รถจอดนาน ยุคโควิด ต้องดูแล…อย่างไร

สถานการณ์ไวรัส โควิด 19ที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ ผมเชื่อว่า ทำให้หลายบริษัทเปลี่ยนแนวนโยบาย มาเป็นการ   Work  From Home  ทำงานจากที่บ้าน รถยนต์คู่ใจเราหลายคน วันนี้ถูกจอดแน่นนิ่ง มาหลายวัน … แล้ว และเชื่อว่าจะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

การดูแลรถจอดนานไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเจอประสบได้ ไม่ว่าคุณจะไม่ใช่รถสักระยะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศ จนถึง ป่วยเข้าโรงพยาบาลยาวนาน เรามาดูกันสิว่า รถจอดนานต้องดูแลอะไรบ้าง

1.ลมยาง ตามปกติแล้วลมยางในยางรถที่เราใช้จะเสื่อมค่าเองอยู่แล้ว เมื่อเราไม่ได้ใช้ และยิ่งจอดนาน น้ำหนักกดทับบนยางไม่เคลื่อนไหว ทำให้เกิดการซึมออกไปเรื่อย จนลมยางอ่อน เว้นคุณจอดนานเป็นเดือนนั่นแหละจึงลมแบนแต๊ดแต๋

เมื่อกลับมาใช้รถ สิ่งแรกที่ควรทำเลย คือไปเติมลมยางครับ เพื่อให้ได้ตามค่าที่โรงงานกำหนด เพราะการที่ลมยางอ่อน หากขับด้วยความเร็ว อาจทำให้เกิดยางระเบิดได้ครับ

แต่ถ้าจอดนานจริงๆ เป็นเดือนๆ การยกล้อลอยจากพื้น สมควรจะทำอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้หน้าสัมผัสยางเสีย โดยเฉพาะกับบรรดารถสปอร์ตยางแก้มเตี้ยทั้งหลาย

2.แบตเตอร์รี่ หลายคนคงเคยเจอ ไม่ใช่รถนาน จะสตาร์ทรถออกไปข้างนอก ปรากฏว่าสตาร์ทไม่ได้ รถไม่ติด หรือ เกิดเสียงดังผิดปกติ อาการนี้เป็นอาการของแบตเตอร์รี่เสื่อม เกิดจากแบตเตอร์รี่มีอายุการใช้งานยาวนาน จนไม่สามารถเก็บไฟได้ตามปกติ

อาการเดียวกันนี้เกิดได้จากการใช้ไฟจนหมดประจุแบตเตอร์รี่ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหา จากระบบไฟภายในรถร่วมด้วยก็เป็นไปได้

ในกรณีแบตเตอร์รี่หมด ถ้าใช้รถเกียร์ธรรดมา คุณยังสามารถใช้วิธีการ เข็นสตาร์ทได้ พอจะมีทางรอดอยู่บ้าง สำหรับเกียร์ออโต้ โดยเฉพาะรถสมัยใหม่ คุณต้องพ่วงแบตเตอร์รี่กับรถอีกคันหนึ่ง ที่มีขนาดแบตเตอร์รี่ใหญ่ หรือถ้าประสงค์จะเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ ลองหาร้านแบตฯ ใกล้ๆ โทรให้เขา มาเปลี่ยนให้ที่บ้านก็ได้ครับ

 

3.เติมน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ทันที  หลังจากการจอดนานเมื่อคุณใช้รถ เราแนะนำให้เติมน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ทันทีในจำนวนหนึ่ง หลายคนคงสงสัยว่าทำไมจะต้องทำเช่นนี้ นั่นเพราะ น้ำมันในถังสามารถเสื่อมคุณภาพได้เมื่อไม่ได้ใช้นานๆ ช่างยนต์ส่วนใหญ่เรียกว่าอาการน้ำมันบูด หมายถึงน้ำมันเสื่อมคุณภาพ

ข้อสังเกต เรื่องนี้ จะเห็นได้ชัด เมื่อสตาร์ทรถครั้งแรก โดยเฉพาะใครที่เติมแก๊สโซฮอล ที่มีส่วนผสมเอทานอลสูงเอาไว้ เมื่อเครื่องติดครั้งแรก หลังจอดนาน จะมีกลิ่นเหม็นเป็นพิเศษ

ในทางปฏิบัติ ถ้าต้องการจอดรถนานๆ ก่อนจอด ควรเติมน้ำมันเบนซินเพียว 100%  ซึ่งจะลดอาการน้ำมันบูด และสตาร์ทติดได้ดีกว่า แม้ว่าจะไม่ใช่งานเป็นระยะเวลานานๆ

4.จอดในร่ม ในด้านตัวรถ เมื่อไม่ใช้นาน ควรจอดรถในร่มครับ เพื่อไม่ให้แสงแดดและความร้อน ทำร้ายสีรถ ตลอดจน ชิ้นส่วนพลาสติกในห้องโดยสาร ให้แตก กรอบ ในระยะยาว ถ้าจำเป็นต้องจอดตากแดดจริงๆ ควร บังแดดที่กระจกบังลมหน้า จะช่วยในระดับหนึ่ง

ส่วนใครที่เคยได้ยินว่าให้คลุมผ้าด้วยนั้น ขอบอกว่า จริงๆ แล้วไม่จำเป็นครับ การคลุมผ้า ถ้าไม่ใช่ในระยะเวลา 15-30 วัน ถือว่าโอเค ถ้านานกว่านั้น อาจจะทำอันตรายกับสี ได้

ลองจินตนาการอย่างนี้ คิดถึงคุณเอาผ้าคลุมหัว แล้วยืนตากแดด ยังไงร่างกายเราก็ร้อนอยู่ดีใช่ไหมครับ รถยนต์ก็เช่นกัน ผ้าคลุมรถอาจทำให้รถเราไม่ถูกแดด แต่กลับกันมันก็เป็นเครื่องอบสีรถชั้นดี แถมถ้าคุณจอดกลางแจ้งลมผัด ผ้าคลุมจะกลายเป็นตัวทำร้ายสีได้ด้วยครับ

รถจอดนาน

5.ล้างรถทันทีที่จะใช้ ตอนคุณจอดรถ จะฝุ่น คราบสกปรกต่างๆ มากมาย เกาะสีรถ ยิ่งจอดนานยิ่งเป็นคราบฝังแน่น การล้างรถ เป็นหนทางที่ดีที่สุดในเบื้องต้น ชะล้างคราบต่างๆเหล่านี้ และให้ดีควรขัดเคลือบแว็กซ์เพิ่มเติมด้วยครับ เพื่อขจัดคราบฝังแน่นที่เกิดขึ้น

review-daiso-washnwax (4)

6.หมั่นสตาร์ทเครื่อง แม้ได้มีโอกาสจะเอารถออกไปขับนอกบ้าน คุณก็ยังต้องติดเครื่องยนต์บ้างเป็นครั้งเป็นคราว 2-3 วัน 1 ครั้ง หรืออย่างน้อยที่สุด สัปดาห์ละครั้ง เพื่อเช็คความสามารถและความผิดปกติของเครื่องยนต์ รวมถึงในบรรดารถที่มีอายุมาก อาจจะเกิดการรั่วซึ่ง เนื่องจากเหล็กไม่ได้มีการขยายตัว เหมือนรถที่ใช้เป็นประจำ

เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์ ให้สตาร์ทเดินเบาทิ้งไว้ 2-3 นาที หรือจะเอาออกไปวิ่งในหมู่บ้าน ให้เครื่องและเกียร์ได้ทำงานาบ้างจะดีมาก เพื่อให้ชิ้นส่วนในเครื่อง เกียร์ และเบรกได้ทำงานบ้าง แม้จะช่วงสั้นๆ ก็ยังดี

 

 

Comments

comments