อนาคต BMW M ตัวที่หนักและใหญ่จะคบขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด

บอสใหญ่ของหน่วยงาน M Division ในเครือค่ายรถใบพัดฟ้าขาว ออกมาเผยว่าพวกเขากำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะใช้ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดในรถตระกูล BMW M

ทุกวันนี้โลกแห่งยานยนต์มิได้ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องสันดาปเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมีขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าบวกแบตเตอรี ที่เริ่มมีบทบาทบนรถยนต์ยุคใหม่ๆ มากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ค่ายรถจากเมืองเบียร์ที่มีกลุ่มรถสมรรถนะสูงไว้ตอบโจทย์ลูกค้าวัยแรงอย่าง BMW ซึ่งล่าสุดมีข่าวแว่วดังออกมาว่าพวกเขากำลัง…

บอสใหญ่แห่ง BMW’s performance division หรือ BMW M นาย Markus Flasch ได้ให้สัมภาษณ์กับ Caradvice สื่อรถยนต์ชื่อดังจากออสเตรเลีย เกี่ยวกับอนาคตว่าจะมีการเลือกนำขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดมาใช้กับรถโมเดลใดบ้าง โดยบอสให้คำตอบว่า รถอย่าง BMW M2, M3 และ M4 จะยังคบหากับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบต่อไปช่วงใหญ่ แต่สำหรับรถในตระกูลเอสยูวีที่มีไซส์โหย่โตพร้อมกับน้ำหนักมาก เช่น X5M รายนั้นอาจต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมอเตอร์เพิ่มเข้ามา

ถามว่าทำไม BMW X5M ในอนาคตถึงต้องเปลี่ยนไปใช้ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด คำตอบมีเพียงอย่างเดียวคือมันต้องผ่านข้อกำหนดสุดจะเข้มงวด ในเรื่องค่ามลพิษที่นับวันยิ่งมีความโหดหินเพิ่มขึ้นตลอดเวลา และน้ำหนักตัว 2,385 กิโลกรัม ลำพังจะปรับแต่งแค่เครื่องยนต์แล้วผ่านมาตรฐานไอเสียก็จัดว่ายากมาก ดังนั้น การติดตั้งขุมพลังลูกครึ่งเครื่องสันดาปกับมอเตอร์ไฟฟ้ากับแบตเตอรีจึงเป็นทางออกที่สดใสกว่า

เช่นเดียวกับฝากคู่แข่งตลอดการอย่าง Mercedes-AMG ที่ก่อนหน้าไม่นานมีข่าวว่า C63 โมเดลถัดไปจะไปใช้เครื่องเบนซินเทอร์โบ 4 สูบ พ่วงด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริด ละทิ้งขุมพลัง V8 ความจุมหาโหดออกไป เพราะเจอปัญหาเดียวกันเรื่องค่ามลพิษกับต้นทุนในการพัฒนาเครื่องอันสูงลิ่ว

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆ จากพวกเราทีมงาน Ridebuster.com

Comments

comments