือ ไม่ใช่ ถ้ามันมีคานกันกระแทก และได้รับการออกแบบโครงlร้าง รองรับการชน มีช่วงรับแรงกระแทกที่ดี ซึ่งจะผ่อนหนักเป็นเบา แต่เรื่องนี้คุณไม่มีทางรู้เลย จนกว่าจะเกิดเหตุกับตัว หรือดูเพื่อนในคลับ

แต่ในไทย คำถามนี้ น่าจะต้องตอบว่าใช่ ตราบใดที่ รถแอทช์แบ็ค รวมถึงบรรดา SUV บางรุ่น ยังขาดคานกันกระแทกหลัง ของจำเป็นที่ควรมีเป็นมาตรฐานทางด้านความปลอดภัยในรถทุกคัน เพราะอย่างน้อยที่สุด ซีดาน ก็ยังมีพื้นที่รับแรงกระแทกดีกว่า โดยเฉพาะใครที่มีผู้โดยสารด้านหลังบ่อย ก็จะรู้สึกปลอดภัยกว่า

เมื่อนั้น ก็ต้องยอมรับว่า รถแฮทช์แบ็ค โดยเฉพาะรถอีโค่คาร์ยุคแรกๆ ที่มีขนาดเล็กน้ำหนักเบา ก็มีความเสี่ยงเสียหายหนัก เมื่อเกิดการชนอย่างรุนแรงทางด้านหลัง ไม่ว่าจะโดน SUV , รถกระบะ หรือ รถเก๋งด้วยกันพุ่งชน และนั่นอาจหมายถึงชีวิต ของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ไม่ว่าเหตุครั้งนั้น จะเกิดจากความประมาท หรือไม่ก็ตามที

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments