Audi Q3 Sportback 40 TFSI Quattro พ่อบ้านสมาร์ท แรงพอประมาณ ประหยัดกำลังดี

แบ่งปันเรื่องนี้

จะ่าไปในบรรดาแบรนด์รถยนต์จากประเทศเยอรมัน Audi เป็นหนึ่งในแบรนดืที่อยู่มาาน ในหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาพยายามแนะนำ รถที่มาพร้อมทรงท้ายลาด ภายใต้ชื่อ Sport back นั่นรวมถึง Audi Q3 Sportback ที่เข้ามาขายในไทย ด้วยการปรุงโฉมมาตั้งแต่ปีกลาย

udi Q3 Sportback 40 TFSI Qauttro S line Black Edition

ตัวรถ Audi Q3 Sportback ในพื้นฐานทั่วไป มันก็คือ เจ้ารถยนต์อเนกประสงค์ Audi Q3 ที่มีการปรับเปลี่ยนช่วงท้ายรถให้ความสปอร์ตมากขึ้น เปลี่ยนจากการออกแบบให้เป็นรถใช้งานมาสู่ภาพความสปอร์ต ดูลงตัวตอบโจทย์ ลูกค้า ที่มองหารถที่มีสไตล์แตกต่าง

รุ่นที่นำมาขับทดสอบวันนี้ เป็น Audi Q3 Sportback 40 TFSI Qauttro S line Black Edition เป็นชื่อที่ท่องกี่ที ก้ยากจะจำได้ ครบ จนบางทีก็แอบสงสัยว่า มันจะยาวไปไหน

ส่วนสำคัญของรถรุ่นนี้ อยู่ที่การให้ความสปอร์ต ดุดัน ลงตัวมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยชุดแต่งภายนอกสีดำเฉพาะแพ็คเกจ Black Edition เมื่อลงตัวกับใบหน้าที่ปรับให้ดูมีความสปอร์ตครบเครื่อง ด้วยกระจังหน้าสีดำ หน้าตาของมันก็ค่อนข้าง ดุดัน โดยเฉพาะ เมื่อขับขี่ ไฟ DayTime Running Light ที่เห้นมาได้แต่ไกล จะช่วยให้ ดูมีเสน่ห์ มากขึ้นไปด้วย

udi Q3 Sportback 40 TFSI Qauttro S line Black Edition
udi Q3 Sportback 40 TFSI Qauttro S line Black Edition

ล้ออัลลอย ขอบ 20 นิ้ว ถูกเติมเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้า หลายคนอาจจะแปลกใจ ถ้าพบว่า ยางติดรถให้ ยางสัญชาติเกาหลี Hankook Evo2 SUV ดู ไม่เข้าเค้าอย่างแรงกับรถเยอรมัน แต่ถ้าเจาะลึกลงไปถึงยางชุดนี้ มันคือ ยางสปอร์ต สำหรับรถอเนกประสงค์ ที่เน้นประสิทธิภาพในการยึกเกาะถนนสูงสุด ทั้งบนพื้นเปียกและถนนแห้ง เน้นความมั่นใจในการขับขี่

เมื่อเป็นรหัส Sportback อย่างที่พอจะเดาได้ และเรากล่าวไปก่อนหน้านี้ สไตล์ท้ายลาด ถูกสร้างเสริมเข้ามาในรถ SUV คันนี้ ในช่วงเสา C ไปจนถึง ท้ายรถ ค่อนข้างมาพร้อมความลงตัว บั้นท้ายออกแนวเซ็กซี่ มีความเป็นรถคูเป้ ผสมปนเป็นดีเอ็นเอ ที่มีความแปลกใหม่ ได้รับความนิยมในการพัฒนารถยนต์อเนกประสงค์จากเยอรมัน

ท้ายแบบนี้ ไม่ได้มีประโยชน์ แค่มันดูสวย ที่จริง ท้ายลาด เป็นเหมือนศาสตร์และศิลป์ มันช่วยลด ลมหมุนท้ายรถได้เป็นอย่างดีด้วย เพิ่มความสามารถในการขับขี่ ตรงตามหลักอากาศพลศาสตร์ด้วยในตัว

บั้นท้ายเซ็กซี่ มาพร้อมฟังชั้นน่าใช้งาน ด้วยประตูท้ายไฟฟ้า เปิด-ปิด รวดเร็วทันใจ ไวพอตัว จะกดมือก็ได้ หรือ จะเตัใต้ท้องรถ ก็ใช้งานง่าย ไม่ยาก จนต้องเอ๊ะ ..จะไปท่าไหนดี

ลูกเล่นน้อย.. แต่ครบเท่าที่ควรมี

เปิดประตู สู่ห้องโดยสาร Audi Q3 Sportback คันนี้ ด้วยความเป็นรุ่นท๊อป รหัส 40 TFSI ก็ทำให้ มันถูกเสริมองค์ประกอบเข้ามา อย่างลงตัว เท่าที่จำเป็น

อย่างแรก ใคที่มองหาความสบายในการโดยสาร รถคันนี้ต้อนรับด้วย เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมที่ดันหลัง แต่กลับขาดการบันทึกท่านั่งมาด้วย

มันน่าแปลกเล็กน้อยที่ Audi ดู จะตั้งใจ ทำเบาะคนขับให้สบาย มีขนาดใหญ่ กว่าเบาะคนนั่ง จนแม่บ้านอาจจะบ่นว่า มันนั่งไม่สบาย ทั้งที่ดูด้วยสายตา อาจจะพอกัน จนเมื่อสัมผัสจริง จะรู้ว่าความกว้างตัวเบาะ มีขนาดไม่เท่ากัน อย่างน่าประหลาดใจ

ตรงหน้าคนขับ เป็นหน้าที่ของ การออกแบบ ตามสไตลืของค่าย ด้วย ระบบ Virtual Cockpit ให้มาตรวัดขนาดใหฐ่ถึง 10.25 นิ้ว ลูกเล่นแพรวพราวอยู่พอตัวในการบอกข้อมูล ที่จำเป็นต่อผู้ขับขี่

ให้พวงมาลัย ทรง D Shape ชุดแกนพวงมาลัย สามารถ ปรับ ยืด-หด และ ขึ้นลงได้ ทำให้ปรับท่านั่งได้ค่อนข้างง่าย พอสมควร

เหลียวมากลางคอนโซลหน้า ระบบเครื่องเสียง มาพร้อมจอขนาด 8.8 นิ้ว ใช้งานสะดวกและง่ายดายมาก รองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play มาด้วย น่าเสียดายที่มันยังเป็นระบบเสียบสาย ซึ่งคุณต้องใช้ หัวแบบ Type C ในการใช้งาน ควรเตรียมไว้ให้พร้อม

เรื่องระบบปรับอากาศ เป็นแบบ แยกอิสระ ซ้าย-ขวา มีฮีทเตอร์ในตัว ช่วยรับกับทุกสภาวะอากาศ ถัดลงมาเป็นเรื่องอุปกรณ์การขับขี่ จัดวางไว้ เป็นระเบียบในการใช้งาน

ช่วงคอนโซลกลางมี ระบบเบรกมือไฟฟ้า ครบเซท พร้อมระบบช่วยหยุดลดคงที่ แม้เอาเท้าออกจากเบรก ช่วยให้ความสะดวกสบายในเมืองอย่างมาก

ด้วยความเป็น Compact Crossover ทำให้ พื้นที่โดยสารตอนหลัง ไม่ได้ใหญ่โตมากแต่คนตัวสูงใหญ่ สามารถยัดกันไปในรถ ได้ 4 คนสบายๆ เช่นเคยตัวเบาะ ถูกออกแบบให้ปรับพับได้ถ้าต้องการ มีที่เท้าแขนตรงกลาง พร้อมที่วางแก้วน้ำ เพียงแต่สังเกตุว่าไม่มี ที่ชาร์จ USB ให้ผู้โดยสาร ดูแล้วยังไม่ค่อยปลื้มเรื่องนี้เท่านัก

หลายคนอาจจะกังวลว่าพอเป็นท้ายสปอร์ต แล้วดูทึบ ห้องโดยสารนั่งไม่สบายหรือ ไม่จากที่สัมผัส ต้องตอบตามตรงว่า มันนั่งสบายมากกว่าที่คาดไว้มาก แม้ว่าผู้ขับขี่จะกำลัง เปลี่ยนรถเป็นฝูงบินต่ำก็ตามที

เรื่องพื้นที่สัมภาระก็จัดว่ามีมากพอสมควร พอให้ใช้งานได้ทุกที่นั่ง ยามเดินทางไกล

สองพันเทอร์โบ พันธุ์พ่อบ้าน ..เอาแรงแค่พอใช้

ที่จริงแล้ว อาวดี้ ประเทศไทย วางขาย รถยนต์ audi Q3 Sportback 2 รุ่นย่อยด้วยกัน คือ Audi Q3 Sportback 35 TFSI SLine กับรุ่นที่เรานำมาขับ Audi Q3 Sportback 40 TFSI Qauttro SLine Black Edition

รถรุ่นที่เรามาขับเป็นท๊อปไลน์ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์แห่งตำนาน รหัส EA888 อันเลื่องชื่อ ที่สาวกแบรนด์นี้เขารู้จักกันดี

เนื้อแท้ของมัน เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบ Direct Injection ฟังแล้ว น่าจะเอาเรื่องราว พอพูดว่า เครื่องสองพันเทอร์โบ

เอาเข้าจริง เครื่องยนต์ตัวนี้กลับถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานมากกว่า จะเน้นอัตราเร่งแบบบ้าดีเดือด มันทำกำลังสูงสุดเพียง 180 แรงม้า ระนาบต่อเนื่องที่ 3,900 -6,000 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด มากถึง 320 นิวตันเมตร ที่ 1,400-3,940 รอบต่อนาที ส่งลงชุดเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด

ตอบการขับขี่ด้วยหลายโหมดให้ใช้งาน โหมดปกติ จะเรียกว่า Auto แล้วยังมี Off Road, Dynamic, รวมถึงตั้งค่าตามใจกันก็ได้ แล้วแต่จะเลือกใช้

ย้อนกลับไปตัวเครื่องยนต์ ถ้ามอง จะพบว่า ขุมพลังตัวนี้เป็น 2.0 เทอร์โบ ก็จริง แต่ไม่ได้ ออกแบบมาแรงมุทะลุ แบบรถสปอร์ตเสียทีเดียว การจูนเครืองยนต์ออกมาในแนว เครื่องใหญ่ขับสนุก กำลังแรงม้า พอๆ กับเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ปกติทั่วไป ที่ดีกว่า เห็นจะเป็นแรงบิด ที่ได้เนื้อๆ เน้นๆ รอบต่อ ถึงรอบใช้งานทั่วไป

ในยามขับขี่จริง จึงออกมาในสไตล์รถใช้งาน ไมไ่ด้แรงเว่อวัง จนคนนั่งรู้สึกเสียวไส้ตลอดเวลาที่คุณอยู่หลังพวงมาลัย อัตราเร่งไม่ได้หวือหวา หากก็ไมไ่ด้ เชื่องช้าจนเป็นเต่าซึม เทียบกับ รถญี่ปุ่นที่มีกำลังพอๆ กัน เจ้าเยอรมันคันนี้จะเร็วกว่าราวๆ 2 วินาที โดยประมาณ

ส่วนกำลังขับแรงบิดสูงสุดนั้น มีประโยชน์ตรงออกตัวเร็ว ขับได้เรื่อยๆ แน่นอน โดยสารเต็มสัมภาระครบไม่เหนื่อย ไม่อืดอาด

จากที่ขับช่วงการเร่งแซงเกียร์ทอนแค่ตำแหน่งเดียวเสียเป็นส่วนใหญ่ นั่นหมายถึงคุณไม่จำเป็นเลยจะต้องใช้เครื่องยนต์รอบสูง เพื่อขยี้คันเร่งไปสู่แรงม้าสูงสุด

ตลอดเวลาที่ลองขับ ในช่วงรถที่อยู่กับผมรู้สึกว่า รถคันนี้ เป็นมิตรดีในยามขับทางไกล เวลาเร่งแซงก็ทันใจพอสมควร ทั้งยังคงความนุ่มนวลเวลาตอบสนองเครื่องยนต์ไว้ได้ดี ไม่ว่าจะยามเดินทางหรือในเมือง ไม่ออกอาการฮึดฮัด เหมือนคนอารมณ์เสียดั่งเครื่องยนต์เทอร์โบรุ่นอื่น

เป็นรถที่ผู้ใหญ่ขับได้ใช้ดี พอเวลาต้องบี้ทำความเวลาต้องใช้ความเร็ว การไต่ความเร็ว ก็ไม่มีปัญหาไปได้รวดเร็วเรื่อยๆ ตัวเลข 170-180 ก.ม./ช.ม. ทำได้ สบายมาก ขึ้น 200 ก.ม./ช.ม.ได้ ในทางตรงยาวๆ 2-3 ก.ม. แต่หลัง 200 ก.ม. จะอืดสักหน่อย ถ้า ต้องไต่ไปความเร็วสูงสุด 220 ตามที่เคลม น่าจะวิ่งยาวเป็นกิโลเมตร

เอาแค่ ไปถึง 180-200 ก.ม./ช.ม. ไวๆ ผมว่า นี่แหละ คือช่วงที่ได้ใช้งานจริง เพราะถ้าหลังจากนั้น นั่นหมายถึง คุณน่าจะต้องวิ่งทางด่วนหวดยาวๆ แล้วล่ะครับ

สรุปการทดสอบอัตราเร่ง

0-100 ก.ม./ช.ม. (วินาที)80-120 ก.ม./ช.ม. (วินาที)
ครั้งที่ 19.756.96
ครั้งที่ 29.756.98
ครั้งที่ 3 9.816.95

แล้วอัตราประหยัดน้ำมัน

ที่น่าอัศขรรย์ใจที่สุด คือเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จรุ่นนี้ไม่ซดน้ำมันอย่างที่คิดเลย

เครื่องยนต์ EA888 ค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการขับขี่สูงจน กินน้ำมันเท่าเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรปกติทั่วไป ด้วยซ้ำ

สาเหตุที่อัตราประหยัดค่อนข้างดีพอสมควร มาจากหลายปัจจัยประกอบ ส่วนหนึ่งด้วยตัวเครื่องยนต์เองที่พัมนามาเป็น เจนเนอร์เรชั่นที่ 4 ของเครื่องรุ่นนี้ เรียกว่า ยัดทุกอบย่างเท่าที่จะทำได้ ทิ้งทวนมาให้ลูกค้าได้ใช้

แต่ส่วนสำคัญอีกอย่าง คือการเซทระบบ idling Stop หรือ หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วคราวไม่ให้ น่ารำคาญระหว่างการใช้งาน

เครื่องยนต์สตาร์ทเร็ว ตอบสนองดี เวลาดีบก็ไว และยังทำงานร่วมกับ ระบบ AutoBrake Hold ได้ดี จนน่าทึ่ง ว่ามันไม่น่ารำคาญเลย แม้ว่ารถคันนี้จะผลิตในประเทศเยอรมัน ก็ตามที กลับเซทได้อย่างลงตัว

สิ่งที่ทำให้รถคันนี้ ซดน้ำมันมากไปนิด คือ ล้อ 20 พร้อมยาง 255/40/R20 แถมยังเป็นยางสปอร์ตด้วย นั่นเพื่อรองรับกาขับขี่ย่ายความเร็วสูง ที่อาจไม่ได้จำเป็นต่อการใช้งานในเมืองเลย

กลับกันการขับขี่เดินทาง ด้วยความเป็นเครื่องยนต์ ไม่ได้มีม้ามาก ในจังหวะแซง จึงต้องย่ำลึกในหลายครั้ง ทำให้อัตราประหยัด ไม่ได้ถึงกับแย่ ถ้านับว่า เป้นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ แต่ในความเห็นของผม ส่วนตัวมองว่า ถ้ามันป้วนเปี้ยสัก 200 นิดๆ เป็นรหัส 45 กำลังขับกับอัตราประหยัดที่ได้ จะถือว่าดีเลยล่ะ

สรุปอัตราประหยัด

ในเมือง 13.7 ก.ม./ลิตร (idling stop on)

นอกเมือง 12.47 ก.ม./ลิตร (speed Cruise 110-130 ก.ม./ช.ม.)

Bonn test mode 12.68 ก.ม./ลิตร (ไม่ได้เปิด idling stop)

ควบคุมดังใจ ขับ 4 สั่งได้

ทางด้านการควบคุมและระบบกันสะเทือน ขออนุญาติ พูดรวมไปพร้อมกันเลย เจ้า Audi Q3 Sportback 40 TFSI ตัวมัน มาพร้อมระบบพวงมาลัยไฟฟ้า Progressive Steering

อาการของพวงมาลัยค่อนข้างกระชับคมไม่ว่จะขับในความเร็วต่ำความเร็วสูง จนบางครั้งสำหรับคนที่ขึ้นรถมาแล้วไม่ปรับตัวกับรถ อาจเลี้ยวแล้วเบียดสิ่งรอบข้างเอาดื้อๆ ด้วยวงเลี้ยวของมันทำออกมาค่อนข้างแคบ ช่วยให้คล่องตัวในเมืองมากพอสมควร

Audi Q3 Sportback 40 TFSI Qauttro
การควบคุมรถเป้นไปได้ง่ายในความเร้วต่ำ และมั่นใจในความเร็วสูง เป็นเสน่หื ที่ยากจะจับในวันนี้

พอขะบทางไกล ความคมของเจ้าพวงมาลัยจะถูกเพิ่มน้ำหนัก ให้มั่นใจกระชับมากขึ้น เวลามุดแซงไปได้ดั่งใจ แม้ว่ารถไม่ได้แรง มันกลับไปได้แบบนวลๆ โดยทีคุณไม่ต้องคอยแฮด คอยเบรกให้ผู้โดยสารรู้สึกเสียวไปด้วย แค่เพียงใช้พวงมาลัยเล็กน้อยก็เปลี่ยนเลนได้สบาย

ส่วนหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้ นั่นก็คิอระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Qauttro เอกสิทธิ์ของ Audi ซึ่งไม่มีในรุ่น 35TFSI น้องเล็ก ระบบนี้จะทำหน้าที่ในการตอบสนองการขับขี่อย่างลงตัว

จากประสบการรืใช้งานรถขับสี่ เป็นชีวิตประจำวัน อย่าง ซูบารุ ถ้าเปรียบเทียบกับ ระบบของ Audi ให้ความรู้สึกมีแรงขืนจากการทำงานมากกว่า มีความคล่องตัวกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวลาใช้ความเร้วมุดไปมา หรือ ขับเข้าโค้งในความเร็วสูง อาการตอบสนองค่อนนข้างดีกว่า

ด้วยการเซทอัตราการถ่ายน้ำหนักแรงขับหน้าหลัง ซึ่งผมเชื่อว่ามันน่าจะสามารถแปรผันได้ ตามสภาวะการขับขี่จริง ตามสภาพการขับขี่ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า มันสามารถเปลี่ยนไปตามแต่ละโหมดการขับขี่ได้ด้วยหรือไม่

แต่จากการทดลองขับขี่ ตลอดช่วงเวลา มีลองเล่นโหมดสปอร์ตดูบ้าง ก็ไม่พบอาการที่แตกต่าง อย่างชัดเจน

ช่วงล่างแข็งแน่นนุ่ม ..อาจด้วยชุดล้อ

ทางด้านระบบกันสะเทือน ตามข้อมูลจากทาง Audi เยอรมัน รถคันนี้ ใช้ช่วงล่างแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัทางด้านหน้า และกันสะเทือน 4 Link ทางด้านหลัง

การตอบสนองของช่วงล่างออกแนวแน่นนุ่ม ในเนื้อแทเของมัน แต่เวลาขับในเมืองรวมถึง ใช้ความเร็วจะรู้สึกว่า มันค่อนข้างแข็งมีอารมณ์กระด้าง สปอร์ตสุดๆ จนบางครั้ง คนนั่งข้างๆ ผู้โดยสารอาจบ่น ยิ่งผ่านถนนทำทางยิ่งรู้สึกจะแข็งอะไรปานนี้

สาเหตุที่อาการช่วงล่างมาแบบนี้นั่นมาจากแพ็คเกจ black Edition ที่ให้ล้อ Audi sport ขอบ 20 ติดปลายนวมมาด้วย เมื่อล้อใหญ่ยางก็แก้มบาง ทำให้มันไม่ซับแรงสะเทือนจากถนนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ขุรขระขับแล้วไม่มีความสุข

เรื่องราวเดียวกัน ก็เกิดขึ้นกับการขับี่เพื่อเดินทางไกล ถ้าคุณขับรถใช้ความเร็ว เจอถนนที่เพิ่งลาดเทใหม่ๆ นั่นเป็นสวรรค์ชั้น 7 แต่อย่างว่า ถนนในไทยไม่ไประเสริญแบบนี้ตลอดเวลา บางทีหลุมบ่อ อย่างถนนสายไปอยุธยา มีลูกคลื่น หรือรอยปะเพียบ ความแข้งและยางแก้มบาง ส่งการสะเทือนสู่ระบบช่วงล่างทันที

ดีว่ามันเก็บอาการได้ค่อนข้างไว จึงไม่สะเทือนเหมือนเวลาคืบคลานไปในเมือง ยิ่งกว่านั้นช่วงล่างรถคันนี้ยิ่งขับเร็วยิ่งตอบสนองดีในการซับแรงกระแทก ช่วงที่ผมว่าสวรรค์ที่สุดอยู่ที่ 120-140 ก.ม./ช.ม. ช่วงล่างตอบสนองเร็วเก็บอาการไว แม้ว่าจะบั้มอย่างแรง ก็ซับไม่มีกระดอนซ้ำไปซ้ำมา จนรถควบคุมยากแต่อย่างใด

สรุป Audi Q3 Sportback 40 TFSI สันติภาพก็ได้ จะบู้ก็ดี

นี่เป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่ผมกำลังขับ เจ้า Audi Q3 Sportback ไปส่งคืนทาง Audi หลังจากขับมันมาหลายวัน ผมต้องบอกตามตรงว่า มันเป็นรถที่ดูมีอะไร แต่มีอะไรมากกว่าที่คิด ..
หลายคนคงบอก บอนน์.. ไปนอนก่อนไหม ค่อยกลับมาเขียนรีวิวต่อ เอาให้ชัด ..แต่ความจริง คือ รถรุ่นนี้เป็นรถที่มีความน่าลงตัวอย่างกลมกล่อมในทุกมิติ

Audi Q3 Sportback 40 TFSI Qauttro
รถคันนี้เป็นหนึ่งในรถที่ผมว่าออกแบบได้สวยโดนใจ ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย

เป็นรถที่ขับจะเอาสันติก็ได้ จะต้องบู้กับกระบะแว้นซ์ รถสปอร์ต ก็พอทำได้ระดับหนึ่ง เพียงใส่ทักษะในการขับขี่เข้าไป รถก็จะเปลี่ยนจากรถอเนกประสงค์หนึ่งพร้อมทำความเร็ว เหมือนมีด ที่ใช้ปอกผลไม้ก้ได้ แต่ถ้าเอามาฟาดฟัน ก็ถึงชีวิตได้เหมือนกัน

มันเป็นรถที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบที่ประหยัดที่สุด ตั้งแต่ผมเคยขับมาในชีวิตการทดสอบรถยนต์ มันแรงหวือหวา แต่ไปได้เรื่อยๆ ขับให้ภรรยานั่งสบายก็ได้ จะขับใช้ความเร็วเวลาเร่งรีบก็โอเค แถมตัวรถมีสง่าราศี ดูแปลกตา ซ้ำใครยาก อาจมีเพื่อนบ้าง ก็ไม่ใช่จำนวนเยอะ จนจอดที่ห้างแล้วถามตัวเองว่า เอ๊ะ นี่เราใช้รถที่จำเจเหมือนคนอื่นมากขนาดนี้เลยหรือ

ใช่ มันยังขาดหลายอย่าง ที่บางคนอาจมอง โดยเฉพาะ ระบบความปลอดภัยประเภท Active Safety ที่ไม่มีมาให้เลย แม้แต่อย่างเดียว หากเทียบกับคู่แข้งที่มีราคาใกล้ๆ กัน

หากบางทีความปลอดภัยในการขับขี่ ถ้ามองอีกมุมมัน ก็เรื่องเดียวกันกับสมรรถนะในการขับขี่ คุณวางใจได้ในเจ้านี่

กับราคาค่าตัว 2,999,000 บาท ไม่ได้แรงมากอย่างที่คิด … ถ้าชอบความไม่เหมือนใคร ในกลุ่มเยอรมัน รถคันนี้อาจเหมาะกับคุณก็ได้

ข้อมูลตัวรถเพิ่มเติม สามารถศึกษาได้จาก Audi

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments