โดนชนท้าย อันตรายมหันต์ที่ต้องระวังในการขับขี่

แบ่งปันเรื่องนี้

อุบัติเหตุ เป็นสิ่งทีไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ไม่สว่าจะหนักหรือเบา มันนำมาซึ่งความสูญเสียไม่ว่าจะต่อชีวิตหรือทรัพย์สินแก่ผู้ประสบเหตุ อุบัติเหตุ มีหลายรูปแบบ นาทีนี้ เชื่อว่า หลายคน กำลังสนใจ กรณี รถ Brio โดนชนท้าย

การโดนชนท้าย อาจจะดูเป็นเรื่องปกติของการขับขี่ในเมืองหลวง มันไม่อันตรายเท่าไร หากคุณโดนจิ้มกระแทกเบาๆ อย่างดีก็เสียเวลารอเคลมประกัน หากถ้าอุบัติเหตุครั้งนั้นเป็น การชนท้ายที่รุนแรงกว่าความเร็วที่เราใช้กันทั่วไป ความสูญเสียอาจเหลือคณานับ

โดนชนท้าย เสียชีวิตในอเมริกาอันดับ 2 นะเออ ..

หมุนเวลากลับไปเมื่อช่วงปีกลายเชื่อเลยว่าเรื่องราวของ  Benz  ขน  Ford   ยังคงตราตรึงใจใครหลายคน มันเป็นคดีสะเทือนขวัญบนถนน ที่วันนี้หลายคนยังเฝ้าติดตามจุดจบของคดี  จนบางคนว่านี่อาจจะเป็นคดีตัวอย่างที่น่าศึกษาของอุบัติภัยทางถนน

ภาพนาทีชีวิตในระหว่างที่รถเมอร์เซเดสเบนซ์ แล่นซ้ายมาด้วยความเร็ว ก่อนมาเจอเข้ากับรถยนต์   Ford  แล้วชนเข้าไปอย่างจัง เป็นภาพที่หลายคนดูแล้วคงตกใจขวัญเสียพอสมควร

มาจน วันนี้ เรื่องราวเก่า ย้อนกลับมาใหม่ เมื่อ Brio ถูก เบนซ์ ชนท้าย จนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย และคนขับเบนซ์ ก็เมาได้ที่ จากภาพเหตุ การณ์ ก็แค่ Brio ตบเปลี่ยนเลน ก่อน จะโดน เบนซ์ พุ่งชนท้าย เหมือนเป็นจังหวะ คิดตรงกันพอดี

การชนท้าย ไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะเมื่อขับตามๆ กัน บนถนน แต่หากรถคันหน้าเบรกกะทันหัน แล้วคุณเบรกตาม สิ่งที่คุณสมควรกังวล ไม่ใช่การที่เราจะไปชนคันหน้าหรือไม่ แต่ยังต้องมองถึงคันหลังที่ตามมาว่า เขามีความสามารถในการเบรกชะลอหยุดทันการด้วยหรือไม่

ด้วยเหตุนี้ รถทุกคน จึงมีกระจกมองหลัง มาให้ด้วย เพื่อ การนี้ โดยเฉพาะ

ในอเมริกา หน่วยงานทางด้านความปลอดภัยในการขนส่งของสหรัฐหรือ  NTSB   เคยออกมาเปิดเผย เมื่อปี 2015 ว่า การโดนชนท้ายทำให้ชาวอเมริกันเสียชีวิตรองเป็นอันดับ 2 จากการชนประสานงา ทุกปี จะมีการชนท้ายกว่า  1.7 ล้านครั้งในอเมริกา มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าวถึง 5 แสนคน  และเสียชีวิตมากถึง 1,700 คนทุกปี

แม้ว่าข้อมูลนี้ จะผ่านมา 7 ปี โดยประมาณ เรื่องการชนท้าย ก็ยังมีแนวโน้มคล้ายเดิม

ห่วงหน้าลืมหลัง ไม่แปลกที่จะพังยับ

ย้อนกลับไปในช่วงที่เกิดเหตุ รถเบนซ์พุ่งชนฟอร์ด ผมมีโอกาสที่จะพูดคุยกับวิศวกรชาวไทยอาวุโสท่านหนึ่งที่ทำงานในบริษัทรถยนต์ชั้นนำทางฝั่งอเมริกา ปัจจุบัน ปิดตัวไปแ้ลว ด้วยคำถามง่ายๆ ว่า ทำไม การโดนชนท้าย ถึงได้รับความเสียหายหนัก มากกว่าปกติ หรือ เสียหายมากกว่ารถที่เข้ามาชน ซึ่งแทบไม่ยับเยินเลย

วิศวกรท่านนั้นเล่าสิ่งที่น่าสนใจว่า การทดสอบชนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับทางด้านหน้าของรถมากกว่าทางด้านหลัง เนื่องจากการชนทางด้านหน้าเป็นการชนที่ผู้ขับขี่อาจจะเกิดเหตุได้มากที่สุด และมีความเข้มงวดมาก ทำให้วิศวกรต้องใช้เวลาค่อนให้ความสำคัญมากว่าทางด้านหลัง ซึ่งช่วงส่วนท้ายรถ จะใช้มาตรฐานในการทดสอบเพียงผ่านหรือไม่ผ่านเท่านั้นตามมาตรฐานการทดสอบชน   UN No. 32

ตลอดจนในการขับขี่บนถนนจริงผู้ขับขี่ที่ขับรถตามหลัง จะต้องระวังรถยนต์คันที่อยู่ข้างหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการชนท้ายอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ทำให้ไม่มีความจำเป็นมากมายนักที่จะต้องทำโครงสร้างให้มีความแข็งแกร่งทางด้านท้าย

การทดสอบ โดนชนท้าย เป็นมาตรฐานอยู่แล้วในรถทุกรุ่น แต่มีความสำคัญกว่าการป้องกันชนทางด้านหน้า

แล้วมาตรฐานเป็น อย่างไร

ปกติแล้ว เราจะเห็น การทดสอบ การชนทางด้านหน้า และด้านข้าง ซึ่งบริษัทรถยนต์ มักจะนำมาเป็นข้อมูล และเครื่องมือทางการตลาด ในการโปรโมทสินค้า แต่ในการทดสอบต่างๆ นั้น ก็ยังมีการทดสอบ โดนชนท้าย ด้วย

การทดสอบ ชนท้าย มีหลายมาตรฐาน เท่าที่เรามีข้อมูลในมือ การทดสอบชนท้าย ในโลก จะมี 3-4 มาตรฐานใหญ่ๆ สำหรับประเทศไทย เราใช้มาตรฐานไหน เราก็ไม่ทราบเช่นกัน ข้อมูลที่เรามีในบทความนี้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการ ชนแล้วไม่ให้เกิดไฟไหม้ หรือ Intrgrated Fuel ซึ่งเริ่มใช้ราวๆ ปี 2010

  1. UN34 เป็นมาตรฐาน การชนที่เรามีข้อมูลว่า มันได้รับการอัพเดท จาก 32 โดยการทดสอบใช้ดัมมี่รถที่มีน้ำหนักมวล 1,100 กก. พุ่งชนรถข้างไหน ด้วยความเร็ว 35-38 ก.ม./ช.ม. เพื่อดูข้อมูล ว่า เมื่อชนแล้ว จะทำให้เกิดไฟไหม้หรือไม่
  2. Japan No.15 มีมาตรฐานคล้าย กับ UN34 แต่ จะใช้ความเร็วมากกว่า ที่ 50 ก.ม./ช.ม. +/- ได้ ไม่เกิน 2 ก.ม./ช.ม. แล้วดูว่าเกิด ไฟไหม้ จากชนหรือเปล่า
  3. FMVSS 301 ใช้การพุ่งชนท้ายที่ความเร็ว 80 ก.ม./ช.ม. โดยอัพเกรดจาก 48 ก.ม./ช.ม. ในปี 2007

ในส่วนข้อมูล มาตรฐาน ว่าจะมีการประเมินกัน อย่างไรบ้าง เราไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ ที่สามารถค้นหาได้ จากแหล่งข้อมูลทั่วไป

อันตรายกว่าที่คิด อาจบาดเจ็บสาหัสหรือตายได้

ความเสียหายกับทรัพย์สิน เรายังสามารถเรียกกลับคืนมาได้ แต่ถ้าคุณต้องเจออุบัติเหตุที่ทำให้บาดเจ็บสาหัส หรืออาจจะนำสู่ความพิการ จนสามารถเสียชีวิตได้ คงไม่ใช่เรื่องที่เราควรจะปล่อยวาง

“การโดนชนท้าย” เป็นการชนที่ทำให้เกิดแรงกระทุ้งจากหลังรถ ซึ่งแรงการชนดังกล่าว ก่อให้เกิดอาการกระแทกแรงจนสามารถทำให้เกิดอาการบาดเจ็บช่วงต้นคออย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ขับขี่และผู้โดยสารส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะรับ แรงกระแทกจากการชนมากเท่าการชนจากทางด้านหน้า ที่มีแรงสะท้อนไปทางด้านหลัง

อาการดังกล่าวทางการแพทบ์ เรียกว่า  “Whiplash” โดยผู้ประสบเหตุจะมีอาการปวดหัว , ปวดคอ ร่วมกับอาการปวดแขน และหรือหลังร่วมด้วย นอกจากนี้ยังมีอาการทางสายตาทำให้เกิดภาพพร่ามัว ได้เนื่องจากบริเวณที่บาดเจ็บเป็นช่วงคอนั่นเอง และจะระบมไปหลายวัน ก่อนจะกลับสู่ภาวะปกติ

สาเหตุ เกิดจาก จี้คันหน้า และไม่มีสามธิในการขับขี่

ถ้าจะถามว่า สาเหตุจากการที่เราโดนชนท้าย มีอะไรบ้าง ก็คงจะพูดยาก เพราะ แต่ละสถาการณ์ของอุบัติเหตุ ต่างกันออกไป จากเหตุการณ์ในไทยที่เหมือนกันทั้ง 2 เหตุการณ์นั้น เราอาจสรุปได้ว่า การโดนชนท้ายมีความอันตราย แต่มันเกิดจากอะไรลองมาดูกัน

เมื่อนานมาแล้ว National Highway Traffic Safety Administration  ได้ร่วมกับ Virginia Tech Transportation Institute เก็บข้อมูลการชนจากอุบัติเหตุชนท้ายรถ คันหน้า แล้วพบความน่าสนใจดังนี้ (ที่มา kffilaw)

  • การเกิดการชนท้าย มักจะเกิดในความเร็วต่ำ เมื่อผู้ขับขี่ขับตามรถคันหน้า กว่า 81% ของการชนท้าย จะเกิดเมื่อรถคันหน้า เบรกอย่างรุนแรง และหยุดฉุกเฉิน โดยสาเหตุหลักมาจาก รถคันหลัง ตามจี้รถคันหน้า อย่างใกล้ชิด
  • การชนท้าย มักจะเกิดในเวลากลางวัน และมักเกิดบนถนนทางตรง
  • มากกว่าครึ่งของผู้ขับขี่ที่ชนท้ายรถคันหน้า มักจะไม่มีสมาธิ หรือ เหม่อลอยในการขับขี่ จนสามารถหยุด หรือ ควบคุมรถได้
  • การขับรถเหม่อลอย , ใช้โทรศัพท์ ,คุยกับผู้โดยสารอย่างสนุกสนาน หรือ ทานอาหารในระหว่างการขับขี่ มีโอกาสสูงถึง 90% ในการชนท้ายรถคันข้างหน้า
  • ผู้ขับขี่ ที่มีอายุ ระหว่าง 25-34 ปี มีโอกาส ขับชนท้ายรถคันหน้ามากกว่า 1.9 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น

ความทันสมัยกำลังช่วยลดปัญหานี้

ปัญหาชนท้ายรถคันหน้า กำลังหมดไปในอนาคตอันใกล้ หรือ อย่างน้อยที่สุด ก็จะน้อยลงอย่างแน่นอน ต้องขอบคุณเทคโนโลยีทันสมัย อย่างระบบ เตือนและป้องกัน การชนทางด้านหน้า ในระบบ ADAS หรือ Active Driving Asistance System ที่มีในรถหลายรุ่นแล้วในปัจจุบัน

ระบบเตือนและป้องกันการชนทางด้านหน้า จะทำการแจ้งเตือน เมื่อความเร็วที่เราขับ มีโอกาส ทำให้เกิดอุบัติเหตุชนรถข้างหน้า เนื่องจากเราใช้ความเร็วสูงไป ระบบจะทำการแจ้งเตือน บางระบบอาจช่วยคุณเบรกอย่างรุนแรง เพื่อลดการเกิดการชนท้ายรถข้างหน้า หรือ ผ่อนหนักเป็นเบา ให้ได้มากที่สุด

รวมถึงระบบอย่าง Adaptive Cruise Control ความเร็วต่ำ ที่สามารถ เร่งและเบรกเองได้ในความเร็วต่ำ ก็เป็นตัวช่วยสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับคนขี้เหม่อ ธุระเยอะ มันช่วยลดการชนท้ายได้

นอกจากระบบดังกล่าว รถยนต์บางรุ่น เริ่มมี ระบบเตือนว่ามีรถ พุ่งมาหาเราอย่างรวดเร็ว ขณะจอดอยู่นิ่ง เพื่อให้เราดำเนินการบางอย่าง จะได้ไม่โดนชนท้าย

ระบบต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นเทคโนโลยี ที่จะช่วยลด การชนท้ายได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งรถหลายรุ่นเริ่มมีมาให้ อาจจะยังไม่ใช่กับรถนั่งขนาดเล็กราคาถูก

ชนท้ายป้องกันได้ เพียงรู้รักษาตัวรอด

มาถึงตรงนี้คนจำนวนไม่น้อย คงกังวลกับ การชนท้าย แต่ที่หลายคนไม่ทราบ มันสามารถเลี่ยงได้ รวมถึงระวังคนอื่นมาชนท้ายเราได้เพียงแค่ต้องระแวดระวังให้ดี

ประการแรก คุณต้องหมั่นใช้กระจกมองหลังมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเบรกกะทันหันรถคันหน้า เมื่อคุณเบรกจนอยู่ในความเร็วที่ปลอดภัย อย่าลืมมองข้างหลังว่าเขาเบรกทันหรือเปล่า ถ้าไม่ ควรหาทางหลบเลี่ยง หรือเพิ่มความเร็วอีกนิดเพื่อเพิ่มระยะทางการเบรกให้รถคันหลัง

กรณีที่คุณขับตามรถคันหน้า จำไว้ว่าควรเว้นระยะห่างจากคันหน้าเสมออย่างน้อย 1 ช่วงคัน รถอีโค่คาร์ (4 เมตร) เพื่อให้คุณมีพื้นที่ในการเบรกหากจำเป็นต้องเบรก หรือ ระยะพอให้ตัดสินใจเบี่ยงหลบ การเว้นระยะห่างจากคันหน้าเป็นข้องบังคับตามกฎหมายอยู่แล้ว

ที่สำคัญที่สุดหากรถของคุณติดตั้งระบบป้องกันหรือเตือนการชนทางด้านหน้า ก็สมควรที่จะเปิดใช้งานมันตลอดเวลา เนื่องจากระบบดังหล่าวจะเป็นผู้ช่วยในการตรวจสอบความเร็วรถคันหน้าว่า มีการเบรกหยุดหรือชะลอความเร็วกะทันหันหรือไม่

ระบบลักษณะนี้ปัจจุบันมีติดตั้งในรถยนต์หลายรุ่น และป้องกันการชนท้ายรถคันหน้าได้เป็นอย่างดี บางระบบนอกจากเตือนยังเบรกหยุดให้อัตโนมัติอีกด้วย

การ โดนชนท้าย เราสามารถหลักเลี่ยงได้เพียงต้องสังเกตสังการณ์ยามขับขี่ เราอาจจะไม่สามารถห้ามการบาดเจ็บหรือการสูญเสีย ที่เกิดจากการชนได้ แต่เราสามารถป้องกันได้ ด้วยการขับปลอดภภัย เว้นระยะห่าง สังเกตคันหน้า มองกระจกหลัง เพียงเท่านี้ การโดนชนท้าย ก็ไกลตัวแล้วครับ

ชอบกดไลค์ใช่กดแชร์ ขอบคุณทุกกำลังใจสำหรับพวกเรา   ridebuster.com 



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments