Bi-Turbo ก้าวต่อไป ของเครื่องยนต์ดีเซล

ทุกวันนี้เครื่องยนนต์ดีเซลในรถกระบะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราจะเห็นว่ารถมีสมรรถนะสูงขึ่น ทันทีที่มีการอัพเกรดต่างๆ หนุ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เราเริ่มเห้นในเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ๆ คือ ระบบอัดอากาศ ที่เรียกว่า  Bi-turbo

ระบบ  Bi-turbo เป็นคำพูดใหม่ที่เพื่งเกิดขึ้นมาได้ไม่นาน มันแทนการติดตั้งชุดเทอร์โบชาร์จ 2 ตัว วางประกบไว้ด้วยกัน เพื่อปั้นสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าการใช้เทอร์โบเดี่ยว ที่ทำสืบทอดกันมายาวนาน ตั้งแต่เทอร์โบปกติ ยันมีระบบจัดการอากาศด้วยระบบครีบควบคุมทางเดินไฟฟ้า มันเริ่มไม่พอเพียงต่อสมรรถนะการขับขี่ ที่มากขึ้นตามลำดับ

Ford Bi-Turbo / Ford Ranger

การติดตั้งเทอร์โบ 2 ตัว หรือ อาจจะเรียกว่า ระบบเทอร์โบคู่ เริ่มมีให้เห็นในเครื่องยนต์ดีเซลในวันนี้  เดิมทีระบบเทอร์โบคู่ มักถูกเรียกว่า  Twin Turbo   ในอดีต เนื่องจากการใช้ระบบเทอร์โบชาร์จที่มีขนาดเท่ากัน 2 ลูก ทำงานร่วมกัน คล้ายฝาแฝด ซึ่งได้รับความนิยมในรถเครือง V

แต่ปัจจุบัน การเซทอัพเทอร์โบ 2 ลูกในเครื่องดีเซลยุคใหม่เปลี่ยนไป เทอร์โบชาร์จ 2 ลูก อาจจะมีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน มันยังคงทำงานร่วมกันเพื่อสร้างกำลังแรงอัดอากาศสูงสุด ให้ประสิทธิภาพในการขับขี่

การทำงานเช่นนี้เดิมทีอาจจะเรียกว่า  sequential  เพราะเทอร์โบชาร์จแต่ละลูกจะทำงานต่อเนื่องกันเพื่อสร้างแรงดันสูงสุดในการทำงาาน ลักษณะเดียวกัน ถูกนำมาใช้ในระบบใหม่นี้ด้วย แต่เทอร์โบทั้ง 2 ตัวจะทำงานงานอย่างมีประสิทธิภาพเท่าๆ กัน สมรรถนะไม่ได้ไปกองที่เทอร์โบลูกใหญ่แบบ  Sequential  จึงเหมือนการเอาความดีของ  Twin Turbo   เข้ามาผสมผสาาน ในการพัฒนา

Ford Bi-Turbo / Ford Ranger

ด้วยการมีเทอร์โบชาร์จ 2 ลูก ทำงานร่วมกัน ระบบ  Bi-Turbo   จึงมีการตอบสนองของเทอร์โบดีกว่าระบบเทอร์โบชาร์จเดี่ยวปกติ รวมถึงระบบเทอร์โบแปรผันด้วย ที่ได้รับความนิยมระยะหลังๆ

ในแง่ตัวเลขจะเห็นว่า เครื่องยนต์ ไบ เทอร์โบ  จะมีข้อดีกว่าเครื่องยนต์ระบบเทอร์โบเดี่ยว ตรงกำลังแรงบิดสูงสุด จะมารอบต่ำลง เช่น  Nissan Terra   เครื่องยนต์ 2.3 ลิตร YS23DDTT  ให้กำลัง 190 แรงม้า สูงสุด ที่ 3,750 รอบต่อนาที แต่แรงบิด 450 นิวตันเมตร สูงสุดที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที

ถ้าเทียบกับ เครื่อง  YD25DDTi High power   มันให้กำลังแรงม้า สูงสุด 190 แรงม้า สูงสุดที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูสุดที่ 450 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที

คงพอจะเห็นว่าเครื่องเทอร์โบคู่ มีช่วงแรงบิดสูงสุดกว้างกว่า ทำให้การตอบสนองดีกว่า

หรืออย่างเครื่อง  Ford Bi-Turbo มีกำลังขับ 213 แรงม้า สูงสุดที่ 3,750 รอบต่อนาที และทำแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่  1,750-2,000 รอบต่อนาที

เทียบกับเครื่องยนต์เดิม 3.2 5 สูบ เดิมที่มีขนาดใหญ่ ให้กำลัง 200 แรงม้า ที่ 3,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 470 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที

จะเห็นว่าเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2 ตัวให้ประสิทธิภาพในการขับขี่มากกว่าเครื่องยนต์เทอร์โบเดี่ยวเดิม แม้ว่าจะมีการลดขนาดเครื่องยนต์ลงก็ตาม ถึงซีซีน้อยลง ก็ยังให้สมรรถนะการขับขี่ที่มั่นใจเหมือนเครื่องยนต์ขนาดใหญ่

ในแง่การขับี่ เมื่อขับรถเครื่องไบ เทอร์โบ สิ่งที่รู้สึกได้ในทันที คือเครื่องการตอบสนองของระบบเทอร์โบชาร์จ จะไม่มีอาการรอรอบ ทุกการเหยียบคันเร่งรู้สึกได้ถึงพละกำลังในการขับขี่อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องย่ำคันเร่งบ่อยๆ ผลคือได้ความประหยัดในการขับขี่มากขึ้น เป็นเงาตามตัว และยังลดการปล่อยไอเสีย เพระากำลังเท่าเดิมสามารถผลิตได้ในเครื่องยตืที่มีห้องเผาไหม้เล็กลงด้วย

ปัจจุบัน ระบบ Bi Turbo อาจจะยังไม่คุ้นเคยมากนัก เพราะพวกมันอยู่ในรถรุ่นท๊อปสุดของกระบะเท่ากัน แต่ในอนาคตระบบเทอร์โบลักษณะนี้ อาจจะแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากมันพิสูจน์อล้วว่าเป็นของดีมีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่า

Comments

comments