แอมโมเนีย ทางรอดพลังงานสะอาด ที่อาจช่วยลดโลกร้อน

ช่วงนี้ บริษัทรถยนต์ต่างเริ่มเดิมเกมพัมนาระบบเครื่องยนต์ที่ทำงานร่วมกับก๊าซไฮโดรเจน พวกมันดูจะเป็นความหวังใหม่ หลังจากยุครถยนต์ไฟฟ้า

ขณะที่คนจำนวนมากกำลังหวั่นว่าไฮโดรเจน จะทำให้การกักเก็บก๊าซนั้น มีประเด็นความเสี่ยงสูง และ มีความเป็นไปได้ ที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สิน มากกว่าผลดี การประหยัดรักษ์โลก บางทีเรื่องราววุ่นวายนี้ อาจจะจบด้วย สามคำว่า “แอมโมเนีย” สารมีกลิ่นเหม็นสุดสะพรึงที่เรารู้จักกันดีอย่างใน ฉี่แมว และโลกยุคใหม่กำลังพูดถึงเรื่องนี้อย่างมาก

e-diesel from air, water and green electricity

ทำไม แอมโมเนีย มาอยู่ในความสนใจของบริษัทพลังงาน เหตุผลง่ายๆ คือ มันเป็นสารประกอบที่สามารถนำเอาโมเลกุลไฮโดรเจน ควบรวมกับออกซิเจน หรือที่เรียกว่า NH3 เข้ามาผนวกไว้รวมกัน ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นวิธีปลอดภัยในการขนส่ง กักเก็บ และง่ายดายกว่าการเก้บเพียงไฮโดรเจนด้วย

เรื่องนี้ฟังอาจจะน่าหัวเราะในช่วงแรก แต่ นักวิศวกรรมเคย จากบริษัทชั้นนำ กำลังศึกษา สิ่งที่เรียกว่า Green Amonia อย่างจริงจัง และ ให้ความเห็นว่า นี่เป็นหนทางแห่งอนาคต โอเค .. แม้ว่ามันจะมีกลิ่นสักหน่อยก็ตามที

ในรายงานชี้ว่าในการศึกษา แอมโมเนีย มีค่าความหนาแน่นพลังงานสูงกว่า ลิควิดไฮโดรเจน ที่มีค่าอยุ่ที่ 8.5 MJ/L ส่วนเจ้า แอมโมเนียมีค่าเท่ากับ 12.7 MJ/L

Audi is launching a strategic partnership with Global Bioenergies. The carmaker will work with the French biotechnology company to promote the development of non-fossil fuels. In addition to the Audi e-gas and e-diesel projects, the research into e-gasoline is part of Audi’s persistent efforts to find alternative fuels. © Fraunhofer

ขณะที่ตัวสารเองยังมีความอันตรายน้อยกว่าในแง่ของความไว้ไฟเมื่อเทียบกับไฮโดรเจน รวมถึง การจัดเก็บก็ง่ายไม่ต้องเก็บในถังที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ -235 องศาเซลเซียส ขณะที่แอมโมเนีย ใช้อุณหภูมิเพียง -33 องศาเซลเซียส เท่านั้น

ยิ่งกว่านั้น การใช้แอมโมเนีย ในอุตสาหกรรม ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการใช้ในภาคการเกษตรอยู่แล้ว และการหาแอมโมเนีย อยู่รอบๆ ตัวในเขตอุตสาหกรรม สามารถกัดแล้วนำมากักเก็บ เพื่อนำไปใช้งานได้ ไม่ว่าจะในอากาศ หรือดักในน้ำ แล้วแปรรูปมาเป็นแอมโมเนียก็ได้

แม้ว่าจะฟังน่าเหลือเชื่อมแต่ นักเคมี และวิศวกร เชื่อว่ าแอมโมเนีย คือความเป็นไปได้ ในการทำให้เครื่องยนต์สันดาป สะอาด และยังขับเคลื่อนโลกต่อไปได้ ในอนาคต ล่าสุด มีการพัฒนาเครื่องยนต์ 4 จังหวะ สำหรับใช้กับเรือยนต์ออกมา นับเป็นความน่าสนใจในการพัฒนา เรื่องพลังงานยั่งยืน
ที่มา ข้อมูล Chemical and Engineering news

Comments

comments