กระบะ 4 ประตู ขับสองยกสูง ราคาไม่เกิน 9 แสน ใครคุ้มค่า … ที่สุด 

ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน รถกระบะ เป็นรถยนต์ที่คนไทยชทื่นชอบอย่างมาก ด้วยความสามารถ ตอบสนองต่อการใช้งานหลากหลาย เหมาะกับถนนที่ไม่สู้ดีในบ้านเรา ไปจนถึง ความสามารถในการใช้เพื่อเชิงพาณิชย์ได้ด้วย ในระยะหลัง กระบะสี่ประตูยกสูง ขับเคลื่อน 2 ล้อ เป็นกลุ่มใหม่ที่ก้าวเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้า

รถกลุ่มนี้ราคาไม่ไกลเกินเอื้อม แค่เพียงเริ่มต้น 7 แสนบาทกลางๆ ถือว่าไม่เลวร้ายจนเกินไปนัก แต่ราคารถกลุ่มนี้ ปัจจุบันมีราคาทะยานสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เราจะมาชำแหละ แต่ละยี่ห้อ ที่มีราคาไม่เกิน 9 แสน บาท ว่ารุ่นไหนคุ้มค่าที่สุด

 

เงื่อนไขการตัดสิน

-ราคาขายปลีก ไม่เกิน 9 แสนบาท

-ไม่จำกัด เกียร์ธรรมดา หรืออัตโนมัติ

-ต้องมีการเปลี่ยนแปลง-อัพเดท ออพชั่น หรือเปิดตัวใหม่  ตัวรถในช่วง 3 ปีทีผ่านมา

*หมายเหตุไม่รวมมาสด้า -นิสสัน

 

Toyota Pre-Runner 2.4 E Plus 6 AT

เมื่อพูดถึงรถกระบะ ไม่น่าแปลกใจ คุณจะนึกถึงแบรนด์โตโยต้าอย่างแน่นอน ในรุ่น ขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูง ทางค่ายสามห่วงใช้ชื่อรุ่นว่า Prerunner

โตโยต้า รีโว่ ค่อนข้างมีรุ่นย่อยเยอะตอบความต้องการลูกค้าที่หลากหลาย ตัว กระบะสี่ประตู ยกสูง งบไม่เกิน 9 แสนบาท คุณจะได้แค่รุ่น  E Plus   หรือ พูดง่ายๆ คือ รุ่น  E   แต่งออพชั่นเพิ่มตอบลูกค้า

ภายนอกตัวรถเริ่มต้นด้วย กระจังหน้าสีดำเงา มาพร้อมไฟหน้า LED  สามารถปรับสูง-ต่ำได้อัตโนมัติ  ให้ไฟ   Day Time Running Light   และไฟตัดหมอก  LED มันมาพร้อมบันไดข้าง และกันชนหลังโครเมี่ยม มือจับโครเมี่ยม และกระจกมองข้างโครเมี่ยม พับเก็บด้วยไฟฟ้า ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว ถูกติดตั้งเข้ามา เสริมความพร้อมลุยด้วยชุดยาง All Terrain  ขนาด 265/65/R17   ในด้านพื้นที่กระบะท้าย มีความยาว1,555 มม .กว้าง 1,540 มม .และสูง 480 มม. ด้านระยะต่ำสุด จากใต้ท้องถึงพื้นเพียง 217 มม. เท่านั้น

กระบะ 4 ประตู ขับ 2 ยกสูง Toyota Revo

ในห้องโดยสาร ต้อนรับการขับขี่ด้วยเบาะนั่งผ้าสีดำ รองรับผู้โดยสาร 5 คน เบาะนั่งหลัง ออกแบบให้สามารถปรับยกวางของได้ 60/40 มือจับมี 7 ตำแหน่งทั่วคัน  พวงมาลัยสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ / เข้าออก

ตัวกุญแจเป็นแบบ  Jack knife   สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยวิธีการบิดกุญแจ  เรื่องความบันเทิงเป็นหน้าที่ของเครื่องเสียง   DVD  พกระบบ   T-Connect   ติดปลายนวมมาให้ใช้งานรองรับการเชื่อมต่อเสร็จสรรพ  พกลำโพงในห้องโดยสาร 4 จุด เท่านั้น

ด้านกาวิศวกรรม  Toyota  Revo 2.4  E Plus   มาพรอ้มเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร   ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า สูงสุดที่ 3,400 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ระนาบต่อเนื่องตั้งแต่ 1,600-2,000 รอบต่อนาที

ข่าวดี คุณสามารถเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้รุ่นเกียร์ออโต้ 6 สปีด ได้ด้วยงบประมาณ 9 แสนบาท  การบังคับเลี้ยวเนหน้าที่ของระบบพวงมาลัย แร็คแอนด์พิเนียนช่วยผ่อนแรง มีวงเลี้ยวแคบสุด 6.4 เมตร ระบบความปลอดภัยมีเพียงระบบ  ABS   และกระจายแรงเบรกเท่านั้น

 

ราคา จำหน่าย 889,000 บาท

Isuzu  Hi-Lander1.9 Ddi Z 6 MT

ไม้เบื่อไม้เมา  Toyota   ก็ต้องค่าย  Isuzu ขวัญใจกระบะชาวไทย เพิ่งกลับมาด้วย   Isuzu  D-max  ใหม่ ปรับเปลี่ยนหน้าค่าตาให้ลงตัว

ในรุ่น ขับ 2 ยกสูง ใช้ชื่อว่า  Hi-Lander   ในงบ 9แสนบาท หากต้องการ กระบะสี่ประตู คุณซื้อได้ดีสุด คือ รุ่น เครื่องยนต์ 1.9 เกียร์ธรรมดา ออพชั่น Z   เท่านั้น

ภายนอกได้รายละเอียดการออกแบบครบองค์ในการใช้งานไม่ว่า ระบบไฟหน้า Bi-Beam LED  มีไฟ Daytime Running Light  ในโคม ลงตัวกับไฟท้าย  LED พกกันชนท้ายออกแบบให้เข้ากับตัวรถดูเป็นชิ้นเดียวกัน ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว กว้าง 7.5 นิ้ว  ให้ยางปกติ ขนาด 265/60/R18 กระบะท้ายมีขนาดยาว 1,495 มม. กว้าง 1,530 มม. และสูง 490 มม.

ทางด้านในห้องโดยสารการออกแบบ   Isuzu  ให้มีความทันสมัยมากขึ้น รุ่นนี้ได้ไมลเรืองแสง   Super Vision  ให้จอแสดงข้อมูลขนาด 4.2 นิ้ว หนีบติดตัวมาด้วย พวงมาลัยหุ้มหนังให้สวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง ตลอดจน ยังมีระบบ   Cruise Control   ติดปลายนวมมาด้วย

ส่วนเบาะนั่งได้หนังสีดำกึงหนังแท้ เบาะหลังสามารถปรับพับยกขึ้นได้ในอัตรา 60/40 มาพร้อมที่พักแขน ตรงกลาง อำนวยความสะดวกมากขึ้น ระบบปรับอากาศเป็นแบบปกติ เรื่องความบันเทิงใช้หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มาพร้อมลำโพงในรถมากถึง 8 ตำแหน่ง (รวม   Tweeter)  และให้ทิศทางเสียงรอบด้านด้วย   Roof Speaker  ในเรื่องความบันเทิงยังมีระบบ   Wifi Miroring   และรองรับการเชื่อมต่อเสร็จสรรพ

ทาดง้านการขับเคลื่อนเป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.9 ลิตร  Ddi Blue Power   ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า สูงสุดที่ 3,600 รอบต่อนาที และทำแรงบิดสูงสุดเพียง 350 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,800-2,600 รอบต่ออนาที ข่าวร้าย สำหรับใครต้องาร ขับสองยกสูง 4 ประตู ถ้างบจำกัด คุณจะได้เพียงรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เรื่องบังคับเลี้ยวไม่แตกต่างด้วย พวงมาลัยช่วยผ่อนแรงปกติ ระยะวงเลี้ยว 6.1 เมตร

 

ที่ดูเหนือกว่าคนอื่นขึ้นมา คือ ช่วงล่างหลังแหนบหลายแผ่นซ้อน ได้ ระบบโช๊กอัพแก๊สเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มาด้วย และระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถสูง 240 มม. นั่นทำให้ความสามารถในการลุยในหลายส่วนใกล้เคียงกับตัวขับเคลื่อนสี่ล้อ ในเรื่องการไต่เนินชัน หรือ ลุยน้ำท่วม สูง   800 มม.

เรื่องความปลอดภัย ด้วยระบบเบรกป้องกันล้อล็อค กระจายแรงเบรก ทั้งยังได้ระบบควบคุมการทรงตัว , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และระบบช่วยลงทางลาดชัน มาครบเครื่องอยู่พอสมควร และยังมีดล้องมองหลังช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ ถ้าต้องการเรื่องปกป้องก็มีถุงลมนิรภัยคู่หน้าเท่านั้น

ส่วนใครต้องการเกียร์ออโต้ ต้องเพิ่มตังเกินงบไปอีกหน่อย ก็จะได้ความสบายในการขับขี่มากขึ้น

 

ราคาจำหน่าย 882,000 บาท ( AT   ราคา 917,000 บาท)

 

Ford Ranger Double Cab  XLT Hi-Rider 6 AT

ทางด้านขวัญใจคนรุ่นใหม่ ค่ายวงรีสีน้ำเงิน   Ford   กระบะ   Ford Ranger   มาให้คุณเลือกซื้อได้ใน รุ่นขับ 2 ยกสูง งบไม่เกิน 9 แสนบาท จะได้เพียงเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร  รุ่นเดิม ที่มีกำลัง 160 แรงม้า สูงสุดที่ 3,200 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร ระนาบต่อเนื่อง ตั้งแต่ 1,600-2,600 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยชุดเกียร์ออโต้ 6 สปีด เท่านั้น

เครื่องและเกียร์ชุดนี้ถูกพัฒนามาตั้งแต่   Ranger T6   เปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 และ มีการอัพพลังเพิ่มขึ้น ตอนปรับรุ่นปรุงโฉมไมเนอร์เชนจ์

กระบะ 4 ประตู ขับ 2 ยกสูง Ford Ranger

หน้าตาของรถก็ยังคงความหล่อสไตล์แกร่งไว้อย่างเหนียวแน่น มาพร้อมกระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ให้ไฟตัดหมอกหน้า บันไดข้าง ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 265/65/R17 กระบะท้ายมีขนาดยาว 1,560 มม. กว้าง 1,549 มม. และสูง 511 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงท้องรถ 230 มม.

ทางด้านในห้องโดยสาร ให้เบาะคนขับปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง หุ้มด้วยผ้า พวงมาลัย-หัวเกียร์หุ้มหนัง มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control  ให้เครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว  รองรับการเชื่อมต่อ ให้ลำโพง 6 จุด ทั่วห้องโดยสาร

ส่วนระบบความปลอดภัย ไม่เยอะแยะมาก ให้เพียงถุงลมนิรภัยคู่หน้า พร้อมระบบเบรกป้องกันล้อล็อคและกระจายแรงเบรกเท่านั้น

 

ราคา จำหน่าย 889,000 บาท (เครื่องยนต์ใหม่ 2.0 6 MT ราคา 909,000 บาท – 10 AT  ราคา 959,000 บาท

Mitsubishi Triton Plus 2.4 GLS 6 AT

มิตซูบิชิ ปรับปรุงใหม่เมื่อปี 2018 กลับมาพร้อมความหล่อเหลา และยังคงมีรุ่น  Plus  เป็นเวอร์ชั่น ขับสองยกสูง ตอบโจทย์ลูกค้าไม่เสื่อมคลาย

ในงบประมาณ 9 แสนบาท คุณยังพอหาซื้อ กระบะสี่ประตู ขับ 2 ยกสูง เกียรออโต้ได้จากค่ายนี้ ในรุ่น  Triton Plus 2.4  GLS

โดยตัวรถภายนอก ให้หน้าตาสไตล์สปอร์ต ตามวิธีการออกแบบใหม่  Mitsubishi Dynamic Shield ลงตัวกับกระจังหน้า สีเงิน ให้ไฟส่องสว่าง  Bi LED ในโคมโปรเจคเตอร์ ได้มือจับโครเมี่ยม บันไดข้าง กระบะท้ายมีความยาว 1,520 มม. กว้าง 1,470 มม. และ สูง 475 มม. ระยะต่ำสุด จากพื้นถึงท้องรถ 220 มม.  เพียงพอต่อการลุย ติดตั้งล้อ 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60/R18

กระบะ 4 ประตู ขับ 2 ยกสูง Mitsubishi Triton

ด้านในห้องโดยสาร ให้นั่งหุ้มผ้า เบาะคนขับ สามารถปรับสูง-ต่ำได้ ติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าจอเรือนไมล์ได้จอแสดงข้อมูลด้วยสี บ่งข้อมูลเป็น 3 มิติ  การสตาร์ทยังคงต้องใช้วิธีการบิดกุญแจ ไม่มี   Cruise Control  ส่วนเรื่องเครื่องเสียง เป็นชุดจอภาพ 2  Din  รองรับการอ่าน   DVD   และมีระบบเชื่อมต่อ  Bluetooth   ติดปลายนวมมาให้ได้ใช้

ทางด้านเครื่องยนต์ น่าจะเรียกว่า เป็นกระบ ขับ 2 ที่มีกำลังเครื่องยนต์ดีที่สุด คุณได้เครื่องยนต์   Mivec clean Diesel   ขนาด 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า สูงสุดที่ 3,500 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร สูงสุดที่ 2,500 รอบต่อนาที และคุณได้เกียร์ออโต้ 6 สปีด มาตอบความสบายในการขับขี่

ทางด้านความปลอดภัย ก็เรียกว่ามาครบเครื่องไม่น้อยหน้าคนอื่น ด้วยระบบเบรกป้องกันล้อล็อค , ระบบควบคุมการทรงตัว , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน และ ระบบช่วยลงทางลาดชัน

ราคาจำหน่าย 882,000 บาท

MG Extender Grand X 6 AT

ทางด้านน้องใหม่   MG Extender   ก้าวเข้ามาเล่นตลาดกระบะ ด้วย   MG Extender   ใหม่ แนะนำตัวด้วยราคา 879,000 บาท ใน กระบะ 4 ประตู ขับสองยกสูง ท๊อปออพชั่น

ตัวรถ ได้งานออกแบบสไตล์เป็นตัวของตัวเอง ให้กระจังหน้าสีดำขนาดใหญ่ พร้อมขอบโครเมี่ยม ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ , ไฟ   Daytime Running Light  และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เพียงไฟส่องสว่างยังเป็นฮาโลเจน มันมาพร้อมไฟตัดหมอกหน้าให้บันไดข้าง กระจกมองข้างโครเมี่ยม และ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว  พร้อมยาง 255/60/R18

กระบะ 4 ประตู ขับ 2 ยกสูง MG Extender

ส่วนกระบะท้ายมีความยาวเพียง 1,485 มม. กว้าง 1,510 มม. สูง 530 มม. ระยะต่ำสุด จากพื้นถึงท้องรถ 216 มม. ตอบการใช้งาน

ทางด้านในห้องโดยสารตบแต่งด้วยเบาะนั่งหนังเดินด้ายแดง พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนัง สามารถปรับ สูง-ต่ำได้ เบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง ฝั่งคนนั่ง 4 ทิศทาง มีระบบ   Cruise Control   มาให้ กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ , ระบบปรับอากาศ อัตโนมัติ  หน้าจอเรือนไมล์อัจฉริยะ

ให้ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ ขับผ่านลำโพง 6 จุดในห้องโดยสาร มาพร้อมระบบ i-smart   สามารถใช้งานได้ผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ ใช้การสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยได้ด้วย ส่วน ที่นั่งตอนหลัง มีที่พักแขนตรงกลาง พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง ช่วยกระจายความเย็นอย่างทั่วถึง

ทางการขับขี่เป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และทำแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร สูงสุด 1,500-2,400 รอบต่อนาที คุณยังได้ระบบเกียร์ออโต้ 6 สปีด เพิ่มความสบายในการขับขี่

สำหรับความปลอดภัย   MG   ต่างจากเจ้าอื่นตั้งแต่แรก ด้วยระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ให้ความหนักแน่นมั่นใจเวลาเหยียบแป้น เรื่องตัวช่วยก็ยังครบทั้ง ระบบควบคุมการทรงตัว , ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค พร้อมระบบกระจายแรงเบรก , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, และควบคุมการลื่นไถล , ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน , ระบบช่วยลงทางลาดชัน  และยังมีระบบตรวจสอบลมยางมาให้ด้วย

 

ราคาจำหน่าย 879,000  บาท (ซื้อเกียร์ออโต้ได้ตั้งแต่ราคา 819,000 บาท)

 

สรุป ความคุ้มค่า…  กระบะ 4 ประตู ขับสองยกสูง ราคาไม่เกิน 9 แสนบาท รุ่นไหน ดี

มาถึงตรงนี้หลายคน อาจจะสงสัยว่า ทำไมเราไม่รวม  มาสด้า และ นิสสัน มา ก่อนอื่นต้องเรียนตามตรงว่า มาสด้าถือว่าปลายโฉม คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในปีนี้ ส่วนนิสสันก็อาจจะเปลี่ยนแปลงในเรื่องเครื่องยนต์ปีนี้เช่นกัน และที่ผ่านมา ทั้ง 2 แบรนด์ไม่ได้อัพเดทออพชั่นเพิ่มเติมเลย (ตามเงื่อนไขที่เรากำหนด) จึงคัดออกไปไม่รวมในการเปรียบเทียบครั้งนี้

พอมาดู รถกลุ่ม กระบะสี่ประตู ขับสองยกสูง จริงๆ เรากลับพบว่า รถออพชั่นมาจัดเต็ม ส่วนใหญ่จะถูกวางราคาไปสู่ระดับ 9 แสนบาท ซึ่งบางรุ่นเรียกว่าเพิ่มอีกนิดได้ตัวขับเคลื่อนสี่ล้อ บ้างก็สามารถซื้อหาได้ในราคาไล่ๆ กัน เพียงแต่จะได้รุ่นเกียร์ธรรมดาเท่านั้น ซึ่งคงไม่ถูกใจหลายคนที่อาจจะต้องการความสบายในการขับขี่ด้วย

กลับมาที่ลิสการเปรียบเทียบ จากการสำรวจ ส่วนใหญ่คุณสามารถซื้อกระบะขับสองยกสูง เกียร์ออโต้ 6 สปรด ได้ในงบ 9 แสนบาท ยกเว้น อีซูซุเจ้าเดียว ต้องเพิ่มเงินไป 917,000 บาท จึงจะได้เกียร์ออโต้

ในบรรดารถที่นำมาเปรียบเทียบ เกือบทั้งหมด เป็นรุ่นเครื่องยนต์ใหม่ ยกเว้น   Ford Ranger   ในงบประมาณนี้คุณได้เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร รุ่น อัพพลัง เช่นเดียวกับ   Isuzu  คุณจะได้ เครื่องยนต์ 1.9 ลิตร ที่มีการปรับชุดส่งกำลังให้ดีขึ้น

ถ้าวัดด้วยกำลังในภาพรวม จะเห็นว่าถัวเฉลี่ยจะอยู่ที่ 150-160 แรงม้า มีเพียง มิตซูบิชิ เจ้าเดียวกระโดดออกไปเป็น 181 แรงม้า ด้านแรงบิด Isuzu , Ford , MG   ทำกำลัง ต่ำกว่า 400 นิวตันเมตร มีเพียง Toyota   ที่ทำมาได้คาบเส้น 400 นิวตันเมตร ส่วน มิตซูบิชิได้กำลัง 430 นิวตันเมตร มากที่สุดในกลุ่ม

ทางด้านความสบายในการโดยสาร  MG  ได้ห้องโดยสารใหญ่สุด มาพร้อมเบาะหนัง เป็นหนึ่ง ใน 2 รุ่น ของกลุ่ม ที่ยอมให้เบาะนั่ง โดยมีอีซูซุเทียบเคียงข้าง  MG   ยังให้ระบบแอร์ออโต้  ซึ่งมีเพียง มิตซูบิชิ อีกเจ้าที่ให้ระบบแบบเดียวกันมา หน้าจอเรือนไมล์ ส่วนใหญ่ให้เรืองแสง พร้อมเข็มไมล์มา พร้อมหน้าจอข้อมูลอัจฉริยะ ขณะที่ MG   มาเป็นเรือนไมล์   TFT  ดิจิตอล แต่ยังใช้เข็มกวาดบอกข้อมูลอยู่

ส่วนความสบายในการขับขี่ ทุกรุ่นยกเว้น  Toyota  Revo   ให้ระบบ   Cruise Control   ติดตัวมาด้วย แม้แต่   Isuzu   เกียร์ธรรมดา ก็มีมาตอบโจทย์สำหรับการเดินทางไกล ให้สบายใจระหว่างขับขี่

ทางด้านกระบะท้าย ใหญ่ที่สุด ตกเป็นของค่ายอเมริกา  Ford Ranger   ยึดหัวหาดในเรื่องนี้ไปครองอย่างหน้าตาเฉย เรื่องการตบแต่งภายนอก แนวทางการออกแบบก็คงแล้วแต่คนชอบ แต่ถ้ามามองเรื่องลุย ที่มาโย่งที่สุดลุยได้สบายใจเป็น Isuzu  สุงจากพื้น 240 มม. ตามมาด้วย   Ford Ranger   และมิตซูบิช

เรามาจบประเด็น กันด้วยเรื่องความปลอดภัย   MG  กลับมาเด่นอีกครั้ง ด้วยการให้ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ มาเลย ขณะที่เจ้าอื่นยังใช้หน้าดิสก์หลังดรัม  Isuzu   ให้ความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น ด้วยโช๊คอัพหลังแก๊สติดปลายนวมจากโรงงาน ขณะที่ Ranger  – Triton  – MG   และ  Revo   ไม่ได้ให้มาเป็นพิเศษ

ถ้ามามองระบบตัวช่วย ในเรื่องนี้   Ford Ranger   และ   Hilux Revo   น้อยที่สุด เพราะมีระบบเบรกป้องกันล้อล็อคมาให้เท่านั้น ไม่มีตัวช่วยอื่นๆ มาให้เลย

ขณะที่รุ่นอื่น ในปัจจุบัน มีระบบควบคุมการทรงตัว , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี , ระบบ ช่วยออกตัวทางลาดชัน , ระบบช่วยลงทางลาดชัน , ติดตัวมาด้วย  MG   ดีกว่าชาวบ้านอีกหน่อย ด้วยระบบตรวจสอบลมยาง ติดเพิ่มเข้ามาอีกระบบ ให้ลูกค้า

ถ้ามองตามที่ผมกล่าวมาข้างต้น

แรงสุด และคุ้มที่สุด เป็น   Mitsubishi  Triton  Plus  GLS   (แต่ได้ภายในเบาะผ้า)

คุ้มที่สุด ขับสบายที่สุด มั่นใจ ปลอดภัยเยอะที่สุด และออพชั่นมาเต็ม (ไม่เน้นความแรง)   MG  Extender Grand X

 

ส่วน Ford  ก็ถือว่าโอเค แม้ระบบตัวช่วยจะน้อยไปนิด ก็เป็นรถที่ขับดีคันหนึ่ง ยังพอจะเลือกคบหาได้ ถ้าชอบคามหล่อแบบอเมริกันสไตล์   Toyota ยังพอได้ในเรื่องความคุ้มค่า จุดเด่นของรีดว่ คือคุณยังได้เกียร์ออโต้ และมีกำลังแรงบิดมาก สำหรับคนต้องมีของลากจูง หรือบรรทุกหนักบ้างเป็นบางเวลา

ส่วน Isuzu เป็นรุ่นเดียวที่คุณไม่สามารถซื้อเกียร์ออโต้ได้ ในราคาไม่เกิน 9 แสน ยกเว้นจะเพิ่มงบประมาณไปอีกสักหน่อย 17,000 บาท ก็จะได้ เกียร์ออโต้มาครอบครอง แต่ถ้าถามเรื่องการลุย คือน่าจะดีกว่า เนื่องจากความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถสูงสุด ศักยภาพการลุยก็มีมากกว่า เช่นการลุยน้ำสูง 800 มม.แถมความปลอดภัยก็มีให้ครบเครื่องตอบโจทย์ลูกค้า

Comments

comments