รถเก่าแลกรถใหม่ รับแสน … ทางออก กระตุ้นตลาดรถยนต์ ที่ดีจริง หรือ

ในช่วงสัปดาหืที่ผ่านมา หลายคนคงจะหูพึ่งไม่น้อย เมื่อมีกระแสข่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ขอให้ภาครัฐช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ในประเทศ ให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น หลังจากหัวทิ่มมาตั้งแต่ภาวะไวรัสโควิด 19 ซึ่งคาดว่าจะตกต่ำต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง ต่อจากนี้

แนวดนยบายที่เสนอโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ สอท. เผย 3 แนวทางสำคัญ คือ

  • 1.ขอให้รัฐลดภาษีสรรพสามิตร 50%   จากที่จัดเก็บในปัจจุบัน
  • 2.ขอให้เปิดการสนับสนุนโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ตามที่เคยมีการศึกษาแนวทาง
  • 3.เลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานไอเสียยูโร 5 และยูโร 6 ออกไปก่อน

ทั้ง 3 แนวทางถูกนำเสนอไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมสรรพสามิตรที่รับลูก และกลายปฏิเสธแนวทางแรกทันควัน ด้วยเหตุผลว่าภาษีถูกจัดเก็บทันทีทีรถออกจากโรงงานผลิต ดังนั้นการลดภาษีสรรพสามิต อาจไม่ใช่คำตอบ

ด้วยเหตุนี้ เรื่องของโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ จึงกลายขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญในหัวข้อข่าวช่วงนี้ ต้นเรื่องเดิมทีของโครงการนี้มาจากวิกฤติฝุ่น PM 2.5   ซึ่งมีผลมาจากใช้รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลอย่างแพร่หลายของคนไทย และในจำนวนหนึ่งเป็นรถร่นเก่า ซึ่งอาจจะยังไม่มีมาตรฐานไอเสียควบคุม

ภาครัฐจึงปิ้งไอเดีย ถ้าเราทำให้คนไทยสมัครใจเปลี่ยนรถใหม่ได้ ตามความสมัครใจถ้าเขาต้องกา รโดยรัฐให้การสนับสนุนเงินสูงสุด 1 แสนบาท ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ โดยรถที่ภาครัฐบาลได้รับไม่ได้เอาไปขายต่อ แต่จะนำไปทำลายทิ้ง การทำเช่นนี้เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว คือ ทั้งกำจัดจำนวนรถเก่าบนถนน และ ทั้งลดปริมาณไอเสียจากรถเก่า แถมในแง่การจราจร เมื่อมีรถเก่าน้อยลง ก็จะมีโอกาสรถเสียบนถนนลดลงด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องดีแทบทั้งสิ้น

แนวทางทำลายรถเก่าในไทย ไม่เคยพูดถึงมาก่อน ด้วยต้องยอมรับว่า ราคาขายรถยนต์ในประเทศไทยมีราคาค่าตัวค่อนสูง ประกอบกับกฎหมายการจัดเก็บภาษีรายปี จากกรมการขนส่งทางบก ยังสนับสนุนให้คนใช้รถเก่า เนื่องจากได้รับสิทธิลดภาษีเมื่อมีอายุเกินกว่า 5ปี ขึ้นไป

ทำให้ในปัจจุบันมีรถเก่าบนถนนจำนวนหนึ่ง บ้างอาจวนเวียนไปอยู่ในมือของธุรกิจรถยนต์มือสองบ้าง แต่ทางออกรถเก่า ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุ หรือ เสียจนไม่คุ้มจะซ่อม โดยมาก พวกมันจะยังถูกใช้อยู่ตราบจนวันสุดท้าย

อันที่จริงแนวทางรถเก่าแลกรถใหม่ ถูกหยิบชูขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้คนไทยเดินหน้าเปลี่ยนไปหารถยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งสามารถลดการปล่อยไอเสีย โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นการซื้อขายภายในประเทศ ก่อนถูกตีตกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยแนวทางและคุณลักษณะโครงการออกไปในแนวทางเดียวกับโครงการรถคันแรก ซึ่งถูกหยิบชูขึ้นมาในช่วงน้ำท่วม 2554

แนวทางนี้เคยถูกนำเสนอโดยบริษัทรถยนต์จากประเทศอเมริกา อย่างเชฟโรเล็ตว่า แนวทางรถเก่าแลกรถใหม่ หรือ Modernize   จะสามารถแก้ไขปัญหาหลายอย่างในประเทศไทยได้ โดยเฉพาะเรื่องของราคารถใหม่ที่ค่อนข้างสูง อยู่และการหมุนเวียนไปสู่รถใหม่น้อยมาก หากนับการใช้รถที่ตกเฉลี่ย 7 ปี คนไทยจะใช้รถนานถึง 10-14 ปี แล้วแต่ว่ารถจะเสียก่อน หรือ อาจมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนรถ ก่อน เช่น แต่งงานมีครอบครัว เป็นต้น

ในโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ที่ถูกนำกลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง เพื่ออาจนำมาใช้กระตุ้นยอดขายรถยนต์ในประเทศ มีแนวทางที่น่าสนใจสำคัญ 2-3 ข้อ คือ

  • 1.รถยนต์ที่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ จะต้องมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป และการเข้าร่วมโครงการไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นไปตามความสมัครใจของผู้ใช้รถ
  • 2.เงินที่ได้รับใช้คำว่า “ส่วนลด” มีมูลค่าสูงสุด 1 แสนบาท ซึ่งยังไม่มีแนวทางชัดเจน  ว่าจะมีข้อตัดสินมูลค่ารถเก่า ว่าจะวัดกันยังไง

อย่างไรก็ดี โครงการ รถเก่าและรถใหม่ เป็นไปได้สูงที่จะรวบยอดไปสุ่ตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก ซึ่งคือ กลุ่มรถยนต์ไฮบริด ,ไฮบริดเสียบปลั้ก รวมถึงรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%   เนื่องจากสามารถลดมลภาวะฝุ่น  PM 2.5   ได้ด้วย แต่ก็มีความเป็นไปได้จะครอบคลุมไปยังกลุ่มรถยนต์อีโค่คาร์ เนื่องจากลูกค้าซื้อง่ายกว่า และปัจจุบัน โครงการ อีโค่คาร์ระยะที่ 2 ก็มีการปล่อยไอเสียเข้มงวดต่ำเทียบเท่ารถยนต์ไฮบริด  ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนเบี้ยน้อย และทำให้ยอดขายอาจจะมาแรง

ส่วนทางด้านผู้บริโภคเอง การได้รถใมห่ ทำให้ได้การวิศวกรรมใหม่ล่าสุด รถมีสมรรถนะในการขับขี่ดีขึ้น มีความปลอดภัยมากขึ้น รถสมัยใหม่บางรุ่นยังมีระบบความปลอดภัยขั้นสูง จนเรียกว่า ยากที่จะเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงการบำรุงรักษาในหลายรุ่นก็ง่ายขึ้น แม้จะมีความซับซ้อนของเทคโนโลยี และยังมีการรับประกันคุณภาพอีกด้วย

โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ จะเกิดขึ้นหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไปในเร็วๆ นี้ เพราะ ในความจริงภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ถือเป็นหนึ่งอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศไทย และมีแรงงานจำนวนมากในวงจร ซึ่งทางเดียวที่จะทำให้คนเหล่านี้ไม่ตกงาน คือ กระตุ้นยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ

 

 



Comments

comments