วัดกำลังอัด … เช็คความฟิตเครื่องยนต์ … รู้ลึกทุกข้อเท็จจริง

แบ่งปันเรื่องนี้

ช่วงท้ายปีทีผ่านมา บริษัทรถยนต์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ตกเป็นข่าว่า ไม่ยอมแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า ที่พบปัญหาเครื่องยนต์ชำรุด หลังจากออกรถใหม่ป้ายแดงมาหมาดๆ จนมีการตีฆ้องร้องป่าวในสื่อสังคมออนไลน์ และวันนี้สื่อบางแห่งนำมาเป็นประเด็นโจมตี เรื่องนี้มีประเด็นน่าสนใจ เมื่อ มีการพูดถึง การวัดกำลังอัดเครื่องยนต์ ซึ่งลูกค้า ดูมีความกังวลในการตรวจสอบ

การวัดกำลังอัดเครื่องยนต์ คือ ขั้นตอนการตรวจสอบแรงอัดในห้องเผาไหม้ (ห้องสูบ) ว่า กำลังอัด ที่ใช้ในการบีบอัดอากาศ สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล และ เบนซิน ก่อนทำการจุดระเบิด ในขั้นตอนต่อมา จนเป็นกำลังอัดให้เราได้ใช้งาน ขับขี่ ยังคงมีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยม ในการทำงาน หรือ มีค่าผิดเพี้ยนไปจากเดิม หรือไม่

กรณีที่มีค่าผิดเพี้ยน หรือ ผิด ปกติ จะมีอาการ ที่ช่างยนต์ เรียกว่า กำลังอัดรั่ว ทำให้เครื่องยนต์ ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ กำลังเครื่องหายจนผู้ขับขี่สามารถรู้สึกได้ โดยมาก จะเป็นร่วมกับอาการควันขาว ออกทางท่อไอเสีย เนื่องจากน้ำมันเครื่องเล็ดรอดเข้ามาในห้องเผาไหม้ ทำให้ถูกจุดระเบิดไปพร้อมกับน้ำมันเชื้อเพลิง

สาเหตุกำลังอัดรั่วมีมากมาย โดยมาก จะเป็นที่ แหวนลูกสูบ ที่อาจจะเสื่อมจากการใช้งาน (ควันขาวฉุนๆ มีกลิ่นแสบจมูก) หรือ เสียหายจากการขับขี่ ก็มีความเป็นไปได้ อีกอาการ ที่พบบ่อย คือ ปะเก็นฝาสูบ รั่ว ตรงนี้จะเกิดขึ้นกับอาการฝาสูบโก่ง เนื่องจากความร้อน อันอาจมาจากระบบน้ำหล่อเย็น หรือ คูลแลนท์ รั่ว หรือมีปัญหาบางอย่างในระบบ ก็เป็นไปได้

วิธีการ วัดกำลังอัด

กระบวนการวัดกำลังเครื่องยนต์ มีทั้งขั้นตอนในเบื้องต้นและ ขั้นตอนที่ต้องใช้หลักการคำนวนอย่างละเอียด โดยมาก เพื่อความง่ายในการตรวจสอบ ทางช่างผู้ชำนาญการ (ช่างเครื่อง) จะนิยมใช้อุปกรณ์วัดกำลังอัด ที่เรียกว่า Engine Compression Tester หรือตัววัดกำลังอัด

หน้าตามัน จะเหมือนเกจที่เติมลม อาจแตกต่างไปบ้างในแต่ละยี่ห้อ อุปกรณ์นี้จะบอกค่าอัตรากำลังอัด ในห้องเผาไหม้ในเบื้องต้น ซึ่งช่างจะใช้เครื่องมือนี้ก่อน ที่จะทำการรื้อถอดประกอบ เพื่อหาสาเหตุต่อไป ในกรณี กำลังอัด เครื่องยนต์น้อยกว่าค่ามาตรฐาน

ในเครื่องยนต์เบนซิน การวัดกำลังอัด ทำได้ผ่าน ช่องหัวเทียน ส่วนเครื่องยนต์ ดีเซล สามารถ ทำได้ผ่าน 2 ช่องทาง คือ ใช้รูหัวฉีด หรือ ใช้รูหัวเผา ซึ่งยังไงก็ได้ค่ากำลังอัดมาตอบคำถามแน่นอน

การใช้เครื่อมือ เป็นข้อมูลเบื้องต้น (ดูจากวีดีโอ เพื่อเข้าใจกระบวนการ) เมื่อต่อไปยังจุดที่สามารถรับแรงอัด จากห้องเผาไหม้ได้แล้ว ช่างจะสตาร์ทรถ เพียงไม่กี่ที เพื่อให้เครืองยนต์หมุนสร้างแรงดัน บอกค่ามาที่ตัวเกจด้านบน แล้ว บันทึกไปตรวจสอบกับค่ามาตรฐานจากโรงงาน ของเครื่องยนต์รุ่นนั้นๆ

จบง่ายไม่ต้องรื้อเครื่อง สามารถบอกได้ ทันทีว่า เครื่องยนต์มีปัญหา หรือไม่ ในเบื้องต้น

ถ้าพบปัญหากำลังอัดไม่เท่ากับค่ามาตรฐาน เป็นไปได้ ว่า ชิ้นส่วนในห้องเผาไหม้ น่าจะมีอย่างใดอย่างหนึ่งพัง และเป็นปัญหา ต้องรื้อซ่อม เพื่อแก้ไขปัญหา เมื่อนั้นแหละจึงจะต้องรื้อ

กรณี เจ้าของอนุญาตให้รื้อ ช่างจะนำชิ้นส่วนต่างๆ ออกมาคำนวน ค่ากำลังอัด อีกครั้ง เป็นการเช็คละเอียดชิ้นส่วน เช่น สภาพปะเก็น ,​ความเที่ยง หรืออาการบิดงอของฝาสูบ สภาพลูกสูบ และแหวนลูกสูบ

ถ้าค่าในการทดสอบ เบื้องต้น (ใช้เครื่องมือฟ้องว่าผิดปกติ) ยังไง ก็ต้องรื้อเครื่องยนต์ มาถอดดู หรือ ซ่อมอยู่แล้ว (ไม่ซ่อมก็จะอ่อนแรงอยู่อย่างนั้น)

ในขั้นตอนนี้ ช่างจะมีอุปกรณ์ วัดกำลังอัดชุดละเอียด ใช้น้ำในการหาค่า จากนั้น นำค่า จากกระบอกสูบ (ช่วงชัก) ปะเก็น ขนาดลูกสูบ รวมถึง ฝาสูบ มาทำการคำนวนค่าอีกที

แม้หลายคนจะเกลียดวิชา คณิตศาสตร์ แต่เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องยาก ใช้สูตรพื้นที่ทรงกระบอก ตามสูตรเรขาคณิต สำหรับช่วงชัก และ ส่วนฝาบนกระบอก เป็นการใช้เครื่องมือละเอียด นั่นเองครับ ซึ่งค่อนข้างซับซ้อนพอตัวในขั้นตอน

แต่ความเป็นจริง แค่เครื่องมือเบื้องต้น ว่า กำลังอัด ต่ำกว่ามาตรฐานมีควันขาว ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ว่า ภายในเครื่องยนต์ น่าจะมีความบกพร่อง อย่างใดอย่างหนึ่งในการทำงาน ส่วนจะอะไร สาเหตุอะไร รื้อมาตรวจสอบอีกที ก็จะบอกได้ว่า จากกระบวนการผลิต ปัญหาจากการประกอบเครื่องที่โรงงานเครื่อง หรือ มาจากสิ่งอื่นใด

หากไม่ให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบกำลังอัด เขาก็ไม่สามารถทำเรื่องส่งแจ้งบริษัทผู้ผลิตได้ ก็เหมือนกับคุณป่วย แล้วหมอ ขอคุณ ตรวจเช็คโรค อาจจะต้อง จับเนื้อต้องตัวบ้าง ถ้าคุณไม่ให้เขาตรวจ จะให้หมอนั่งเทียน วินิจฉัยอาการ จ่ายยา คงไม่ได้ จริงไหมครับ

เพราะเขาไม่สามารถตรวจเช็คอะไรได้เลย

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments