BMW M760i Final V12 โปรดักชันคาร์อำลาขุมกำลัง วี12 รุ่นสุดท้ายจาก BMW

แบ่งปันเรื่องนี้

แม้ก่อนหน้านี้ ทาง BMW จะพึ่งมีการเปิดเผยว่าพวกเขากำลังพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในลูกใหม่ ในยุคที่คนกำลังทยอยหันหลังให้กับขุมกำลังลูกแบบนี้ แต่ล่าสุดทางค่ายเองก็แสดงความเคลื่อนไหวใหม่ที่ยอมรับในความคิดนี้ด้วยเช่นกันโดยการเปิดตัว BMW M760i xDrive “Final V12” โปรดักชันคาร์อำลาขุมกำลัง วี12 รุ่นสุดท้ายของค่ายออกมา

BMW M760i Final V12 คือรถยนต์รุ่นพิเศษที่สร้างขึ้นมาในวาระที่ปี 2022 คือเป็นปีสุดท้ายที่ทาง BMW จะวางจำหน่ายรถยนต์ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 หลังจากที่พวกเขาได้ทำตลาดรถยนต์ของตนเองที่มาพร้อมกับขุมกำลังรูปแบบนี้มาโดยตลอด 35 ปี

โดยสำหรับความพิเศษของ M760i คันนี้ ก็เริ่มจากการที่มันได้รับการตกแต่งด้วยชิ้นส่วนพิเศษเฉพาะรุ่นมากมาย ตั้งแต่การแปะโลโก้ “V12” ไว้ที่เสา C, ติดตั้งล้อ M ขนาด 20 นิ้ว ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะให้มันมาพร้อมเฉดสีใด ระหว่าง Window Grey หรือ Jet Black แม้แต่คาลิปเปอร์เบรกเอง ลูกค้าก็สามารถเลือกเฉดสีให้กับมันได้ว่าจะเอาสีน้ำเงิน สีดำ หรือสีอะไรก็ได้ที่ BMW มีให้เลือกกว่า 80 เฉด

ด้านชิ้นส่วนภายในเองก็มีความพิเศษด้วยเช่นกัน เพราะมันจะมาพร้อมกับการตกแต่งชิ้นส่วนภายในสี Piano Black แทบทั้งหมด โดยที่เบาะนั่งเองก็หุ้มหนัง Merino ซึ่งเป็นวัสดุสำหรับการทำเบาะนั่งและแผงข้างประตูที่แพงที่สุดของ BMW M-Series ในตอนนี้ ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้าก็สามารถเลือกเฉดสีของหนังหุ้มได้ด้วย ขณะที่ชายบันใดก็มีการเลเซอร์ตัวอักษร “THE FINAL V12” เช่นเดียวกับฝาครอบเครื่องยนต์ในห้องโดยสาร และที่คอนโซลกลางก็มีการแปะตัวอักษรโครเมียมว่า “1 OF 12.” เอาไว้อีก

และในเมื่อชื่อของตัวรถบ่งบอกชัดเจนขนาดนั้น จึงแน่นอนว่ามันต้องมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.6 ลิตร พ่วงเทอร์โบคู่และระบบวาล์วแปรผัน ซึ่งสามารถทำแรงม้าสูงสุดได้ 609 PS ที่ 5,500-6,500 รอบ/นาที และส่งกำลังไปยังชุดล้อทั้งสี่ตามฉบับระบบ xDrive ด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

นอกนั้นในด้านออพชันอื่นๆของมัน ก็จัดเต็มด้วยออพชันสูงสุดของ BMW M760i ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบ Driving Assistance Professional Package, Luxury Rear Seating Package, หลังคา LED Pnoramic, ไฟหน้า Adaptive LED พร้อมระบบ Laserlight, ชุดเครื่องเสียงจาก Bowers & Wilkins

โดย BMW M760i xDrive “Final V 12” จะถูกผลิตขึ้นเพียง 12 คันบนโลก และวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ด้วยราคา 200,000 ดอลล่าร์ หรือราวๆ 6,636,500 บาท ไม่รวมค่าขนส่ง

ข้อมูลจาก Motor1

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments