Toyota Corolla Cross ลองสั้น ๆ ครั้งแรกในโลก

แบ่งปันเรื่องนี้

ต้องยอมรับว่ากลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ โดยเฉพาะกลุ่ม SUV/Crossover Subcompact ได้ความนิยมจากลูกค้าทั่วโลกมากขึ้น จะเห็นได้จากส่วนแบ่งของกลุ่มรถยนต์ประเภทนี้เพิ่มขึ้นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา จึงไม่แปลกที่ผู้ผลิตรถยนต์ทุกระดับหันมาพัฒนารถอเนกประสงค์มากขึ้น เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าตลาดอย่าง Toyota

เมื่อปี 2018 Toyota ได้เปิดตลาด SUV/Crossover Subcompact ในเมืองไทยด้วยการส่ง C-HR ลงสู่ตลาดที่คู่แข่งตลอดกาลอย่าง Honda HR-V ครองสัดส่วนมากที่สุดในกลุ่มอย่างยาวนาน แม้ว่าตัวรถของ C-HR จะได้รับคำชมจากนักข่าวสายยานยนต์และลูกค้าทั่วไปในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่ดีและฉีกไปจาก Toyota ที่เคยขับมา แต่ปัญหาสำคัญคือพื้นที่ภายในห้องโดยสารและอรรถประโยชน์อาจไม่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าได้มากเท่าที่ควร และนั้นคือโจทย์ใหญ่ จนนำไปสู่การเพิ่มสมาชิกในกลุ่มรถอเนกประสงค์ของ Toyota และเป็นที่มาของ C-SUV ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในโลกภายใต้ชื่อ Toyota Corolla Cross

ฟังไม่ผิดครับชื่อนี้ของจริง แม้อาจจะขัดหูสำหรับใครหลายคนที่ใช้คำว่า “Cross” ต่อท้ายกับชื่อรุ่นนั้น ๆ แต่ถ้ามองในความเป็นจริง มันเป็นการสื่อสารที่ง่ายที่สุด คนทั่วไปเข้าใจและบอกเป็นนัยว่า “รถฉันลุยได้” แม้ไม่ถึงขั้นบุกตะลุยป่าขึ้นเขาลงห้วยก็ตาม

Toyota Corolla Cross เป็นรถที่ถูกสร้างบนพื้นฐานของ Corolla Altis และ C-HR เพิ่มทางเลือกสำหรับคนที่ชอบบุคลิกการขับขี่ที่มั่นใจ พร้อมความอเนกประสงค์ที่รองรับการใช้งานได้มากกว่า ในเมื่อเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกแล้ว Toyota จึงเชิญสื่อมวลชนชาวไทย ร่วมทดสอบเจ้า C-SUV คันใหม่แบบเรียกน้ำย่อยในสนามทดสอบกันทันควัน

Toyota Corolla Cross Group Test
Toyota Corolla Cross Group Test

โตโยต้า โคโรลล่า ครอส มีความยาว 4,360 มิลลิเมตร กว้าง 1,825 มิลลิเมตร สูง 1,615 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,740 มิลลิเมตร หากเทียบกับ Corolla Altis และ C-HR พบว่ามีขนาดที่กว้างและสูงกว่า

งานออกแบบได้รับอิทธิพลมาจาก RAV4 ผสมกับรถยนต์นั่ง Corolla Altis ทำให้ตัวรถมีเส้นสายที่โค้งมน แอบดุดัน แข็งแกร่ง สร้างเอกลักษณ์ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่แบบรังผึ้งเสริมขอบโครเมียม ไฟหน้าแบบ BI-LED พร้อม Daytime Running Light กันชนหน้าสีดำตัดกับสีเดียวกับตัวรถ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว คิ้วขอบล้อและกาบด้านข้างสีดำ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ราวหลังคาแบบ Bulit-in ไฟท้ายแบบ LED ฝาท้ายเปิด-ปิดแบบไฟฟ้า พร้อมระบบ Kick-Sensor

ภายในสีแดง Toyota Corolla Cross
ภายในสีแดง Toyota Corolla Cross

เปิดประตูเข้าภายในห้องโดยสารงานออกแบบผสมผสานเขย่าเอาความเป็น Toyota Corolla Altis และ C-HR มาบรรจบกัน ปรับเส้นสายให้แข็งกร้าว หรูหราด้วยวัสดุหนังรอบคัน รุ่นปกติตัวล่างให้ห้องโโยสารสีดำ พอรุ่นบนๆ มีโทนสีดำ-แดง Terra Rossaให้เลือก ก็ต้องขึ้นอยู่กัยสีภายนอกด้วย

เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ลองนั่งแล้วรู้สึกได้ว่าสูงกว่า Corolla Altis/C-HR ทัศนวิสัยชัดเจน ความสบายถือว่าดีในระดับหนึ่ง โอบกระชับแผ่นหลัง  ส่วนเบาะรองนั่งยังสั้นเหมือนเดิม ไม่ยอมปรับปรุง

มาตรวัดแบบ Digital LCD ขนาด 7 นิ้ว พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ในตัวเดียว พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ด้านความบันเทิงได้ติดตั้งจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว พร้อมระบบนำทางในตัว และ Infortainment  ติดตั้งการเชื่อมต่อ Apple Car Play / Android Auto ลำโพง 6 ตัว และ T-Connect Telematics หลังคาแบบ Panoramic Sunroof  จัดให้ในรุ่นท๊อป เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบฟอกอากาศ Nano-e แยกอิสระซ้าย-ขวา ไม่ต้องตบตีกับศรีภรรยา เบรกมือมาแปลกวางไว้ที่เท้าแทนการใช้เบรกมือไฟฟ้า ท้งที่มีมาให้ 2 รุ่นก่อนหน้านี้

ด้านพื้นที่ภายในห้องโดยสาร สามารถพับเบาะหลังได้แบบ 60 :40 ในเบื้องต้นขนาดพื้นที่แทบจะเหมือนกับ C-HR มีพื้นที่กว้างพอ ๆ กัน Legroom มีพื้นที่พอที่จะนั่งไขว้ห้างได้ แอบติด ๆ ขัด ๆ นิดหน่อย ส่วน Headroom ผมสูง 172 เซนติเมตร หุ่นไซส์  L ตอนปลาย XL ตอนต้น (จนแอดมินบอลว่า ลดน้ำหนักเหอะ แอดฯหนาว) สามารถนั่งได้แบบหัวไม่ติด

ส่วนตัวเบาะหลังสามารถปรับเอนได้ 2 ระดับ ในเรื่องความสบาย ยอมรับว่า โตโยต้า โคโรลล่า ครอส ทำเบาะได้นั่งสบายมาก ตัวเบาะโอบกระชับแบบผ่อนคลาย ไม่รัดจนเกินไปอีกทั้งองศาการเอียงของเบาะหลังทำมาได้พอดี ทำให้เวลาเดินทางไกล น่าจะรู้สึกสบายจริง ๆ (ก็ต้องรอกันอีกครั้ง)

เครื่องยนต์ไฮบริดใน Toyota Corolla Cross

ด้านขุมพลังแทบจะยกมาจาก Toyota Corolla Altis รุ่นปัจจุบัน มาบรรจุใช้ใน C-SUV คันนี้ วันนี้เราได้ลองเป็นตัวไฮบริด 1.8 ลิตร  พกเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร Hybrid 97 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 53 กิโลวัตต์ พละกำลังขับรวมจะอยู่ที่ 121 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อมงานโครงสร้างวิศวกรรม TNGA ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม

ส่วนความปลอดภัยใน Toyota Corolla Cross จะมาพร้อมชุดระบบ Toyota Safety Sense 2.0 ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันทุกย่านความเร็ว DRCC (Dynamic Radar Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ (Pre Collision System) ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลนตรงกลาง LTA (Lane Tracing Assist)
ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย LDA (Lane Departure Alert with Steering Assist) ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Automatic High Beam) ส่วนระบบความปลอดภัยพื้นฐานยังคงมีให้ตั้งแต่ ระบบเบรก ABS/EBD/BA
ระบบควบคุมการทรงตัว VSC/TRC ระบบช่วยขึ้นเขา HSA ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ด้านหน้าปรับสูง/ต่ำได้ กล้องมองภาพรอบทิศทาง PVM (Panoramic View Monitor) ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitoring System)

รีวิว Toyota Corolla Cross สีขาว

เช่นเคย Toyota ได้จัดสถานีทดสอบเหมือนเช่นที่เคยทดสอบใน Hilux Revo Rocco เมื่อเดือนก่อน (สงสัยขี้เกียจเก็บกรวย) คราวนี้ให้สื่อมวลชนได้ลองขับกัน 2 รอบสนาม

เริ่มจากการสลาลอมในความเร็วต่ำ เพื่อให้เห็นถึงการทำงานของระบบังคับเลี้ยว มีน้ำหนักเบาในความเร็วต่ำถึงหยุดนิ่ง คล้ายกับ Corolla Altis ตรงที่ความลื่นไหลในการเปลี่ยนวงเลี้ยว หลังจากเข้าสู่การทดลองระบบเตือนออกนอกเลนพร้อมดึงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติ เมื่อความเร็วเกิน 50 กม./ชม. ระบบจะทำงานอย่างรวดเร็วและทันที การดึงพวงมาลัยกลับของระบบทำได้นุ่มนวลไม่กระชากจนตกใจ คุณจะตื่นตัวเหมือนเสียงของระบบทำงานดัง

จากนั้นเข้าสู่การทดสอบแบบสลาลอมไปจนถึงหารหักหลบกระทันหันในความเร็ว ไม่เกิน 60 กม./ชม. เราสังเกตุว่า น้องชายลำใหม่  มีความนุ่มเพิ่มขึ้นมาจาก Toyota Corolla Altis และ Toyota C-HR นิดนึง ยังคงความนิ่ง แม่นยำเหมือน TNGA รุ่นอื่น เป็นบุคลิกที่ครอบครัวนั่งแล้วรู้สึกไม่บ่น สบายในการเดินทางไกล เหมือนผ่านสถานีสลาลอมและหักหลบกระทันหันแล้ว

รีวิว Toyota Corolla Cross
Toyota Corolla Cross  test drive

มาดูในเรื่องอัตราเร่งกันต่อ ชุดเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังยกมาจาก Corolla Altis และ C-HR ดังนั้นนิสัยแทบจะเหมือนกัน เพียงแต่ช่วงออกตัวทำได้ดีกว่าทั้งคู่เล็กน้อย แต่พอถึงช่วงกลางไปเนือยยาว ๆ ไป ด้วยสนามทดสอบที่สั้นมาก ๆ เลยขอยกยอดไปในการทดสอบเต็มรูปแบบที่น่าจะพบรายละเอียดมากกว่านี้

เรื่องห้ามทัพความแรง  ดูเป็นธรรมชาติเหมือนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ปกติ อาการต้านเท้าน้อยกว่า Camry Hybrid ชัดเจน ถือเป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้เลยก็ว่าได้

และด้านสุดท้ายที่ทดสอบในเรื่องการซับแรงสะเทือนผ่านรูปแบบถนนต่าง ๆ Corolla Cross ทำได้นุ่มและตึงกว่านิดหน่อย กล่าวคือเมื่อเจอหลุมบ่อหรือทางขุรขระ สามารถเก็บรายละเอียดได้นุ่มนวลกว่า ขณะที่ด้านหลังมีความตึงกำลังดี ไม่แข็งจนเกินไป ภาพรวมของช่วงล่างถือว่าอยู่ในโทนที่นุ่มนวลกว่า C-HR  แต่ยังคงความตึงและกระชับเหมือนกับ TNGA รุ่นอื่น ๆ

 Toyota Corolla Cross  สนุกเหมือนเดิม เป็นมิตรกับการใช้งานมากขึ้น

การมาของ Corolla Cross ในครั้งนี้ ถือเป็นการเสริมทัพให้กับกลุ่มรถอเนกประสงค์ของ Toyota ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะตระกูล TNGA ที่มาเติมเต็มส่วนที่ลูกค้าต้องการ แม้ว่าจากที่เราลองขับจะรู้สึกว่าตัวรถยังไม่ทิ้งความคล่องตัวในการขับขี่ การบังคับเลี้ยวที่แม่นยำ และความมั่นใจในการเข้าโค้ง

สิ่งที่เพิ่มเข้าไปคือความนุ่มสบายที่น่าจะทำให้พ่อบ้านแม่บ้าน รวมถึงคนที่บ้านนั่งไปแล้วรู้สึกสบายไม่บ่น ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่างที่ยังคงความมั่นใจแต่การเก็บแรงสะเทือนทำได้นุ่มนวล แต่ตึงกำลังดีกลายเป็นจุดเด่นให้รถรุ่นนี้สำหรับการใช้งานทั่วไป มันอาจไม่เหมาะในการเล่นบทบู๊บนท้องถนน ถึงพูดแบบนั้นก็เอาเถอะมันขับได้ดีเหมาะกับการเป็นรถครอบครัว

ด้านพละกำลังของ Hybrid แม้ภาพรวมแทบจะเหมือนกับ Corolla Altis และ C-HR  โตโยต้า พยายามเซทเพื่อให้มีแรงดึงที่มากกว่านิดหน่อย ด้วยน้ำหนักตัวรถที่มากกว่าเพื่อให้ตัวรถไม่ถูกเค้นจากคันเร่งมากจนเกินไป

การจัดอุปกรณ์ของ Corolla Cross ถ้าเรามองแค่รุ่น Hybrid อย่างเดียว งวดนี้ Toyota ทำการบ้านมาดีมาก ในการเฉลี่ยออพชั่นต่าง ๆ ให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรได้ตามความเหมาะสมและกำลังทรัพย์ ลองไปอ่านได้ใน  Which Value : Toyota Corolla Cross

แต่เมื่อมองทุกขุมพลังแล้ว Toyota แอบสอบตกตรงรุ่นเบนซิน 1.8 Sport ที่ดูแล้วการจัดอุปกรณ์ดูน้อยเท่าที่ควร จุดนี้ Toyota ต้องทำการบ้านเพิ่ม เพราะยังมีลูกค้าบางส่วนไม่พร้อมที่จะใช้ขุมพลัง Hybrid และยังมีความสุขกับเครื่องยนต์สันดาปอยู่ กระนั้นฝาก Toyota พิจารณาเพิ่มรุ่นย่อยให้กับเบนซิน หรือปรับอุปกรณ์ให้สมชื่อกับรุ่นย่อยว่า Sport จะเป็นอะไรที่โอเคกว่านี้

สำหรับการทดลองขับเบื้องต้นของ Corolla Cross เป็นอันจบแต่เพียงเท่านี้ แต่! การลองขับแบบจัดเต็มแบบฉบับ Ridebuster ยังไม่จบ เพราะเราอยากรู้ว่าเมื่อถูกทดสอบบนถนนประเทศไทยที่มีความหลากหลายมาก ๆ TNGA บนตัวถัง SUV  จะรับมือและทำผลงานได้ดีขนาดไหน อีกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ที่ยังคงปริศนาอยู่ว่าจะขับสนุกเทียบเท่ากับ Corolla Altis และแตกต่างกันมากแค่ไหน คงต้องรอวันที่ Toyota ประเทศไทยพร้อมปล่อยรถทดสอบหลังจากนี้

ขอขอบคุณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ที่เชิญร่วมทดสอบ Toyota Corolla Cross มา ณ โอกาส

 



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments