Belt in Oil จับสายพานไทมมิ่งกดน้ำมันเครื่อง นวัตกรรมใหม่ ในเครื่องยนต์วันนี้

แบ่งปันเรื่องนี้

เทคโนโลยียานยนต์ มีมากมาย ที่ถูกพัฒนาให้สอดคล้องกับการลดการปล่อยไอเสีย และ ประหยัดน้ำมัน เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีทั้งที่เราสามารถเห็นได้ทันทีด้วยสายตา และ ที่ทั้งอยู่ในเครื่อง หนึ่งในนั่นคือ Belt in Oil ที่วันนี้กลายเป็่นประเด็นร้อน เมื่ออู่รถชื่อดังออกมาเผยปัญหา แต่กลับไม่ได้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับเครื่องยนต์ตัวนั้นว่ามีการปรับแต่งหรือไม่ อย่างไร

จนคนตั้งคำถามถึง เทคโนโลยี Belt in oil ว่า มันไม่ทน หรือเปล่า และดูเทคโนโลยี น่าจะล้าหลัง กว่าการใช้ ระบบโซ่ไทม์มิ่ง แทนสายพาน ที่ทุกคนรู้จักกันมายาวนาน

Belt in oil  สายพานไทมมิ่งในน้ำมันเครื่อง
Ford Ecoboost 1.0 เป็นเครื่องยนต์รุ่นแรกที่ใช้ระบบนี้ในการทำงาน

ระบบสายพานในเครื่องยนต์ยุคใหม่ในปัจจุบันจำนวนไม่น้อย ใช้ระบบสายพานแบบแช่ในน้ำมันเครื่อง หรือที่เรียกว่า Belt in Oil ใครที่เป็นช่างยุคเก่า จะรู้จัก สายพานไทม์มิ่งดีว่า ระบบสายพานควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์นิยมในเครื่องสมัยก่อนมาก และจะต้องเปลี่ยนตามกำหนดเวลาทุกๆ 100,000 กิโลเมตร ถ้าไม่อยากจะกินข้าวลิงกลางทาง สายพานขาดอาจมีโทษถึงเครื่องยนต์พัง หนักกว่านั้น หมายถึงคุณอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ด้วย

ที่จริงตั้งแต่คิดค้นระบบสายพานไทม์มิ่งขึ้นมา วิศวกรในอดีต รู้ว่า ระบบสายพานไทมมิ่ง กับน้ำมันเครื่อง หรือ จะเรียกว่า สายพานจุ่มน้ำมันเครื่องมันไปด้วยกันไม่ได้ น้ำมันเครืองที่มีคุณสมบัติหล่อลื่น ในอีกมุม มันก็จะมีสารชะล้างไปด้วยในตัว สารชะล้างเหล่านี้สามารถทำอันตรายได้กับสายพานไทม์มิ่ง ส่วนใหญ่ ทำมาจากยางและไฟเบอร์ นานวันไป สายพานก็จะถูกกัดกร่อน จนเขี้ยวเริ่มหาย หรือตัวสายพาน เริ่มหลุดเป็นเศษเล็กๆ แล้วบูม!!! เป้นปัญหา ที่คุณต้องทำให้ ศูนย์บริการ รื้อเครื่องยนต์ออกมาทั้งตัวในที่สุด

แล้วทำไม เครื่องยนต์ยุคใหม่ถึงใช้???

ประเด็น ปัญหา เครื่องยนต์สันดาปยุคใหม่ มีรอบด้าาน อย่างที่คุณ รู้ ไหนจะต้องทำให้เครื่องยนต์ลดการปล่อยไอเสีย ต้องประหยัดน้ำมัน ที่สำคัญ เสียงเครื่องยนต์ต้องเงียยบ ส่วนในแง่มุมการทำงานในระยะยาวหรือ Durability ก็มีการพิจารณา โดยใช้แนวคิดในการให้บริการของการหลังการขายเข้าช่วย เพื่อทำให้ เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพในการทำงาน ปึ๋งปั๋ง พร้อมแก่การใช้งานเสมอ

วิศวกรสมัยใหม่ ยังต้องพยายามลดน้ำหนักตัวรถทั้งหมด นั่นรวมถึง ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่ควรจะมีน้ำหนักเบาลงด้วย เพื่อทำให้องค์รวมรถคันนั้นๆ ขับดีขึ้น จากยุค 90 มาสุ่ ยุค 2000 เราพบว่า เครื่องยนต์ เปลี่ยนจากสายพานไทม์มิ่งปกติ มาเป็น โซไทมม์มิ่ง ที่บางคนคิดว่ามันไม่มีวันจะพัง

อันที่จริงโซไทม์มิ่ง มีโอกาสที่จะเสียหายและต้องซ่อมบำรุงเช่นกัน ถ้าคุณใช้รถคันนั้นไปนานๆ โซ่ทั้งหมดไม่ได้ ทำมาจากเหล็กอย่างที่เข้าใจ และอุปกรณ์ทีเ่กี่ยวเนื่องบางอย่าง ก็ถูกออกแบบไว้พอตามอายุการใช้งานของเครื่องยนต์เท่านั้น ไม่มีอะไรอยู่ยงคงกระพันอย่างที่เข้าใจกันผิดๆ

ระบบโซ่ มีปัญหาอีกเรื่องที่สำคัญ เครื่องยนต์จะมีเสียรบกวนในการทำงานค่อนข้างมากกว่า รวมถึง โซ่มีระเด็นใเนรือ่งการเสียดทาน เวลาคุณหมุนด้วยความเร็ว การเสียดทาน ทำให้กินแรงเครื่องยนต์ไปบ้างบางส่วน ขณะที่ระบบสายพานไทม์มิ่งเดิม เป้นชิ้นส่วนที่เบาะกว่า ไม่ค่อยกินแรงเครื่อง เสียแค่มันไม่ทนทานในการใช้งาน ก็เท่านั้นเอง

จับสายพานกดน้ำมัน มันดีอย่างไร

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป หลายสิ่งมีการพัฒนาตาม รวมถึงวัสดุชิ้นส่วนต่างๆ สายพานไทม์มิ่งสมัยใหม่ก้มีการอัพเกรดวัสดุดีขึ้น ครั้นจะเอาระบบสายพานเดิมมาใส่ ก็คงถูกลูกค้าสวดยับ ว่าเครืองยนต์มันจะโบราณอะไรขนาดนั้น

ประกอบกับความต้องการของบริษัทในการลดการปล่อยไอเสีย ให้ความประหยัดน้ำมัน ไอเดีย สายพานไทม์มิ่งแช่น้ำมัน หรือ Belt in Oil จึงกลับมาจากยุค 70 โดดยอาศัยเทคดนดลยีทางด้านวัสดุศาสตร์ที่รุดหน้าไปไกลกว่าที่คุณคิดมาก

Belt in oil  สายพานไทมมิ่งในน้ำมันเครื่อง

สายพานไม่เหมือน สายพานไทม์มิ่ง ดั้งเดิม ตัวสายพาน ออกแบบให้ทนความร้อนสูง เพราะต้องแช่และสัมผัสน้ำมันเครื่องตลอดเวลา ไม่มีการเปิดเผยวัสดุที่นมาใช้สายพานแบบนี้ที่แน่ชัด

แต่ทางบริษัทผู้ผลิตสายพานชื่อดัง อย่าง Mitsuboshi ยืนยันว่า จนถึงตอนนี้พวกเขาขอยืนยันว่า วัสดุที่ใช้ทำ สายพานไทม์มิ่ง เปียก ไม่ได้ใช้ วัสดุประเภทยางในสายพาน แบบที่บางคนอาจจะเข้าใจ เมื่อพูดถึงคำว่าสายพาน เนื่องจากต้องทนความร้อนสูง ซึ่งยางมีสิทธิที่จะละลายได้ในอุณหภูมิสูงขนาดนั้น

ข้อมูลจาก Mitsuboshi ระบวุ่า สายพานไทมฺมิ่งจุมน้ำมัน ลดเสียงการทำงานเครื่องยนต์ได้ 5-10 เดซิเบล , มีน้ำหนักน้อยลง 35% และ สามารถส่งกำลังขับดีขึ้น 3%

ไม่เพียงแค่นี้ ตามข้อมูลจากหลายแห่งชี้ว่า การใช้สายพานจุ่มน้ำมัน สามารถลดแรงเสียดทานในเครื่องยนต์ได้มากถึงร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับระบบสายพาน หรือ กระทั่งโซ่ไทม์มิ่งเดิม ที่เราคิดว่ามันดีอยู่แล้ว ในแง่การขับขี่สามารถลดการปล่อยไอเสียได้ร้อยละ 1 เท่านั้น

แต่ร้อยละ 1 ก็มีความหมายกับการพัฒนา คิดง่ายๆ สมมุติ เครื่องยนต์เดิม ใช้ระบบโซ่ไทม์มิ่ง ปล่อยไอเสีย 100 กรัม / กิโลเมตร เครื่องยนต์ใหม่ จะปล่อย เพียง 99 กรัมต่อกิโลเมตร นั่นหมายความว่า ทุกๆ กิโลเมตรที่ลดวิ่ง ไอเสียจะลดลงไป 1 กรัม และเมื่อสะสมระยะทางกับรถที่ขายได้จำนวนมาก มันมหาศาล มากกว่าที่คุณคิดเสียอีก

จริงหรือไม่ ที่มันไม่ทน

อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่หลายคนกังวล พอพูดว่า สายพาน กับ โซ่ มันต่างกันอย่างชัดเจน ถึงความรู้สึกในแง่ความทนทานการใช้งาน เราทุกคนไม่มีใครอยากเจอปัญหาใหญ่ในการดูแลรถ ซึ่งปัญหา ระบบสายพานเป็นเรื่องมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งยังต้องถอดประกอบเครื่องยนต์ด้วย

การออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ในโซเชี่ยล อาจชี้ว่า ระบบนี้มันไม่ทนทาน และน่ากลัว แต่ที่จริงแล้ว รถยนต์สมัยใหม่หลายรุ่นใช้ระบบนี้มายาวนานมากแล้ว เช่น เครื่องยนต์ Ford Ecoboost 1.0 เทอร์โบ ใช้ระบบสายพานจุมน้ำมันมาตั้งแต่ปี 2008 และยังไม่เคยพบประเด็นปัญหาในการใช้งานจากลูกค้าในต่างประเทศ (เช่นเดียวกับในไทย))

และไม่เพียงแค่กลุ่มเครื่องยนต์เบนซินเท่านั้น ระบบนี้ยังถูกนำมาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล ของรถยนต์แบรนด์ชั้นนำ เช่น Volkswagen และ Ford

ที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด คือ เครื่องยนต์ 3 สูบ 1.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ ของฮอนด้า ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน และเมื่อมีการเปิดเผยทางโซเชี่ยล ทำให้หวาดผวาโดยใช่เหตุ ไม่มีข้อมูลว่าเครื่องยนต์ตัวนี้ เป็นเครื่องยนต์ที่ถูกจูนหรือไม่ อย่างไร ด้วยการซ่อมข้างนอกไม่ซ่อมศูนย์บริการฮอนด้า จึงเป็นที่น่ากังขา

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงจะกังวลว่า สายพานไทม์มิ่งเปียก จำเป็นต้องเปลี่ยนตามอายุเหมือนในอดีตที่ต้องเปลี่ยนทุก 1 แสนกิโลเมตร หรือไม่

จากข้อมูลในต่างประเทศ ชี้ว่า ระบบนี้ที่ใช้น้ำมันเครื่องหล่อลื่นสายพาน ช่วยยืดอายุ สายพาน สามารถใช้งานได้นานถึง 150,000 ไมล์ ประมาณ 240,000 กิโลเมตร หรือ ราวๆ 12 ปี (ถ้านับการใช้งานรถคนปกติปีละ 20,000 กิโลเมตร/ปี) โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายพาน อย่างที่หลายคนกังวลใจ

แล้วดูแลยังไง

แน่นอนว่าส่วนที่หลายคนอยากจะทราบในเรื่องนี้คือ แล้วจะดูแลเครื่องยนต์ที่ใช้ Belt in Oil ให้ทนทานได้ไง

อย่างที่พอจะเดาได้ น้ำมันเครื่องจะมีบทบาทสำคัญในเรืองนี้ เนื่องจากสายพานถูกจุ่มในน้ำมันเครื่องยนต์โดยตรง ดังนั้นคุณภาพน้ำมันเครื่อง จึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในเรื่องนี้

น้ำมันเครื่องยนต์ เมื่อใช้ไปในนานๆ จะมีการเจอปนของการชะล้าง ระหว่างการทำงานของเครื่องยนต์ ทำให้คุณภาพน้ำมันที่ปกป้องสายพานต่ำลง จนอาจจะสร้างปัญหาให้สายพาน

เรืองนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วย การเช็ค Oil life monitor เพื่อดูว่า คุณภาพน้ำมันเครื่องสมควรแก่การเปลี่ยนถ่าย หรือถึงระยะการเปลี่ยนถ่ายรึยัง

รวมถึงสมควรจะต้องใช้ค่าความหนืด ตามที่ทางผู้ผลิตกำหนด อย่างเคร่งครัด อย่าใส่น้ำมันเครื่องผิดค่าความหนืด โดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการให้บริการดูแลรักษารถยนต์ในศูนย์บริการ

เชื่อว่าหลายคน จะถามว่า เราสามารถใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพสูงกว่าได้ หรือไม่ คำตอบคือได้ครับ ถ้าคุณพร้อมจ่าย ก็ย่อมจะให้การปกป้องดีกว่า แต่ไม่ควรเปลี่ยนค่าความหนืดที่แนะนำจากผู้ผลิต หรือถ้าจะเปลี่ยน ให้ศึกษาจากคู่มือประจำรถ

และอย่างที่เราพูดว่า มันอยู่ในน้ำมันเครื่อง ความร้อนน้ำมันเครื่องเกิดจากหลายส่วนด้วย หนึ่งในน้้น ที่ทำให้น้ำมันเครื่องมีปัญหาเร็ว คือการไปจูนเครื่องเพิ่มเติม ทำให้ความร้อนในการทำงานสะสมเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ความร้อนเหล่านี้ จะทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมเร็ว ถ้าคุณคิดว่า อยากจะจูนเครื่องก็ต้องแลกความทนทาน หรือ ต้องยอม ถ่ายน้ำมันเครื่องบ่อยขึ้น เพราะเครื่องยนต์มีความร้อนสะสมมากขึ้น ยิ่งใครซัดรถบ่อยๆ คุณภาพน้ำมันเครื่องจะยิ่งเสื่อมเร็ว

ระบบสายพานไทม์มิ่งในน้ำมันเครื่อง หรือ Belt in Oil ไม่ใช่เรื่องใหม่ และมันเป็นวัตกรรมที่ได้รับการพิสูจน์ มาสักพักแล้วว่า เหมาะสมแก่การใช้งานมีความทนทานไม่ต่างจากโซ่ไทม์มิ่ง

สิ่งที่เราควรมอง คือ พยายามเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องยนต์ตามระยะกำหนดเวลา อย่างให้ขาด หรือน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ เพราะเมื่อนั้นภัยจะมาเยือนแน่นอน ครับ

ข้อมูลอ้างอิงจาก

Mitsubosihi

underhoodservice

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments