คุณ พร้อมหรือยัง …. ที่จะใช้ รถยนต์ไฟฟ้า

แบ่งปันเรื่องนี้

นาทีนี้ สิ่งที่เราเห็นถึงกระแสสังคมทางด้านรถยนต์ยุคใหม่ คงเป็นการที่คนจำนวนมาก ในหลายกลุ่มพยายามบอกว่า ผมอยากใช้รถยนต์ไฟฟ้าครับ จะได้รักษ์โลก มันดีแบบนั้นแบบนี้ 

แต่….. สิ่งที่น่าคิดกว่าคำพูดว่า เราอยากใช้ คงเป็นคำถามสำคัญ ว่าเราพร้อมหรือไม่ที่จะใช้รถยนต์ไฟฟ้า …. 

เรื่องนี้น้อยคนจะพูดถึงนัก เพราะ ตอนนี้ทุกคน ต่างตื่นเต้นกับ ระยะทางของรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับได้ไกลขึ้น ราคาที่เริ่มถูกลง จนมองว่า เดี๋ยวสักพักฉันก็น่าจะพอ มีโอกาส จับจองเป็นเจ้าของพวกมันได้ ทั้งหมด บังตาความจริงในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ยังมีข้อจำกัดมากมายหลายเรื่อง ได้แก่

  • การเป็นเจ้าของ 
  • การขาร์จไฟฟ้า 
  • พฤติกรรมการใช้ และความเหมาะสม ในการใช้งาน

และวันนี้ เราจะมาดูกันไป ทีละเรืองๆ พร้อมๆ กัน เพื่อสำรวจว่า วันนี้ คุณพร้อมแล้วรึยังที่จะใช้ นวัตกรรรถยนต์ ไฟฟ้า 

การเป็นเจ้าของ 

รถยนต์ไฟฟ้ามีมากมายหลายรุ่น ตั้งแต่ราคาหลายล้านบาท จนมาถึงที่ถูกที่สุดตอนนี้ เป็น  MG EP   และ  MG ZS EV    ถือเป็นยี่ห้อเดียวเลยก็ว่าได้ ที่คุณสามารถพอจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาเท่าๆ กับรถยนต์ทั่วไป 

MG EP   ราคาขายอยู่ที่  988,000  บาท เป็นราคาที่ถูกที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้าในวันนี้

ในราคานี้ สมมุติว่า เราเกิดตัดสินใจซื้อ  รถคันนี้คิดว่า เอาดาวน์ แบบ ผ่อนสบายๆ   25%  ก็จะต้องกำเงินอย่างน้อย  247,000  บาทไปดาวน์ 

เหลือค่างวดที่ต้องผ่อน  741,000   บาท สมมุติ คิดดอกเบี้ย  1.89% ต่อปี  ตกปีละ   14,004  บาท อยากผ่อนชำระ   5 ปี เท่ากับดอก  70,024  บาท บวกกับเงินต้น แล้วคิดเป็นค่างวด เท่ากับ 811,024  /60 = ค่าผ่อนเดือนละ  13,517 บาท ต่อเดือน 

จากการคำนวณนี้ จะเห็นว่า ค่าผ่อนต่อเดือน ดูอาจจะไม่ต่างจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันบางรุ่นเท่าไรนัก แต่ อย่าลืมว่า คุณ ต้งมีเงินดาวน์ อย่างต่ำ ประมาณ   250,000  บาท และ ในเรื่องการผ่อนชำระ หากจะให้ผ่านฉลุย ตามวิธีคิดการหาผู้กู้ของไฟแนนซ์ ควรจะมีเงินเดือน อย่างน้อย  1  เท่า หรือ ราวๆ  26,000 บาท เป็นอย่างน้อย 

ในกรณีที่คุณมีภาระบัตรเครดิต และการผ่อนชำระอื่นๆ นั้น จะต้องมีเงินเดือนมากขึ้น ดังนั้น ฐานของเงินเดือนที่เหมาะสม คือ รายได้เฉลี่ย  30,000  บาท ต่อเดือน  ต่อครอบครัว ซึ่งหมายความว่า อย่างแย่ที่สุด คุณและภรรยา จะต้องมีรายได้อย่างน้อย คนละ  15,000  บาท ที่เหลือสุทธิไม่รวมค่าบัตรเครดิต ค่าบ้าน และอื่นๆ

การชาร์จไฟฟ้า

ด่านแรกผ่านไปได้ ด่านที่  2  ก็จะเป็นความพร้อม เรื่องการชารืจรถยนต์ไฟฟ้า เป็นที่รู้กันว่า รถยนต์ไฟฟ้าจะให้ดี คือคุณควรจะมีที่ชาร์จไฟฟ้าที่บ้านเป็นของตัวเอง ขับกลับมา ก็เสียบชาร์จเอาไว้ วันรุ่งขึ้น ถอดปลั้กเอาไปใช้ตามสะดวก 

จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน ปัจจุบันกลายยี่ห้อ เริ่มแถมมาให้แล้ว อย่าง   MG  จะให้ที่ชาร์จขนาด  7 KW   มาให้ และมีช่างมาสำรวจ ติดตั้งให้ถึงบ้านสบายๆ  

ตอนเขาสำรวจนี่ไม่ยากครับ แต่จะมาปวดกบาล ตอนรู้ว่าเราต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรบ้างในบ้าน

ถ้าใครเป็นบ้านเดี่ยวหรือ ทาวน์โฮมที่ใช้ไฟฟ้าแบบ   30/100   อยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะ ส่วนใหญ่ จะเพียงพอต่อการใช้งาน  ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ 

แต่ถ้าใครเป็นทาวโฮม กลุ่มมิเตอร์  15/45   อันนี้ต้องเปลี่ยน ยังดีปัจจุบันการไม่มีค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า  ทำให้ คุณสามารถเปลี่ยนมิเตอร์ได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อนแยะ ทว่าการเปลี่ยนมิเตอร์ ก็ไม่ใช่ว่า อยู่ดีๆ อยากจะเปลี่ยนมิเตอร์ ก็ทำได้เลย 

มันจะมีเรื่องของสายไฟ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในการขอเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่ คุณจะต้องทำการเปลี่ยนสายไฟ จากมิเตอร์เข้าตัวบ้านให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ตามที่การไฟฟ้ากำหนด และไม่เพียงเท่านี้ยังต้อง เปลี่ยน เมนเบรกเกอร์ในบ้าน เป็นขนาด  100 A เพื่อรองรับโหลดสูงสุดที่จะสามารถรับได้ด้วย

การใช้ มิเตอร์แบบ   30/100   จะรองรับได้เพียงที่ชาร์จขนาด  7 KW   เท่านั้น ถ้าคุณต้องการ ที่ชาร์จทีมีความสามารถมากกว่านี้  เช่น  11  กิโลวัตต์   หรือ   22 กิโลวัตต์ โดยส่วนใหญ่ ทางผู้จัดจำหน่ายที่ ชาร์จไฟฟ้า จะแนะนำให้เปลี่ยนระบบเป็นแบบ ไฟ 3  เฟส 

ไฟ 3  เฟส   หรือ ภาษา ชาวบ้านทั่วไป เรียกว่า ไฟโรงงาน ระบบนี้เป็นไฟฟ้า  2  แรงดัน มี   220V  และ  380V  ต้องมีการแบ่งโหลดไปยังอุปกรณ์ที่ต้องการใช้ สำหรับบ้านปกติ ถ้าจะมาขอ  3  เฟส เพื่อติดตั้งระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จะต้องศึกษาให้ดี ในการแบ่งโหลด ถ้าให้ดี ปรึกษา วิศวกรไฟฟ้า เพราะว่า จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้า ขั้นสูง ในบางกรณี อาจเสมือน คุณรื้อแก้ไข ระบบไฟฟ้าใหม่ ทั้งบ้าน 

กลับมาที่ตู้ชาร์จ ตัวตู้ชาร์จเอง ถ้าไม่ได้มากับตัวรถ แถมมาให้พร้อมจากผู้แทนจำหน่าย จะซื้อติดตั้งเองก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ ตู้ชาร์จ ขนาดกำลัง   7 KW  มีราคาต่ำๆ อยู่ที่  ราวๆ   30,000  บาท ขึ้นอยู่กับที่ม และยี่ห้อตู้ชาร์จไฟฟ้า ในกรณี ต้องการให้รถชาร์จเร็วขึ้น จะต้องติดตั้งหัวชาร์จกำลังสูง ก็จะมีราคาเพิ่มขึ้นตามลำดับ สำคัญที่สุดต้องดูว่ารถสามารถรองรับการชาร์จได้เท่าไร

อย่างไรก็ดี ถ้าบ้านคุณไม่พร้อมสำหรับการติดตั้งจุดชาร์จก็ไม่เป็นไร ถ้าคุณมั่นใจว่า แถวบ้านคุณมีที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานได้แน่นอน และมีประสิทธิภาพในการใช้งาน นั่นก็คล้ายกับปัจจุบัน ที่คงไม่มีใครยกปั้มน้ำมันมาไว้ในบ้าน เพียงแต่คุณจะรู้สึกว่า มันไม่สะดวกก็เท่านั้นเอง จะชาร์จทีต้องออกไปห้างสรรพสินค้า หรือจุดชาร์จที่อยู่ใกล้ๆ

การใช้งาน 

ถ้ากำลังซื้อไม่มีปัญหา จุดชาร์จไฟในบ้านก็ผ่านฉลุย ขอแสดงความยินดีด้วยครับ  คุณผ่านมาครึ่งหนึ่งของสิ่งที่ควรคำนึง เมื่อต้องซื้อรถยนต์ไฟฟ้า แล้วล่ะครับ แต่แค่กำลังซื้อ และการเตรียมความพร้อม เป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวของเรื่องทั้งหมด เท่านั้น 

เราต้องยอมรับกันตามตรงก่อนว่า รถยนต์ไฟฟ้าในวันนี้ ยังมีช้อจำกัดในการใช้งานบางเรื่อง และที่สำคัญที่สุดเป็นระยะทางการขับขี่ ต่อการชาร์จ ไฟฟ้า  1  ครั้ง ซึ่งไม่ได้มากมายนัก ถ้าเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปปกติ ทั่วไป 

ผมขอยกตัวอย่างรถยนต์ไฟฟ้า ที่น่าสนใจ และมีช่วงราคาที่สามารถจับจ้องได้ในปัจจุบัน  3  รุ่นหลักๆ ได้แก่ 

  • MG ZS EV   มีระยะทางต่อการชาร์จ  337  ก.ม. 
  • MG EP   มีระยะทางต่อการชาร์จ   380 ก.ม.
  • Nissan LEAF   มีระยะทาง ต่อ การชาร์จ  311 ก.ม. 

ทั้งหมด เป็นไปตามการทดสอบจากทางผู้ผลิต และจัดจำหน่าย ซึ่งยังไม่ใช่การทดสอบตามมาตรฐานที่ควรจะเป็นในไทย 

ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่น้อย จะไม่ส่งปัญหา หากคุณเป็นคนทำงานเดินทางเป็นรูปแบบประจำ เช่น ขับรถจากบ้านไปกลับที่ทำงาน หรือไปยังที่ประจำบ่อยๆ ที่พอจะคำนวณระยะทางได้ และไม่ใช้คนขับรถสะเปะสปะ วิ่งไปไหนมาไหนเรื่อยเปื่อย

เพราะแบบนั้น คุณจะไม่รู้ระยะทางขับขี่ รวมถึง จะไม่สามารถพิจารณาจุดชาร์จที่เหมาะสม  ที่ควรจะแวะเติมพลังได้ เนื่องจากจุดชาร์จในไทยยังไม่แพร่หลายครอบคลุมเท่าไรนัก และจำนวนที่ยังไม่มากมายเท่าไร ทำให้คุณยังสมควรจะต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จอยู่บ้าง

หากคุณกำลังคิดว่า รถยนต์ไฟฟ้าต้องการซื้อมาใช้ เพื่อขับขี่ในเมือง ก็คงไม่มีปัญหาอะไร ปัจจุบันจุดชาร์จในเขตกรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล ถือว่า มีความครอบคลุมในระดับที่น่าพอใจ จากหลายหน่วยงาน 

ในทางกลับกัน ถ้าคุณใช้รถในต่างจังหวัด เรื่องจุดชาร์จ อาจจะยังไม่แพร่หลายเท่าไรนัก สมควรจะศึกษาสถานที่ชาร์จที่มีประสิทธิภาพให้ดี เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับต้องการใช้รถในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รูปแบบหัวชาร์จที่รถคุณต้องใช้งาน 

รถยนต์บางรุ่นที่มีหัวชาร์จแปลกกว่าชาวบ้าน เช่น หัวชาร์จ   Type  1 และ   Chademo   อาจจะมีจุดชาร์จน้อยกว่า แบบ  Type 2 ที่ได้รับความนิยมมากกว่า ซึ่งก็จะกระทบกับที่ใช้งานของคุณเอง เมื่ออยู่ในช่วงวิกฤต หรือ จำเป็นต้องขับรถมากกว่าระยะทางที่ใช้ได้ต่อการชาร์จ 

อย่างไรก็ดี บริษัทรถยนต์บางแห่งได้ตั้งจุดชาร์จให้ลูกค้าในศูนย์บริการ สามารถเข้าไปใช้ได้ตามสะดวก อาทิ นิสสัน และ  MG   หากคุณต้องการใช้ ลองสอบถามไปที่ศูนย์บริการดังกล่าวได้ เพื่อศึกษาเงื่อนไข ขอเข้าใช้บริการ 

ดังนั้น เรื่องเครือข่ายจุดชาร์จ โดยเฉพาะ จุดชาร์จเร็ว จึงยังเป็นสิ่งสำคัญมากในรถยนต์ไฟฟ้า หากคุณสนใจ ที่สำคัญ ควรจะสอบถามให้แน่ชัดว่า จุดชาร์จไฟฟ้านั้นจ่ายกำลังไฟเต็มประสิทธิภาพ ไม่ใช่ไปชาร์จ หลายชั่วโมง ขึ้นมาเพียงนิดเดียว ซึ่งก็มีในหลายเคสที่ผู้ใช้เจอแบบนี้มาแล้ว

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ไม่มีใครน่าจะเคยบอกคุณมาก่อน คือ ยิ่งคุณใช้ความเร็วในรถยนต์ไฟฟ้ามากก็จะยิ่งกินไฟมากขึ้นตามไปด้วย นั่นจะทำให้ระยะทางขับขี่เหลือน้อยกว่าที่ควรจะเป็น และคุณอาจกลับไม่ถึงบ้าน 

ถ้ามองว่า มันเป็นเรื่องน่าปวดหัว เราก็ไม่แนะนำให้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถคันแรก แต่ซื้อไว้เป็น คันที่  2-3  ในบ้าน เพื่อใช้งาน ไว้ขับในเมือง หรือ เส้นทางต่างจังหวัดที่ชัวร์ว่า คุณจะขับไปได้ และขับกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ เพราะมีจุดชาร์จที่แน่นอน 

โดยสรุป 

หลังจากเข้าไปศึกษาเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าจริงๆ จัง จะพบว่า หลายประเด็นที่คุณจะเหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่ นั้น มี  3  ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งเมื่อมาแยกย่อยกันจริงๆ จะพบว่า คุณควรเป็น คนที่มีคุณสมบัติดังนี้ 

1.มีรายได้ต่อคน หรือ ครอบครัว อย่างน้อย   30,000  บาท และมีเงินเก็บส่วนตัวอย่างน้อย   250,000   บาท เพื่อจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 

2.ต้องมีค่าใช้จ่าย สำรองเผื่อต้องปรับปรุงระบบไฟบ้าน เช่น เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า และเดินสายไฟหลักเข้าบ้าน รวมถึง เปลี่ยนเมนเบรกเกอร์ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับ ผู้รับเหมาะทำระบบไฟฟ้า แต่ที่แน่ๆ วันนี้ ที่บอกได้ คือการไฟฟ้า ไม่จัดเก็บค่าประกันมิเตอร์ไฟแล้ว 

ค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ จึงเหลือเพียงค่าตรวจสอบสายไฟของการไฟฟ้า และ ค่าว่าจ้างช่างในการเดินสายไฟ และ เปลี่ยนเมนเบรกเกอร์เท่านั้น

แต่ในกรณี รถคุณต้องใช้ที่ชาร์จกำลังสูงมากกว่า  7   กิโลวัตต์ อาจจะเป็นไปได้สูง ที่จะต้องตรวจสอบว่า จะต้องใช้ไฟ 3 เฟส   เข้าที่ชาร์จ หรือไม่ 

3.คุณเป็นคนขับรถที่มีเส้นทางการขับแน่นอนในแต่ละวัน เช่น จากที่ทำงานกลับบ้าน 

4.คุณเป็นคนที่ชอบวางแผนในการเดินทาง อย่างแน่นอน 

5.คุณไม่ใช่คนขับรถเร็วมาก เวลาเดินทางต่างจังหวัด

6.คุณมีรถ เครื่องสันดาปที่บ้านอยู่แล้ว และ ต้องการซื้อเพิ่มเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

ถ้าทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่คุณเป็น หรือยอมรับได้ ผมก็ขอแสดงความยินดีมาตรงนี้ด้วย คุณพร้อมจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าแล้วล่ะครับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments