Alpine A110 E-ternite ต้นแบบสปอร์ตไฟฟ้า 238 แรงม้า หนักเพียงตันนิดๆ

แบ่งปันเรื่องนี้

Alpine A110 ขึ้นชื่อว่าเป็นสปอร์ตขนาดเล็กที่มาพร้อมกับความแรงเกินตัว แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ต้องมุ่งไปสู่ยุค EV จึงทำให้ทางค่ายเลือกปล่อยเวอร์ชัน E-ternite ของมันออกมา เพื่อบ่งบอกว่า มันเอง ก็ใช้ขุมกำลังไฟฟ้ากับเขาได้

Alpine A110 E-ternite ที่ทุกท่านเห็นกันอยู่ในขณะนี้ หากมองแค่เพียงภายนอกอย่างเดียว มันอาจจะไม่ได้ดูมีความแตกต่างไปจาก A110 ตัวปกติเท่าไหร่นัก นอกไปจากหลังคาที่ถูกเจาะเปิดโล่งด้านบน เพราะจุดที่เปลี่ยนไปจริงๆของมัน ก็คือไส้ในที่หยิบยืมมาจากรถ Renault Megane E-Tech

เริ่มจากแบตเตอรี่จำนวน 12 โมดูลย์ รวมความจุไฟได้ 60 kWh รองรับระยะทางในการวิ่งสูงสุด 420 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ที่ถูกนำมาแบ่งตำแหน่งการติดตั้ง 4 โมดูลย์ทางด้านหน้า และอีก 8 โมดูลย์ไว้ด้านหลัง ส่งผลให้อัตราการเฉลี่ยน้ำหนักของรถคันนี้อยู่ที่ 42 / 58

และถึงแม้น้ำหนักของโมดูลย์แบตทั้งหมด จะมากถึง 392 กิโลกรัม แต่ด้วยการไล่เบาในจุดอื่นๆจึงทำให้น้ำหนักโดยรวมของตัวรถเพิ่มขึ้นจาก A110 ตัวปกติเพียง 258 กิโลกรัม เป็น 1,378 กิโลกรัม เท่านั้น เนื่องจากทางค่ายมีการเปลี่ยนวัสดุตัวถังในหลายๆจุดใหม่เป็นวัสดุที่ชื่อว่า Flax ซึ่งสร้างขึ้นจากคาร์บอนรีไซเคิล ที่เบากว่าวัสดุที่ใช้ทำตัวถังแบบดั้งเดิม

แต่เนื่องจากน้ำหนักและตำแหน่งการเฉลี่ยน้ำหนักเปลี่ยนไป ทำให้ทาง Alpine ต้องปรับปรุงตัวรถในส่วนของระบบเกียร์, ปรับเซ็ทระบบช่วงล่างใหม่ ทั้งสปริง, เหล็กกันโคลงหลัง, และหันไปใช้โช้กตัวใหม่ของ Ohlins พร้อมเสริมความแข็งแรงของชุดปีกนกอีกเล็กน้อย

จุดขายสำคัญที่สุดของ A110 ตัวพิเศษคันนี้ แน่นอนว่าจะต้องเป็นเรื่องของมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ติดตั้งไว้ทางด้านหลังของตัวรถ และมันสามารถทำแรงม้าสูงสุดได้ 242 PS กับแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ซึ่งจะเห็นได้ว่ามันน้อยกว่าขุมกำลังเครื่องยนต์สันดาปภายในลูกเดิม ที่ทำแรงม้าสูงสุดได้ 292 PS กับแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร

ทำให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ของมันช้าลงเล็กน้อย จากภายใน 4.4 วินาที เป็น 4.5 วินาที ขณะที่ความเร็วสูงสุดก็ถูกล็อคเอาไว้ที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ทั้งนี้ ดูเหมือนว่า ตัวรถ Alpine A110 พลังไฟฟ้าคันนี้ จะถูกสร้างขึ้นแค่เพียงเพื่อแสดงถึงความสามารถในการทำรถยนต์ไฟฟ้าของทางค่าย เพื่อเตรียมเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเท่านั้น ดังนั้นโอกาสที่เราจะได้เห็นรถคันนี้ถูกทำขายออกมาจริงๆ จึงมีน้อยมากๆเลยทีเดียว

ข้อมูลจาก Carscoops

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments