BMW ปิดไลน์ผลิต BMW i3 ยุติการขายที่ 250,000 คัน ทั่วโลก

แบ่งปันเรื่องนี้

ย้อนไปช่วง 10 กว่าปีก่อน รถยนต์ขุมกำลังมอเตอร์ไฟฟ้ายังเป็นสิ่งที่ใครหลายคนไม่ได้ให้ความเชื่อใจในการใช้งานเท่าไหร่นัก แต่ BMW i3 กลับถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อทลายความเชื่อที่ว่า แต่ในตอนนี้ ก็ได้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องอำลามันจากสายการผลิต

BMW i3 ได้ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกเมื่อปี 2011 ด้วยคอนเซปท์ “Project i” หรือโปรเจ็กท์รถยนต์พลังงานสะอาดในช่วงเวลานั้นของค่ายใบพัดสีฟ้า โดยแม้ว่ากระแสของมันจะถูกกลบด้วยความโดดเด่นและความสวยงามของซุปเปอร์คาร์(ม้าน้อย)อย่าง BMW i8 ไปบ้าง แต่นับจากนั้นมามันก็สามารถทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่องจนแตะหลัก 200,000 กว่าคัน ภายในระยะเวลาเพียง 11 ปี

และอย่างที่เราได้ระบุไว้ในข้างต้น ว่าในตอนนี้ (จริงๆคือเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา) ทาง BMW ได้ทำการปิดสายการผลิตของเจ้า i3 ลงไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ด้วยยอดการผลิตทั้งหมดจำนวน 250,000 คันพอดิบพอดี และที่สำคัญคือตัวรถซึ่งถูกผลิตขึ้นเป็นคันที่ 249,991 – 250,000 คัน หรือ 10 คันสุดท้าย ก็ได้ถูกตัดออกมาเพื่อทำเป็นรุ่นพิเศษอำลารหัสอีกด้วย

โดยสำหรับ BMW i3 รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัดเพียง 10 คันที่ว่า คือ BMW i3 HomeRun Edition ที่มาพร้อมกับชุดสี  Frozen Dark Gray หรือ Frozen Red II เป็นครั้งแรก (และครั้งสุดท้าย) ของตระกูล เสริมด้วยของแต่งยิบย่อยเฉพาะรุ่นอีกหลายรายการ ทั้งชุดล้อลายพิเศษขนาด 20 นิ้ว, ระบบไฟหน้าแบบ Adaptive, หลังคาแก้วปรับไฟฟ้าแบบมูนรูฟ พร้อมแผงโซล่าร์เซลล์, ลำโพงพรีเมียมจาก Harman Kardon, และชุดเบาะนั่ง ไปจนถึงคอนโซลต่างๆที่ใช้เฉดสีเฉพาะรุ่น ซึ่งแม้ว่าทางค่ายจะไม่มีการเปิดราคา แต่ก็เชื่อว่าป่านนี้พวกมันคงมีเจ้าของไปหมดแล้วเป็นที่เรียบร้อย

ทั้้งนี้แม้ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา BMW i3 จะถือเป็นรถซิตี้คาร์ขนาดเล็ก ที่ดูธรรมดาๆ และไม่ได้มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ใดๆเลยก็ตาม นอกไปเสียจากการปรับเปลี่ยนหลักๆในด้านสเปคทั้งขนาดแบตเตอรี่ ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับกับระยะทางในการใช้งานที่ไกลกว่า เมื่อปี 2017 และปี 2018 ก็มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาภายนอกอีกนิดหน่อย (จริงๆก่อนหน้านี้ก็มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาภายนอกอยู่บ้าง แต่ไม่มากเท่ากับในปี 2018)

แต่เมื่อเราลองดูจากสิ่งต่างๆที่ให้มากับตัวรถแต่แรก ทั้งแชสซีย์อลูมิเนียมน้ำหนักเบา กับส่วนควบสำคัญต่างๆที่ทำขึ้นจากวัสดุน้ำหนักเบา ไม่ว่าจะเป็นแมกนีเซียม หรือคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งปกติแล้วจะมีอยู่เฉพาะในรถซุปเปอร์คาร์ ก็ทำให้มันกลายเป็นรถยนต์อีกคันที่มีความจัดเต็มซ่อนอยู่ไว้ข้างในผิดกับหน้าตาภายนอกมากมายเลยทีเดียว

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments