Audi เปิดตัวทัพ RS 3 รุ่น TTRS , RS Q8 และ RS 4 Avant

ตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยเริ่มกลับมาคึกคักอีกครัั้ง คราวนี้เป็นคิวของ Audi หลังจากส่งตระกูล The New A5 ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาพร้อมราคาเร้าใจ คราวนี้ Audi ปล่อยของต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวตระกูลพันธุ์แรงอย่าง RS พร้อมกัน 3 รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

สำหรับ Audi RS คือ กลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงที่ได้รับการปรับแต่งทั้งเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และช่วงล่าง จากโรงงาน พร้อมการตกแต่งที่ขับเน้นความสปอร์ตเสมือนรถแข่งที่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน สำหรับในประเทศไทย Audi ได้แนะนำตระกูล RS พร้อมกันทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ TT RS Coupé quattro, RS Q8 quattro และ RS 4 Avant quattro

เริ่มต้นกันที่สปอร์ตโรดสเตอร์ คูเป้อย่าง Audi TT RS Coupé quattro ที่มาพร้อมกันออกแบบที่ดุดันสุด ๆ  ไฟหน้าแบบ Matrix LED ไฟท้ายแบบ OLED พร้อมด้านในโคมไฟสัญลักษณ์ TT กระจังหน้าลายรังผึ้งได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ quattro ช่องอากาศได้รับการดีไซน์ใหม่ ให้มีขนาดใหญ่ สปอยเลอร์หลัง ชุดตกแต่งสีดำบริเวณชายล่างของกันชนหน้า ขอบกระจังหน้า และชายล่างด้านหลัง

ด้านภายในห้องโดยสารของ The New Audi TT RS Coupé  เบาะนั่งเป็นแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Fine Nappa ตกแต่งแบบ Honeycomb พร้อมสัญลักษณ์ RS ที่ออกแบบอย่างประณีต ช่องลมระบบปรับอากาศพร้อมจอแสดงผลการควบคุมในรูปแบบดิจิตอล Audi Virtual Cockpit พวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตพร้อมปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ Audi Drive Select

พร้อม MMI Touch และจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจาก Bang & Olufsen ขณะที่ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ติดตั้งไว้บนพวงมาลัย และ Audi Virtual Cockpit  ผ่านจอ LCD ความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว

ด้านขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร TFSI 5 สูบ รีดพลังได้ 400 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Dual-Clutch 7 จังหวะ  ขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro พร้อมท่อไอเสียแบบ RS sports Exhaust 0-100 กม./ชม. ทำได้ 3.7 วินาที ส่วนช่วงล่างได้รับการปรับแต่งใหม่ให้เข้ากับตัวรถมากขึ้น  สำหรับค่าตัวของ The New Audi TT RS Coupé มีราคาอยู่ที่ 5,299,000 บาท โดยเปิดรับจองในงาน Bangkok International Motor Show 2020 และส่งมอบในเดือนตุลาคม 2020

คันต่อไป Audi RS Q8 quattro  SUV Coupé มาพร้อมการตกแต่งสไตล์ RS กระจังหน้าลายรังผึ้งขนาดใหญ่ทรง 8 เหลี่ยม พร้อมตกแต่งชายล่างใต้กันชนหน้าและครีบแนวตั้งด้านข้างสีดำเงา ล้ออัลลอยขนาด 23 นิ้ว ทรงสปอร์ต

ด้านภายในห้องโดยสารมาพร้อมแผงควบคุมภายใต้กรอบสีดำเงาบริเวณคอนโซลหน้าเสริมความสปอร์ตด้วยการตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยลาย Matte Carbon และหุ้มแผงประตูพร้อมตกแต่งคอนโซลกลางด้วย Alcantara เบาะนั่งแบบ RS Sports พร้อมฟังก์ชันเบาะอุ่นและระบายอากาศสำหรับเบาะนั่งคู่หน้า ตัดเย็บและตกแต่งแบบ honeycomb เดินด้ายสีตัดกัน และสัญลักษณ์ RS Audi Sport บริเวณพนักพิงหลังเบาะ ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ ผ่านลำโพงคุณภาพสูง 17 ตำแหน่ง ที่มีกำลังขับรวม 730 วัตต์ พวงมาลัย 3 ก้าน พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง หุ้มด้วยวัสดุหนังกลับด้ายสีขาว พร้อมสัญลักษณ์ RS

ด้านขุมพลัง Audi RS Q8 quattro บรรจุเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร V8 MHEV เทอร์โบคู่ ที่ให้พละกำลังสูงสุด 600 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 800 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 3.8 วินาที พร้อมเทคโนโลยีระบบบังคับเลี้ยวทั้งสี่ล้อ (All-wheel steering) ระบบท่อไอเสียแบบ RS sport พร้อมโหมดการขับขี่ที่มีมากถึง 8 โหมด ให้เลือกใช้ทั้งสำหรับการขับบนถนนปกติและเส้นทางออฟโรด รวมไปถึง RS-specific mode ที่คุณสามารถกำหนดการทำงานของรถได้ด้วยตนเอง ผ่านการปรับเปลี่ยนรูปแบบการควบคุมพวงมาลัย ช่วงล่าง และการเปลี่ยนเกียร์ ให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่ในทุกสภาพถนน สำหรับราคาของ Audi RS Q8 quattro อยู่ที่ 10,899,000 บาท 

 

และคันสุดท้าย RS 4 Avant quattro แวกอนสายพ่อบ้านที่มาพร้อมลุคสปอร์ตเต็มขั้น ภายนอกตกแต่งด้วยกระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยม สีดำ ไฟหน้าแบบ Matrix LED ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ชุดแต่งสีดำรอบคันแบบ Glossy Black RS พร้อมตกแต่ง Audi Ring และ ชื่อรุ่นด้วยสี Glossy Black  ขณะที่ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยคอนเซปต์ RS Sport ตั้งแต่เบาะนั่งตัดเย็บและตกแต่งแบบ honeycomb เดินด้ายสีแดง และสัญลักษณ์ RS Audi Sport บริเวณพนักพิงหลังเบาะ

ด้านเครื่องยนต์บรรจุบล็อก 2.9 ลิตร V6 เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 450 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้เพียง 4.1 วินาที ส่วนราคาของ Audi RS 4 Avant quattro มีค่าตัวอยู่ที่ 5,899,000 ล้านบาท

สำหรับ Audi RS ทั้ง 3 รุ่น จะถูกนำไปจัดแสดงในงาน Bangkok International Motor Show 2020 วันที่ 15-26 กรกฎาคมนี้ และเปิดรับจองในงาน

Comments

comments